“โอ้ยเจ็บ!…ปวดหัวปวดตัวไปหมด นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมเราถึงปวดไปหมดทั้งตัวแบบนี้ ใช่สิ! เราโดนรถชนนี่นา แล้วทำไม่ถึงลุกขึ้นมาได้ หรือว่าเรายังไม่ตาย อ้าว! ทำไมเราถึงมานอนตรงนี้ แล้วนี่อะไรเื! เืใคร?”
ลียาััได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เธอถูกรถชนบนถนน แต่ทำไมถึงกลายว่ากำลังอยู่ในป่า มันเื่บ้าอะไรเนี่ย?! พอกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็มองเห็นเงาร่างนึงที่อยู่ไม่ไกลจากที่เธออยู่นัก มีลักษณะคล้ายกับคน จึงได้ตัดสินใจเดินเข้าไปดูใกล้ๆ จึงพบว่าผู้หญิงคนนี้ได้เสียชีวิตไปแล้ว
“คนตาย! พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยลูกด้วย เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเราถึงมาอยู่ในป่าแล้วมีคนตายอยู่ข้างๆ แล้วถนนล่ะ? รถล่ะหายไปไหน? หรือว่าเราถูกลักพาตัว ใช่สิ! โทรศัพท์! โทรศัพท์อยู่ไหน? แล้วทำไมเราถึงได้ใส่มาชุดรุ่มร่ามแบบนี้เนี่ย?”
ลียาบ่นไปมองรอบๆ ตัวไปด้วย ไม่มีอะไรที่รู้สึกคุ้นเคยเลยสักนิด เธอก้มลงสังเกตตัวเองอีกครั้งก็ใสะดุ้งสุดตัว เมื่อมองเห็นมือทั้งสองข้างของตัวเอง ที่ทั้งขาวและบอบบางซึ่งมือของเธอทั้งหยาบกร้านเพราะทำงานั้แ่เด็ก จึงตัดสินใจลูบไปสำรวจร่างกายทุกส่วน
“หน้าเล็ก ผมยาวมาก ขนตายาว ผิวขาวอมชมพู เอวเล็ก ขาเล็ก แต่มีก้นนิดหน่อย”
เอาแล้ว! เอาแล้วไงล่ะลียา มันจะใช่อย่างที่เธอคิดหรือเปล่า สาธุขอให้เป็แค่ความฝันเถอะนะ แต่สัญญาณบางอย่างมันทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน แต่ทำไมร่างนี้ถึงไม่ใช่ร่างเดิมของเธอ เพราะเธอรู้ว่า ตัวเธอผมยาวประบ่าหาใช่ยาวจนถึงสะโพกอย่างนี้ ลองลูบดูผิวหน้า ผิวตัว ผิวของเธอก็ไม่เนียนละเอียดแบบนี้
ผิวเธอเป็ผิวขาวเหลืองไม่ใช่ขาวอมชมพูสุขภาพดีอย่างนี้ และที่สำคัญเอวเธอไม่เล็กแบบนี้ เพราะเป็คนชอบกินที่สุด โดยเฉพาะของหวานจะขาดไม่ได้เลย เธอไม่ถึงขนาดอ้วนแต่ไม่ได้ผอมแห้งขนาดนี้ ยิ่งคิดยิ่งชัดเจนว่านางไม่ได้อยู่ร่างตัวเอง แล้วผู้หญิงคนนี้คือใคร?! ใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆเพราะเริ่มรู้สึกกลัว ก่อนที่จะพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติตัวเองก่อน
'ชุดแบบนี้ ทรงผมยาวเลยเอวแบบนี้ รองเท้าโบราณแบบนี้ที่นี่ไม่ใช่กรุงศรีอยุธยาแน่นอน ดูท่าน่าจะเป็ประเทศจีนสมัยก่อน ตอนเรียนก็ไม่ได้สนใจประวัติศาสตร์เท่าไหร่ แล้วจะทำอะไรที่นี่ได้เนี่ย!'
“โอเค! ตกลงฉันทะลุมิติมาในยุคจีนโบราณ เหมือนนิยายเลยใช่ไหม? แล้วไหนเทพ? ไหนพร3ข้อ? ไหนแหวนมิติที่มีของวิเศษ? ไหนพลังรักษาทุกสิ่ง? ทำไมรู้สึกว่าไม่เห็นจะได้อะไรเลย แล้วความจำของร่างก็ไม่มี ลียาเอยช่างซวยแท้น้อ แกจะใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ยังไง ตอบ!?”
รูปร่างหน้าตาของตัวเองเป็อย่างไรก็ยังไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆ คือร่างนี้เป็ผู้หญิงแน่นอน ด้วยความที่เป็ผู้หญิงมันก็อันตรายอย่างนึงแล้ว นี่ก็ใกล้จะมืดค่ำแล้ว เธอคงต้องหาที่พักก่อนเป็อันดับแรก แต่คงไม่ใช่ที่นี่แน่นอน ลียามองศพที่อยู่ตรงหน้า ภาพที่เห็นมันน่าหวาดกลัวไม่น้อย นางไม่กล้าที่จะนอนใกล้ๆศพแน่ๆ พอคิดอะไรบางอย่างได้ร่างของลียาก็เคลื่อนตัวไปนั่งลงด้านข้างศพนั้น นางตัดสินใจเข้าไปค้นตัวศพด้านข้าง พร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษขอโพยไม่หยุด จนกระทั่งพบห่อผ้าที่อยู่ใกล้ๆ
'ขอโทษจริงๆ นะในเมื่อเธอไม่ได้ใช้แล้ว ฉันขอเถิดนะ อย่าโกรธฉันเลยนะ สาธุ! '
ลียากวาดสายตาหาของมีค่าเท่าที่จะหาได้ เพราะไม่ว่ายุคไหนเงินก็สำคัญที่สุด แต่ที่สำคัญคือเงินหน้าตาเป็ยังไงเธอก็ยังไม่รู้เลย โชคดีเธอเห็นว่ามีกล่องเครื่องประดับกับบนป้ายหยกและเหมือนจะเป็ตั๋วเงินจำนวนนึงกระมัง แต่ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นัก ไม่เป็ไรเอาเก็บไว้ก่อนเผื่อจะได้ใช้
ร่างนี้คงมีอันจะกินประมาณนั้นมั้ง ปรายหางตาเหลือบไปมองเห็นเหมือนซองจดหมาย ลียาจึงลองแกะดู เธอไม่แน่ใจว่าจะอ่านออกเหมือนในนิยายที่บอกว่าความจำของร่างเดิมทำให้ใช้ทักษะเดิมได้ ถ้าไม่ได้คงยุ่งน่าดู เพราะดูการแต่งตัวแล้วไม่ใช่โบราณธรรมดาแน่นอน เดชะบุญโชคยังมีเหลืออยู่บ้าง เธอสามารถอ่านได้จริงๆ
เนื้อความในจดหมายที่บิดาของร่างนี้ได้ฝากเอาไว้ ให้กับคนที่เป็ลุงจิ้งเหอของร่างนี้ โดยในจดหมายได้บรรยายเอาไว้ประมาณว่า ฝากบุตรสาวที่ชื่อหวังลี่เหยา ชื่อนี้คงเป็ชื่อของร่างที่เธอมาอาศัยอยู่คือหวังลี่เหยา พ่อชื่อหวังซ่งซู เป็ราชครูแคว้นหนาน แม่ชื่อหวังเหมยหลาน ร่างนี้เป็ลูกคนเดียว มีพี่สาวบุญธรรมคนนึงชื่อหวังเฟิงเฟิง กำลังเดินทางจะไปอยู่กับลุงที่เขาเหลียงซาน พ่อของร่างนี้ จึงได้มอบจดหมายมาแจ้งไว้ แต่เพราะลุงจิ้งเหอคนนี้ไม่เคยเห็นหน้าหวังลี่เหยาเลย กลัวว่าเขาจะจำนางไม่ได้ จึงใช้จดหมายนี้แนบมากับตัวเพื่อยืนยันตัวตนว่านางคือใคร เพราะครั้งสุดท้ายที่พบกับหวังลี่เหยาตอนมาลงอักขระพร้อมท่านอาจารย์ของราชครูหวังเมื่อนางอายุได้4ขวบเพียงเท่านั้น นางเริ่มจะเข้าใจบ้างแล้ว แต่เธอก็ยังไม่รู้สาเหตุที่เธอต้องมาอยู่ในป่านี้ได้ยังไง
" คงไม่ใช่ถูกตามฆ่าเหมือนพล็อตนิยายแนวนี้หรอกนะ เอ หรือว่าใช่? "
“โอเค! ต้องตัดสินใจแล้วลียา อะไรจะเกิดก็เกิด ฉันจะอยู่ที่นี่ไม่ไปหาลุงอะไรนั่นหรอก กลัวว่าจะตายก่อนจะไปถึงนะซิ ที่นี่ก็ไม่เลวเท่าไหร่ ที่นี่น่าจะปลอดภัยกว่า อย่างน้อยก็หาของป่ากินได้ไม่ต้องอดตาย ลูกอีสานไม่กลัวลำบากอยู่แล้ว ถ้าออกไปแล้วไม่รู้ว่าใครเป็ใคร ฉันยังไม่อยากตาย ขอโทษนะหวังลี่เหยา ในตอนนี้ฉันคือลียาไม่ใช่หวังลี่เหยา”
เธอมองเห็นถ้ำอยู่ด้านหน้าระยะทางไม่ไกลมากจึงค่อยๆ เดินมาจนถึงด้านหน้าถ้ำ พลางมองหาเศษไม้เพื่อมาก่อกองไฟที่จะใช้คืนนี้ไปด้วย หาฟืนเื่เล็ก แต่ที่กังวลก็คือการจุดไฟมากกว่า เพราะไม่เคยทำมาก่อนในชีวิตแต่เธอจะต้องทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่จะต้องเอาเธอไปรับประทานแทนอาหารเย็นแน่ๆ เมื่อได้เศษไม้มาแล้ว ก็มาลองปั่นกับก้อนหิน เหมือนที่เคยดูในสารคดี แต่ผ่านมาเกือบชั่วโมงก็ยังไม่มีแม้แต่ประกายไฟเลยสักนิด จนเริ่มโมโหตัวเอง
'ใช่! ฉันมันก่อไฟไม่เป็ ขอโทษทีนะที่ฉันดันเกิดมาทันยุคเตาแก๊สนะ'
ลียาโวยวายด้วยความโมโห แต่ก็ไม่ยอมแพ้พยายามฝืนที่ก่อไฟต่อเนื่อง จนกระทั่งผ่านไปเกือบ2ชั่วโมงในที่สุดเธอก็ทำสำเร็จ ลียากำมือขึ้นฟ้าด้วยความดีใจ บอกแล้วความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จก็อยู่ที่นั้น ลียาสู้ๆ
ถึงจุดไฟได้แล้ว แต่เธอก็ยังต้องคอยระมัดระวังเพื่อไม่ให้ไฟมันดับไปอีก พอก้มมองมือตัวเองที่ตอนนี้ มีสภาพน่าสงสารนัก มือน้อยๆทั้งพองทั้งเป็แผลเต็มไปหมด จึงบ่นสงสารตัวเอง เท่าที่เห็นบ่งบอกให้รู้ว่าร่างกายนี้ไม่เคยต้องลำบากแบบนี้มาก่อนในชีวิต
ตอนนี้เธอเริ่มหิวแล้วแต่เธอไม่มีแรงเหลืออีกแล้ว เพราะที่ผ่านมาใช้แรงไปจุดไฟหมดแล้ว จึงตัดสินใจนอนพักผ่อน เพื่อเอาแรงไว้สู้ต่อในวันพรุ่งนี้ จึงรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย ลุกขึ้นมารวบรวมใบไม้มาปูพื้น ทำเป็ที่นอน ในใจก็พยายามนึกในแง่บวกเพื่อปลอบใจตัวเองว่า กำลังมานอนทุ่งนา เฝ้าข้าวให้แม่เหมือนกับตอนที่ยังเป็เด็กๆ
"แม่ขาหนูคิดถึงแม่ แม่ช่วยคุ้มครองหนูด้วยนะคะ"
ลียาสวดมนต์ไหว้พระเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจให้กับตัวเอง แล้วจึงค่อยล้มตัวลงไปนอน ไม่นานนักร่างบางก็เผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า โดยที่ไม่รู้ว่าทุกการกระทำของตัวเองได้อยู่ในสายตาของคนผู้หนึ่งมาโดยตลอด….