Dead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย

    ตอนที่ 44 - ไม่พอใจ

    ตอนที่ 44 – ไม่พอใจ

     

                ครั้น พอเลิกเรียนหนังสือ วาสุกรีก็หอบตำราหลายเล่มใส่กระเป๋าไปและเตรียมจะออกจากห้อง แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจ เมื่อเจอปัทมายืนอยู่หน้าห้องเรียนของเขาเอง

                “อ้าว? ปัท” วาสุกรีเรียกชื่อเธอ เธอก็คลี่ยิ้มอย่างยินดี สาเหตุที่เธอมารอเขาวันนี้ ก็เพราะอยากให้มั่นใจว่าเขาจะไปบ้านเธอจริงๆ เย็นนี้ ถึงจะสัญญาไว้แล้วก็เถอะ แต่ตัวปัทมากลัวว่าวาสุกรีจะไม่ไป

                “เย็นนี้ไปทานอาหารบ้านปัทนะ” ปัทมา สาวสวมแว่นบอกออกมา ทำเอาวาสุกรีลำบากใจ เขาต้องกลับไปกินอาหารของณปภา ถ้าบอกว่าไม่กิน ณปภาคงจะไม่พอใจเขา

                “ทำหน้าแบบนั้น?” ปัทมาสังเกตออกมา “มีอะไรหรือเปล่า?”

                “อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก” วาสุกรีไม่อยากให้เธอเสียใจ เขาเลยตอบโกหกออกไป “ไปก็ไปสิ ไปกินข้าวด้วยกันที่บ้านก็ได้”

                ปัทมาได้ยินอย่างนั้นจึงยิ้มแฉ่งออกมา แล้วเธอก็บอกให้เขาเดินตามเธอมา วาสุกรีเดินตามปัทมาออกจากโรงเรียน และตรงไปยังบ้านของเธอทันที เธอเคาะประตูเรียกให้พ่อมาเปิด พอพ่อของเธอมาเปิดและเห็นวาสุกรีก็ทำท่ายินดี

                “มาบ้านปัทเหรอ? กินข้าวด้วยกันไหม?” พ่อของปัทมาเชื้อชวนวาสุกรี ฝ่ายวาสุกรีจะปฏิเสธก็เกรงว่าจะเสียมารยาท เขาเลยพยักหน้าออกไป

                “งั้นพอดีเลย เราเตรียมอาหารไว้เยอะเลย” พ่อของปัทมาบอก พลางดึงแขนวาสุกรีให้เข้าไปในห้องรับประทานอาหาร วาสุกรีถึงกับตกใจ เพราะอาหารมีเยอะจริงๆ ด้วย นับรวมได้แปดชาม แล้วก็มีข้าวสวยร้อนๆ ใส่ในจานเอาไว้ด้วย วาสุกรีเริ่มลำบากใจแล้ว ถ้าเขากินอิ่มเกินไปแล้วกลับไปกินอาหารที่บ้านของณปภาไม่ได้ล่ะ?

                พ่อของปัทมาเชื้อเชิญวาสุกรีให้นั่งบนเก้าอี้เพื่อมาทานอาหารเย็นกัน ในตอนนั้น แม่ของปัทมาก็เดินเข้ามาด้วย และวางอาหารอีกสองสามอย่างบนโต๊ะ จนวาสุกรีเริ่มหนักใจแล้ว จะให้เขากินหมดนี่คงไม่ไหวแน่ แถมยังต้องเผื่อท้องเอาไว้สำหรับอาหารของณปภาด้วย แต่ครั้นจะกินแค่นิดเดียว มันก็ดูเสียมารยาท เขาไม่รู้จะทำอย่างไรดี?

                “นี่ แกงผักนี่มาจากสวนสดๆ ใหม่ๆ เลยนะ” แม่ของปัทมาเอ่ยกับวาสุกรี “ปัทบอกแม่ว่าเธอจะมาวันนี้ แม่เลยเตรียมอาหารไว้ให้หลายอย่างเลย กินซะนะ”

                “เอ่อ ครับ” วาสุกรีค่อยๆ ตักข้าวและกับข้าวเข้าปาก มันอร่อยก็จริง แต่วาสุกรีรู้สึกเกรงใจพ่อและแม่ของปัทมา ถ้าเขากินไม่หมดมันก็จะดูน่าเกลียด แล้วเขาจะทำเช่นไรดี? สุดท้ายแล้ว เขาก็กินอาหารไปจนเหลือแค่สี่ห้าอย่าง แต่นั่นก็ทำท้องเขาเต็มเข้าไปแล้ว

                “อ้าว? อิ่มแล้วเหรอ?” พ่อของปัทมาที่ชวนเขาคุยตลอดเวลาการกินอาหารถามขึ้น “ทำไมอิ่มเร็วจังล่ะ?”

                “คือ ผม...กินข้าวน้อยน่ะครับ” วาสุกรีว่าอย่างเกรงใจ พ่อของปัทมาเลยหัวเราะออกมา

                “เออ เห็นหุ่นก็รู้แล้ว ผอมขนาดนั้น คงไม่ค่อยเจริญอาหารสินะ?” พ่อของปัทมาเอ่ยขึ้นอย่างเป็นมิตร แล้วก็ชวนเขาคุยเรื่องต่างๆ ไปเรื่อยๆ แล้วพ่อของปัทมาก็ถามเขาว่า ก่อนจะมาออกรบได้ พวกวาสกุรีต้องฝึกอะไรบ้าง?

                “อ๋อ” วาสุกรีเลยเล่าให้ฟัง “ก็ฝึกยิงปืนน่ะครับ แล้วก็ฝึกการต่อสู้และการลาดตระเวน เหมือนทหารจริงๆ เลยแหละครับ” เขาเล่าออกมาให้ฟัง พ่อของปัทมาเองก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

                “พวกเธอเก่งนะ กล้าหาญมาก เป็นแค่เด็กแท้ๆ แต่อาสาออกมารบแทนพวกผู้ใหญ่” พ่อของปัทมาชื่นชมวาสุกรี แต่วาสุกรีไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย เขาคิดว่าเป็นความผิดของพวกเขา อาณาเขตอื่นถึงได้โดนพวกเอไอโจมตีไปด้วย

                “อ้าว? ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ?” พ่อของปัทมาถาม แม่ของเธอเองก็มองมาทางเขาเช่นกัน “ทำหน้าทุกข์ เหมือนมีเรื่องอะไรเดือดร้อนใจเลย”

                “ก็เพราะอาณาเขตผม” วาสุกรีบอกออกมาแล้วก็ถอนหายใจ “คิดต่อต้านพวกเอไอน่ะสิครับ อาณาเขตอื่นถึงโดนโจมตีไปด้วยเลย เป็นความผิดของพวกเราเองที่ไม่ระวัง ทำให้...”

                “เรื่องที่อาณาเขตแปดต่อต้านพวกเอไอน่ะเหรอ?” แม่ของปัทมาเอ่ยขึ้นมาบ้างโดยที่เขายังพูดไม่จบ “เรารู้เรื่องนั้นแล้ว นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเธอต้องออกมาต่อสู้ใช่ไหมล่ะ? แม่ไม่โทษพวกเธอหรอก แต่โทษพวกผู้ใหญ่ในอาณาเขตที่เห็นแก่ตัว เอาเด็กม.ปลายออกมาล่าพวกเอไอ เห็นแก่ตัวจริงๆ”

                วาสุกรีถึงกับยกมือไว้ขอบคุณที่เข้าใจพวกเขาและไม่โกรธเคือง แม่ของปัทมาก็เอ่ยออกมา “ไม่เป็นไรหรอก แค่พวกเธอเข้ามาเสริมทัพในนี้ ก็เท่ากับเรามีกำลังเพิ่มเป็นพันคนแล้ว แม่ไม่โกรธหรอก”

                “พันคนเลยหรือครับ?” วาสุกรีหัวเราะออกมา “พวกเราไม่มีฝีมือหรือเก่งขนาดนั้นหรอกครับ”

                “มีสิ ไม่งั้นจะช่วยเหลือพวกเราได้เหรอ?” พ่อของปัทมาเอ่ยออกมา ก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือของวาสุกรีแล้วก็พูด “ขอบคุณมากนะที่ทำเพื่อพวกเรา”

                วาสุกรีรู้สึกได้ทันทีว่าคนที่นี่เป็นมิตรมาก ทั้งณปภา ชานนท์ แล้วก็ครอบครัวของปัทมาอีก อาณาเขตนี้ไม่โทษพวกเขาเลยที่อาณาเขตของพวกเขาคิดต่อต้านเอไอ เขาพูดออกมาด้วยความเต็มใจ

                “ผมจะไม่ยอมให้อาณาเขตนี้โดนโจมตีเด็ดขาดครับ” วาสุกรีให้คำมั่นสัญญา “ผมจะปกป้องอาณาเขตนี้ด้วยชีวิตเลย”

                “ฮ่ะๆๆ” พ่อของปัทมาหัวเราะออกมา ไม่ใช่ขำขัน แต่เขาชื่นชมวาสุกรีออกมา “ขอบใจมากนะ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเธอได้ทำลงไป”

                วาสุกรีหันไปดูนาฬิกาที่แขวนข้างผนัง มันบอกเวลาห้าโมงเย็นแล้ว ถึงเวลาที่เขาต้องกลับไปบ้านณปภาเสียที เขาเลยบอกพ่อกับแม่ของปัทมาออกมาอย่างเกรงใจ แต่พ่อกับแม่ของปัทมาก็พากันตกใจ

                “ตายแล้ว เรากักขังเธอเอาไว้นานขนาดนี้เลยหรือนี่?” พ่อของปัทมาบอกออกมาพลางถอนหายใจ “เวลาสนุกสนานมันมักจะผ่านไปเร็วเสมอเลยเนอะ”

                วาสุกรีพยักหน้า แล้วเขาก็หาโอกาสขอลากลับบ้านก่อน พ่อและแม่ของปัทมา จึงบอกให้ปัทมาไปส่งวาสุกรีที่หน้าบ้าน ปัทมาก็รับคำแล้วก็เดินนำวาสุกรีไปที่หน้าบ้าน

                “ขอบคุณมากนะ ปัท อาหารอร่อยมาก” วาสุกรียกมือกุมท้องที่เต็มไปด้วยอาหาร แล้วเขาก็รู้สึกผิดต่อณปภาเหลือเกินที่เขากินอาหารของเธอไม่ได้แล้ว ปัทมายิ้มให้วาสุกรีอย่างอ่อนโยน ก่อนจะบอก

                “พรุ่งนี้จะมาที่บ้านอีกไหม?” ปัทมาถามแล้วก็พูดต่อ “พ่อกับแม่ปัท ไม่เคยยอมรับเพื่อนผู้ชายของปัทสักคน มีแต่วาคนแรกนี่แหละที่พวกเขาเป็นมิตรด้วย”

                “จริงเหรอ?” วาสุกรีออกจะตกใจแต่ไม่มาก เขาเองก็เพิ่งรู้ก็ตอนนี้เหมือนกัน เขามองดูนาฬิกาข้อมือของเขา “ตายล่ะ ต้องรีบกลับแล้ว งั้นวาไปก่อนนะ”

                “จ้า โชคดีนะ” ปัทมาโบกมือลาวาสุกรีที่วิ่งออกไปจากบ้านของเธอ เธอเฝ้ามองจนเขาหายไปจากสายตา ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป

                ที่บ้านณปภา วาสุกรีกลับมาเป็นคนสุดท้ายเลย พันธกรที่เห็นดังนั้นก็ถามว่าวาสุกรีไปไหนมา? ฝ่ายวาสุกรีก็ตอบอย่างอ้ำๆ อึ้งๆ ทำเอาพันธกรรู้ทัน

                “ไปกับสาวแว่นคนนั้นอีกล่ะสิครับ?” พันธกรที่กำลังตักไก่ทอดกินพูดล้อเลียนวาสุกรีขึ้นมา วาสุกรีถอนหายใจแล้วก็พยักหน้าให้พันธกร

                “ไปก็จริง แต่...”

                “โห แบบนี้ไม่ธรรมดาแล้วว่ะ” ปราชญาพูดขึ้นมาเลย “เล่นไปบ้านติดกันสองวันซ้อนแบบนี้ มันแปลกพิลึกแล้ว”

                “ไอ้ปราช” วาสุกรีว่าใส่เพื่อนชั้นระดับเดียวกัน “ไม่พูดมากอย่างเดิมน่ะดีแล้ว อย่าพูดมาก”

                ปราชญาถึงกับหัวเราะออกมา ทำเอาทรัพย์สินมองเขา ปราชญาที่เห็นว่าทรัพย์สินมองเขา เขาก็ถามว่ามองเขาทำไม? มีอะไรผิดปกติหรือ?

                “ผิดปกติสิ น้องปราชพูดมากขึ้นนะ รู้หรือเปล่า?” ทรัพย์สินบอกออกมา ปราชญาเลยชี้ไปที่ตัวเองอย่างสงสัย

                “ผมนี่เหรอ พูดมากขึ้น?” ปราชญาที่กำลังกินข้าวอยู่ถึงกับหยุดการกินไปเลย ก่อนจะสำรวจตัวเอง “เออ นั่นสิ พูดมากขึ้นจริงๆ ด้วย ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้?”

                “หลายคนเปลี่ยนไปนะ พอมาอยู่ด้วยกันแล้วนานๆ เข้า” ทรัพย์สินบอกออกมา “น้องพันกับน้องสาก็กล้าหาญขึ้น น้องชัยก็ใจเย็นลงกว่าเดิมเยอะ น้องภัทรก็ร่าเริงกว่าเดิม น้องวาก็มีมนุษยสัมพันธ์มากขึ้น พี่เองก็ผ่อนคลายมากขึ้น ไม่ระเบียบจัดเหมือนตอนอยู่ในอาณาเขตแล้ว”

                “คงมีแต่คนเดียวล่ะครับที่ไม่เปลี่ยนไปเลย” ปฏิคมบอกออกมา พันธกรเลยถามว่าเป็นใคร?

                “ก็พี่อรไง” ปฏิคมพูดเสียงดัง “นิสัยไม่เปลี่ยนสักนิด ยังชอบหาเรื่องคนอื่นเหมือนเคย”

                “ชู่ว!” พันธกรหันไปมองรอบโต๊ะอาหารก็ไม่พบอัมพรนั่งอยู่ด้วย เขาถึงกับโล่งใจ “แกอย่าพูดเสียงดังแบบนั้นสิ เดี๋ยวพี่พรก็ได้ยินหรอก”

                “ได้ยินก็ได้ยินไปสิ จะได้รู้ว่าตัวเองนิสัยไม่ดีแค่ไหน?” ปฏิคมพูดแล้วขอดค้าวเข้าปากเป็นคำสุดท้าย ก่อนจะรวบช้อนส้อมลงบนจาน “อิ่มแล้วครับ” แล้วเขาก็ลุกไปเลย วาสุกรีสังเกตเห็นท่าทางของปฏิคมแบบนั้น เขาก็พูดออกมาอย่างงุนงง

                “เดี๋ยวนี้ น้องคมเป็นอะไรไป? ดูอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ผิดปกติ” วาสุกรีสังเกตขึ้นมา ทรัพย์สินเองก็คิดเหมือนกัน ส่วนวรรณสา เธอรู้ดีที่สุดว่าเพราะอะไร? ทำเอาเธอถึงกับถอนหายใจออกมา

                แล้ววาสุกรีก็ยอมรับว่ากินอาหารของบ้านปัทมามาแล้ว เลยกินข้าวของณปภาไม่ได้ เขารู้สึกเสียใจ แต่ณปภาไม่ได้ต่อว่าอะไรเขาเลย “ไม่เห็นต้องขอโทษเลย! น้าไม่ว่าอะไรหรอก คิดมากเกินไปแล้ว”

                “จริงนะครับ” วาสุกรีพูดออกมา “ผมก็นึกว่าน้าจะโมโห...”

                “น้าจะโมโหอะไรกับเรื่องแค่นี้?” ณปภากล่าวยิ้มๆ “กินมาแล้วก็ไม่เป็นไร ขึ้นไปบนห้องชั้นสองก่อนสิ แต่อย่าเพิ่งอาบน้ำนะ เพิ่งกินมาหยกๆ”

                “ครับ ขอบคุณครับ” วาสุกรีเลยขอตัวขึ้นไปบนชั้นสองที่ปฏิคมขึ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว เขากำลังจะเข้าไปในห้อง แต่ก็ได้ยินเสียงปฏิคมบ่นออกมา

                “ใช่สิ เราไม่ใช่ไอ้พันนี่ สาถึงไม่ยอมรับ”

                “หา?” วาสุกรีรู้ว่านี่มันผิด แต่เขาก็แอบดักฟังสิ่งที่ปฏิคมระบายออกมา ปฏิคมก็พูดต่อไปเรื่อยๆ ด้วยตัวคนเดียว โดยไม่รู้เลยว่าวาสุกรีแอบดักฟังอยู่

                “ไอ้พันเป็นเพื่อนเราก็จริง แต่เราก็อดอิจฉามันไม่ได้” ปฏิคมพูดออกมา “มันลำบากใจจริงๆ ทั้งสองคนเป็นเพื่อนเราแท้ๆ แต่เราคิดจะหักหลังเพื่อนเหรอ? ก็สาชอบไอ้พันนี่นะ”

                วาสุกรีเลยเข้าใจว่าทำไมตลอดเวลาหลายวันนี้ ปฏิคมถึงดูไม่พอใจอะไรบางอย่าง ที่แท้ก็เรื่องเป็นแบบนี้เอง ปฏิคมคงจะแอบชอบวรรณสาอยู่ แต่วรรณสาดันไปชอบพันธกร สิ่งที่เขาคาดไว้ในใจไม่ได้ผิดพลาดจริงๆ ด้วย และเขาก็แกล้งทำเป็นปรากฏตัวขึ้นมาในห้อง ปฏิคมที่เพิ่งจะพูดออกไป เขาก็หันขวับมาทันที

                “อ้าว? พี่วา ไม่ทานอาหารหรือครับ?” ปฏิคมถามออกมา วาสุกรีเลยตอบความจริงไปว่าไปทานอาหารที่บ้านปัทมามาแล้ว ก็เลยทานข้าวของณปภาไม่ได้ ปฏิคมได้ยินดังนั้นก็หัวเราะอย่างประชดตัวเองขึ้นมา

                “แหม แต่ละคนก็มีคู่กันทั้งนั้นนะ” เขาว่าออกมาเสียงราบเรียบ “ไม่เหมือนผม ไม่มีคู่ที่ไหนเลย”

                “น้องคม” วาสุกรีพูดขึ้นมา “มันไม่ผิดหรอกที่เราจะชอบคนคนหนึ่ง ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้”

                ปฏิคมถึงกับเงยหน้าขึ้นมาทันที แล้วก็ถามวาสุกรี “อย่าบอกนะว่าพี่ได้ยินที่ผมพูดคนเดียวเมื่อกี้?”

                “ใช่ ทุกคำพูด” วาสุกรีพยักหน้าอย่างยอมรับ “พี่ต้องขอโทษด้วยที่แอบดักฟัง แต่ว่า...”

                “งั้นพี่ก็คงรู้แล้วสินะครับ” ปฏิคมผ่อนลมหายใจออกมา “งั้นผมคงไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้วนะ”

                แล้วปฏิคมก็เดินออกจากห้องลงไปชั้นล่างทันที วาสุกรีจะเรียกแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เขาถอนหายใจออกมา ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของ ‘เพื่อน’ ต้องเป็นแบบนี้เลย

                พอตกกลางคืน พสุก็ชวนคนอื่นๆ คุย เขาเอาจริง เขาไม่ได้กลับไปบ้านของเขาอีกแล้ว พสุคุยกับพวกทรัพย์สินออกมาอย่างสนุกสนาน จนพันธกรต้องยิ้มออกมาและชื่นชมพสุที่เป็นคนเป็นมิตรจริงๆ

                “แหม ไอ้พัน” พสุเอามือเกาศีรษะอย่างเขินๆ “แต่ก็ใช่แหละ ผมเป็นคนเป็นมิตรจริงๆ”

                พูดเสร็จ ทุกคนในห้อง แม้แต่ชัชชัยก็หัวเราะออกมา เว้นแต่วาสุกรี เขาเฝ้ามองปฏิคมที่นั่งซึมอยู่ ไม่ได้หัวเราะอะไรไปกับพวกพันธกรเลย จู่ๆ เขาก็พาปฏิคมออกไปนอกห้อง ท่ามกลางความสับสนของทุกคนว่าเกิดอะไรขึ้น?

                วาสุกรีพาปฏิคมมาที่มุมบ้านเงียบๆ ปฏิคมถามวาสุกรีออกมา “พี่จะพาผมมานอกห้องทำไม?”

                “ถ้าชอบน้องสาก็บอกไปเลยว่าชอบ” วาสุกรีแนะนำให้ปฏิคมฟัง ปฏิคมก็นึกว่าเรื่องอะไร? ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง เขาเลยบอกวาสุกรีไปว่าวรรณสารู้แล้วว่าเขาชอบเธอ แต่เธอก็ปฏิเสธเขา วาสุกรีที่ได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ

                “ผมรู้ ผมแทนที่ไอ้พันไม่ได้หรอก” ปฏิคมกล่าวเสียงเบา เพราะมันใกล้กับห้องของพวกสาวๆ เขากลัววรรณสาจะได้ยิน “ในใจของสามีแต่ไอ้พันเท่านั้น”

                วาสุกรีไม่รู้จะพูดปลอบใจอย่างไรดี? เขาเลยได้แต่ตบบ่าของปฏิคม ปฏิคมก็ส่ายหน้าออกมา ก่อนจะบอก “ผมไม่เป็นไรหรอกครับ แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าผมจะหักหลังเพื่อน ไอ้พันกับผมสนิทกันจนแทบจะเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว ผมไม่มีวันหักหลังเพื่อนแน่นอน”

                วาสุกรีได้ยินอย่างนั้น เขาก็พึงพอใจที่ปฏิคมก็ยังคิดดีแบบนี้อยู่ เขาเลยพาปฏิคมกลับเข้าไปในห้องของพวกหนุ่มๆ เมื่อทั้งสองเข้ามา ทรัพย์สินก็ถามว่าวาสุกรีไปคุยอะไรกับปฏิคมด้านนอก? ทำไมต้องหลบพวกเขาด้วย?

                “ความลับครับ” วาสุกรีบอกออกมายิ้มๆ “บอกไม่ได้”

                “แหม เดี๋ยวนี้มีความลับกันด้วย” พสุบอกออกมาอย่างร่าเริง และเขาก็ชวนพวกทรัพย์สินคุยต่อจนถึงเวลาสี่ทุ่ม ทรัพย์สินเห็นว่าควรนอนได้แล้ว เขาเลยลุกไปแปรงฟัน ก่อนจะบ้วนน้ำทิ้ง แล้วก็เดินกลับมาที่สวิทซ์ไฟ จัดการปิดมันและเดินไปที่เตียงเพื่อจะนอน

                ในความมืด ทุกคนหลับไปแล้ว คงเหลือแต่ปฏิคมที่ยังไม่ได้หลับ แล้วเขาก็ตัดสินใจ ค่อยๆ ลุกออกไปจากที่นอนแล้วเดินไปชั้นล่างที่ไม่มีใคร ณปภาเองก็นอนหลับไปแล้ว ส่วนชานนท์ก็คงพักอยู่ที่สภากลางหมู่บ้าน เขาเดินออกมานอกบ้านที่มีแสงไฟจากอาณาเขตส่องสว่าง

                “อ้าว? คม” มีเสียงหนึ่งเรียกเขา เป็นเสียงที่เขาคุ้นเคย วรรณสานั่นเองที่เดินลงมา ปฏิคมเห็นเธอเข้าก็ถอนหายใจ ก่อนจะพูดออกมา

                “สา ไม่นอนเหรอ?”

                “นอนไม่หลับ” วรรณสาบอก “ในกระเป๋าปฐมพยาบาลไม่มียานอนหลับเสียด้วย”

                แล้วทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดอะไรเป็นเวลานานสามสิบวินาที จนปฏิคมเริ่มรู้สึกอึดอัด เขาเลยหาเรื่องมาคุย “เออ เมื่อไหร่สาจะทำคุกกี้อีกล่ะ? คมรอกินอยู่นะ”

                “อยากกินเหรอ?” วรรณสาถามออกมาอย่างสนใจ “งั้นพรุ่งนี้สาทำให้ก็ได้ จะเอารสอะไรล่ะ?”

                แล้วปฏิคมก็บอกออกไป วรรณสาก็สัญญาว่าจะทำ จากนั้น ทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดอะไรเป็นเวลานานอีกกว่ายี่สิบวินาที จนวรรณสาก็เริ่มรู้สึกอึดอัดเหมือนกัน เธอเลยบอกว่าขอตัวไปนอนก่อน ก่อนจะเดินขั้นบันไดไป ปฏิคมมองตามเธออย่างเสียใจ วรรณสารู้ความจริงแล้ว และมันทำให้เขากับเธอเข้าหน้ากันไม่ติดจริงๆ ด้วย

                “เฮ้อ” ปฏิคมถอนหายใจออกมา ก่อนจะออกมาเดินบริเวณลานกว้างที่เคยเป็นลานต่อสู้กับพวกเอไอ เขาเดินไปเดินมาเล่นๆ รอบๆ แล้วก็รู้สึกเบื่อ ก็เลยเดินกลับเข้าบ้านไป

            วันรุ่งขึ้น พวกเด็กทหารม.ปลายก็ลงมาทานข้าวเช้าตามปกติ พสุที่ออกจะตื่นเต้นว่าวันนี้มีอะไรกิน? เขาก็ถามพันธกรใหญ่ว่ามื้อเช้านี้เป็นอะไร?

                “แล้วฉันจะไปรู้ได้ไงล่ะ?” พันธกรตอกกลับเข้าให้ พสุจึงร้องโอดครวญ

                “ก็ปกติกินอะไรบ้างล่ะ?” พสุถามออกมา “ฉันรู้ว่าแกไม่รู้หรอก แต่ถามเฉยๆ ว่าปกติตอนเช้ากินอะไร? ก็แค่นั้น”

                พันธกรจึงตอบออกไป เมื่อพสุได้รับคำตอบ เขาก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ และเขากับพวกเด็กทหารม.ปลายก็ลงมานั่งที่โต๊ะรับประทานอาหารเช่นเดิม วรรณสากับณปภาเป็นคนยกอาหารมาเสิร์ฟเช่นเคย วันนี้วรรณสาแสดงฝีมือทำอาหารเองด้วย เป็นต้มจับฉ่าย

                “ต้มจับฉ่าย?” ชัชชัยถามออกมาอย่างสงสัย “มันเป็นยังไงเหรอ? ไม่เคยได้ยิน”

                วรรณสาก็อธิบายไปว่ามีแต่ผักทั้งนั้น ดีต่อสุขภาพ แต่ชัชชัยกลับทำหน้าเบ้ เขาไม่ชอบทานผักนั่นเอง ณปภาก็บอกว่าวรรณสาทำอร่อย รับรองชัชชัยต้องชอบแน่ๆ

                “โห ผมไม่ค่อยชอบทานผักเลย” ชัชชัยบอกออกมา “แต่เพื่อสา จะลองกินดูก็ได้”

                วรรณสาได้ยินอย่างนั้นจึงยิ้มออกมา แล้วก็เลื่อนชามใส่ต้มจับฉ่ายไปให้ชัชชัย กลิ่นมันก็หอมดีเหมือนกัน ชัชชัยถอนหายใจก่อนจะตักผักขึ้นมาผสมกับข้าวแล้วก็กินเข้าไป

                “หือ อร่อยเหมือนกันนี่!” ชัชชัยถึงกับแปลกใจ เพราะดูหน้าตาของอาหารมันดูไม่น่ากินเลย แต่พอกินเข้าไปจริงๆ ก็อร่อยเหมือนกัน วรรณสาเลยยิ้มอย่างดีใจ พสุได้ยินอย่างนั้นจึงลากชามใส่ต้มจับฉ่ายมาลองกินด้วย

                “โห อร่อย” พสุหันไปชื่นชมวรรณสา “อร่อยมากเลย สา รสชาติอย่างนี้เลย” เขายกนิ้วโป้งให้ วรรณสายิ้มออกมาอย่างยินดี ขณะที่ณปภาเอ่ยออกมา

                “แหม เดี๋ยวนี้ มีแต่คนชมน้องสานะ ไม่มีใครชมอาหารของน้าเลย” ณปภาบอกออกมา ทำเอาวาสุกรีที่รู้สึกผิดที่ไม่ได้กินกับข้าวเมื่อวานต้องพูดออกมาว่าอาหารที่ณปภาทำอร่อยมากแล้ว ทำเอาณปภาหัวเราะออกมา

                “น้าพูดเล่น! คิดเป็นจริงเป็นจังไปได้” ณปภาบอกกับวาสุกรี “น้องวาเครียดมากเกินไปแล้ว รู้ตัวหรือเปล่า?”

                “จริงหรือครับ?” วาสุกรีว่าแล้วถอนหายใจออกมา “อาจจะจริงก็ได้นะ”

                ภัทรที่กำลังกินข้าวอยู่แอบเหลือบมองชัชชัย ฝ่ายชัชชัยก็กินข้าวตามปกติ แต่ภัทรรู้ดี ในใจของชัชชัยสุมเป็นไฟร้อนแรงแล้ว ที่เขาบอกว่าหายจากอาการเศร้าแล้ว เขาอาจจะหายจริงๆ แต่ดันมีอาการที่แสดงถึงความแค้นเข้ามาแทนที่ เขาไม่รู้เลยว่าถ้าชัชชัยเจอพวกเอไอจะเกิดอะไรขึ้น?

                “หือ?” ชัชชัยที่รู้ตัวว่าภัทรมองเขาอยู่ก็ถามขึ้น “มองฉันทำไม ไอ้ภัทร?”

                “อ๋อ เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” ภัทรรีบบอกปัดไป ก่อนจะบอก “วันนี้ไปเล่นบอลกับพี่เบิ้มอีกดีกว่า”

                พอสายหน่อย แต่ละคนก็แยกย้ายกันไปโรงเรียน บางคนก็หยุดอยู่บ้าน บางคนก็ออกไปเที่ยวในตลาดในอาณาเขต ฝ่ายพันธกรกับพสุก็เดินเข้ามาในโรงเรียนพลางพูดคุยกันในโรงอาหาร แต่พวกเขาไม่ได้กินข้าว พวกเขาคุยกันจนถึงเวลากระดิ่งเข้าแถวดัง ทั้งสองเลยไปต่อแถวที่ห้องของตัวเอง

                “นี่ แกแน่ใจนะว่าจะไม่แก้ข่าว” พสุถามออกมาน้ำเสียงจริงจัง “ปล่อยให้คนนินทาแบบนี้ มันไม่ดีนะ”

                “คนจะพูดอะไรก็ช่างมันเถอะ” พันธกรบอกออกมาอย่างปลงตก “ฉันไม่สนใจ”

                ฝ่ายทวินนาที่เรียนชั้นม.หก เธอก็ได้ยินคนอื่นๆ พูดถึงเรื่องพันธกรในแง่ไม่ดีเช่นกัน เธอเลยเข้าไปพูดกับเด็กชั้นระดับเดียวกัน “นี่ ความจริงมันไม่ใช่เลยนะ”

                “แล้วเธอมายุ่งอะไรด้วย?” ฝ่ายเด็กสาวชั้นม.หกด้วยกันเอ่ยออกมาทันที “เป็นญาติกับนายพัน ฆาตกรนั่นเหรอ?”

                “เขาไม่ใช่ฆาตกร แล้วฉันก็เป็นเพื่อนกับเขา” ทวินนาบอกออกมาตรงๆ เลย อีกฝ่ายได้ทีก็เลยต่อว่าทวินนาออกมา

                “เป็นเพื่อนกับฆาตกร คงจะนิสัยเหมือนกันสินะ”

                ทวินนาถึงกับโกรธทันที เธอใช้ฝ่ามือตบหน้าของอีกฝ่ายจนหน้าหัน ฝ่ายเด็กสาวชั้นม.หกที่ถูกตบหน้า ก็เข้ามาต่อสู้กับทวินนา เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันเกิดขึ้นภายในห้องเรียน จนอาจารย์เข้ามาเห็นจึงห้าม แล้วก็ขู่ว่าจะไปฟ้องห้องปกครอง หากทั้งสองคนไม่ยอมหยุดทะเลาะกัน

                ที่สโมสรนักเรียนที่ทรัพย์สินทำงานอยู่ จู่ๆ ก็มีเรื่องเข้ามา เขารีบเปิดดูเอกสารก็พบว่าเป็นเรื่องของทวินนากับเด็กผู้หญิงอีกคนที่เกิดการทะเลาะกันเกิดขึ้น ทรัพย์สินถอนหายใจออกมา เพราะไม่คาดคิดว่าทวินนาจะหาเรื่องใครเป็น เล่นเป็นคนเงียบๆ แบบนั้น

                “มันเกิดอะไรขึ้น?” ทรัพย์สินถามตัวเองแต่ก็ตอบไม่ได้ แล้วเขาก็คิดว่าจะไปพูดกับทวินนาตอนเย็นนี้เสียหน่อย

    คล้ายกับเรื่องDead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย ที่คุณอ่าน

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273