เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 32

    ติ้งๆ...!


    [คุณล่วงละเมิดทางเพศ ได้รับ 50,000 บาท]

    [คุณคุกคามทางเพศ ได้รับ 10,000 บาท]

    [คุณปลุกเร้าอารมณ์ ได้รับ 10,000 บาท]

    [คุณเอม ยอมจำนน คุณไปช่วงระยะหนึ่งได้รับ 10,000 บาท]

    [คอมโบครวญคราง ต่อเนื่อง ได้รับรวม 200 บาท]

    [สร้างความเจ็บปวด ได้รับ 10,000]

    [รวม 81,500 บาท]

    [ยอดคงเหลือ 605,280 บาท]


    ผมเหลือบตามองหน้าจอโปร่งแสงที่ลอยอยู่ตรงหน้า ก่อนจะขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นข้อความหนึ่ง “เฮ้ย…แกว่าฉันล่วงละเมิดกับคุกคามทางเพศคุณเอมเหรอ” [คุณทำเช่นนั้นจริง ๆ ครับ] เสียงเรียบ ๆ ของระบบดังสวนทันที


    พอผมคิดทบทวนดูดี ๆ มันก็ใช่จริง ๆ จากนั้นสักพักผมก็มองดูจำนวนเงินที่ได้รับจากการกระทำของผมเมื่อสักครู่นี้ แล้วพึมพำออกมา “ถ้ามีระดับความสนิทที่มากกว่านี้ ก็คงได้ค่าตอบแทนมากกว่านี้…เสียดายชะมัด”


    ผมยกยิ้มมุมปาก “แต่ก็คุ้มแล้วล่ะ…สาวสวยวัยสี่สิบสาม สุดยอดจริง ๆ”


    ขณะนั้นเองแจ้งเตือนหนึ่งก็ดังขึ้น


    [สกิล หัวใจสิงห์ หมดเวลา จะให้งานได้ในอีก 24 ชั่วโมง]


    ทันใดนั้น ร่างกายของผมก็พลันเย็นวาบ ความรู้สึกผิดเล็ก ๆ ค่อย ๆ กัดกินหัวใจ


    “ฉัน…ทำอะไรลงไปเนี่ย” ผมเผลอพึมพำออกมา สองมือยกขึ้นกุมศีรษะอย่างสิ้นหวัง


    ...


    ผมสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา ตอนนี้เวลาเกือบหกโมงครึ่งแล้ว ฟ้าด้านนอกหน้าต่างเริ่มสว่างไสวด้วยแสงอรุณ


    แต่ถึงอย่างนั้น…ผมก็ยังนอนนิ่งอยู่บนเตียง ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวออกจากห้อง เพราะเรื่องที่ก่อไว้เมื่อคืนยังตามหลอนอยู่ในหัว


    ในความเงียบที่กดทับอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ก๊อก ๆ ตามมาด้วยเสียงของพี่กิ่งดังลอดเข้ามา


    “น้องวายุตื่นหรือยัง? ตอนนี้เจ็ดโมงแล้วนะ คุณนายให้พี่มาเรียกไปกินข้าว”


    เมื่อได้ยินดังนั้น ผมจึงตะโกนตอบกลับไป


    “รอแป๊บนะครับพี่กิ่ง เดี๋ยวผมล้างหน้าก่อน”


    “จ้ะ…” เสียงเธอตอบสั้น ๆ จากนอกประตู ก่อนจะเงียบลงไป


    ไม่นานผมก็เปิดประตูออกไป พลางยกมือไหว้พี่กิ่งพร้อมรอยยิ้มทักทาย


    เธอตอบรับด้วยสีหน้าที่เบิกบานสดใส ราวกับมีเรื่องดีเกิดขึ้น ก่อนเอ่ยออกมาเสียงแผ่วแต่เต็มไปด้วยความสุข “วันนี้จะได้ทานอาหารฝีมือคุณนายด้วยนะ”


    ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ทำไมพี่ดูดีใจขนาดนั้นครับ?”


    พี่กิ่งลดเสียงลงกระซิบใกล้ ๆ ราวกับกลัวใครได้ยิน


    “ก็นาน ๆ ทีคุณนายจะทำกับข้าวให้พวกเรา ส่วนใหญ่ก็ทำให้แต่นายท่านกับลูก ๆ …อีกอย่าง ของที่คุณนายเอามาทำก็มีแต่ของดี ของแพงทั้งนั้น”

    เธอหัวเราะเบา ๆ พลางกลืนน้ำลาย “พูดแล้วก็น้ำลายสอ…”


    ไม่นานนัก ผมก็เดินมาถึงห้องครัว


    ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป กลิ่นหอมก็ลอยมาเตะจมูก กลิ่นชีสผสมกับแฮมที่อบอวลไปทั่วห้อง


    ผมก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะอาหาร แล้วสายตาก็สะดุดเข้ากับ สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า จานใหญ่ วางเคียงคู่กับแซนด์วิชแฮมชีสร้อน ๆ ควันขาวลอยคลุ้งชวนหิวจนท้องร้อง


    ทว่าทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นคุณเอม หัวใจของผมก็แทบร่วงลงไปอยู่ตาตุ่ม ความทรงจำเรื่องเมื่อคืนผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่


    เธอยืนหันหลังให้ มือไม้กำลังตักเส้นสปาเก็ตตี้ลงจานอย่างใจเย็น ร่างระหงในชุดเดรสกระโปรงสีขาวยาวเหนือหัวเข่าเล็กน้อย ตัดกับผ้ากันเปื้อนที่คล้องอยู่ด้านหน้า แขนเสื้อถูกถลกขึ้นจนถึงข้อศอก เผยผิวขาวนวลตา เสี้ยวภาพนั้นช่างทำให้ผมยิ่งรู้สึกอึดอัดในอก


    ขณะนั้นเอง เธอหันกลับมา ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส ดวงตาสบมาที่ผมโดยไม่แสดงพิรุธใด ๆ


    “คุณวายุ มาสักที…พี่เหมยหิวจะไม่ไหวแล้วนะ”


    น้ำเสียงเธอเรียบปนขี้เล่น พร้อมรอยยิ้มบางเบา ราวกับว่าเมื่อคืนไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลย


    เธอวางจานที่สามลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันมายิ้มบาง ๆ แล้วแกล้งพูดหยอก


    “กินให้อร่อยนะคะ…ไม่อร่อยก็ต้องกินอยู่ดี”


    จากนั้นก็หันกลับไปที่หน้าเตาอย่างไม่ใส่ใจนัก พี่เหมยหัวเราะคิก ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใสเต็มไปด้วยความจริงใจ “คุณนายทำอะไรก็อร่อยหมดแหละค่ะ”


    พี่เหมยตักเข้าปากคำแรก ก่อนร้องเสียงดังอย่างตื่นเต้น


    “โห้! อร่อยจัง ร้อน ๆ ด้วย”


    คุณเอมได้ยินเข้าก็หลุดยิ้มบาง ๆ ออกมา “ค่อย ๆ ทานสิ มันยังร้อนอยู่”


    พูดจบ เธอก็ยกจานอาหารสองใบออกจากห้องครัวไป วางลงบนโต๊ะอาหาร


    ผมแอบมองคุณเอมอยู่เป็นระยะ แต่ก็รู้ทันทีว่าเธอเก็บความรู้สึกได้ดี… ผมคงต้องหาโอกาสไปขอโทษเธอให้เร็วที่สุด


    “มะขิง… ลงมาทานข้าวได้แล้วลูก”


    เสียงของคุณเอมดังลอยมาจากนอกห้องครัว ผมเห็นเธอเงยหน้ามองไปยังระเบียงชั้นสอง


    “มะขิง” เธอเรียกอีกครั้ง 


    ในที่สุดมะขิงก็ตอบกลับมา “ค่ะแม่…แป๊บเดียวค่ะ”


    คุณเอมกลับไปนั่งที่โต๊ะอาหารอีกครั้ง ผมมองไปยังระเบียงชั้นสองที่เห็นได้พอแอบๆ ก็เห็นมะขิงสอดสายตามองลงมา เธอหันซ้ายหันขวาเหมือนกำลังมองหาใครสักคน


    เมื่อเดินลงมาผ่านห้องครัว เธอสบตาผมที่นั่งทานอาหารอยู่ แต่ก็แกล้งทำเป็นมองผ่าน พยายามไม่สบสายตาใด ๆ


    มะขิงเดินไปนั่งกับคุณเอม เธอย้ายจานของตัวเองเปลี่ยนที่นั่ง ก่อนจะหันหลังให้ผม


    ผมไม่ได้เอาใจไปคิดเรื่องมะขิงมากนัก สิ่งที่ครอบงำความคิดอยู่ตอนนี้ กลับเป็นเรื่องคุณเอมมากกว่า…


    ระหว่างที่ผมทานอาหารไปพลางพูดคุยกับพี่เหมยและพี่กิ่งอย่างสนุกสนาน สายตาของคุณเอมก็ชำเรืองมองมาที่ผม 


    อยู่ ๆ ความคิดของเธอก็ย้อนกลับไปยังเหตุการณ์เมื่อคืน เรื่องราวและความรู้สึกที่ร้อนรุ่มผุดขึ้นในใจของเธอ


    เธอบิดขาตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ราวกับพยายามระงับความรู้สึกนั้นไว้


    คุณเอมรู้สึกร่างกายร้อนวูบวาบอีกครั้ง เหงื่อผุดขึ้นที่ขมับทันใด ท่ามกลางความสับสน มะขิงก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง


    “แม่คะ…เป็นอะไรเหรอ... ร้อนหรือคะ?”


    คุณเอมหันไปมองมะขิง


    “อืม…นิดหน่อย แค่แม่เพิ่งทำกับข้าวเสร็จ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง”


    น้ำเสียงเธอเรียบและอ่อนโยน พยายามทำให้มะขิงไม่ต้องเป็นห่วง


    ...


    หลังจากนั้นขณะที่ผมก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดรถหลังฝนตกเมื่อคืน เสียงหนึ่งก็ดังแทรกมาจากด้านหลัง


    “จ๊ะเอ๋~”


    พี่กิ่งจงใจทำเสียงแหย่เล่นจนผมสะดุ้งโหยง หัวใจแทบหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม


    “พี่กิ่ง…ผมตกใจหมดเลย” ผมบ่นพลางยกมือกุมอกตัวเอง


    เธอหัวเราะคิกกับท่าทีของผมที่ทำหน้าตื่นเกินเหตุ ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการขึ้นมา


    “คุณนายบอกว่า ประมาณเก้าโมงจะออกไปทำธุระนะจ๊ะ ให้เตรียมรถไว้ด้วย เอาเป็นคันนี้นะที่น้องกำลังเช็ดอยู่”


    “ครับ” ผมตอบพลางหันกลับไปดูรถเล็กน้อย รถโตโยต้า อัลพาร์ด คันสีดำเงาวับ “…ว่าแต่พี่รู้ไหม คุณนายจะไปไหน” ผมถามกลับพลางเช็ดมือตัวเองกับผ้า


    “อืม…คุณนายไม่ได้บอกไว้หรอก” พี่กิ่งส่ายหน้ายิ้มบาง ๆ


    “โอเคครับ งั้นก็อีกประมาณสามสิบนาทีเอง” ผมพยักหน้ารับ มองดูนาฬิกาบนผนัง 

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน