月火 เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ(Book2 On going...)

    บทที่ 74 ซวนซานจุน

    บทที่ 74 ซวนซานจุน

     

    “เป็นอย่างไรบ้าง การที่ได้เจอนางอีกครั้งแบบนี้เจ้ารู้สึกเป็นอย่างไร”

    “ก็ยังรู้สึกยินดีแบบเดิมขอรับ เพียงแต่ว่าข้าไม่เข้าใจว่าในตอนนี้ข้าเป็นอะไรไปแล้ว ทำไมข้าถึงยังอยู่ที่นี่ทั้งๆที่ข้าได้ตายไปแล้วหรือขอรับ”

    “เพราะว่าในช่วงสุดท้ายของชีวิต เจ้าได้ทำการให้ในสิ่งที่ยากที่สุด ก็คือการให้อภัยต่อบิดาผู้เอาชีวิตของเจ้า ทั้งยังตัวเจ้าในตอนนั้นได้ระลึกถึงบุญคุณของนางที่มีต่อเจ้า ต่อผู้คนที่อยู่รอบกายของเจ้า ทำให้เจ้าสามารถพ้นสภาวะจิตความเป็นมนุษย์ แล้วเสวยรูปของการเป็นเทพได้ในตอนนี้”

    “เทพอย่างนั้นหรือ...”

    “เพียงแต่ว่าเจ้ายังสั่งสมบุญบารมีมาไม่มากพอ มิได้บรรลุธรรม หรือมิได้สร้างกรรมอันยิ่งใหญ่ จนสามารถรังสรรค์ปราสาทและบริวารของเจ้าได้ เมื่อรวมกับดวงจิตสุดท้ายของเจ้าที่ผูกติดกับสถานที่แห่งนี้ เจ้าก็เลยยังเป็นเทพเบื้องต่ำที่ยังมิได้ไปไหน

    ถึงฟังดูอาจจะไม่ค่อยน่าฟังสักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายแล้วเจ้าก็ยังสูง กว่าภพมนุษย์ที่เจ้าจากมามาก”

    “แล้วหลังจากนี้ข้าควรจะทำอย่างไรต่อไป”

    “ตราบเท่าที่เจ้ายังไม่ก้าวพ้นห้วงสังสารวัฎ กล่าวคือยังเกิดในภพของมนุษย์ เทพ เดรัจฉาน เปรต และสัตว์นรก เจ้าก็จะยังคงเวียนว่ายแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพียงแต่ว่าภพที่เจ้าเกิดคือเทวานี้ เจ้าถือกำเนิดโดยฉับพลันมิได้มีบิดาหรือมารดา แต่กำเนิดขึ้นมาโดยกรรมก็คือการกระทำที่ผ่านมาของเจ้า”

    “แล้ว...”

    “ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการอะไร เจ้ายังมีเวลาอีกมาก เพราะเวลาของเจ้าเพียงหนึ่งวัน เท่ากับเวลาในโลกถึง 50 ปี หลังจากที่ข้าจัดการทุกสิ่งทุกอย่างเสร็จแล้ว ข้าจะกลับมาพูดคุยกับเจ้าอีกครั้ง ส่วนคำแนะนำที่ข้าพอจะมอบให้เจ้าได้ อีกไม่นานก็จะมีการแสดงธรรมขึ้น โดยสิ่งที่ข้าได้ ฝากเอาไว้กับนางเซียนน้อยของเจ้า 

    ข้าอยากให้เจ้าตั้งใจฟังมันอย่างดี แล้วหลังจากนั้นเจ้าก็จะได้เข้าใจเองว่าสิ่งที่ข้าพูดทั้งหมดมันคืออะไรกันแน่”

    “ท่านเป็นใครกันแน่ขอรับ แล้วท่านกำลังจะไปไหนกัน”

    “ข้าก็เป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ไม่มีอะไรมากหรือน้อยไปกว่านั้น ส่วนข้ากำลังจะไปไหน ข้าเพียงแค่ต้องลงไป ยังนรกชั้นล่างสุด เพื่อแบกรับกรรมของข้าที่ติดค้างไว้ ทั้งหมดมันก็เพียงแค่นั้นแหละ”

    “ถ้าอย่างนั้นก็ไปดีมาดีนะขอรับ”

    “ไปดีมาดี... นั้นสิน่ะ” ชาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว “ขอบใจเจ้ามาก ไหนๆ เจ้าก็เป็นผู้ที่อวยพรข้าเป็นคนแรก ในตลอดช่วงระยะเวลานานแสนนานที่ผ่านมา ข้าจะขอบอกเจ้าไว้สักอย่างหนึ่ง ว่าสำหรับพวกเราที่ยังคงวนเวียนอยู่ใน ห่วงแห่งการเกิดและการตาย จิตใจของเจ้าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด 

    ตราบเท่าที่เจ้ายังคงยึดติดต่อจิตใจ ก็จงสร้างจิตใจของเจ้าให้เข้มแข็ง เจ้าในตอนนี้ไม่ใช่เด็กชายขี้แยเหมือนแต่ก่อนแล้ว จงเปิดใจให้กว้าง แล้วเรียนรู้การใช้ชีวิตในแบบของเจ้าเอง... 

    จงเลือกเองว่าเจ้าจะเป็นใคร จงเลือกเองว่าเจ้าจะทำอะไร ไม่มีใครมากำหนดชีวิตของเจ้าได้ ตอนนี้เจ้าก็ได้อัตภาพความเป็นเทพ ตอนนี้เจ้าก็ได้รู้แล้วว่าเทพนั้นมิใช่อะไรที่สูงส่ง เป็นเพียงแค่ผู้ที่มีจิตฝ่ายดีมากกว่าจิตฝ่ายเลวก็เท่านั้น 

    มันสำคัญที่ว่าเจ้าตั้งใจจะเป็นและทำอะไรต่อไปจากนี้ก็เท่านั้น ข้าเองก็ขอให้เจ้าโชคดีในทางที่เลือก หากเจ้าเลือกถูกแล้วข้าจะมอบของขวัญให้เจ้าสักอย่างหนึ่ง แต่เจ้าจะไม่ได้รับมันหากเจ้าเลือกในทางที่ผิด”

    “...”

    “เจ้าตอนนี้เป็นอัตภาพที่พึ่งถือกำเนิดใหม่ ความตั้งใจของเจ้านับแต่นี้ไปจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ข้าพอจะบอกได้มันก็มีเท่านี้แหละ...ข้าไปล่ะ”

    หลังจากกล่าวจบ เบื้องหน้าของชายหัวโล้นเตียน ก็ปรากฏเป็นห่วงอากาศสั่นไหว แม้มันจะไม่กระทบสิ่งภายนอกใดๆ อย่างสิ้นเชิง จนผู้คนปกติทั่วไปไม่สามารถมองเห็นหรือรับรู้มันได้ แต่สำหรับเทวะบุรุษหนุ่มผู้ถือกำเนิดใหม่แล้ว ห่วงอากาศเบื้องหน้าที่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง จนฉีกแยกออกจากกัน 

    ทำให้สามารถมองเห็นโลกอีกฟากหนึ่งเบื้องหน้า มันคือดินแดนสีแดงฉาน ที่แผ่ไอความร้อนออกมาอย่างรุนแรง จนแทบไม่สามารถจะเข้าใกล้มันได้ จนท้ายที่สุดเขาก็ถอยออกไปไกลแสนไกล มองร่างของคนๆนั้นที่เพียงแค่หันกลับมามองด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินหายเข้าไปก่อนที่ห่วงอากาศที่แตกออกก่อนจะปิดลง 

    ถึงเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝากฝั่งหนึ่งเป็นที่ไหนหรือแห่งหนตำบลใด แต่ความรู้สึกว่าเขานั้นหวาดกลัวหวั่นเกรงสถานที่แห่งนั้นที่สุดในชีวิต ไม่ว่าโลกอีกฝาคหนึ่งจะเป็นที่ไหน แต่จิตใจของเขาก็ร่ำร้องอย่างรุนแรง ว่า สถานที่แห่งนั้นเป็นที่ที่อันตรายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสำหรับใครที่ไหน หรืออะไรทั้งนั้น

    เพราะเพียงแค่ชั่วขณะนึงที่มันเปิดขึ้นมาเพียงไม่กี่อึดใจ ทั้งความหวาดกลัว ความหวาดวิตก ความเศร้าโศก ความเสียใจ ความทุกข์ทรมาน ความร้อนแรงจากการแผดเผาทุกๆ สิ่งทุกๆอย่างมันถาโถมเข้ามายังไม่มีที่สิ้นสุด

    ที่สำคัญที่สุด แม้มันจะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวหนึ่ง เเต่เขาก็ยังคงสามารถรับรู้สึกได้ว่า วันเวลาในสถานที่แห่งนั้น จะไหลไปอย่างรวดเร็วเป็นอย่างมาก แตกต่างจากห้วงเวลาที่เขาอยู่ในตอนนี้ แม้มันอาจจะฟังดูยากสำหรับคนทั่วไป แต่ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนเศษที่ผ่านมาหลังจากที่เขาตายไปแล้ว เขารู้สึกได้ว่าเวลาของเขาผ่านไปยังไม่พ้นวันเดียวเลยด้วยซ้ำ 

    แต่ในที่แห่งนั้นที่คนผู้นั้นกำลังมุ่งหน้าไป เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าเวลาหนึ่งวันในโลกมนุษย์ มันจะยาวนานสักเท่าไหร่กันในสถานที่แห่งนั้น ทำไมคนผู้นั้นถึงต้องไปยังในที่แบบนั้น มันเป็นอะไรที่ยากเกิน เข้าใจจริงๆ

     

    เฮ้อ...

    มันนานมากกว่าที่ชายหนุ่มผู้พึ่งจะถือกำเนิดใหม่จะสามารถ ละความสนใจจากเรื่องราวที่เพิ่งจะเกิดขึ้นได้ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องวาง สิ่งที่เกิดขึ้น แล้วเริ่มคิดถึงสิ่งที่จะทำต่อไปอยู่ดี 

    “นั้นสิน่ะ เหมือนกับที่เขาได้บอกเอาไว้ ตัวข้าจะต้องเลือกว่าข้าจะเป็นใครต่อไปหลังจากนี้” 

    เขามองลงไปยังหุบเขาเบื้องล่าง มองลงไปยังในที่ที่เขาเคยรักและผูกพันธ์มากที่สุด ตามตำนานที่เขาเคยได้ยินได้ฟังในสมัยที่เขายังเป็นเด็ก ว่ากันว่าทวยเทพจะคอยพิทักษ์ ปกปักษ์โลกมนุษย์ ว่ากันว่าทวยเทพนั้นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหนือฟ้าเหนือแผ่นดิน เป็นผู้ที่คอยโอบกอดโอบอุ้มโลกใบนี้เอาไว้

    แต่ว่าหลังจากที่เขาได้ถือกำเนิดมาอีกครั้ง เขาไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นเลยสักนิดเดียว เพียงแค่รู้สึกว่าความทุกข์ ความทรมานใจก่อนหน้านี้มันได้หายไป เหลือเพียงแค่ความทรงจำช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น มันอาจจะเป็นสิ่งที่ชายคนนั้นได้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ มันก็เป็นเพียงแค่ความระลึกจำได้ของเขาในฐานะที่เคยเป็น แต่ก็ไม่ควรยึดติดมันมากเกินไป

    “แต่ข้าก็ยังอยากอยู่ที่นี่ ขายยังอยากปกป้องทุกๆคน เสียดายที่ข้าไม่มีพลังมากพอที่จะทำอย่างนั้น”

    ในตอนนั้นเอง ในตอนที่เทพบุตรหนุ่มกำลังเฝ้ามองลงไปยังโลกเบื้องล่าง พร้อมกล่าวคำออกมาจากจิตสำนึกที่แท้จริงของเขา ก็เกิดเสียงสนั่น ดังลั่นไปทั่วทั้งดินแดนโลกกะธาตุ พร้อมๆ กับพลังอำนาจอันมหาศาล แล่นเข้ามาในร่างของเขาอย่างมิขาดสาย จนในท้ายที่สุดก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะจบลง เขาก็ได้ยินเสียงกระซิบเสียงหนึ่งดังขึ้น มาในห้วงสำนึก

    ‘ข้าดีใจนะที่เจ้าเลือกทางนี้ และนี่คือสิ่งที่ข้าจะมอบให้ตามที่สัญญาไว้ หลังจากนี้ไปข้าคงไม่สามารถลงมาที่นี่ได้อีกแล้ว ช่วยปกป้องที่นี่ ช่วยปกป้องนางแทนข้าที...’

    ซวนซานจุน

     

     

    ..........................................

    ซานจุน (山君): แปลว่า "เจ้าแห่งภูเขา" สื่อถึงความเป็นผู้ปกครองและผู้พิทักษ์

    ซวนจี (玄机): แปลว่า "ความลับแห่งสวรรค์" สื่อถึงความลึกลับและความรู้แจ้ง

    ซวนซานจุน (玄山君): 

    ย่อคำว่า "ซวนจี" เหลือเพียง "ซวน" เพื่อให้ชื่อสั้นลง

    สื่อถึงเทพผู้ปกครองภูเขาที่มีความลึกลับ

     

     

     

    มาแล้วจ้า ตอนแรกของวัน และตามสัญญาครับ ตอนนี้กับตอนถัดไปอ่านฟรีเน้อ

    คล้ายกับเรื่อง月火 เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ(Book2 On going...) ที่คุณอ่าน