บทที่ 5 ข่าวชวนขนลุก
เช้าของวันรุ่งขึ้นลุคตื่นขึ้นมา แม้ว่าเขาอยากอยากจะนอนต่ออีกหลายชั่วโมงแต่ร่างกายกลับไม่ยอมให้เขาทำอย่างนั้น ดูเหมือนมันจะคุ้นชินกับการตื่นใน่เช้าเสียแล้ว
เมื่อวานนี้เขาได้รถม้าของตระกูลเบดิกมาส่งทำให้ไม่ต้องเดินไปบนถนนยามดึก เขามัวแต่คิดเื่ที่ตนย้ายมาอยู่ในร่างนี้จนลืมเ้าตัวประหลาดคืนนั้นไปเสียสนิท เขายังจำคำขู่ของมันได้เป็อย่างดี แม้มีความเป็ไปได้ที่มันอาจจะแค่พูดไปอย่างนั้น แต่เพื่อความไม่ประมาทคงต้องระมัดระระวังยิ่งขึ้น
ลุคออกจากห้องไปเพื่อทานอาหารเช้าก่อนที่จะคิดอะไรต่อ วันนี้เขาไม่ต้องไปทำงานเนื่องจากรีมัสแจ้งว่ากำหนดการพักฟื้นเขายังเหลืออีกสามวัน ใน่ที่ว่างนี้เขาว่าจะลองทำตัวให้คุ้นชินกับที่นี่ดู
ภายในห้องครัวมีมากาเร็ตกับร็อดอยู่เท่านั้น ลีแแอนน่าและเฟรย์นยังคงไม่ตื่นหรือบางทีอาจจะยุ่งอยู่กับการแต่งตัวก็เป็ได้
“อรุณสวัสดิ์ครับแม่ คุณร็อด”
ลุคกล่าวทักทายทั้งสอง
“เ้าหนูลุคตื่นแล้วเหรอ มานั้งนี่สิ แม่ของเธอเตรียมอาหารไว้พร้อมแล้ว”
ร็อดพูดอย่างเป็กันเองพลางดึงเก้าอี้ออกมา สำหรับลุคคงไม่มีผู้เช่าร่วมคนไหนนิสัยดีไปกว่าชายคนนี้แล้ว นิสัยใจเย็น เป็มิตร และมองโลกในแง่ดีของเขามักสร้างความสบายใจให้แก่คนรอบข้าง
“่นี้เป็ยังไงบ้างครับ” ลุคนั่งลงด้วยท่าทีสบายๆก่อนจะเริ่มบทสนทนา
“ก็น่าเบื่อเหมือนเดิมละนะ ยิ่งถ้าหากได้รับหน้าที่ดูแลเรือของเ้าพวกผู้รับใช้กางเขนที่มาเทียบท่าแล้วละก็ มันทำให้นายแทบอยากจะลาออกเลยละ”
ลุคทำหน้าแปลกใจ
ผู้รับใช้กางเขน นี่ไม่ใช่ชื่อที่แปลกประหลาดสำหรับคนที่ไอเวอร์เรน ชุดคลุมสีดำที่ประดับลวดลายกางเขนสีเงินเป็สัญลักษณ์ของพวกเขา คนกลุ่มนี้มาจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ซที่ซึ่งบูชานับถือในสามองค์เทพแห่งแสงผู้ยิ่งใหญ่
พวกเขามีอำนาจที่เหนือล้นจนแม้แต่กษัตริย์แห่งอาร์เด็นก็ไม่กล้ายุ่งด้วย อีกทั้งยังยอมถวายตัวเป็ผู้ศรัทธาพร้อมออกกฏหมายมอบสิทธิพิเศษรวมถึงยกเว้นโทษบางประการแก่พวกเขา
ฐานบัญชาการของวิหารศักดิ์สิทธิ์นั้นตั้งอยู่เป็เอกเทศบนเกาะกลางทะเลห่างจากเมืองท่าไอเวอร์เรนไปไม่ไกล ทำให้เมืองท่าแห่งนี้กลายเป็เมืองที่สำคัญแห่งหนึ่งไปโดยปริยาย
ขณะที่ลุคกำลังคุยอยู่มากาเร็ตก็ยกอาหารมาวางด้านหน้าเขา มันเป็ข้าวต้มหางนม กับก้อนเนยแข็งที่บิดเบี้ยว ลุคฝืนกินมันเข้าไปพร้อมกันเพื่อกลบกลิ่นเหม็นหืนของเนยแข็ง
หลังจากนั้นลุคก็พูดคุยกับร็อดอีกครู่นึง ก่อนที่ร็อดจะรีบออกไปทำงาน ดูเหมือนว่า่นี้เรือของพวกผู้รับใช้กางเขนจะเยอะเป็พิเศษ พนังงานท่าเรืออย่างร็อดจึงลำบากมาก
“ลุค แม่ไปก่อนนะ ฝากดูน้องๆด้วย”
มากาเร็ตเป็คุณแม่ผู้แสนดี แม้จะมีงานั้แ่เช้า เธอก็ยังเสียเวลาเตรียมอาหารให้ทุกคน ดูจากท่าวิ่งแล้วเธอคงจะรีบร้อนน่าดู
ลุคเห็นภาพเช่นนี้ก็รู้สึกว่าตัวเองควรแบ่งเบาภาระของมากาเร็ตบ้าง เขาจึงใช้เวลาที่ว่างอยู่ไปกับการทำความสะอาดห้องครัวจนสองสาวตื่นขึ้นมา
“ลีแอนน่า เฟรย์ รีบกินข้าวเช้าเร็ว วันนี้พี่จะไปส่งที่โรงเรียนเอง”
ลีแอนน่าที่กำลังง่วงตาสว่างขึ้นมาทันที เธอรีบจูงแขนเฟรย์ที่ยังกึ่งหลับกึ่งตื่นไปล้างหน้า ก่อนจะมานั่งประจำที่โต๊ะกินข้าว
“พี่จะไปส่งพวกเราจริงเหรอ” ลีแอนน่าถามย้ำอีกครั้งด้วยใบหน้าที่สดใส เธอมีอาหารอยู่เต็มแก้มขณะพูดออกมา
ลุคพยักหน้าแทนคำตอบ
“จริงๆพวกเราไปกันเองได้ ไม่ต้องรบกวนพี่หรอกค่ะ” เฟรย์สาวน้อยผมดำพูดขึ้นมา แม้เธอจะดีใจแต่ในฐานะที่ทั้งสองไม่เกี่ยวข้องกันทางสายเื ทำให้เธอมีความเกรงใจมากกว่าลีแอนน่า
“ไม่รบกวนหรอก วันนี้พี่มีธุระแถวนั้นพอดี”
ลุคอยากจะัับรรยากาศของเมืองให้คุ้นเคยเสียหน่อย ก่อนที่จะต้องกลับไปทำงานเหมือนเดิม นี่คือสาเหตุที่เขาเอ่ยปากชวนทั้งคู่
ลีแอนน่ากับเฟรย์เรียนอยู่ที่โรงเรียนเมลลอน มันเป็โรงเรียนรัฐแห่งที่สองของเมืองไอเวอร์เรน หลังจากที่โรงเรียนไอเวอร์เรนที่ถูกสร้างขึ้นก่อนไม่สามารถรองรับนักเรียนได้เพียงพอจากปัญหาด้านการขยายตัวของเมือง
แม้จะเป็โรงเรียนรัฐเหมือนกัน แต่ค่าเล่าเรียนของโรงเรียนไอเวอร์เรนนั้นสูงถึงสี่ชิลลิ่งต่อสัปดาห์ จึงทำให้มันกลายเป็โรงเรียนของพวกชนขั้นกลาง ต่างกับเมลลอนที่คิดเพียงสิบเพนนีจึงทำให้เป็ศูนย์รวมเหล่าลูกหลานชนชั้นล่าง
บนถนนมีเด็กสาวผมแดงเดินคู่กับเด็กสาวผมดำ โดยมีบุรุษคนนึงกำลังตามมาด้านหลัง อันที่จริงลุคอยากให้พวกเธอทั้งคู่ได้ลองนั้งรถม้า แต่เขากลับถูกเด็กสาวทั้งสองปฏิเสธ
รถม้าส่วนตัวเพียงนั้งครั้งเดียวก็เท่ากับค่าเล่าเรียนตลอดสัปดาห์ของพวกเธอแล้ว มีเหรอที่เธอสองคนจะกล้านั้ง
ลุคเดินมองรอบๆไปด้วยความสนใจ ก่อนที่จะพบเข้ากับร้านขายขนมร้านนึง ภายในร้านเต็มไปด้วยขวดโหลที่มีขนมหลากสีตั้งโชว์อยู่ ลูกอม หมากฝรั่ง แท่งอบเชย น้ำตาลแท่ง เหมือนว่าร้านนี้จะเป็ที่สำหรับชนชั้นสูงโดยเฉพาะ ดูได้จากการตกแต่งร้านด้วยผนังสีแดงครีมที่เข้าชุดกับพรมบนพื้น ขวดโหลลูกอมที่อยู่บนชั้นวางก็มีป้ายราคาั้แ่เพนนีเดียวจนถึงหลายปอนด์เลยทีเดียว คนธรรมดาที่หลงเข้ามาคงได้แต่ยืนมองเท่านั้น
“พวกเธอไม่เข้ามาเหรอ” ลุคพบว่าตัวเองเป็คนเดียวที่เดินเข้ามา ทั้งลีแอนน่าและเฟรย์ต่างยืนมองอยู่ข้างนอกด้วย
เด็กสาวทั้งสองส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว
ให้ตายสิ! นี่มันร้านขนมที่แพงที่สุดในเมืองนี้เลยนะ พี่กล้าเข้าไปได้ไงเนี่ย
ทั่งลีแอนน่าและเฟรย์ได้แต่กรีดร้องในใจให้กับความกล้าของเขา
ลุคเดินดูขนมหลากชนิดด้วยท่าทีสบายใจ การตกแต่งที่แสนหรูหราในร้านไม่อาจทำให้เขาสั่นไหวได้แม้แต่น้อย
ตัวเขาเคยเข้าร้านที่หรูกว่านี้มาไม่รู้ตั้งกี่เท่า การตกแต่งร้านนี้นับได้ว่ามือสมัครเล่นสำหรับลุค
แม้ชนชนล่างทั้งเมืองจะไม่กล้าเข้าร้านนี้
แต่เขากล้า!
หลังจากเดินดูจนพอใจแล้ว ลุคเลือกซื้อลูกกวาด ถั่วเคลือบน้ำตาล และผลไม้อบแห้งมา เขาควักเงินจ่ายไปสองชิลลิ่งกับสามเพนนีสำหรับขนมหนึ่งร้อยกรัม
ขนมทั้งหมดถูกห่ออย่างดี ลุคแบ่งลูกกวาดสองเม็ดออกมาให้ลีแอนน่าและเฟรย์ พวกเธอทั้งคู่รับไว้ด้วยความตื่นเต้นอย่างอดไม่อยู่ ทุกครั้งที่พวกเธอเดินผ่านมามักจะจ้องมองลูกกวาดพวกนี้อยู่เสมอ คิดไม่ถึงว่าวันนี้ความฝันที่จะได้ลิ้มลองพวกมันจะเป็จริง
หลังจากเข้าร้านลูกกวาด ลุคก็ไม่ได้แวะที่ไหนอีก พวกเขามุ่งหน้าไปที่โรงเรียนเลย
ประตูทางเข้าโรงเรียนนั้นมีบุรุษวัยกลางคนชุดสีขาว และมีเสื้อกั๊กสีเทาสวมทับอยู่ด้านนอก เขาคงเป็อาจารย์สักคนของโรงเรียนเมลลอนที่รับหน้าที่ดูแลนักเรียน่เช้า เมื่อเขาเห็นลุคกำลังเข้ามาในพื่นที่โรงเรียนจึงเดินเข้าไปขวางไว้
“สวัสดีครับมิสเตอร์ มีอะไรให้ผมช่วยรึเปล่าครับ”
“ลุค·เออร์วินครับ ผมพาน้องสาวมาส่ง เสร็จธุระก็จะไปแล้วครับ” ลุคพยักหน้าให้เป็การทักทาย
“ต้องขอโทษด้วยครับ ผมเข้าใจผิดว่าคุณเป็คนแปลกหน้าเลยเสียมารยาทไป ผมวิลเลียม·แดรกซ์เลอร์ ยินดีที่ได้พบครับ” เขาหันไปดูเด็กสาวสองคนด้านหลังลุคแล้วอุทานออกมา
“โอ้ มิน่าผมถึงคุ้นหูกับนามสกุลคุณ ที่แท้คุณคือพี่ชายของลีแอนน่านี่เอง เธอและเฟรย์เป็เด็กที่ผลการเรียนดีมากเลยครับ ”
วิลเลียมลูบหัวเด็กทั้งสองด้วยความเอ็นดู
“ไม่หรอกครับ ผมว่าทั้งคู่มีอะไรให้ต้องศึกษาจากโรงเรียนนี้อีกเยอะเลย” ลุคยิ้มอย่างถ่อมตัว
อาจารย์วิลเลียมไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจเขารู้สึกสนใจชายหนุ่มตรงหน้าเป็อย่างมาก วุฒิภาวะ มารยาท และการวางตัวของเขา ดูไม่เหมาะกับอายุและชนชั้นเอาเสียเลย
“ผมอาจจะเสียมารยาทไปสักหน่อย แต่ผมอยากรู้เหลือเกินว่าคุณทำอาชีพอะไร”
“ผมเป็ตำรวจครับ”
“โอ้ ยินดีกับครอบครัวของคุณด้วยครับ” ในมุมมองของวิลเลียม การที่ลุคเป็ตำรวจนั้นหมายความว่าเขาจะมีรายได้เกือบร้อยปอนด์ต่อปี ถือว่ามีโอกาสที่จะเป็ครอบครัวชนชั้นกลางได้
แน่นอนว่ารายได้ของลุคนั้นถูกแบ่งไปให้ตระกูลเบดิกเกินกว่าครึ่ง นอกจากเขาจะได้เงินเดือนมากกว่านี้สามเท่า ก็ไม่มีทางที่จะกลายเป็ครอบครัวชนชั้นกลางได้
ลุคพูดคุยกับวิลเลียมอย่างถูกคอ เขาถือโอกาสฝากลีแอนน่ากับเฟรย์ไว้ในความดูแลของวิลเลียม จากนั้นพวกเขาก็กล่าวลากัน
ลุคเดินทางกลับบ้าน เขาตั้งใจว่าจะลองไปเดินดูตลาดแถวท่าเรือเสียหน่อย
“หนังสือพิมพ์ไหมครับๆ” เสียงะโเร่ขายหนังสือพิมพ์จากเด็กชายคนนึง บริเวณท่าเรือนั้นคึกคักหนาแน่นไปด้วยผู้คน ทั้งพวกผู้อยู่อาศัย นักเดินทาง และคนงาน ทำให้หลายคนเลือกจะเร่ขายสินค้าที่นี่
“เท่าไหร่”
ลุคเดินเข้าไปหาเด็กคนที่ขายอยู่ เขาอยากรู้ว่าจะมีข่าวอะไรที่เป็ประโยชน์ต่อเขาไหม
“สองเพนนีครับ”
หลังจากจ่ายเงินไป ลุคก็หยิบมันขึ้นมาอ่าน สายตาเขาจดจ้องไปที่ข่าวที่ใหญ่ที่สุดในวันนี้
ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็ซีดลง อาการกลัวจนขนลุกชันที่หายไปกลับมาอีกครั้ง มันเกี่ยวข้องกับเนื้อข่าวในวันนี้
ตำรวจถูกฆาตกรรมยามวิกาล!
เนื้อหาคือพบตำรวจถูกฆาตกรรม ศพของเขาถูกทิ้งไว้ระหว่างย่านชนชั้นสูงกับสถานีตำรวจ จากการตรวจสอบพบรอยาแที่คล้ายกับฆาตกรที่ยังหลบหนีอยู่
นี่ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ลุคใ เขาพอคาดเดาได้ว่ามันเป็ฝีมือเ้าตัวประหลาดนั้น
แต่สิ่งที่เขาอ่านแล้วถึงกับกลัวคือบรรดทัดถัดมา
ผู้ตายคือตำรวจอายุยี่สิบปีชื่อว่ามาร์คัส·ดัมเล่ สูงประมาณร้อยแปดสิบ มีผมสีดำและผิวสีขาว คาดว่าถูกฆ่าตายทันที หลังจากปะทะกับคนร้าย
นี่มันหมายความยังไงกัน!
นอกจากชื่อของชายคนนี้แล้ว ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็อาชีพ ส่วนสูง สีผม หรือแม้กระทั้งสีผิว มันตรงกับเขาทุกอย่างเลย
หมายความว่าที่เ้าตัวประหลาดนี้มันตั้งใจจะฆ่าก็คือ
ตัวของเขา ลุค·เออร์วิน!