บทที่ 6 จัดการผู้บังคับบัญชา
เมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างผู้แทนพิเศษและเซี่ยเยี่ยนไหล คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันตกตะลึง หัวหน้าหมู่ของหน่วยปฏิบัติการธรรมดา ๆ คนหนึ่ง กลับสามารถระดมกำลังกองร้อยปฏิบัติการที่มีคนมากกว่าร้อยนายได้ในทันที
ไม่ว่าจะเป็อาวุธยุทโธปกรณ์หรือเงินงบประมาณ ต่างได้รับการสนับสนุนเต็มจำนวน แถมยังไม่มีเพดานจำกัดอีกด้วย
วิธีการทำคดีแบบนี้ ั้แ่ก่อตั้งสมาคมฟู่ซิงมาจนถึงตอนนี้ เรียกได้ว่าไม่เคยมีมาก่อน เซี่ยเยี่ยนไหลคนนี้ดวงเฮงชะมัด
แน่นอนว่าเื่นี้ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เขามีความสามารถล่ะ ตอนที่ผู้แทนพิเศษประกาศภารกิจเมื่อสักครู่ จริง ๆ แล้วเป็การให้โอกาสคนอื่นด้วย หากไม่มีใครกล้าส่งเสียง ก็คงต้องมอบหมายให้เซี่ยเยี่ยนไหลเท่านั้น
"คนอื่น ๆ ฟังให้ชัด ั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไป ข้างกายพวกคุณต้องมีเ้าหน้าที่ในสถานีอย่างน้อยสองคน ไม่ว่าพวกคุณจะทำอะไร ห้ามอยู่ตามลำพังเด็ดขาด จนกว่าภารกิจจะสิ้นสุด"
ผู้แทนพิเศษมองคนที่อยู่ด้านล่างด้วยสายตาดุดัน สถานีสาขาเป่ยผิงใน่หลายปีมานี้เป็เหมือนถ่านหินที่มีรูพรุน มีจุดรั่วไหลอยู่แทบทุกที่ ข้อมูลลับต่าง ๆ เมื่อส่งมาถึงที่นี่ ก็จะถูกแพร่กระจายไปยังคนอื่นได้อย่างรวดเร็ว
"ครับ"
ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้แทนพิเศษและผู้อำนวยการสถานีสาขา ทุกคนต่างต้องแสดงความกระตือรือร้นออกมา
"นี่คือเลขาถัง เลขานุการของผม เื่บางอย่างพวกคุณสองคนรับผิดชอบประสานงานกัน ถ้าเื่ไหนเขาตัดสินใจไม่ได้ ให้มาหาผม"
ผู้แทนพิเศษอู๋แนะนำชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังให้เซี่ยเยี่ยนไหลรู้จัก ทั้งสองพยักหน้าให้กันเพื่อเป็การทำความรู้จัก
สำหรับเื่นี้ เซี่ยเยี่ยนไหลตั้งใจจะสืบให้ถึงที่สุด หากพวกญี่ปุ่นซื้อตัวสายลับสองหน้าเหล่านี้ได้ เมื่อาเริ่มขึ้นจริง แม้สายลับสองหน้าจะสร้างผลกระทบได้ไม่มาก แต่ขอแค่สร้างความวุ่นวายในเมืองได้ ก็เพียงพอที่จะทำให้กองทัพที่ 29 ปวดหัวได้แล้ว
ทางฝั่งหนานจิงไม่เคยเชื่อว่าาจะเริ่มขึ้นทางทิศใต้ และคิดมาตลอดว่าเป่ยผิงน่าจะเป็สมรภูมิหลัก ดังนั้นทางทิศใต้จึงให้ความสำคัญกับเื่นี้มาก
"มีเื่หนึ่งผมจะเสริมให้ เมื่อกี้บอกว่าไม่ต้องสืบสวนนายทหารของกองทัพที่ 29 ตอนนี้ผมขอพูดใหม่อีกครั้ง ทุกคนอยู่ในข่ายการสืบสวนทั้งหมด"
เมื่อเหลือเพียงผู้แทนพิเศษและผู้อำนวยการสถานีสาขา ผู้แทนพิเศษก็เปลี่ยนคำพูดจากเมื่อครู่ทันที ทำให้เซี่ยเยี่ยนไหลใจนหน้าถอดสี
"ผู้แทนพิเศษครับ กองทัพที่ 29 เป็ผู้กุมอำนาจที่นี่ หากการสืบสวนคนของพวกเขาถูกจับได้ พวกเราคงจะ..."
สิ่งที่ผู้อำนวยการสถานีสาขาเฉินพูดคือสิ่งที่เซี่ยเยี่ยนไหลสงสัยอยู่พอดี
"ผมจะบอกให้นะเหล่าเฉิน เวลาว่าง ๆ เลิกฟังงิ้วเป่ยผิงให้มาก แล้วหันมาสังเกตสถานการณ์โลกบ้าง อธิการบดีอยากจะเข้าควบคุมภาคเหนือมานานแล้ว แต่คนของกองทัพที่ 29 ยื้อไว้ ทำให้กองทัพกลางเข้ามาไม่ได้ ถ้าสามารถสืบได้ว่าคนของกองทัพที่ 29 มีปัญหา กองทัพกลางก็สามารถเข้ายึดครองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายไม่ใช่หรือ?"
หลังจากผู้แทนพิเศษพูดจบ ผู้อำนวยการสถานีสาขาและเซี่ยเยี่ยนไหลต่างก็เข้าใจกระจ่างในทันที แน่นอนว่าผู้อำนวยการสถานีสาขานั้นเข้าใจจริง ๆ ส่วนเซี่ยเยี่ยนไหลนั้นแกล้งทำเป็เข้าใจ เพราะชาติที่แล้วเขารู้ความคิดของรัฐบาลก๊กมินตั๋งที่หนานจิงใน่เวลานี้ดี
ในมุมมองของทางหนานจิง กองทัพที่ 29 ไม่ฟังคำสั่ง และปล่อยให้ญี่ปุ่นปะทะกับพวกเขาตรง ๆ ซึ่งนี่ก็เป็วิธีหนึ่งในการบั่นทอนกำลังของพวกเขา แต่หนานจิงก็ไม่สามารถยอมรับผลของการสูญเสียเป่ยผิงได้ ดังนั้นเื่การสืบหาว่าใครสมคบคิดกับญี่ปุ่น จึงต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างสูงสุด
หลังจากคุยเื่อื่น ๆ อีกเล็กน้อย เซี่ยเยี่ยนไหลและเลขาถังตกลงวิธีการติดต่อกัน เมื่อเดินออกจากประตูและกำลังจะกลับ ก็พบซุนจงเถิงและอู๋เผิงอยู่ที่สุดทางเดิน
ทั้งสองคนนี้เป็อดีตผู้บังคับบัญชาของเขา แต่เพราะคำสั่งของผู้แทนพิเศษเมื่อสักครู่ ตอนนี้เขากลายเป็ผู้บังคับบัญชาชั่วคราวของทั้งคู่ ซึ่งสร้างความลำบากใจให้เขาอยู่ไม่น้อย
"ท่านผู้บังคับบัญชาทั้งสองครับ เื่นี้..."
เซี่ยเยี่ยนไหลไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะเริ่มต้นพูดอย่างไร
"ไม่มีอะไรต้องเกรงใจ ภารกิจนี้สำคัญมาก นายเป็คนมีความสามารถ ต้องหาทางทำภารกิจให้สำเร็จนะ อนาคตของพี่ชายคนนี้อยู่ในมือนายแล้ว"
หัวหน้ากองร้อยปฏิบัติการซุนพูดขึ้นมาแบบนี้ ทำให้เซี่ยเยี่ยนไหลรู้สึกงุนงง
หลังจากได้รับคำอธิบายจากอู๋เผิง เซี่ยเยี่ยนไหลถึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ปัจจุบันหัวหน้าหน่วยของหน่วยปฏิบัติการไม่อยากอยู่ที่เป่ยผิง ดังนั้นในหนึ่งปีจึงใช้เวลามากกว่าครึ่งไปกับการประชุมที่หนานจิง
ผู้อำนวยการสถานีสาขามีแผนจะตั้งรองหัวหน้าหน่วยขึ้นมาทำหน้าที่แทนหัวหน้าหน่วย ซึ่งหัวหน้ากองร้อยปฏิบัติการหลายคนต่างแข่งขันกันอย่างดุเดือด หากเซี่ยเยี่ยนไหลสามารถทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ หัวหน้ากองร้อยปฏิบัติการซุนจะได้ขึ้นเป็รองหัวหน้าหน่วยอย่างแน่นอน
ส่วนตำแหน่งหัวหน้ากองร้อยปฏิบัติการที่ว่างลง ก็ย่อมตกเป็ของอู๋เผิงที่อยู่ข้าง ๆ
และแน่นอนว่าเซี่ยเยี่ยนไหลก็จะสามารถเลื่อนขึ้นมาแทนที่อู๋เผิงได้อย่างง่ายดาย เมื่อคนหนึ่งขยับ อีกคนก็ขยับตาม
"ขอให้ท่านผู้บังคับบัญชาทั้งสองวางใจ ผมจะทุ่มเทอย่างเต็มที่ครับ"
นี่ถือเป็แรงจูงใจชั้นดีสำหรับเซี่ยเยี่ยนไหล จากหัวหน้าหมู่ของหน่วยปฏิบัติการ กลายเป็หัวหน้าหน่วยที่มีหน่วยปฏิบัติการในสังกัดถึงสามหน่วย ซึ่งเป็การเลื่อนตำแหน่งที่ก้าวะโมาก
ระบบของเซี่ยเยี่ยนไหลไม่ได้มีแค่ค่าประสบการณ์ แต่จำนวนลูกน้องต้องเพิ่มขึ้นด้วย ถ้าทำภารกิจนี้สำเร็จ เขาก็จะมีลูกน้องสามสิบหกคนเลยไม่ใช่หรือ? ใกล้จะครบหนึ่งร้อยคนเข้าไปอีกขั้นแล้ว
เซี่ยเยี่ยนไหลรู้ดีว่าการซื้อใจคนเป็เื่สำคัญที่สุด ดังนั้นหลังจากออกจากกองบัญชาการ เขาจึงไม่ได้กลับไปวางแผนกลยุทธ์ทันที แต่เดินทางไปที่ธนาคารซิตี้แบงก์ก่อน เพื่อนำทรัพย์สินบางส่วนออกมาจากตู้นิรภัย
แม้ซุนจงเถิงและอู๋เผิงจะแสดงออกว่าให้ความร่วมมืออย่างดี แต่การต้องให้ลูกน้องมาสั่งการ ในใจของทั้งสองคนคงจะรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง ดังนั้นความขุ่นเคืองใจนี้ต้องใช้เงินเข้าช่วย
"นายมาทำอะไรที่นี่?"
ในหอพักของสถานีสาขาเป่ยผิง เซี่ยเยี่ยนไหลพบกับซุนจงเถิงที่กำลังอ่านหนังสืออยู่
"ผมมาเบิกงบประมาณดำเนินงานครับ ผมเบิกมาเกินหน่อย"
เซี่ยเยี่ยนไหลพูดพลางหยิบเงินหนึ่งพันฝ่าปี้*[1]ออกมา
"นายอย่าเอาแต่ขอเงินเพิ่มล่ะ เื่นี้ต้องตั้งใจทำให้ดี ถ้าสืบหาเบาะแสได้ จะใช้เงินเท่าไหร่ก็ไม่สำคัญ แต่ถ้าสืบไม่ได้ ทั้งนายและฉันต้องซวยไปด้วยแน่"
เดิมทีในใจของหัวหน้ากองร้อยปฏิบัติการซุนยังรู้สึกไม่พอใจที่เห็นเซี่ยเยี่ยนไหลก้าวะโเร็วเกินไป แต่เมื่อเห็นเงินหนึ่งพันฝ่าปี้นี้ เขาก็แอบเก็บเข้ากระเป๋าอย่างแเี และคำพูดที่พูดออกมาตอนนี้ก็เป็ความรู้สึกจริง ๆ
"หัวหน้ากองร้อยปฏิบัติการวางใจได้ครับ ผมรู้ว่าต้องทำอย่างไร ไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของท่านแล้วครับ"
ในสถานีมีคนมากและสายตาเยอะ เซี่ยเยี่ยนไหลไม่สามารถอยู่นานได้ หัวหน้ากองร้อยซุนนึกชมในใจว่าเซี่ยเยี่ยนไหลช่างรู้ใจคน หลังจากเขาไปแล้ว หัวหน้ากองร้อยปฏิบัติการซุนก็หยิบเงินหนึ่งพันฝ่าปี้นี้ออกมาดูอีกครั้ง เมื่อวันก่อนทางบ้านของภรรยาน้อยคนที่สองอยากจะซ่อมบ้าน ตอนนี้มีเงินจ่ายแล้วสินะ?
ท่าทางแบบนั้นเรียกว่าอะไรนะ? ที่เคยปฏิเสธตลอด พอมีเงินหนึ่งพันฝ่าปี้นี้แล้ว เธอยังจะปฏิเสธอีกไหม? หึ ๆ ผู้หญิงน่ะ ต้องเลี้ยงด้วยเงิน
ส่วนพลทหารรับใช้ที่อยู่กับหัวหน้ากองร้อยปฏิบัติการซุน ตราบใดที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสายลับญี่ปุ่น เื่อื่นพวกเขาไม่สนใจ และไม่กล้าสนใจด้วย
ในขณะที่หัวหน้ากองร้อยปฏิบัติการซุนกำลังคิดฟุ้งซ่าน เซี่ยเยี่ยนไหลก็นำเงินสามร้อยฝ่าปี้ไปมอบให้อู๋เผิง ถือเป็การจัดการผู้บังคับบัญชาเก่าทั้งสองคนให้เรียบร้อย
จากนั้นเซี่ยเยี่ยนไหลมองไปยังทางทิศตะวันตกของทางเดิน ซึ่งเป็ที่ตั้งของแผนกข่าวกรองที่สำคัญที่สุดของสถานีสาขาเป่ยผิง...
[1] คือสกุลเงินที่รัฐบาลสาธารณรัฐจีนประกาศใช้ในปี ค.ศ. 1935 และใช้แพร่หลายใน่ก่อนและระหว่างาจีน - ญี่ปุ่น