ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 224 : ค่าจ้างมหาโหด

จารึกที่ 224 : ค่าจ้างมหาโหด : การลงมือของปรมาจารย์หน้าเลือด


"ไอ้ตาเฒ่าหน้าเลือดเอ๊ยยยยย! ตกลง! ข้าจ้างท่านหกหมื่นศิลาปราณ! ฆ่าพวกสุนัขลอบกัดนี่ให้หมด แล้วข้าจะเอาศิลาปราณฟาดหน้าท่านเอง!"

เสียงตะโกนก้องของมหาเศรษฐีตาบอดดังกังวานไปทั่วโถงวิหารที่กำลังพังทลาย หุ่นพิทักษ์บรรพกาลทั้งสี่ตนกระชับศัสตราประกอบศิลาในมือแน่น ถอยร่นมาสร้างค่ายกลพยัคฆ์ซ่อนเล็บล้อมรอบตัวอาเจียและพยนต์เทวะเจ้าสัวที่กำลังสวาปามชิ้นส่วนกลไกฟ้าอย่างเอาเป็นเอาตาย


"ฮ่าๆๆ! วาจาประดุจทองคำ! สัญญาจ้างสมบูรณ์แบบ!"


นักพรตหมื่นอีแปะหัวเราะร่วนจนหนวดเคราสั่นไหว แววตาขี้ขลาดและหิวเงินเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงกลิ่นอายแห่งความตายที่เย็นเยียบและหนักอึ้ง ชายชรายืดหลังตรง ร่างที่เคยดูซอมซ่อราวกับขอทานข้างถนน บัดนี้กลับปลดปล่อยแรงกดดันออกมา ทว่า... มันช่างเป็นแรงกดดันที่ประหลาดล้ำ


ชายชราจงใจกดทับและจำกัดระดับพลังของตนเองไว้เพียง 'วิญญาณแรกเริ่มขั้นปลาย' เพื่อไม่ให้กลิ่นอายเซียนแท้ไปกระตุ้นค่ายกลสุสานบรรพกาลให้ทำงาน ทว่าความบริสุทธิ์ของปราณเซียนที่ถูกบีบอัดเอาไว้นั้น ลึกล้ำและมหาศาลจนทะลวงผ่านขีดจำกัดของระดับวิญญาณแรกเริ่มทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด!


หัวหน้านักฆ่าแห่งหอเร้นเงาชะงักกึก ภายใต้หน้ากากไร้ลวดลายนั้นซ่อนความตื่นตระหนกไว้ไม่มิด มันคือมือสังหารระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นต้นที่ผ่านการชำระล้างด้วยสายเลือดมานับไม่ถ้วน ทว่าเพียงแค่สัมผัสกลิ่นอายปราณเซียนแท้ของชายชราเบื้องหน้า จิตวิญญาณของมันกลับสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวต่อสัจธรรมที่เหนือกว่า


"ตาเฒ่านี่ไม่ธรรมดา! ตั้งค่ายกลสังหารเงาจันทรา! รุมสับมันให้แหลก!" หัวหน้านักฆ่าตวาดลั่น


มือสังหารระดับแก่นทองคำขั้นปลายทั้งสี่คนพุ่งทะยานออกไปดุจเงาปีศาจ พวกมันเร้นกายไปกับความมืดมิดของสุสานบรรพชนเสี้ยวจันทรา ศัสตราสังหารอาบยาพิษไร้เงาตวัดวูบหมายจะบั่นคอของนักพรตเฒ่าจากสี่ทิศทางพร้อมกัน


ทว่าในโลกแห่ง 'เนตรสูญตา' ของอาเจียที่เพิ่งเบิก สูญตาไร้จำกัด ได้สำเร็จ ทุกสิ่งกลับเชื่องช้าลงอย่างน่าประหลาด เตาหลอมปราณจำลองสีดำสนิทที่ห่อหุ้มจุดตันเถียนของเขา ช่วยให้เขามองเห็นเส้นทางเดินปราณเซียนของนักฆ่าทั้งสี่ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง พวกมันรวดเร็วสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับวิถีแห่งความว่างเปล่า... การเคลื่อนไหวของพวกมันเต็มไปด้วยช่องโหว่


"ท่านอาจารย์! ซ้ายสามก้าว ขวาสองก้าว... พวกมันเล็งจุดชีพจรเปิดวิญญาณ!" อาเจียตะโกนบอก แม้ปากจะด่าว่าหน้าเลือด แต่เมื่อถึงคราวคับขัน เขาก็ไม่ลังเลที่จะประสานงานกับอาจารย์


"เจ้าเด็กโง่! ไม่ต้องสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ!" นักพรตหมื่นอีแปะแค่นเสียง


แส้ปัดในมือที่ดูซอมซ่อ ถูกตวัดออกไปเพียงครั้งเดียว...


"วิชาบีบอัดปราณเซียนแท้... คลื่นกวาดพันลี้!"


ไม่มีแสงสีทองอร่าม ไม่มีเสียงกัมปนาทสะเทือนฟ้า มีเพียงเส้นสายของความว่างเปล่าที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุด กวาดผ่านอากาศธาตุไปอย่างเงียบเชียบ ทว่าอานุภาพของมันกลับน่าสะพรึงกลัวจนวิญญาณแทบหลุดลอย!


ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!


ร่างของนักฆ่าระดับแก่นทองคำขั้นปลายทั้งสี่คนที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ชะงักค้างกลางอากาศ ศัสตราในมือของพวกมันแตกร้าวเป็นผุยผง ก่อนที่ร่างทั้งสี่จะถูกพลังปราณเซียนที่มองไม่เห็นบดขยี้จนแหลกเหลวกลายเป็นหมอกเลือดในพริบตาเดียว!


"เฮือก..." อาเจียสูดหายใจลึก แม้ตาจะบอดแต่ภาพในเนตรจิตนั้นชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด แม้ตาเฒ่าจะแสร้งทำเป็นระดับวิญญาณแรกเริ่ม แต่ความลึกล้ำของการควบคุมปราณเซียนนั้นเหนือชั้นเกินไป เพียงฟาดแส้ปัดครั้งเดียว ก็สามารถสังหารยอดฝีมือระดับแก่นทองคำขั้นปลายได้ถึงสี่คนโดยที่อีกฝ่ายไม่มีโอกาสแม้แต่จะกรีดร้อง!


"สี่ศพ... สี่หมื่นศิลาปราณเบาๆ ฮ่าๆๆ!" นักพรตหมื่นอีแปะหัวเราะร่า พลางสะบัดแส้ปัดไล่หยดเลือด "เหลืออีกหนึ่งตัว... ตัวนี้สองหมื่นศิลาปราณ!"


หัวหน้านักฆ่าหอเร้นเงาเบิกตากว้างด้วยความสยดสยอง มันรู้ตัวแล้วว่าเตะโดนตอเหล็กบรรพกาลเข้าอย่างจัง มันไม่รอช้า รีบกัดปลายลิ้นพ่นเลือดแก่นแท้ออกมาเพื่อใช้วิชาหนีตายขั้นสุดยอด


"วิชาเร้นเงาโลหิต! ระเบิดมิติเงา!"


ร่างของหัวหน้านักฆ่าละลายกลายเป็นแอ่งเลือดสีดำ ซึมหายลงไปในรอยแตกของศิลาสุสาน มันตั้งใจจะหนีกลับไปรายงานหอเร้นเงาให้ระดมยอดฝีมือมาล่าหัวชายชราผู้นี้


"คิดจะหนีต่อหน้าอาจารย์ข้า? ฝันไปเถอะ!" อาเจียแสยะยิ้ม แม้จะมองไม่เห็นด้วยตาเนื้อ แต่เตาหลอมจำลองในร่างสั่นพ้องกับกฎเกณฑ์ของมิติ "อักขระหลิง... ผนึกกาล!"


อาเจียไม่ได้วาดพู่กัน แต่เขาใช้เจตจำนงที่หล่อหลอมจากอักขระสูญตากระแทกใส่ห้วงมิติเบื้องหน้าโดยตรง ความว่างเปล่าเข้าแทรกแซงวิชาเร้นเงาของนักฆ่าชั่วเสี้ยววินาที ทำให้การหลบหนีของมันชะงักงันไปเพียงครึ่งลมหายใจ


ทว่าครึ่งลมหายใจเมื่ออยู่ต่อหน้ายอดฝีมือ... คือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตาย!


"เสร็จข้าล่ะไอ้หนูผี!" นักพรตหมื่นอีแปะพุ่งทะยานดุจสายฟ้า มือเหี่ยวย่นที่อัดแน่นไปด้วยปราณเซียนแท้ทะลวงผ่านมิติเงา คว้าหมับเข้าที่คอหอยของหัวหน้านักฆ่าที่เพิ่งจะโผล่หัวออกมาจากรอยแยกมิติ!


"อั้ก... ปล่อย... หอเร้นเงา... จะไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่!" หัวหน้านักฆ่าดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง


"หอเร้นเงาแล้วอย่างไร? ต่อให้เป็นตาเฒ่าผู้ก่อตั้งหอเร้นเงามาเอง ข้าก็จะเก็บค่าผ่านทางมัน!"


นักพรตเฒ่าบีบมือแน่นขึ้น เสียงกระดูกคอแตกหักดังก๊อบสนั่น ร่างของหัวหน้านักฆ่าระดับวิญญาณแรกเริ่มกระตุกเกร็งก่อนจะสิ้นใจตายคามืออย่างน่าอนาถ วิญญาณที่พยายามจะหนีออกจากร่างก็ถูกแส้ปัดของนักพรตเฒ่าปัดจนแหลกสลายไปในอากาศ!


ตุบ...


ร่างไร้วิญญาณถูกโยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี ท่ามกลางความเงียบงันของซากวิหารแห่งเผ่ากลทมิฬ


"ฟู่..." อาเจียถอนหายใจยาว ปลดค่ายกลของหุ่นพิทักษ์ลง ความเจ็บปวดจากจุดตันเถียนเริ่มกลับมาโจมตีอีกครั้งเมื่อเขาคลายสมาธิจากสูญตาไร้จำกัด "จบสักที... ท่านอาจารย์ ฝีมือท่านนับว่าคุ้มค่าจ้างจริงๆ"


"แน่นอน! สินค้าดีมีคุณภาพ ไม่มีการโกงตาชั่ง!" นักพรตหมื่นอีแปะยิ้มกริ่ม รีบพุ่งตัวไปปลดแหวนมิติจากนิ้วของศพทั้งห้าอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ท่าทางดุดันเมื่อครู่มลายหายไป กลับกลายเป็นตาเฒ่าหน้าเงินคนเดิม


"เดี๋ยว! ท่านจะยึดแหวนมิติพวกมันไปหมดไม่ได้นะ! ข้าเป็นคนจ่ายค่าจ้างท่านฆ่าพวกมัน ดังนั้นของปล้นสะดมต้องเป็นของข้าสิ!" อาเจียโวยวาย ใช้ไม้เท้าเคาะพื้นดังป้าบๆ


"เจ้าโง่! สัญญาจ้างระบุแค่ 'ฆ่า' ไม่ได้ระบุเรื่อง 'เก็บกวาดทรัพย์สิน' นี่คือของสมนาคุณที่ข้าเก็บเกี่ยวเอง!" นักพรตเฒ่าโยนแหวนมิติทั้งห้าวงเข้าย่ามตัวเองอย่างหน้าไม่อาย "อีกอย่าง หนี้ของเจ้าหกหมื่นศิลาปราณ บวกกับดอกเบี้ยความเหนื่อยล้าของข้า... เจ้าเป็นหนี้ข้าเพิ่มเป็นหนึ่งแสนศิลาปราณแล้วนะศิษย์รัก!"


"ท่านมัน... โจรปล้นโจรชัดๆ!" อาเจียชี้หน้าด่าด้วยความแค้นใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าตนเองยังพึ่งพาตาเฒ่าผู้นี้อยู่


(นายท่าน...) เสียงเร่าร้อนเบาๆ ของเจ้าสัวดังแทรกขึ้นมา พยนต์เทวะในร่างราชันย์อเวจีกึ่งเซียนบัดนี้มีรอยตำหนิที่สมานตัวจนเกือบสมบูรณ์ เกราะสีทองอร่ามและปีกโลหะหกแฉกเปล่งประกายเจิดจ้า (ข้าอิ่มแล้วขอรับ... ชิ้นส่วนศัสตราประกอบของพวกเผ่ากลทมิฬที่นี่ มันมีร่องรอยของ 'กุญแจ' บางอย่างที่ใช้เปิดห้องลับชั้นในสุด...)


อาเจียและนักพรตหมื่นอีแปะหูผึ่งพร้อมกันทันที


"ห้องลับชั้นในสุด?" อาเจียหันขวับไปทางความมืดมิดเบื้องหลังซากแท่นบูชา สัมผัสวิญญาณของเขาเต้นเร่า


"ฮ่าๆๆ! กลิ่นของสมบัติที่แท้จริงมาแล้ว!" นักพรตเฒ่าตาวาว รีบก้าวเดินนำหน้าไป "ไปกันเถอะไอ้หนู! ไปดูซิว่ามรดกของสำนักหัตถ์กลที่ทำให้พวกมันพินาศย่อยยับ... จะเปลี่ยนเป็นศิลาปราณได้สักกี่ล้านก้อน!"


สองศิษย์อาจารย์หน้าเงิน—คนหนึ่งตาบอดแต่ใจสว่างเรื่องผลประโยชน์ อีกคนเป็นปรมาจารย์ผู้รีดไถทุกสรรพสิ่ง—พร้อมด้วยหุ่นพิทักษ์บรรพกาลสี่ตน พยนต์เทวะเจ้าสัว และเจ้าถุงเงินที่ยังคงหลับใหลอย่างสงบอยู่ในมิติเงาใต้ฝ่าเท้าของอาเจีย ได้ก้าวล่วงลึกเข้าไปในความลับที่ดำมืดที่สุดของสุสานบรรพชนเสี้ยวจันทรา... มุ่งหน้าสู่สถานที่ที่ถูกเรียกว่า 'วิหารสุริยันจันทรา' อันเป็นที่ซ่อนของหยดน้ำค้างแห่งการก่อกำเนิด!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน