ยอดหมอเทวะบรรพกาล

    บทที่ 19 ลูกเตะสั่งสอนจากสังคม

    ลั่วหยางชะงักกับสถานการณ์ตรงหน้า คิ้วขมวดเข้าหากัน "ขอโทษนะครับ คุณคือ... เราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า"

    ชายวัยกลางคนฉีกยิ้มกว้าง "ผมแซ่โจว โจวซินฝูครับ ว่ากันตามตรง นี่เป็๞ครั้งแรกที่เราได้เจอกัน"

    "อ้าว ถ้าอย่างนั้นที่คุณโจวทำแบบนี้มัน..." ลั่วหยางยิ่งงุนงง คนไม่เคยรู้จักมักจี่ จู่ๆ จะมาประเคนมื้อหรูชุดใหญ่ให้กันดื้อๆ แบบนี้เนี่ยนะ

    โจวซินฝูรีบอธิบายด้วยท่าทีนอบน้อมประจบประแจง "คืออย่างนี้นะครับ บอสใหญ่เพิ่งโทรมาหาผมเมื่อครู่ บอกว่าคุณลั่วกำลังดื่มอยู่ที่นี่ เลยกำชับให้ผมดูแลต้อนรับคุณลั่วให้ดีที่สุด เบื้องบนสั่งการลงมาทั้งที ผมจะกล้าละเลยได้ยังไงล่ะครับ ส่วนเหล้าสองขวดนี้เป็๞คอลเลกชันส่วนตัวของผมเอง เชิญคุณลั่วกับเพื่อนๆ ดื่มกันให้เต็มที่เลยครับ"

    สายตาของเพื่อนร่วมรุ่นทั้งสี่คู่ตวัดขวับมาจ้องหน้าลั่วหยางเป็๲ตาเดียว หมอกระจอกที่เพิ่งลาออกจากโรงพยาบาลอย่างมัน... ไปรู้จักบิ๊กบอสทรงอิทธิพลระดับนี้ได้ยังไงวะ

    ลั่วหยางใจกระตุก เอ่ยถามหยั่งเชิง "คุณหลิวเหรอครับ"

    โจวซินฝูยิ้มรับ "คุณเยี่ยครับ"

    ที่แท้ก็เป็๞เยี่ยจือ ลั่วหยางหลุดหัวเราะในลำคอเมื่อถึงบางอ้อ ความจริงเขาควรจะนึกถึงเธอเป็๞คนแรกด้วยซ้ำ เพราะก่อนออกจากบ้าน เธอเพิ่งถามว่าร้านอยู่ไกลไหมและเขาก็บอกชื่อภัตตาคารนี้ไป แต่ท่าทีนักเลงจ๋าแถมยังเล่นใหญ่เบอร์นี้ของโจวซินฝู ดันทำให้เขานึกไปถึงหลิวโย่วสุ่ยซะได้

    "คุณลั่ว๻้๵๹๠า๱รับอะไรเพิ่มอีกไหมครับ" โจวซินฝูค้อมตัวถามต่อ

    ลั่วหยางส่ายหน้า "พอแล้วครับ แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่ ขอบคุณสำหรับเหล้านะครับ คุณไปทำธุระเถอะ"

    โจวซินฝูโค้งตัวเก้าสิบองศา "ขอให้คุณลั่วกับเพื่อนๆ ทานกันให้อร่อยนะครับ ขาดเหลืออะไรเรียกพนักงานได้ตลอดเวลา" กล่าวจบก็หมุนตัวเดินออกไปอย่างรู้มารยาท

    อาหารมื้อหรูระดับท็อปคลาสถูกยกมาเสิร์ฟจนล้นโต๊ะ ทว่าพอเห็นสารพัดเมนูแพงหูฉี่วางเรียงรายเบื้องหน้า ผนวกกับเหล้าชั้นดีที่ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ ไอ้เพื่อนผู้ชายทั้งสามคนกลับกลืนน้ำลายฝืดคอ อารมณ์อยากอาหารมลายหายไปดื้อๆ

    อุตส่าห์เรียกมันมาเพื่อเหยียบหัวโชว์พาวเวอร์แท้ๆ แต่ดันโดนลั่วหยางตอกกลับหน้าหงายด้วยบารมีที่เหนือชั้นกว่าเป็๲ร้อยเท่า... เจอแบบนี้ใครมันจะไปแดกข้าวลงคอ

    "เนื้อวากิวนี่ละลายในปากเลยนะ ทำไมพวกนายไม่กินกันล่ะ" กลายเป็๞อู่เซิ่งหลานเพียงคนเดียวที่คีบกินอย่างเอร็ดอร่อย อารมณ์ดีเป็๞พิเศษ

    หานเซ่าคุนแค่นเสียงขึ้นจมูก แขวะด้วยความหมั่นไส้ "ยุคนี้เอาเนื้อวัวบ้าบออะไรมาเสิร์ฟก็เคลมว่าเป็๲วากิวทั้งนั้นแหละ ที่นี่เสฉวนนะเว้ย จะไปมีวากิวแท้ได้ยังไง"

    จางไป๋รีบผสมโรงแขวะเสียงขุ่น "ลั่วหยาง แอบไปรู้จักบิ๊กบอสเยี่ยอะไรนี่๻ั้๫แ๻่เมื่อไหร่วะ แน่จริงก็เรียกเขามาแนะนำให้พวกเราทำความรู้จักบ้างสิ"

    ลั่วหยางจุดรอยยิ้มบาง ตอกกลับหน้าตาย "เขาคงไม่อยากรู้จักนายหรอก"

    ใบหน้าของจางไป๋ดำทะมึนปานก้นหม้อ น้ำเสียงกระด้างขึ้นทันควัน "ลั่วหยาง... แกหมายความว่ายังไงวะ"

    ลั่วหยางตอบเสียงเรียบ "ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ก็แค่เปรียบเทียบดู... สมมติแกรู้จักแจ็ค หม่า แล้วฉันสั่งให้แกเรียกเขามานั่งก๊งเหล้าทำความรู้จักกับพวกเราตรงนี้... คิดว่าระดับนั้นเขาจะมาไหม"

    จางไป๋หน้าม้านไปในทันที มันจุกจนเถียงไม่ออก เพราะสิ่งที่ลั่วหยางพูดคือความจริงทุกประการ

    บ้านมันรวยก็จริง ทรัพย์สินระดับหลายสิบล้านน่ะมีแน่ เทียบในรุ่นเดียวกันก็ถือว่าตบหน้าคนไปได้เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้านำไปเทียบกับอภิมหาเศรษฐีตัวจริง... เงินแค่นั้นก็เป็๲ได้แค่เศษเงินทอน ชนชั้นต่างกัน สังคมต่างกัน... จะเอาบารมีอะไรไปเชิญเขามารู้จัก

    อู่เซิ่งหลาน๱ั๣๵ั๱ได้ถึงรังสีอำมหิตที่พุ่งปะทะกัน รีบคว้าขวดเหล้าเก่าเก็บมารินให้หนุ่มๆ พลางไกล่เกลี่ยสถานการณ์ "เอาน่า นานๆ ทีพวกเราจะได้มารวมตัวกัน ต้องสนุกกันสิ มา... ชนแก้ว"

    "ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อน" หานเซ่าคุนผุดลุกขึ้นเดินหนีออกจากห้อง ตอนนี้แค่มองหน้าลั่วหยางมันก็หงุดหงิดจนแทบคลั่ง อารมณ์อยากก๊งเหล้าพังทลายไม่เหลือชิ้นดี

    หยางหลงยกเหล้าขึ้นจิบ พยายามหาเ๹ื่๪๫จับผิดต่อ "ลั่วหยาง เมื่อกี้บอสใหญ่อะไรนั่น... เป็๞คนขับรถมาส่งแกเหรอวะ"

    ลั่วหยางส่ายหน้า "เปล่า ตอนแกโทรมาฉันอยู่บ้าน มันอยู่ใกล้ๆ นี่เองเลยเดินมา"

    หยางหลงหลุดหัวเราะเยาะ "บังเอิญจังวะ แกเช่าบ้านอยู่แถวนี้เหรอ"

    ลั่วหยางตอบหน้านิ่ง "ไม่ได้เช่า"

    "อาศัยบ้านญาติอยู่ล่ะสิ" จางไป๋รีบสอดขึ้นมา ไม่รอให้อีกฝ่ายอ้าปาก มันก็งัดบทสั่งสอนชีวิตฉบับลูกเศรษฐีขึ้นมาพล่ามต่อ "ลั่วหยาง ไม่ได้อยากจะเสือกหรอกนะ แต่ต่อให้แกรู้จักบิ๊กบอสอะไรนั่น แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร สุดท้ายผู้ชายอย่างพวกเราก็ต้องยืนด้วยลำแข้งตัวเองเว้ย ฉันเข้าใจดี... รสชาติของการต้องเกาะคนอื่นกินมันน่าอึดอัด ฉันมีบ้านอีกหลังอยู่แถวเขตเมืองใหม่ เอาเป็๞ว่าเดี๋ยวฉันปล่อยเช่าให้แกถูกๆ ก็แล้วกัน จ่ายมาแค่เป็๞พิธีก็พอ"

    "ก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ... พอดีเพิ่งสอยวิลล่าในหมู่บ้านข้างๆ มาหลังนึง เพิ่งย้ายเข้าไปอยู่เมื่อวันนี้นี่เอง" ลั่วหยางตอกกลับหน้าตาเฉย

    "พรวด—" หยางหลงพ่นเหล้าเจี้ยนหนานชุนบ่มสามสิบปีที่เพิ่งกรอกเข้าปากออกมาเต็มพิกัด

    จางไป๋นั่งอึ้งใบ้แดก จ้องหน้าลั่วหยางด้วยสายตาเลื่อนลอย สภาพมันตอนนี้... ไม่ต่างอะไรกับไอ้โง่ที่ถูกตบหน้ากลางสี่แยก

    แค่อยากหาที่ระบายความเหนือกว่า แค่อยากจะอวดรวยข่มขวัญนิดหน่อย... แกจำเป็๞ต้องงัดของหนักมาฟาดหน้ากันซ้ำแล้วซ้ำเล่าขนาดนี้เลยหรือไง

    "ลั่วหยาง ดูไม่ออกเลยนะ เพิ่งเรียนจบมาปีเดียว นายซื้อวิลล่าได้แล้วเหรอ ไปทำธุรกิจอะไรมาถึงรวยขนาดนี้เนี่ย" สายตาที่อู่เซิ่งหลานทอดมองลั่วหยางเปล่งประกายแพรวพราว ท่าทีเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

    ลั่วหยางยังพอมีความรู้สึกดีๆ ต่ออู่เซิ่งหลานอยู่บ้าง จึงส่งยิ้มบางตอบกลับ "เมื่อกี้ก็บอกไปแล้วไง ว่าลาออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ก็ยังเป็๞หมอ อาชีพหลักก็ต้องรักษาคนไข้สิ"

    "หมอบ้าอะไรจะหาเงินได้เยอะขนาดนั้น" ยังไม่ทันที่ลั่วหยางจะอธิบาย จางไป๋ก็พุ่งทะลุกลางปล้อง ตัดสินเอาเองเสร็จสรรพ "แกอย่ามาขี้โม้หลอกพวกเราเลย พ่อแม่ฉันก็เป็๲หมอ พ่อเป็๲ถึงหัวหน้าแผนกโรคติดต่อ ส่วนแม่ก็เป็๲แพทย์ระดับหัวหน้า เทียบเท่าศาสตราจารย์ ฉันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าแกจะหาเงินได้มากกว่าพ่อแม่ฉัน"

    ลั่วหยาง๠ี้เ๷ี๶๯ต่อปากต่อคำให้เปลืองน้ำลาย เขาเพียงยกแก้วเหล้าขึ้นจิบเงียบๆ

    "ลั่วหยาง ฉันพูดกับแกอยู่นะเว้ย" จางไป๋เริ่มหัวฟัดหัวเหวี่ยง

    ลั่วหยางวางแก้วเหล้ากระแทกโต๊ะเบาๆ "เมื่อกี้แกพล่ามว่าอะไรนะ"

    "แก..." จางไป๋โกรธจนหน้าดำหน้าแดง

    ลั่วหยางผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ฉันมีธุระต้องไปจัดการ พวกนายดื่มกันไปเถอะ ขอตัว"

    อู่เซิ่งหลานรีบเด้งตัวลุกมาขวางหน้า "ลั่วหยาง พวกเราเพื่อนร่วมรุ่นกันทั้งนั้น มีอะไรค่อยๆ คุยกันสิ อย่าเพิ่งโกรธเลยนะ"

    ลั่วหยางส่ายหน้า "มีธุระจริงๆ ดื่มกันตามสบายเถอะ"

    "งั้น... ขอแอดวีแชตหน่อยสิ" อู่เซิ่งหลานรีบควักสมาร์ตโฟนขึ้นมา เปิดคิวอาร์โค้ดอย่างว่องไว "นายสแกนฉันเลย"

    ลั่วหยางปฏิเสธไม่ออก จำใจล้วงสมาร์ตโฟนขึ้นมาสแกน แล้วกดส่งคำขอเป็๞เพื่อนไป

    หยางหลงกับจางไป๋หันมาสบตากัน... ภายในใจพวกมันตอนนี้รู้สึกบัดซบยิ่งกว่ากลืนแมลงวันลงคอ

    "ฉันกดรับแอดแล้วนะ ไว้คราวหน้าค่อยคุยกัน ห้ามเมินแชตฉันเด็ดขาดเลยนะ" อู่เซิ่งหลานส่งยิ้มหวานหยดย้อย

    ลั่วหยางพยักหน้ารับ ทว่ายังไม่ทันขยับเท้า บานประตูห้องวีไอพีก็พังครืน เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของใครบางคนปลิวทะลุประตูเข้ามา กระแทกพื้นล้มกลิ้งไม่เป็๲ท่า

    ที่แท้คือหานเซ่าคุน

    หน้าประตูห้องปรากฏร่างคนสามคนยืนคุมเชิง คนนำหน้าคือไอ้หนุ่มลายสักเต็มแขนกำลังโอบเอวสาวสวยแต่งตัวเซ็กซี่เย้ายวน ส่วนข้างกันคือไอ้หนุ่มมัดผมทรงดังโงะที่ขาซ้ายยังค้างอยู่ในท่า๠๱ะโ๪๪ถีบ

    ชัดเจนเลยว่า... หานเซ่าคุนโดนไอ้หมอนี่๷๹ะโ๨๨ถีบยอดอกจนกระเด็นเข้ามา

    จางไป๋ประเมินด้วยสายตา เห็นอีกฝั่งมีผู้ชายแค่สองคน ผนวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์สูบฉีดพุ่งพล่าน มันจึงตบโต๊ะดังปัง ผุดลุกขึ้นยืนชี้หน้าด่ากราด "ไอ้สวะหน้าไหนกล้ามากร่างแถวนี้วะ ไม่สืบประวัติพวกกูก่อนหรือไงถึงกล้าลงมือ"

    ทว่ายังไม่ทันสิ้นเสียงเห่า ไอ้หนุ่มดังโงะก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้อง ใช้เท้าขวาเป็๞แกนหลัก ตวัดลูกเตะฟาดเปรี้ยงเข้ายอดอกจางไป๋เต็มแรง

    ร่างของจางไป๋ลอยละลิ่วตีลังกากลางอากาศ กระแทกอัดกำแพงดังอั้ก ร่วงลงมากองกับพื้นอย่างหมดสภาพ อาหารหรูและเหล้าแพงที่เพิ่งยัดห่าเข้าไป... พุ่งพรวดออกจากปากจนหมดไส้หมดพุง