ทันทีที่คำของทศกัณฐ์จบลงพื้นดินเบื้องหน้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงรอยแยกสีม่วงดำแตกกระจายออกเป็นเส้นใยคล้ายเส้นเลือดที่มีชีวิตพลังงานจากต่างมิติไหลทะลักขึ้นมาจากใต้พื้นดินราวกับกำลังตอบสนองต่อการปรากฏตัวของผู้รุกราน“พวกมันรู้ตัวแล้ว” ลักษณ์กล่าวเสียงต่ำ ดวงตาจับจ้องไปยังขอบฟ้าที่เริ่มบิดเบี้ยวเงาขนาดใหญ่หลายร่างค่อยๆปรากฏขึ้นจากหมอกพลังงาน ร่างของพวกมันไม่ชัดเจนราวกับถูกห่อหุ้มด้วยมิติที่ไม่เสถียรแขนขาบิดเบี้ยวเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตปกติจะเป็นได้เสียงคำรามของพวกมันไม่ได้ดังผ่านอากาศ แต่สั่นสะเทือนเข้ามาในจิตใจของทุกคนโดยตรงหนุมานขมวดคิ้วเล็กน้อย “แค่เสียงยังน่ารำคาญขนาดนี้…ตัวจริงคงไม่ธรรมดา”
“ตั้งแนว!” รามออกคำสั่งทันทีกองกำลังทั้งสามแนวรบเคลื่อนที่อย่างพร้อมเพรียงแนวหน้าที่นำโดยหนุมานและสุครีพพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วขณะที่ไกรศรและหน่วยอาวุธหนักตั้งตำแหน่งสนับสนุนด้านหลัง ส่วนราม ลักษณ์และทศกัณฐ์ยืนอยู่ตรงกลางในฐานะแกนหลักของสนามรบ ศัตรูชุดแรกพุ่งเข้ามาก่อนโดยไม่รอช้าร่างของพวกมันเคลื่อนที่ผิดธรรมชาติ บางตัวเหมือนวาร์ปผ่านช่องว่างเล็กๆในอากาศบางตัวพุ่งเข้ามาตรงๆด้วยพลังดิบ หนุมานเป็นคนแรกที่ปะทะเขาพุ่งเข้าใส่ศัตรูตัวหนึ่งด้วยความเร็วสูงหมัดของเขาอัดเข้าใส่ร่างของมันอย่างเต็มแรง เสียงกระแทกดังสนั่นแต่แทนที่ศัตรูจะกระเด็นออกไป ร่างของมันกลับบิดเบี้ยวเหมือนของเหลวก่อนจะดีดตัวกลับและพยายามสวนกลับทันที “มันไม่มีรูปแบบร่างกายตายตัว!”หนุมานตะโกน สุครีพคำรามก่อนจะกระโจนเข้าช่วยเขาฟาดศัตรูอีกตัวลงกับพื้นอย่างรุนแรง พื้นดินแตกร้าวเป็นวงกว้าง“งั้นก็ทำลายมันให้ละเอียดจนมันฟื้นตัวไม่ได้ก็พอ!”
ด้านหลัง ไกรศรยกอาวุธขึ้นเล็งพลังงานจากแกนกลางอาวุธเริ่มรวมตัวกัน “ถอย!” เขาตะโกนก่อนจะปล่อยลำแสงพลังงานขนาดใหญ่พุ่งทะลวงแนวศัตรูด้านหน้าแสงสว่างฉีกกระชากความมืดออกเป็นเส้นตรงศัตรูหลายตัวถูกทำลายจนสลายไปเป็นอนุภาคพลังงาน แต่เศษพลังงานบางส่วนกลับยังคงรวมตัวกันใหม่อย่างช้าๆ“มันฟื้นตัวได้!” ลักษณ์กล่าวทันที “ต้องโจมตีแกนพลังงานของมันโดยตรง!” รามพยักหน้าดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง เขายกแขนขวาขึ้นปืนใหญ่เทพสุริยันเริ่มเปล่งแสงสีทองเข้ม พลังงานรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว“งั้นก็จบมันให้ถึงแก่น” เขากล่าว ก่อนจะยิงลำแสงพลังงานออกไปลำแสงพุ่งทะลุศัตรูหลายตัวในแนวเดียวกัน และครั้งนี้แกนพลังงานภายในร่างของพวกมันถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ ไม่มีการฟื้นตัวเกิดขึ้นอีก
ทศกัณฐ์มองภาพทั้งหมดเพียงครู่เดียวก่อนจะก้าวออกไปข้างหน้าพลังสีดำเข้มเริ่มแผ่ขยายออกจากร่างของเขาอย่างควบคุมได้ “ทุกคน ถอยออกมา ผมจะเปิดทางเอง”เขากล่าวเสียงนิ่ง รามและลักษณ์ถอยเปิดพื้นที่ทันที ศัตรูจำนวนมากพุ่งเข้าหาเขาในเวลาเดียวกันราวกับรับรู้ถึงภัยคุกคามที่แท้จริง ทศกัณฐ์ยกมือขึ้นช้าๆพลังสีดำหมุนวนรวมตัวกันเหนือฝ่ามือ “พวกแก ไม่ใช่ศัตรูที่ชั้นต้องระวัง”เขากล่าวเบาๆ ในวินาทีถัดมา พลังงานมหาศาลก็ระเบิดออกเป็นวงกว้างคลื่นพลังสีดำกวาดล้างศัตรูทั้งหมดในระยะโดยรอบอย่างราบคาบพื้นดินถูกกดทับจนยุบตัวลงเป็นหลุมขนาดใหญ่ ร่างของศัตรูถูกทำลายจนไม่เหลือแม้แต่เศษพลังงานสนามรบเงียบลงชั่วขณะ แต่แล้ว…“ยังไม่จบ” เมขลาที่อยู่ด้านหลังกล่าวขึ้นดวงตาของเธอมองไปยังท้องฟ้า ทุกคนเงยหน้าขึ้นพร้อมกันเหนือศีรษะของพวกเขารอยแยกขนาดมหึมากำลังค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ แสงสีม่วงดำภายในนั้นหมุนวนอย่างรุนแรงราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามฝ่าออกมาแรงกดดันจากด้านบนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนแม้แต่พื้นดินยังเริ่มสั่น ลักษณ์กำหมัดแน่น
“นี่แค่กองหน้า” รามจ้องไปยังรอยแยกนั้น“ตัวจริงกำลังจะมา” ทศกัณฐ์ยืนมองนิ่งพลังในร่างของเขาเริ่มไหลเวียนหนักแน่นขึ้นอย่างชัดเจนแต่ครั้งนี้…มันนิ่งและอยู่ภายใต้การควบคุม “ดี…” เขาพูดเบาๆ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชา“…แบบนี้แหละ ถึงจะเรียกว่าสงคราม”
แรงกดดันจากรอยแยกบนท้องฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนบรรยากาศทั้งสนามรบหนักอึ้งราวกับถูกกดทับด้วยบางสิ่งที่มองไม่เห็นแสงสีม่วงดำหมุนวนอย่างรุนแรงก่อนจะเกิดเสียงแตกร้าวของมิติที่ดังสะเทือนลึกเข้าไปถึงจิตใจของทุกคนรอยแยกถูกฉีกเปิดออกกว้างขึ้นในพริบตา และจากภายในนั้นเงาสี่ร่างก็ค่อยๆก้าวออกมาอย่างช้าๆร่างแรกที่เดินนำออกมาคือชายผู้มีรูปร่างเหมือนมนุษย์โดยสมบูรณ์เขาสวมชุดเกราะสีดำเข้มที่มีลวดลายคล้ายพลังงานเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาเส้นพลังสีม่วงแทรกอยู่ตามรอยของเกราะ ดวงตาของเขาเปล่งแสงลึกและนิ่งสงบราวกับห้วงอวกาศที่ไร้จุดสิ้นสุดเพียงแค่เขาก้าวออกมายืนบนพื้นดินแรงกดดันมหาศาลก็แผ่กระจายออกไปทันทีจนพื้นดินแตกร้าวเป็นวงกว้าง ลักษณ์หรี่ตาลงเล็กน้อย
“รูปร่างแบบนั้น…เหมือนพวกเรา” รามพยักหน้าช้าๆ“แต่พลัง…ไม่ใช่ระดับเดียวกัน”ชายคนนั้นมองลงมายังกองกำลังเบื้องล่างอย่างเงียบงันก่อนที่เสียงของเขาจะดังขึ้นในจิตใจของทุกคน“ไม่คิดเลย ว่าจะบุกมากันเองแบบนี้ทั้งๆที่ข้าอุตส่ารอให้ประตูมิติเปิดออกโดยสมบูรณ์อย่างใจเย็นอยู่ที่โลกฝั่งนี้แท้ๆ”เสียงนั้นหนักแน่นและเย็นชา “พวกเจ้ากล้าก้าวเข้ามาในดินแดนของข้าโดยที่ข้าไม่ได้อนุญาตถือเป็นการหยามกันอย่างถึงที่สุด” ทศกัณฐ์ก้าวออกไปข้างหน้าเล็กน้อยสายตาจับจ้องไปที่เขาโดยไม่หลบเลี่ยง
“แล้วถ้าเข้ามาแล้วมันจะทำไม ทั้งๆที่แกก็เคยฉีกมิติและส่งแขนขนาดใหญ่นั่นไปที่โลกฝั่งของชั้นแกก็ไม่เคยขออนุญาตจากใครนี่ จริงมั้ย” เขาตอบกลับอย่างนิ่งสงบดวงตาของชายคนนั้นสว่างวาบขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกล่าว “ดีสมกับเป็นคนที่ข้าตามหาจนเจอ คนที่ขโมยพลังของโลกนี้ไป จงจำเอาไว้ นามของข้า…วารันตะคนที่จะสังหารเจ้า และนำพลังนั้นกลับมายังโลกแห่งนี้” เพียงแค่เอ่ยนามนั้นคลื่นพลังที่มองไม่เห็นก็แผ่ออกไปทั่วสนามรบ ทำให้แม้แต่นักรบระดับสูงยังต้องถอยไปตั้งหลัก“ราชายักษ์…” หนุมานพึมพำเบาๆ
ในขณะเดียวกันเงาอีกสามร่างก็ก้าวออกมายืนข้างหลังวารันตะพวกเขาทั้งสามมีรูปร่างเป็นมนุษย์เช่นกันแต่พลังที่แผ่ออกมากลับผิดธรรมชาติอย่างชัดเจน ร่างแรกเป็นชายรูปร่างสูงสมส่วนดวงตาคมกริบ พลังงานสีส้มน้ำตาลไหลวนรอบตัวเขาเหมือนเปลวไฟที่ไม่มีวันดับทุกย่างก้าวทำให้อากาศบิดเบี้ยว “นามของข้า วาทัล”ร่างที่สองเป็นชายร่างใหญ่ กล้ามเนื้อหนาแน่นราวกับหินผิวกายมีรอยแตกเล็กๆที่มีแสงสีม่วงคล้ายลาวาไหลอยู่ภายใน เพียงแค่เขายืนอยู่เฉยๆก็ให้ความรู้สึกเหมือนภูเขาที่พร้อมจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ“นามของข้า เดมิท”ส่วนร่างที่สามเงียบงันที่สุดร่างของเขาดูพร่าเลือนเล็กน้อยเหมือนกำลังซ้อนทับอยู่ระหว่างหลายมิติดวงตาของเขาว่างเปล่าแต่กลับกดดันจิตใจของผู้ที่มองอย่างรุนแรง “นามของข้า มู” เขาเอ่ยออกมาเบาๆ “องค์รักษ์อย่างนั้นเหรอ” ลักษณ์กล่าวเสียงต่ำ“และแต่ละคน…แข็งแกร่งกว่าผู้สืบสายอวตารระดับเทพของโลกเราอย่างแน่นอน”ไกรศรมองค่าพลังที่แสดงบนอุปกรณ์ก่อนจะพูด “ไม่ใช่แค่แข็งแกร่ง แต่มันคนละระดับกันเลย”
หนุมานยิ้มเล็กน้อยแม้แรงกดดันจะยังคงถาโถม “แบบนี้สิถึงจะคุ้มค่าที่จะสู้” สุครีพกำหมัดแน่น “ขอแค่ได้ซัดก็พอ” รามก้าวมาข้างหน้าดวงตานิ่งสงบ “เป้าหมายชัดเจนแล้ว” เขากล่าว “แยกองค์รักษ์ออกจากราชาแล้วจัดการทีละส่วน” ลักษณ์พยักหน้าทันที “ทุกหน่วยเตรียมแผนรับมือระดับสูงสุด”ทศกัณฐ์ยังคงยืนนิ่ง สายตาของเขาจับจ้องไปที่วารันตะเพียงคนเดียวพลังสีดำเข้มค่อยๆไหลออกมารอบตัวเขาอย่างควบคุมได้และนิ่งสนิทเขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวโดยไม่ลังเล “ในที่สุด…” เขาพูดเบาๆ“ตัวจริงก็ออกมาสักที” วารันตะมองเขาตอบกลับอย่างเงียบงัน ก่อนจะยกมือขึ้นช้าๆพลังสีฟ้าแดงรวมตัวกันเหนือฝ่ามือของเขา องค์รักษ์ทั้งสามขยับตัวพร้อมกันเล็กน้อยในวินาทีเดียวกันราวกับได้รับคำสั่งโดยไม่ต้องใช้คำพูด