ณ เมืองชิงหู่ยามเช้า บนฝากฟ้าสูงตระหง่าน เรือบรรทุกของหุบเขาเร้นลับ ได้เข้าสู่เขตนอกซานเมือง
"หวังเหยาดูนั้น..เสียงนุ่มนวลของลู่เซียนกระทบเข้าสู่ประสาท หวังเหยาลืมตาขึ้นมองตามเสียง...
ห่างออกไปไม่ไกลนัก กลุ่มไอหมอกสีเืกำลังลอยเข้าสู่ตัวเมือง ภายในหมอกสีเื หวังเหยาไม่สามารถมองทะลุเข้าไปได้..
"นั้นคือพวกตำหนักมืด..ลู่เซียนกล่าวอธิบาย น้ำเสียงของนางปนไปด้วยจิตสังหาร
"ส่วนนั้น..คือนิกายหนิงหวง (แสงสว่าง) นิกายหนิงหวงใช้นกกระจอกแปดหางในการเดินทาง...
หวังเหยามองไปตามเสียงของลู่เซียนที่กล่าวอธิบาย สายตาเขาเหลือบมองไปเห็น หญิงวัยกลางคนนางหนึ่ง ที่ยืนอยู่บนหัวนกกระจอกแปดหาง...หญิงสาวอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ หน้าตาของนางนั้นออกจะธรรมดา แต่กลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมาจากตัวนางนั้น กลับมีเสน่ห์ดึงดูด บุคคลใดที่จ้องมอง ต้องตกเข้าสู่ภวังค์แห่งความลุ่มหลง..!!
"นางคือหนิงเซียนเซียน..ผู้นำนิกายหนิงหวง.. ลู่เซียนััได้ว่าหวังเหยากำลังจ้องมองนาง ลู่เซียนจึงกล่าวอธิบาย..
ห่างออกไปด้านหลังของพวกเขา กำลังมีเรือบรรทุก เหาะมาช้าๆ ตัวเรือส่งสายฟ้าออกมาเป็ระยะๆ
"และนั้นคือ..สำนักอัศนี..บุคคลที่อยู่บนหัวเรือ คือหญิงสาวนางหนึ่งที่ปกปิดใบหน้าไว้ด้วยผ้าบางๆ
หากมองทะลุเข้าไป จักพบกับความสวยงามตามธรรมชาติสรรค์สร้าง
"นางคือเหมยอิงอิง...เ้าสำนักอัศนี
ผ่านไปไม่นานเรือบรรทุกก็ผ่านปราการณ์ป้องกัน เข้าสู่ตัวเมือง เมืองชิงหู่นั้น เป็เมืองขนาดใหญ่ กินพื้นที่กว้างขวาง เหล่าผู้ใช้เวทย์ทั้งหลาย ต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่
"เห้ออ....ถึงสักที.. าุโจิ๋วหงส์เอ่ยออกมาด้วยความเบื่อหน่าย ที่ต้องเดินทางเป็เวลานานหลายวัน
บัดนี้ทั้ง4มหาขั้วอำนาจ แห่งอาณาจักรชิงหู่ ต่างก็มาพร้อมหน้า
พึบบ...เสียงชายชราคนหนึ่งหายตัวมาอยู่เบื้องหน้าของมหาอำนาจทั้งสี่ ประสานมือคารวะแล้วเอ่ยขึ้น
"ยินดีต้อนรับพวกท่านทั้งหลาย เมืองชิงหู่ยินดีต้อนรับ เสียงชายชราเอ่ยกล่าวทักทาย เขาคือหยางเซีย เ้าเมืองชิงหู่ ผู้ดูแลที่นี่
"ท่านเ้าหุบเขา ท่านผู้นำนิกายหนิงหวง เ้าสำนักอัสนี เ้าตำหนักมืด..
"ข้าได้เตรียมห้องพัก สำหรับพวกท่านไว้แล้ว..เชิญ...
หยางเซีย กล่าวเชิญชวนทั้งสี่เข้าไปยังห้องรับแขก พูดจบ เขาก็เดินนำทั้งสี่เข้าไปยังห้องรับแขก
พึบ...ชายผ้าคลุมสีดำเดินออกหน้า กลิ่นอายรอบตัวเขานั้น ให้ความรู้สึกที่หนาวเหน็บมืดมิด กลิ่นอายมีแต่กลิ่นคาวเืเหม็นสาบ
เขาคือ หลี่ซุ่น.. เ้าตำหนักมืด
ลู่เซียนมองตามหลังของหลี่ซุ่น สายตาของนางเต็มไปด้วยจิตรสังหาร
หลี่ซุ่นััได้ถึงจิตสังหาร เขาไม่ได้หันกลับมามอง เพียงแต่หัวเราะเบาๆ เย้ยหยันมาทางลู่เซียน ห้าๆๆๆ จากนั้นหลี่ซุ่นก็เดินจากไป..
ลู่เซียนถอนสายตากลับมา จากนั้นก็หันกลับมาพูดกลับคนของหุบเขาเร้นลับ
"เข้าไปเถอะ...
ที่พัก หยางเซียเตรียมไว้ให้เป็อย่างดี ทั้งสี่มหาอำนาจอยู่คนละจุดห่างกันออกไป ค้อนข้างที่จะส่วนตัว
ณ ห้องพักของหุบเขาเร้นลับ ลู่เซียนกำลังนั่งพักผ่อน ส่วนหวังเหยา เขากำลังชงชาให้ลู่เซียน
"ท่านอาจารย์..บุคคลผ้าคลุมสีดำนั้นนะหรือ คือเ้าตำหนักมืด..หวังเหยากล่าวถามออกมา
"ใช่แล้ว..นางเอ่ยตอบรับเสียงแข็ง
"อาจารย์..ท่านกับหลี่ซุ่ยผู้นี้ มีความแค้นต่อกัน..??? หวังเหยาถามออกมาด้วยความสงสัย เพราะเขาก็ััได้ว่า เวลาที่ลู่เซียนมองไปที่หลี่ซุ่น ลู่เซียนจะตั้งใจปล่อยจิตสังหารออกมาตลอด
"เห้ออ...ลู่เซียนถอนหายใจออกมา
"เมื่อหลายปีก่อน..ข้าเข้าไปยังสถานที่ลับแห่งหนึ่ง และเกิดมีการต่อสู้กันกับหลี่ซุ่น หลี่ซุ่นอาศัยจังหวะที่ข้าอ่อนแอ มันคิดจะล่วงเกินข้า ดีที่ข้าใช้วิชาลับพลังเฮือกสุดท้ายหนีรอดออกมาได้
"แต่นั้น ก็เป็ผลส่งให้พลังเวทย์ข้าถดถอย หลายปีมานี้ก็มีอาการข้างเคียงอยู่เป็ระยะ... พูดจบนางก็กำมือแน่น
หวังเหยาเห็นดังนั้น ก็แค้นใจแทนผู้เป็อาจารย์
"บังอาจนัก ไอ้ชั่วช้า.. หวังเหยาสบทด่าออกมา
"อาจารย์..รอข้ามีพลังมากพอ..ข้าจะไปจัดการมันด้วยตัวข้าเอง หวังเหยากล่าวคำมั่นกับลู่เซียนด้วยเสียงหนักแน่น
"ห้าๆๆๆ...ลู่เซียนเมื่อได้เห็นท่าทางของศิษย์ตน นางก็หัวเราะออกมา
"เ้าเด็กโง่..ขนาดอาจารย์ยังเกือบจะเสียท่า..หากเ้าตอนนี้บุกไป มีแต่จะรนหาที่ตาย.. หลี่ซุ่นผู้นี้รับมือค้อนข้างยาก...พูดจบนางก็ยิ้มให้กับหวังเหยา..!!
การที่หวังเหยาแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมา ทำให้นางนั้นรู้สึกอบอุ่นในใจลึกๆ เพียงแต่นางกลับไม่รู้ใจตัวเอง..
"เ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ..อีกสองวัน งานชุมนุมด็จะเริ่มแล้ว รีบปรับพลังเวทย์ให้สมดุล..ลู่เซียนบอกให้หวังเหยาไปพักผ่อน
นางและหวังเหยา พักอยู่ห้องเดียวกัน
กลางดึกของคืนนี้ พระจันทร์เต็มดวง หวังเหยาออกมานั่งที่หลังคา แหงนมองดูดาวยามค่ำคืน
แกร๊กกกกก....เสียงพลังเวทย์จากในห้องพัก
หวังเหยาััได้ เขาลุกขึ้นยืน แล้วหายวับเข้ามาในห้อง บัดนี้ในห้องพัก ลู่เซียนกำลังนอนขดตัว หนาวสั่น ไอเย็นกระจายออกมาจากตัวนาง
"อาจารย์..!!!!หวังเหยาเห็นดังนั้นเขาก็ใรีบเรียกลู่เซียนผู้อาจารย์ด้วยความเป็ห่วง
ไอเย็นที่กระจายออกมาจากตัวนาง ส่งผลให้อุณหภูมิภายในห้องพักลดหวบลงอย่างรวดเร็ว
หวังเหยาเดินเข้าไปใกล้นาง แล้วมองดูพิจารณาสถานการณ์ ลู่เซียนนางนอนขดตัวหนาวสั่นไม่ได้สติ สีผิวของนางบัดนี้ซีดเผือกราวกับศพ
"หรือจะเป็อาการข้างเคียง ที่อาจารย์เคยพูดให้ฟัง..!! หวังเหยาพรึมพลัมกับตัวเอง..
หวังเหยาลองใช้พลังเวทย์ธาตุไฟออกมาเพื่อเพิ่มอุณหภูมิภายในห้อง แต่นางก็ยังไม่หายสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บจากไอเย็นที่กระจายออกมาจากตัวนาง
ใช้พลังเวทก็แล้ว ห่มผ้าให้ก็แล้ว หวังเหยาคิดอะไรไม่ออก เขายั่งลงที่ปลายเตียงขางกายนาง จากนั้นก็ซ้อนตัวของนางขึ้นมากอดไว้ ให้ความอบอุ่นนางผ่านทางร่างกาย
หวังเหยากอดนางไว้อย่างนั้น เขากลับพบเวลา นางหายสั่นเล็กน้อย
ได้ผลล...หวังเหยาพูดออกมาด้วยความดีใจ จากนั้นหวั
งเหยาก็กอดนางเอาไว้ทั้งอย่างนั้น...!!!