หลี่เสวี่ยเหลียนบ่นพึมพำว่าพวกเด็กๆเป็เ้าแมวจะกละพลางใช้ตะเกียบเลาะเนื้อออกมาวางให้ส่วนกระดูกที่เหลือเธอก็วางทิ้งไว้บนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ
เสี่ยวฮวาคีบเนื้อขึ้นมาเพียงชิ้นเดียวั้แ่เริ่มกินเธอค่อยๆ ละเลียดกินคำเล็กๆ ทว่ารสชาตินั้นกลับเลิศรสเกินบรรยายจนเธอเกือบจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
แม้เธอจะไม่เคยเข้าเรียนหนังสือเลยแม้แต่วันเดียวแต่เด็กสาวในวัยนี้ย่อมรู้จักคำว่าศักดิ์ศรีโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเสี่ยวอวิ๋นเป็เพื่อนสนิทของเธอและเจียงอิ๋งอิ๋งก็ช่างงดงามถึงเพียงนี้
นับเป็ครั้งแรกที่เธอรับรู้ถึงความรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าได้อย่างลึกซึ้ง
เนื้อชิ้นนั้นเธอใช้เวลาละเลียดอยู่นานนานเสียจนแทบจะกลืนกระดูกลงไปด้วย
เธอคิดในใจว่าต่อให้คืนนี้กลับบ้านไปแล้วถูกแม่ตีจนตายเธอก็จะไม่ยอมแอบซ่อนเนื้อกลับไปแม้แต่ชิ้นเดียว
ขณะที่เธอกำลังก้มหน้าอยู่นั้นมือที่ขาวนวลราวกับหยกคู่หนึ่งก็ปรากฏแก่สายตาตามด้วยเนื้อชิ้นโตที่อัดแน่นไปด้วยพละกำลังถูกวางลงในชามของเธอ
เสี่ยวฮวาเงยหน้าขึ้นด้วยความตกตะลึงเห็นเพียงเจียงอิ๋งอิ๋งที่กำลังมองมาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ“กินให้เยอะหน่อยนะ บ่ายนี้พี่ยังต้องพึ่งพาให้เธอช่วยทำงานดีๆอยู่นะ!”
เสี่ยวฮวารีบส่ายหน้าจนหน้าแดงก่ำ“พี่เจียง หนูจะตั้งใจทำงานค่ะ!”
เธอพูดจาเอาใจใครไม่เป็ทำได้เพียงพูดซ้ำประโยคเดิมว่า “จะตั้งใจทำงานค่ะ!”
เจียงอิ๋งอิ๋งเม้มปากยิ้ม“งั้นก็ตั้งใจกินข้าวให้ดีก่อนเถอะจ้ะ”
เสี่ยวฮวาพยักหน้าอย่างแรงเนื้อชิ้นที่สองดูเหมือนจะมีรสชาติใหม่แฝงอยู่
มันไม่ใช่รสชาติของความต่ำต้อยอีกต่อไปแต่เป็ความอบอุ่น
เมื่อวานตอนที่เธอคุยกับเสี่ยวอวิ๋นเสี่ยวอวิ๋นบอกว่าพี่สะใภ้ของเธอคือนางฟ้าที่ร่วงหล่นมาจากสรวง์เป็พี่สะใภ้ที่สวยและดีที่สุด...
แต่ตอนนั้นเธอไม่เชื่อจนกระทั่งตอนนี้ถึงได้รู้ว่าเสี่ยวอวิ๋นไม่ได้พูดโกหกเลยสักคำ...
ทว่าเสิ่นเหยาที่นั่งอยู่ข้างๆกลับวางตะเกียบลงแล้วเอ่ยขัดขึ้นเรียบๆ “เธอเรียกตามเสี่ยวอวิ๋นว่าพี่สะใภ้ก็พอ...”
จะมาเรียกพี่สาวอะไรกัน?
ถึงแม้จะวางแผนจะหย่าแต่ตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่ได้หย่าขาดจากกันเสียหน่อย!
จะมาเรียกพี่สาวด้วยเหตุผลใด?
หลี่เสวี่ยเหลียนและเสิ่นชิ่งหงสบตากันสื่อสารผ่านสายตาที่เต็มไปด้วยความยินดีเ้าลูกชายคนนี้เริ่มจะคิดเป็กับเขาบ้างแล้ว!
เจียงอิ๋งอิ๋งอิ่มเร็วกว่าใครเพื่อนเธอลูบท้องพลางชี้ไปที่กองกระดูกที่หลี่เสวี่ยเหลียนเลาะเนื้อทิ้งไว้ก่อนหน้านี้“กระดูกพวกนี้ เดี๋ยวให้เสี่ยวฮวาใช้กระดาษไขห่อไว้แล้วตอนเย็นค่อยเอากลับบ้านไปนะ”
เสี่ยวฮวาไม่เข้าใจความหมายของเธอจึงวางตะเกียบลงด้วยความกังวล “พี่เจียง...”
เสิ่นเหยาที่อยู่ด้านข้างขมวดคิ้วมุ่นทำไมยังเรียกพี่สาวอยู่อีก?
เจียงอิ๋งอิ๋งมองเธอด้วยรอยยิ้มตาหยี“บ้านพี่น่ะยากจน จะไปมีปัญญาที่ไหนกินเนื้อได้บ่อยๆนี่ก็แค่เสิ่นเหยาโชคดีไปได้กระดูกที่คนในตัวอำเภอเขาไม่เอาแล้วมาไม่กี่ชิ้นเลยเอามาเคี่ยวทำซุปซดแก้หิวก็เท่านั้นเอง”
“เสี่ยวฮวา รู้หรือยังว่ากลับบ้านไปต้องอธิบายกับแม่เธอยังไง?”
เธอกำลังสอนให้สาวน้อยพูดโกหก!
เสี่ยวฮวามองดูกองกระดูกเ่าั้ไม่มีร่องรอยของการแทะแม้แต่น้อย ดูปราดเดียวก็รู้ว่าใช้มือฉีกเนื้อออกมา
เธอเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาบ้างแล้วจึงพยักหน้า “พี่เจียง ขอบคุณนะคะ!”
เสิ่นเหยาที่อยู่ข้างๆกระแอมออกมาหนึ่งที “พี่สะใภ้”
เจียงอิ๋งอิ๋งชำเลืองมองเขาปราดหนึ่ง“แค่คำเรียกขานเท่านั้น จะไปจริงจังอะไรนักหนา? เรียกพี่เจียงก็ฟังดูรื่นหูดีออกไม่ใช่หรือ?”
รื่นหูแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร?รื่นหูเพื่อให้คนอื่นเขาคิดว่าคุณยังไม่ได้แต่งงานงั้นหรือ?
เสิ่นเหยาไม่ปริปากพูดอะไรอีกเขาเลิกใส่ใจแล้วก้มหน้าก้มตาเก็บถ้วยชาม “เดี๋ยวผมจะลงไปทำงานในนาเสี่ยวอวิ๋นอยู่ช่วยงานที่บ้านนี่แหละ”
หลี่เสวี่ยเหลียนเกือบจะหลุดขำออกมา“รอแม่ด้วย เดี๋ยวแม่ไปพร้อมกับลูก...”
บ่ายวันนั้นทั้งสามคนที่อิ่มหนำสำราญก็ทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะเสี่ยวฮวาเธอแทบจะไม่เงยหน้าขึ้นเลย ไม่แม้แต่จะเสียเวลาพูดคุยได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานไม่หยุด และคอยเปลี่ยนด้ายอยู่ตลอดเวลา
เจียงอิ๋งอิ๋งเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ไม่ได้เอ่ยปากรบกวน...
พวกเธอทำงานรวดเดียวจนถึงประมาณหกโมงเย็นท้องฟ้ายังคงสว่างอยู่ เจียงอิ๋งอิ๋งจึงบิดี้เีพลางลุกขึ้นยืน“เอาล่ะ พวกเธอสองคนพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยทำต่อ!”
เสี่ยวฮวาเหลือบมองท้องฟ้าด้านนอกแล้วเงยหน้าขึ้น“พี่เจียง พวกพี่พักเถอะค่ะ หนูยังไม่เหนื่อย หนูขอทำต่ออีกสักพัก!”
“ทำต่อค่าแรงก็เท่าเดิม จะทำไปทำไมให้เหนื่อยเปล่า?”
เจียงอิ๋งอิ๋งดึงมือเธอออกมา“ดูสิ นิ้วมือโดนเข็มเสียดสีจนแดงไปหมดแล้ว!”
เสี่ยวฮวาส่ายหน้า“แค่นี้ไม่นับว่าเป็งานหรอกค่ะ”
ปกติอยู่ที่บ้านเธอทำงานหนักกว่านี้ตั้งเยอะทั้งลงนา ซักผ้า ทำกับข้าว จัดการงานบ้าน แถมยังต้องเลี้ยงเด็กั้แ่เช้าจรดค่ำ...
ข้าวปลาก็แทบไม่ได้กินแถมยังต้องโดนด่าโดนตี
คำที่แม่ของเธอมักจะใช้ด่าอยู่เสมอก็คือ“นังตัวล้างผลาญ! ถ้าตอนนั้นฉันไม่ใจอ่อนแกก็คงถูกย่าแกจับโยนน้ำตายไปนานแล้ว!”
ย่าของเธอเสียไปแล้วเธอไม่เคยเห็นหน้า จึงไม่รู้ว่าเื่จริงเป็อย่างไร
แต่ทุกครั้งที่เธอโดนด่าพ่อของเธอก็มักจะนิ่งเฉยประหนึ่งยอมรับในคำพูดนั้นหรือถ้าหากรำคาญขึ้นมาก็จะร่วมผสมโรงด่าด้วยอีกสองสามคำ“มีแต่ลูกล้างผลาญเต็มบ้าน ไม่มีใครที่ทำให้ได้ทุนคืนมาเลยสักคน!”
บางครั้งเธอก็ไม่เข้าใจจริงๆเธอทำงานหนักขนาดนั้น กินข้าวก็น้อยขนาดนี้ แล้วเธอไปล้างผลาญตรงไหนกัน?
เจียงอิ๋งอิ๋งจงใจปั้นหน้าดุ“ถ้าไม่เชื่อฟังพี่จะไม่จ่ายค่าแรงนะ!”
ทว่ารูปลักษณ์ของเธอนั้นดูอ่อนหวานและเย้ายวนเกินไปแม้จะทำเป็ดุแต่ก็ไม่มีความขรึมแม้แต่น้อยกลับยิ่งส่งเสริมให้เธอดูมีเสน่ห์น่าดึงดูดยิ่งขึ้น
เสี่ยวฮวามองจนเคลิ้ม“พี่เจียง พี่สวยจริงๆ เลยค่ะ...”
เจียงอิ๋งอิ๋งหลุดหัวเราะออกมา“แน่ะ เริ่มพูดจาประจบประแจงเป็แล้วนี่!”
เสี่ยวอวิ๋นที่อยู่ข้างๆก็พลอยหัวเราะตามไปด้วย “เสี่ยวฮวาพี่สะใภ้ฉันบอกให้พักเธอก็พักเถอะ! พวกเราไม่รู้อะไรก็แค่ทำตามที่เธอสั่งก็พอแล้ว!”
เสี่ยวฮวาพยักหน้ารับแล้วพูดขึ้นอีก “พรุ่งนี้หนูจะรีบมาให้เช้ากว่าเดิมนะคะ...”
เจียงอิ๋งอิ๋งหยิบลูกอมออกมาจากห่อของเธอแจกให้พวกเขาทั้งคู่คนละเม็ด “กินลูกอมสักหน่อยสิ!”
เสี่ยวฮวารับมาแล้วทำท่าจะหย่อนลงกระเป๋าตามสัญชาตญาณ
คราวนี้เจียงอิ๋งอิ๋งโกรธจริงๆแล้ว“กินตอนนี้เลย! ถ้าเธอเอากลับไป มันจะเข้าถึงท้องเธอไหม?”
เสี่ยวฮวาถึงเพิ่งจะรู้สึกตัวเธอคงจะติดนิสัยเก็บของดีๆ ไว้ให้น้องชายจนชินไปเสียแล้ว...
ใบหน้าของเธอกลายเป็สีแดงเรื่อด้วยความอับอายเสี่ยวฮวาแกะกระดาษห่อลูกอมแล้วส่งเข้าปาก
ลูกอมนั้นทั้งแข็งและหวานฉ่ำ
หวานเสียจนคาดว่าอีกหลายปีหลังจากนี้เธอคงจะไม่ได้ลิ้มรสลูกอมที่ไหนหวานไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
แม้กระทั่งลูกอมนำเข้าราคาแพงในภายหลังก็ไม่อาจเทียบความหวานนี้ได้แม้เพียงครึ่ง
เจียงอิ๋งอิ๋งถึงค่อยยิ้มออกมาเธอหยิบเงินหลายใบออกมาจากห่อของ นับให้เสี่ยวอวิ๋นหนึ่งหยวนและนับให้เสี่ยวฮวาเจ็ดเหมา
เสี่ยวฮวารับเงินมาแล้วชะงักไป“พี่เจียงคะ พี่ให้เงินไม่ถูกต้องค่ะ เมื่อเช้าให้มาแล้วสามเหมาตอนนี้ก็ควรให้หนูอีกห้าเหมาสิคะ”
เจียงอิ๋งอิ๋งช้อนตาขึ้นถามเธอ“แล้วเงินเมื่อเช้าอยู่ไหนล่ะ?”
เสี่ยวฮวาก้มหน้าลงด้วยความขัดเขิน“แม่เอาไปหมดแล้วค่ะ”
“นั่นไงล่ะ ต่อให้พี่ให้เงินเธอเพิ่ม แม่เธอก็จะเอาไปอยู่ดี”
เจียงอิ๋งอิ๋งมองเธออย่างเนิบช้า“กลับไปแล้วก็เอาเงินห้าเหมานั่นให้เขาไปส่วนที่เหลืออีกสองเหมาไปหาที่ซ่อนเอาไว้เอง”
“พรุ่งนี้ค่าแรงก็จะเป็วันละแปดเหมาเหมือนกัน จำไว้ล่ะ”
ในที่สุดเสี่ยวฮวาก็เข้าใจความหมายของเธอขึ้นมาเธอรู้สึกว่าเงินในมือนั้นร้อนผ่าวขึ้นมา
วันนี้เธอเก็บเงินเองได้สองเหมาพรุ่งนี้อีกสองเหมา
ถ้า...ถ้าวันข้างหน้ายังได้ทำงานต่อ เธอก็จะเก็บได้มากขึ้น...
ถึงตอนนั้นถ้าเธอเอาเงินให้พ่อกับแม่ เธอคงไม่ต้องแต่งงานกับเฉินเหล่าซานแล้วใช่ไหม...
เจียงอิ๋งอิ๋งเห็นเธอเข้าใจแล้วจึงเบาใจลง“เสี่ยวอวิ๋น เธอก็ห้ามหลุดปากเชียวนะ แล้วก็บอกพ่อกับแม่ด้วยว่าต่อไปใครมาทำงานที่บ้าน ให้บอกตรงกันว่าค่าแรงวันละแปดเหมา”
วันนี้ได้เห็นหลี่หลันจือแล้วเธอถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าเงินหนึ่งหยวนสำหรับเกษตรกรที่ยังไม่มีรายได้เป็ของตัวเองนั้นถือเป็ค่าแรงที่สูงเกินไป
โบราณว่าไว้‘ต้นไม้ใหญ่ย่อมต้านลม’ เธอควรจะเพลาๆลงหน่อยจะดีกว่า
คิดได้ดังนั้นเธอก็เอามือตบหน้าอกด้วยความหวาดเสียว ไม่ได้การละต้องดูเสียหน่อยว่ามีค่าโชคคุ้มครองอะไรให้แลกเปลี่ยนได้บ้าง
การจะหาเงินได้นั้นความปลอดภัยต้องมาก่อนเป็อันดับแรก...