“ก่อนอื่นข้าขอแนะนำตัวก่อน ข้าชื่อสฟิงซ์เป็นผู้พิทักษ์คริสตัลมหาเวทมนตร์แห่งความมืด หรือพูดง่ายๆก็คือเป็นผู้พิทักษ์ของดันเจี้ยนแห่งนี้นี่แหละ"
พวกเรเวลฟังแล้วก็พยักหน้าตาม จากนั้นสิงโตตัวนั้นก็เริ่มพูดต่อ
"คริสตัลมหาเวทมนตร์ต่างจากวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติอื่นๆ เช่น มนุษย์เมื่อใช้พลังเวทจนหมด ก็ต้องรอสักพักกว่าร่างกายจะสร้างพลังเวทขึ้นมาใหม่ได้ พูดง่ายๆคือพลังเวทเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ไม่ว่าจะก้อนหิน พื้นดิน อากาศ ต้นไม้ ใบหญ้า ก็เป็นแบบเดียวกัน
ด้วยเหตุนี้ความสามารถและศักยภาพของสิ่งต่างๆจึงถูกกำหนดด้วยขอบเขตภาชนะของพลังเวท โดยเฉพาะในสิ่งมีชีวิตหากมีภาชนะที่เล็กเกินไป ระดับภัยคุกคามของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นก็จะน้อยไปด้วย เพราะสามารถรีดเค้นพลังเวทออกมาได้น้อยนั่นเอง
แต่สำหรับคริสตัลมหาเวทมนตร์นั้นเป็นวัตถุอนินทรีย์ชนิดพิเศษ แม้จะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแต่มันก็เป็นแหล่งกำเนิดของพลังเวทที่สามาถสร้างพลังเวทขึ้นมาได้อย่างไร้ขีดจำกัด”
“ไร้ขีดจำกัด!?” เรเวลตกใจขึ้นมาทันที
“คล้ายๆแบตเตอรี่อุปกรณ์เวทมนตร์ที่ใช้ได้แบบไม่มีวันหมดน่ะหรอครับ?” รูอันถามขึ้นมา แต่สิงโตตัวนั้นดูท่าทางไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
“ก็คงเป็นแบบนั้นมั้งคะ” เซซิเลียตอบแทน
“งั้นก็คงเป็นทรัพยากรที่มีค่าสุดๆเลยน่ะสิ สมกับเป็นดันเจี้ยนเลยนะ” เซเลน่ากล่าว
“งั้นก็เรื่องใหญ่อยู่เหมือนกันนะเนี่ย ถ้าหากรีดเค้นพลังเวทออกมาได้ไม่สิ้นสุดในแต่ละครั้งละก็ คงสามารถใช้สร้างอาวุธร้ายแรงได้เลย ไม่ว่าจะปืนใหญ่เวทมนตร์ที่สามารถทำลายล้างอาณาจักรได้ทั้งอาณาจักรภายในนัดเดียว หรือ ใช้ทำพิธีกรรมเวทบางอย่างที่โดยปกติไม่สามารถทำได้ เพราะต้องใช้พลังเวทที่เหนือจินตนาการมากเกินไปจนไม่มีมนุษย์คนไหนที่มีพลังเวทมากขนาดนั้น" เรเวลกล่าว
“โฮ..นายก็รู้เยอะเหมือนกันนะเนี่ย” เซเลน่ากล่าว
'ทั้งที่หน้าตาดูเหมือนผู้ชายโง่ๆแท้ๆ' เซเลน่าคิดในใจ
“ก็นะ..พอดีฉันเข้าไปอ่านหนังสือในหอสมุดโรงเรียนค่อนข้างบ่อยน่ะ…แล้วก็ถ้าไม่ถูกเธอหาเรื่องบ่อยๆตอนนั้นก็คงจะรู้เยอะกว่านี้อีกมั้ง”
"ไม่ต้องพูดแดกดันกันก็ได้มั้ง ฉันกับนายตอนนี้ก็ดีกันแล้วนิ"
"อา..โทษทีๆ..ฮ่ะๆๆ"
'ดีกัน..แต่ฉันยังเคืองนิดๆนะเฟ้ย' เรเวลฝืนยิ้มให้เซเลน่า
เขาและเธอพูดคุยกันราวลืมความเครียดในสถานการณ์ปัจจุบันไปสักพักแล้ว
“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะครับ ผมว่าตอนนี้ที่พวกเราควรรู้ที่สุดคือเราจะออกจากที่นี่ไปยังไงมากกว่า” รูอันกล่าวเพื่อย้ำเตือน
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก ที่ชั้นล่างสุดของดันเจี้ยนแห่งนี้มีอุปกรณ์สำหรับวาร์ปกลับไปด้านนอกพิระมิดอยู่ พูดง่ายๆคือพวกเจ้าจะกลับไปบนพื้นได้ก็ต่อเมื่อต้องลงไปชั้นล่างสุดเท่านั้นน่ะ” สิงโตกล่าว
พวกเรเวลเมื่อได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเหมือนจะดีใจ แต่ก็ไม่ดีใจอยู่ดี
“ลงไปชั้นล่างสุดเนี่ยนะ!?”
“เห้อ..เผลอๆอาจจะตายตั้งแต่ยังไปไม่ถึงชั้นล่างด้วยซ้ำ”
“นั่นสินะคะ..”
ก็แหงล่ะการจะฝ่าแต่ละชั้นได้ ก็ต้องฝ่าดงฝูงสัตว์ปีศาจไปด้วย ถ้าเอาชนะพวกนั้นไม่ได้ก็ไปไม่ได้อยู่ดี หากเป็นแบบนั้นสู้หนีกลับขึ้นไปชั้นบนตั้งแต่แรกจะไม่ง่ายกว่าหรอ
“ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าจะแบ่งพลังให้พวกเจ้าส่วนนึง น่าจะทำให้พวกเจ้าพอสู้กับทหารยามในดันเจี้ยนได้บ้าง เอ่อถ้าเป็นพวกเจ้าคงจะเรียกทหารยามว่าสัตว์ปีศาจสินะ”
“แต่ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าจะไม่ช่วยพวกเราไม่ใช่หรอคะ?”
“ที่ข้าไม่สามารถช่วยพวกเจ้าได้ คือพาพวกเจ้าไปส่งเกินขอบเขตของชั้นที่ข้าสามารถไปถึงได้ต่างหากล่ะ แต่ว่าถ้าแค่แบ่งพลังส่วนหนึ่งให้พวกเจ้าเฉยๆล่ะก็สามารถทำได้ แต่ต้องยอมรับเงื่อนไขของข้าข้อนึงเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน”
“เงื่อนไข?”
“เงื่อนไขคืออะไรหรอคะ?”
“เจ้าช่วยนำคริสตัลมหาเวทมนตร์ที่อยู่ชั้นล่างสุดนี้หนีไปพร้อมกับพวกเจ้าที”
“เเเเเเเเเเอ๋!!!!”
“ตะ..แต่ว่าคุณมีหน้าที่ปกป้องคริสตัลอันนั้นไม่ใช่หรอครับ?”
“ใช่แล้วล่ะ..เพราะแบบนั้นถึงต้องฝากไว้กับพวกเจ้าไงล่ะ เพราะตอนนี้มีมนุษย์บางกลุ่มกำลังพยายามรวบรวมคริสตัลเหล่านั้นอยู่ ก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไรหรอกนะ แต่ว่าข้าสัมผัสได้ว่ามีผู้พิทักษ์เหมือนกับข้า ได้ถูกฆ่าตายในสถานที่ๆเก็บคริสตัลมหาเวทมนตร์เหล่านั้น ซึ่งตอนนี้มีคริสตัลที่ถูกชิงไปถึง3ชิ้นแล้ว”
“3ชิ้น?”
“ใช่แล้วล่ะ คริสตัลมหาเวทมนตร์จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด7ชิ้น ได้แก่ คริสตัลมหาเวทมนตร์แห่งดิน ,น้ำ ,ลม ,ไฟ ,แสง ,ความมืด และมิติ โดยแต่ละชิ้นก็จะอยู่คนละสถานที่
และในแต่ละสถานที่ก็จะมีทหารยามและผู้พิทักษ์คอยปกป้องอยู่”
“แต่ว่าตัวคุณมีเลเวลถึง90เลยไม่ใช่หรอคะ? แต่ทำไม…”
เซซิเลียถามแบบนั้น แต่สิงโตตัวนั้นส่ายหน้าทันที
“ผู้พิทักษ์คนอื่นๆก็มีความสามารถพอๆกับข้า แต่สุดท้ายก็ถูกฆ่าทิ้ง ซึ่งข้าเองในอนาคตก็คงมีชะตากรรมที่ไม่ต่างกัน ฉะนั้นถ้าหากสุดท้ายแล้วคริสตัลจะต้องตกอยู่ในมือของคนชั่ว ก็สู้ให้มันตกอยู่ในมือของคนดีตั้งแต่แรกจะไม่ดีกว่าหรอ”
“เพราะงั้นคุณถึงมาไหว้วานพวกเรางั้นหรอครับ"
“ก็ทำนองนั้นแหละ อย่างน้อยกลิ่นไอจากตัวพวกเจ้าก็ไม่ได้ดูเลวร้ายนะ”
“เอาเถอะ..ถึงจะรู้สึกแหยงๆเล็กน้อยเวลามีสัตว์ปีศาจมาชมว่าเราเป็นคนดีก็เถอะนะ..” เซเลน่าทำสีหน้าแปลกประหลาดเล็กน้อย
“งั้นก็ได้ครับ พวกเราจะรับคำขอของคุณ และก็อยากให้คุณช่วยให้พวกเราสามารถออกจากดันเจี้ยนแห่งนี้เท่าที่จะสามารถช่วยได้ด้วยครับ” เรเวลกล่าว
สิงโตพยักหน้า แล้วปล่อยออร่าสีแดงออกมาจากดวงตา
หลังจากนั้นแสงสีแดงได้ห่อหุ้มตัวของทุกคน
----------------------------
<บัพสัตว์เทพ-สฟิงซ์>
-ปรับเพิ่มความสามารถทุกด้านจนถึงขอบเขตที่กำหนด (+10 LV)
-เพิ่มอัตราปริมาณ EXP ที่ได้รับ (x200% )
-ระยะเวลา 72 ชม.
-------------------------------
เรเวลและคนอื่นๆมองทัศนวิสัยในสายตาตัวเองที่มีข้อความบางอย่างปรากฎขึ้น
“นี่คือพลังที่ข้ามอบให้พวกเจ้าชั่วคราว ส่วนแผนที่ของดันเจี้ยนแห่งนี้และตำแหน่งคริสตัลรวมทั้งทางออกนั้นข้าได้ใส่มันในความทรงจำของพวกเจ้าเรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเรื่องตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่เก็บคริสตัลมหาเวทมนตร์ที่เหลืออยู่อีก3ชิ้นในโลกใบนี้ด้วย จงจำไว้ให้ดีๆล่ะ”
“ขอบคุณนะครับ/ขอบคุณนะคะ”
“แล้วก็..สำหรับมนุษย์ผมสีขาวที่อยู่ตรงนั้นน่ะ”
“เอ๋?..ผมหรอครับ?”
"ใช่แล้วล่ะ..ข้ามีเรื่องที่จะต้องบอกกับเจ้าหน่อย..เกี่ยวกับอาร์ติเฟกซ์ที่เจ้ากำลังถือครองอยู่น่ะ.."