หลังจากโหมวซือฉิงขึ้นฝั่งไปแล้ว แม้เฉินซิ่วเฟิงไม่พอใจ แต่คดีนี้ก็ ‘ประสบความสำเร็จอย่างมาก’ สมาชิกของปฏิบัติการครั้งนี้ต่างเริ่มงานยุ่ง เขาเองก็ ‘ถูกบังคับ’ให้ยุ่งจนหัวหมุนกระทั่งไม่มีเวลาถามโหมวซือฉิงสักคำ
การกระทำอันไร้ที่มาที่ไปของโหมวซือฉิงทำให้เฉินซิ่วเฟิงสับสนไปหมดแต่เขาปักใจไว้แล้วอย่างหนึ่ง นั่นคือเขาคิดว่าโหมวซือฉิง ‘เตรียมการไว้แล้ว’ เพื่อออกหน้าสู้แทนหน่วยสืบสวนอาชญากรรมแล้วเธอก็ทำสำเร็จเสียด้วย ผู้เข้าร่วมปฏิบัติการในคืนนี้มีมากกว่าหนึ่งร้อยคน มีคนไหนไม่รู้บ้างว่าโหมวซือฉิงเป็นคนค้นพบยาเสพติดจำนวนมหาศาลขนาดนี้
หลังจากโหมวซือฉิงขึ้นฝั่งมากับสวี่ตงและเห็นว่าไม่มีใครสนใจพวกเขาเหมาะจะแอบจากไปอย่างเงียบๆ จึงโบกมือเรียกสวี่ตง ทั้งสองไต่หินสูงชันขึ้นไปบนถนนก่อนจะขับรถจากไป
โหมวซือฉิงขับรถไปพลางครุ่นคิดเรื่องคดีใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มตอนนี้เธอไม่คิดจะโทรรายงานสถานการณ์ภารกิจในคืนนี้กับหูชิงซานเพราะรู้ว่าไม่ต้องให้เธอพูดอะไรก็ต้องมีคนรายงานหูชิงซานอยู่แล้ว
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆโหมวซือฉิงยังไม่ทันขับรถกลับเข้าเขตเมือง สายจากหูชิงซานก็โทรมา!
“ซือฉิง ยัยเด็กคนนี้นี่ ทำฉันประหลาดใจสุดๆ ...ฮ่าๆครั้งนี้ฉันจะให้รางวัลก้อนใหญ่!” ปลายสายหูชิงซานไม่รอให้โหมวซือฉิงพูดอะไรก็พูดพลางหัวเราะเอิ๊กอ๊าก
โหมวซือฉิงคิดไว้แล้วว่าจะตอบอย่างไรจึงยิ้มอ่อน“ผู้กำกับหู อันที่จริงปฏิบัติการครั้งนี้เป็นทีมอู๋ของเราวางแผนมา เขาใช้ความพยายามอย่างยากลำบากเพื่อหาข้อมูลจากสายข่าวแต่เขาไม่อยากสร้างปัญหาให้ทีมเฉิน พวกเราเป็นคู่แข่งกันมาตลอดความตั้งใจของเขาคือแค่อยากปิดคดีให้ได้ขอแค่ลดความกดดันที่มีต่อเมืองถงเฉิงได้และนำความสงบสุขมาสู่เมืองถงเฉิงได้ถึงจะไร้ตัวตนก็ไม่เป็นไรถึงได้ส่งพวกเราไป...”
“เอาละๆๆ !”เดิมทีหูชิงซานก็ไม่คิดว่าเรื่องราวจะง่ายดายขนาดนั้นอยู่แล้วว่ากันตามหลักแล้วโหมวซือฉิงไม่ได้ฉลาดเฉลียวหรือมีความสามารถดีขนาดนั้นเขาสงสัยอยู่แล้วว่าอู๋หงเซิ่งเป็นคนจัดการเดิมทีความขัดแย้งระหว่างหน่วยปราบปรามยาเสพติดกับหน่วยสืบสวนอาชญากรรมก็รุนแรงอยู่แล้วอีกทั้งตลอดหลายปีมานี้หน่วยปราบปรามยาเสพติดยังคอยสกัดขาหน่วยสืบสวนอาชญากรรมเสมอความสามารถของเฉินซิ่วเฟิงจึงถูกมองว่า ‘ดีที่สุด’
ในแง่ของอายุเฉินซิ่วเฟิงก็ได้เปรียบกว่าอู๋หงเซิ่ง เฉินซิ่วเฟิงอายุเกือบสี่สิบ แต่อู๋หงเซิ่งอายุห้าสิบสี่แล้วเบื้องบนมีความตั้งใจที่จะสนับสนุนเฉินซิ่วเฟิง ทว่าเพราะภารกิจในคืนนี้‘ความได้เปรียบ’ ของเฉินซิ่วเฟิงจึงถูกเหยียบจมดิน!
เนื่องจากคดีวันนี้มีคนจับตามองมากเกินไปยาเสพติดเกือบห้าร้อยกิโลกรัมนับเป็น ‘คดีใหญ่’ ที่หาได้ยากในประเทศเรียกได้ว่าอู๋หงเซิ่งที่คอย ‘ออกคำสั่ง’ อยู่เบื้องหลังยากที่จะไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง
แต่หูชิงซานกลับค่อนข้างพอใจได้ยินคำอธิบายของโหมวซือฉิงแบบนั้นก็แสดงว่าอู๋หงเซิ่งคิดการรอบคอบและไม่ต้องการ‘ขัดแย้ง’ กับเฉินซิ่วเฟิง ดูจากความคับข้องใจระหว่างทั้งสองหน่วย หากไม่แย่งผลงานหรือ‘เยาะเย้ย’ เฉินซิ่วเฟิงสักครั้งเป็นการเหยียบหน้าเขาสิแปลกแต่นี่อู๋หงเซิงไม่ออกหน้าด้วยซ้ำ ช่างเป็นคนใจกว้างเป็นเขาเองที่ประเมินอู๋หงเซิ่งต่ำไป!
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าอู๋หงเซิ่งได้ผลงานหรือเฉินซิ่วเฟิงได้ผลงานก็ล้วนเป็นประโยชน์ต่อผู้บังคับบัญชาอย่างหูชิงซานไม่น้อยลูกน้องคิดการรอบคอบทำให้ผู้อำนวยการอย่างเขาได้ดีไปด้วยแถมยังไร้ความขัดแย้งภายใน นับว่าเป็นเรื่องดี!
“เธอกลับมาเขียนรายงานส่งให้ฉันพรุ่งนี้เช้าคืนนี้ฉันยังต้องเรียกพนักงานสอบสวนมาสอบปากคำทั้งคืนใช้โอกาสนี้ขุดรากถอนโคนพวกมันให้หมด!”
“ค่ะ!” โหมวซือฉิงรับคำก่อนจะวางสายครุ่นคิดบางอย่างอยู่พักหนึ่งก็หันมามองสวี่ตงที่นั่งเงียบตลอดทาง “สวี่ตง นายจะไปสำนักงานกับฉันไหม”
“ไม่เอาแล้วครับ!” สวี่ตงตอบเสียงเรียบ“คุณไปส่งผมที่ร้านพี่หนิวเถอะ ผมเหนื่อยแล้ว อยากกลับไปนอนอีกอย่างเรื่องคดีผมก็เคยพูดกับคุณแล้วนี่ ถ้าคุณลากผมไปด้วยการร่วมมือของเราจะจบลงตรงนี้!”
โหมวซือฉิงหัวเราะคิกคักขับรถไปอีกสักพักก็พูดขึ้นมาอีกว่า “แปลกจริง ใครบ้างไม่อยากโดดเด่นไม่อยากออกหน้าให้เป็นที่สนใจ นายนี่แปลกคนจริงๆผลงานใหญ่แต่ละอย่างก็โยนทิ้งให้ฉันเก็บมาอย่างเปล่าประโยชน์ ขนมเปี๊ยะนี่ทำฉันแทบมึนหัวไปหมดแล้ว!”
สวี่ตงยิ้มบางและไม่พูดอะไรสายตามองไปนอกหน้าต่าง เลยเที่ยงคืนแล้ว เวลานี้นอกถนนหลวงมืดสนิทมองไม่เห็นอะไรเลย
โหมวซือฉิงพูดขึ้นอีกครั้งอย่างอารมณ์ดี “สวี่ตงฉันว่า ‘ประสาทรับกลิ่น’ ของนายนี่โคตรเจ๋งเลย เป็น ‘อาวุธเทพ’สำหรับการไขคดีเลยนะ ฉันไม่ได้คิดว่านายช่วยฉันทำผลงานได้มากแค่ไหนแต่กำลังคิดว่ายิ่งไขคดีได้มากก็ยิ่งทำเพื่อประชาชนได้มาก!”
“อย่าแม้แต่จะคิดเลยครับ!” สวี่ตงปฏิเสธโดยไม่คิด“ผมไม่มีเวลาว่างมายุ่งเรื่องของพวกคุณหรอก ผมก็ต้องทำงานของผมหาเลี้ยงชีพตัวเองน่ะ อย่างมากก็ว่างมาช่วยคุณได้แค่ครั้งสองครั้งเท่านั้นแหละ!”
โหมวซือฉิงอึ้ง เหลือบมองสวี่ตงก่อนจะแค่นเสียง “นายนี่มัน...จริงๆเลย!”
คิดๆดูแล้วก่อนหน้านี้สวี่ตงก็เคยพูดไว้ชัดเจนแล้วแล้วเขาก็ไม่ได้แสวงหาชื่อเสียงเงินทองย่อมไม่มีทางขอร้องให้เขาทำอะไรมากกว่านี้ได้หากบังคับมากเข้าเขาอาจไม่ช่วยไปเลยก็ได้ ค่อยเป็นค่อยไปแล้วกันขอเพียงเขารับปากจะช่วย ค่อยดึงเขามาร่วมมือแค่ตอนวิกฤติก็ได้ แบบนี้ก็ไม่แย่!
ส่งสวี่ตงกลับโรงรับจำนำแล้วโหมวซือฉิงก็ขับรถกลับสำนักงานอย่างอารมณ์ดี
สวี่ตงยืนอยู่หน้าโรงรับจำนำพักใหญ่ หลังจากรถของโหมวซือฉิงลับสายตาจึงควักกุญแจไขประตูเข้าไป
การใช้พลังติดต่อกันทำเอาเขา ‘เหนื่อยมาก’จนฟุบหลับบนเตียงโดยไม่แม้แต่จะอาบน้ำ
เช้าวันรุ่งขึ้นสวี่ตงยังจมอยู่ในความฝันก็ถูกคนปลุกขึ้นมาเมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงคือหนิวเซี่ยงตงเจ้านายของเขา!
สวี่ตงพลันกระวีกระวาดลุกขึ้นนั่งพลางถามเขา“อาหนิว เช้า...เช้าแล้วเหรอครับ”
หนิวเซี่ยงตงดูนาฬิกาที่ข้อมือก่อนจะตอบเสียงเข้ม“เก้าโมงครึ่งแล้ว ยังเช้าอยู่อีกเหรอ รีบลุกเร็ว ฉันมีแขก!”
สวี่ตงยิ่งตื่นตระหนกนี่เขาหลับยาวถึงเก้าโมงครึ่งเลยเหรอ
ดูท่าเมื่อคืนคงจะเหนื่อยมากถึงหลับลึกขนาดนี้ให้หนิวเซี่ยงตงต้องเข้ามาเรียกเขาด้วยตัวเองแบบนี้ทำเอาสวี่ตงทั้งอายทั้งเลิ่กลั่กจึงรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
หนิวเซี่ยงตงหมุนตัวออกไปเดินถึงประตูแล้วก็หันกลับมามองสวี่ตงอีกรอบ “สวี่ตง ฉันมีแขกมาคุยเรื่องธุรกิจเธอรีบเอาน้ำชาไปรับแขก อย่าทำเสียมารยาทล่ะ!”
สวี่ตงยิ้มตอบอย่างกระอักกระอ่วน “ครับๆผมจะรีบล้างหน้าแล้วเอาชาไปเสิร์ฟเดี๋ยวนี้เลยครับ!”
หนิวเซี่ยงตงพยักหน้าเดินเอามือไพล่หลังจากไปตอนนั้นเองสวี่ตงจึงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันให้เร็วที่สุดไม่ถึงสองนาทีก็รีบออกไปชงชา
เนื่องจากหนิวเซี่ยงตงไม่ได้บอกว่ามีแขกกี่คนสวี่ตงจึงเทชาสองถ้วยออกไปก่อน
ด้านนอก หนิวเซี่ยงตงกำลังคุยกับคนคนหนึ่งสวี่ตงรีบนำถ้วยชาเสิร์ฟขึ้นโต๊ะอย่างระมัดระวัง “เชิญดื่มชาครับ!”
พอเงยหน้าขึ้นและเห็นหน้าแขกคนนั้นสวี่ตงก็อดตกใจไม่ได้ แขกคนนั้นก็คือโจวเทียนฉีลุงเขยของเขา!
โจวเทียนฉีย่อมรู้อยู่แล้วว่าสวี่ตงอยู่ที่ร้านหนิวเซี่ยงตงเขาจึงรับชามาจิบเบาๆ โดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
สวี่ตงถอยออกสองก้าวไปยืนหลบอยู่ด้านข้างพอเห็นสีหน้าอิ่มเอมใจของลุงเขยเข้าก็เกิดความ ‘ไม่พอใจ’
หนิวเซี่ยงตงก็ยกชาขึ้นจิบก่อนจะพูดอย่างอารมณ์ดี“พี่โจว ขวดหยกบริสุทธิ์จากราชวงศ์ซ่งที่ให้คุณดูคราวก่อน ผมยังเก็บไว้ให้ไม่ได้เอาให้ใครดูเลย วันนี้คุณโทรบอกว่าจะมาดูอีกครั้ง งั้นคุณก็ดูตามสบายเลยเจ้านี่น่ะ ฮ่าๆ ราคาตลาดมากกว่าสี่แสนเลยนะครับ แต่ผมเห็นพี่โจวเป็นสหายงั้นสองแสนห้าก็สองแสนห้า คนอื่นให้มากกว่าผมก็ไม่ขาย!”
ใบหน้า ‘เคร่งขรึม’ของโจวเทียนฉีผ่อนคลายลงและยิ้มตอบอย่างอารมณ์ดี “พี่หนิวพูดอะไรแบบนั้น ผมแค่กลับไปคิดดูนิดหน่อยบอกว่าจะเอาก็ต้องเอาสิ แต่ว่าตอนนี้ยังเช้าเกินไปเลยไม่ได้ไปธนาคารมีเงินติดตัวมาแค่แสนเดียว คุณว่า...”
“ไม่เป็นไรผมกับพี่โจวยังต้องพูดเรื่องเงินกันอีกเหรอ!” หนิวเซี่ยงตงโบกมือส่งๆ“คุณเอาของไปได้เลย ไม่ต้องพูดเรื่องเงินกับผมหรอก คุณสะดวกไปธนาคารเมื่อไรก็ค่อยเอามาให้ผมคนอย่างพี่โจวน่ะผมยังมีอะไรให้ไม่เชื่อใจอีกเล่า”
หนิวเซี่ยงตงพูดพลางลุกเข้าไปในห้องด้านในเพื่อหยิบขวดหยกบริสุทธิ์ออกมาสวี่ตงอยู่ที่ร้านยังไม่เคยเห็นขวดอันนี้มาก่อน ตัวขวดไม่ได้ใหญ่มาก แค่พอๆกับขวดโคล่า ตัวขวดสีขาวน้ำนม มีออร่าสมบัติสีน้ำเงินแผ่ออกมา เแสดงว่าเป็นของดี!
หากเป็นแขกคนอื่นสวี่ตงคงไม่พูดอะไรนี่คือธุรกิจของหนิวเซี่ยงตง เขาอยากทำอย่างไรก็เรื่องของเขา ตนป็นแค่พนักงานพาร์ตไทม์มากสุดก็ทำได้แค่ ‘ตรวจสอบ’ ให้เขาเพื่อไม่ให้โดนหลอก
แต่ตอนนี้แขกที่ว่าคือ ‘โจวเทียนฉี’คนที่เขาเกลียดสุดหัวใจ หนิวเซี่ยงตงขายของแท้ให้เขา ดูจากความเข้มของออร่าสมบัติราคาของเจ้าสิ่งนี้ไม่นับว่าแพงเลย!
การซื้อขายของสะสมโบราณนั้นสวี่ตงเองก็รู้ดีว่าธุรกิจนี้‘ไม่มีการรับประกัน’ เนื่องจากการซื้อขายของโบราณล้วนอาศัย ‘ทักษะการดูของ’หากรับประกันแล้วเกิดขาดทุนขึ้นมา อีกฝ่ายอาจ ‘เบี้ยวหนี’ ได้เรียกว่าเป็นการสร้างปัญหาให้ตัวเองธุรกิจในวงการนี้ก็เหมือนกับธนาคารที่จะไม่มีการรับผิดชอบเมื่อเดินพ้นเคาน์เตอร์!
แต่หนิวเซี่ยงตงตกลงให้โจวเทียนฉีจ่ายเงินสดเพียงแสนเดียวที่เหลือสามารถจ่ายตอนไหนก็ได้ แบบนี้ก็เท่ากับให้ผลประโยชน์โจวเทียนฉีเปล่าๆเลยนี่
โจวเทียนฉีได้ยินดังนั้นก็รีบพยักหน้าอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเปิดซิปกระเป๋าเอกสารที่วางไว้ข้างเข่าหยิบธนบัตรที่ถูกมัดด้วยกระดาษประทับตราธนาคารออกมา มัดละหนึ่งหมื่นหยวนรวมทั้งหมดสิบมัด
“พี่หนิว งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะนี่คือเงินสดหนึ่งแสนหยวน ที่เหลือเดี๋ยวกลับไปแล้วจะให้คนไปถอนเงินที่ธนาคารส่งมาให้...”
สวี่ตงทนไม่ไหวจึงพูดขึ้น “อาหนิว...”
“สวี่ตง!”
ไม่รอให้สวี่ตงพูดออกมาจนหมดหนิวเซี่ยงตงก็เงยหน้าโบกมือให้ “ไปกวาดร้านไป ทั้งข้างนอกทั้งข้างในกวาดให้หมดเลยนะฉันเห็นฝุ่นเกาะเยอะมาก!”
สวี่ตงตกใจเขาเก็บกวาดร้านนี้เป็นประจำจนแทบไม่มีฝุ่นสักเม็ด แล้วเอาอะไรมาฝุ่นเกาะ
ชัดเจนว่าความหมายของหนิวเซี่ยงตงคือไม่ชอบที่เขาวุ่นวายอยู่ตรงนี้!
สวี่ตงเจ็บแปลบในอก เขามองว่าความสัมพันธ์ของตนกับหนิวเซี่ยงตง‘ดีมาก’ แต่ความจริงแล้ว เขาก็เป็นแค่ตัวละครเล็กๆ ที่ไร้บทบาทหนิวเซี่ยงตงทำดีกับเขานิดหน่อยก็อย่าได้สำคัญตัวไปหน่อยเลยธุรกิจในร้านนี้น่ะจะถึงคราวให้เขาออกความเห็นได้อย่างไร