หนึ่งรัตติกาล

    หนึ่งรัตติกาล ตอนที่ 49 : หยั่งรู้เต๋า

    หานลี่สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป แลเร่งเปิดตำราเต๋าออกดู


    " วิ้ง " สามพันมรรคาพุ่งทะยานเข้าสู่สายตาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับมวลน้ำที่ทำนบแตก 


    คลื่นมหามรรคาวิถีทั้งสามพันหลั่งไหลเข้าสู่ดวงตาขาวข้างดำข้าง ทั่งร่างของชายหนุ่มเปล่งแสงขาวดำเรืองรอง


    เสียงมหาสามพันมรรคาวิถีดังอื้ออึงอบอวลทั่วห้อง ทั้งสามพันมายาลอยล่องเต็มทั่ว 


    หนึ่งชั่วยามผันผ่าน 


    " อืม " หานลี่ได้สติกลับมา เขากระพริบตาถี่ๆ มองจ้องยังหนังสือเต๋าที่อยู่ในมือ 


    หลังจากเสร็จสิ้นการปลดปล่อยสามพันมรรคาวิถี หนังสือเต๋าพลันกลายเป็นเพียงหนังสือเต๋าเล่มคัดลอกธรรมดาสามัญ


    " สามพันมหามรรคาวิถีเข้าสู่ร่างกายของข้าหมดสิ้นแล้วรึ " ชายหนุ่มพึมพำ 


    เขาครุ่นคิดถึงสามพันมหามรรคา " ผู้คนสมัยโบราณช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถหยั่งรู้มรรคาวิถีได้ " หานลี่พึมพำ


    " แล้วข้าจะทำเช่นใดจึงจะสามารถหยั่งรู้ทั้งสามพันมรรคาได้ " หานลี่พึมพำ


    " รึว่าจะรวมเป็นหนึ่ง แลหยั่งรู้เพียงสิ่งเดียว " หานลี่พึมพำ เขาพยักหน้าช้าๆ 


    " แต่ก็ต้องมีรากฐานจากสามพันมรรคาวิถีก่อน จึงจะสามารถควบรวมให้เป็นหนึ่งได้ " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ 


    " ฮื่อห์ " เขาถอนหายใจออกมาอย่างแรง เมื่อครุ่นคิดถึงมหามรรคาทั้งสามพัน


    " แต่ก่อนอื่น ต้องหยั่งรู้เต๋าขั้นต้นให้ได้เสียก่อน จึงจะสามารถเข้าสอบยังสำนักบัณฑิตได้ " ชายหนุ่มพึมพำ


    " เหลือเวลาอีกหลายวัน น่าจะทัน " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ 


    ชายหนุ่มออกไปหาของกิน เมื่อแล้วเสร็จเขากลับเข้าห้อง แลหย่อนร่างลงบนเตียงแลนั่งขัดสมาธิ


    ชายหนุ่มเปิดตำราเต๋าหน้าที่หนึ่งบทที่หนึ่ง " เต๋าคืออะไร " หานลี่เอ่ยออกมา


    " นี่คือคำถามแรกของผู้ที่เริ่มเต๋า ทุกคนต้องผ่านกำแพงนี้ไปให้ได้จึงจะสามารถสัมผัสเต๋าได้ " หานลี่พึมพำ


    " เต๋าคือวิถีทาง แลหลักการ " หานลี่อ่านตำราเต๋าในบทที่สอง 


    " บทที่สาม มรรคา คือสิ่งที่เป็นธรรมชาติ เกิดมีขึ้นเอง เป็นนิรันดร์ " หานลี่พึมพำ


    " อือ " เขาพยักหน้าช้าๆ พลางกวาดตามองทั่วห้อง 


    " โต๊ะ เก้าอี้ เตียง ผ้า นี่เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น หาใช่เต๋า " ชายหนุ่มพยักหน้าช้า 


    " มนุษย์ สัตว์ สัตว์อสูร ขุนเขา สายน้ำ สายลม แสงแดด แสงจันทร์ แลอีกหลายสิ่ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นเองเป็นธรรมชาติ " ชายหนุ่มพึมพำ


    " เช่นนั้นแล้วสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วยหลักการแลวิธีการ ล้วนขัดแย้งกับเต๋า เพราะเต๋านั้นคือธรรมชาติ " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ


    " ธรรมชาติสร้างสรรด้วยพลังของธรรมชาติ ก่อเกิดรูปแบบที่เรียบง่าย มิสลับซับซ้อน " หานลี่พึมพำ


    " ยิ่งเข้าถึงธรรมชาติมากเท่าใด ก็ยิ่งสัมผัสถึงเต๋าได้มากเท่านั้น " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ 


    " วิธีการเข้าถึงธรรมชาติมีหลากหลายแนวทาง แต่ละแนวทางนั้นอาจมีหลักการแลวิธีการให้เข้าถึงธรรมชาติ " ชายหนุ่มพึมพำ


    " นั่นก็คือการผสมผสานหลักการแลวิธีการเพื่อให้เข้าถึง ดูแล้วอาจเป็นการฝืนต่อเจตจำนงของเต๋า แต่หากสามารถสัมผัสเต๋าได้เรื่องหลักการแลวิธีการนั้นก็ถูกปัดตกได้ " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ 


    เขานิ่งคิดอยู่นาน " แล้วข้าจะเข้าสู่ธรรมชาติได้เช่นใด " หานลี่พึมพำ


    เขาวาดมือไปมาเพื่อสัมผัสกับมวลอากาศรายรอบร่าง " วู๊มมม " พลันปรากฎสายลมม้วนวนทั่วฝ่ามือ


    " นี่ก็คือวิธีการที่ก่อให้เกิดสายลมจากการโบกพัด " ชายหนุ่มพึมพำ 


    " แต่หากสามารถมองเห็นสายลมได้จากการโบกพัด ก็ถือว่าเป็นการเข้าสู่เต๋าด้วยวิธีการ " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ 


    ชายหนุ่มหลับตาลงพลางครุ่นคิดถึงสายลมวูบไหว " วิ้ว " ยินเสียงสายลมพัดโบกรอบร่าง 


    " อืม " เขาพยักหน้าช้าๆ แลจดจำการเคลื่อนไหวของสายลม


    " สายลมก่อเกิดพัดพา กัดกร่อนโขดหินร่วงโรย "


    " ก่อกำเนิดเกิดคลื่นลมมรสุม ป่วนปั่นแม่น้ำกว้างใหญ่ "


    " วิ้ง " ร่างของชายหนุ่มพลันเข้าสู่การหยั่งรู้ในทันใด 


    ทั่วร่างของชายหนุ่มเปล่งประกายแสงขาวดำวับวาบ แสงขาวดำสาดส่องถักทอกลายกลับเป็นภาพไท่จี๋ล่องลอยอยู่เหนือศีรษะ 


    เถียนจ้านยกพุ่กันขึ้น เขาอ่านข้อความแนะนำหานลี่อีกครา แลประทับตราตระกูลเถียนลงยังหนึ่งสือรับรอง


    " เรียบร้อย " เถียนจ้านพยักหน้าช้าๆ 


    " ไปหาสหายหาน แลไปยังสำนักบัณฑิต " เถียนจ้านเอ่ยออกมา 


    เถียนจ้านออกจากห้องของตน แลเดินไปยังหน้าบ้านเพื่อขึ้นรถม้า 


    " ไปยังบ้านของสหายหาน " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " ขอรับ " คนขับรถม้าพยักหน้า แลบังคับม้าเดินไปตามตามทาง


    ราวสองเค่อ


    " สหายหาน " เถียนจ้านร้องเรียกอยู่ที่หน้าบ้าน


    " อืม " หานลี่เปิดเปลือกตาขึ้น 


    " รอสักครู่ " หานลี่ร้องออกไป พลางลุกออกจากเตียง 


    หานลี่เดินมายังหน้าบ้านแลเปิดประตู " สหายเถียน " หานลี่เอ่ยออกมา 


    " มีสิ่งใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม


    ชายหนุ่มพลันหัวคิ้วขมวดเมื่อพบว่าเถียนจ้านในเวลานี้กำลังแข็งค้าง 


    " สหาย " หานลี่ร้องเรียกอีกครา


    " อะ " เถียนจ้านพลันตื่นจากภวังค์ 


    " เสียมารยาทแล้ว " เถียนจ้านเอ่ยออกมา พลางยิ้นเจื่อน


    " ข้ามารับเจ้าไปสอบเข้าสำนักบัณฑิต " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " ได้เวลาแล้วรึ " หานลี่เอ่ยออกมา 


    " รอข้าสักครู่ " หานลี่เร่งทะยานร่างเร่งไปยังห้องของตนอย่างรวดเร็ว 


    เถียนจ้านกวาดตามองยังมหามรรคาที่อบอวลทั่วบ้าน เขาสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายมหามรรคาล่องลอยเข้าเต็มปอด


    " อืม " เถียนจ้านพยักหน้าช้าๆ 


    " หือ " เถียนจ้านพลันคิ้วขมวด เมื่อชายชราชุดขาวผู้หนึ่งเดินอยู่หลังบ้าน ชายชราผู้นัันมีดวงตาสีทอง ผมเผ้าหนวดเคราสีขาวผิวหนังแห้งเหี่ยว ทุกย่างก้าวของชายชรา ปรากฎดอกบัวรองที่เท้าของเขา 


    ดอกบัวเต๋าเปล่งประกายแสงเต๋าสว่างไสว แสงเต๋าสาดส่องถักทอกลายเป็นมหามรรคาล่องลอยเวียนวน 


    ร่างของเถียนจ้านพลันแข็งทื่ออีกครา สองตาของเขามองเหม่อไร้สติ 


    หานลี่ออกมาจากห้องแลเดินมายังหน้าบ้าน พลันพบเห็นเถียนจ้านแข็งทื่ออีกครา 


    " เกิดอะไรขึ้น " หานลี่พึมพำ


    " สหาย " หานลี่ร้องเรียก


    " อะ " เถียนจ้านพลันสะดุ้งตื่น สองตาของเขามองยังชายหนุ่ม


    " เจ้าเสร็จแล้วรึ " เถียนจ้านเอ่ยออกถามด้วยเสียงอันสั่นเครือ


    " อืม " หานลี่พยักหน้า


    " ไปกัน " เถียนจ้านเร่งทะยานร่างไปยังรถม้าที่จอดอยู่หน้าตรอกอย่างรวดเร็ว


    " อะไรของเขา " หานลี่ได้แต่งุนงง 


    สองมือของชายหนุ่มยื่นเหยียดออกไปปิดประตูบ้าน พลางครุ่นคิดถึงภาพมังกร แลค่ายกลฟ้าดิน


    " เพียงขับไล่ก็พอ " หานลี่พึมพำ 


    ชายหนุ่มผินกายแลเร่งทะยานร่างไปยังรถม้าของเถียนจ้านอย่างรวดเร็ว 


    เมื่อเข้ามาในรถพลันพบกับชายหนุ่มหญิงสาวหลายคนบนรถม้า 


    " ข้าจะแนะนำให้รู้จัก นี่คือสหายของข้า หานลี่ ต่อไปนี้พวกเจ้าต้องเรียกว่าพี่หาน " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " คารวะพี่หาน " เหล่าชายหนุ่มหญิงสาวเอ่ยออกมาโดยพร้อมเพรียง


    " สหายข้านี่คือหนังสือรับรองจากข้า " เถียนจ้านยื่นหนังสือรับรองให้


    " ขอบใจสหายข้า " หานลี่รับเอาหนังสือรับรอง


    " ขั้นฝึกของเจ้าในเวลานี้อยู่ที่ระดับหกของขั้นหลอมรวมวิญญาณแล้วรึ " เถียนจ้านเอ่ยถามอย่างงุนงง


    " ใช่ " หานลี่พยักหน้า 


    เขาเองก็แปลกใจเช่นกันว่าเหตุใดขั้นพลังของเขาจึงทะยานขึ้นมาได้ เพราะช่วงที่ผ่านมาเขาทำเพียงหยั่งรู้เต๋า 


    " ช่วงยี่สิบวันที่ผ่านมาข้าเพียงหยั่งรู้เต๋า พอข้าตื่นขึ้นกลับพบว่าทะลวงขั้นพลังได้ " หานลี่เอ่ยออกมา


    " นั่นแสดงว่า เจ้าสำเร็จเต๋าขั้นต้นระดับสองแล้ว " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " เต๋าขั้นต้นระดับสอง " หานลี่หัวคิ้วพลันพุ่งเข้าชนกัน


    " เป็นเช่นใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม


    " เต๋าที่บัณฑิตยุทธฝึกฝนนั้นแบ่งออกเป็นสี่ระดับ ต้น กลาง สูง สูงสุด แต่ละระดับมีเก้าขั้น " เถียนจ้านเอ่ย


    " เมื่อหยั่งรู้เต๋าได้หนึ่งขั้น ก็จะสามารถทะลวงพลังขั้นฝึกได้หนึ่งขั้นเช่นกัน " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " เป็นเช่นนี้ " หานลี่พึมพำ 


    " เช่นนั้นแล้ว หากเราทำเพียงหยั่งรู้เต๋าอย่างเดียว เราก็มิต้องฝึกฝนปราณพลัง " หานลี่เอ่ยออกมา


    " มันง่ายเช่นนั้นก็ดีสิ " เถียนจ้านเอ่ย


    คล้ายกับเรื่องหนึ่งรัตติกาล ที่คุณอ่าน