หานลี่สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป แลเร่งเปิดตำราเต๋าออกดู
" วิ้ง " สามพันมรรคาพุ่งทะยานเข้าสู่สายตาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับมวลน้ำที่ทำนบแตก
คลื่นมหามรรคาวิถีทั้งสามพันหลั่งไหลเข้าสู่ดวงตาขาวข้างดำข้าง ทั่งร่างของชายหนุ่มเปล่งแสงขาวดำเรืองรอง
เสียงมหาสามพันมรรคาวิถีดังอื้ออึงอบอวลทั่วห้อง ทั้งสามพันมายาลอยล่องเต็มทั่ว
หนึ่งชั่วยามผันผ่าน
" อืม " หานลี่ได้สติกลับมา เขากระพริบตาถี่ๆ มองจ้องยังหนังสือเต๋าที่อยู่ในมือ
หลังจากเสร็จสิ้นการปลดปล่อยสามพันมรรคาวิถี หนังสือเต๋าพลันกลายเป็นเพียงหนังสือเต๋าเล่มคัดลอกธรรมดาสามัญ
" สามพันมหามรรคาวิถีเข้าสู่ร่างกายของข้าหมดสิ้นแล้วรึ " ชายหนุ่มพึมพำ
เขาครุ่นคิดถึงสามพันมหามรรคา " ผู้คนสมัยโบราณช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถหยั่งรู้มรรคาวิถีได้ " หานลี่พึมพำ
" แล้วข้าจะทำเช่นใดจึงจะสามารถหยั่งรู้ทั้งสามพันมรรคาได้ " หานลี่พึมพำ
" รึว่าจะรวมเป็นหนึ่ง แลหยั่งรู้เพียงสิ่งเดียว " หานลี่พึมพำ เขาพยักหน้าช้าๆ
" แต่ก็ต้องมีรากฐานจากสามพันมรรคาวิถีก่อน จึงจะสามารถควบรวมให้เป็นหนึ่งได้ " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
" ฮื่อห์ " เขาถอนหายใจออกมาอย่างแรง เมื่อครุ่นคิดถึงมหามรรคาทั้งสามพัน
" แต่ก่อนอื่น ต้องหยั่งรู้เต๋าขั้นต้นให้ได้เสียก่อน จึงจะสามารถเข้าสอบยังสำนักบัณฑิตได้ " ชายหนุ่มพึมพำ
" เหลือเวลาอีกหลายวัน น่าจะทัน " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
ชายหนุ่มออกไปหาของกิน เมื่อแล้วเสร็จเขากลับเข้าห้อง แลหย่อนร่างลงบนเตียงแลนั่งขัดสมาธิ
ชายหนุ่มเปิดตำราเต๋าหน้าที่หนึ่งบทที่หนึ่ง " เต๋าคืออะไร " หานลี่เอ่ยออกมา
" นี่คือคำถามแรกของผู้ที่เริ่มเต๋า ทุกคนต้องผ่านกำแพงนี้ไปให้ได้จึงจะสามารถสัมผัสเต๋าได้ " หานลี่พึมพำ
" เต๋าคือวิถีทาง แลหลักการ " หานลี่อ่านตำราเต๋าในบทที่สอง
" บทที่สาม มรรคา คือสิ่งที่เป็นธรรมชาติ เกิดมีขึ้นเอง เป็นนิรันดร์ " หานลี่พึมพำ
" อือ " เขาพยักหน้าช้าๆ พลางกวาดตามองทั่วห้อง
" โต๊ะ เก้าอี้ เตียง ผ้า นี่เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น หาใช่เต๋า " ชายหนุ่มพยักหน้าช้า
" มนุษย์ สัตว์ สัตว์อสูร ขุนเขา สายน้ำ สายลม แสงแดด แสงจันทร์ แลอีกหลายสิ่ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นเองเป็นธรรมชาติ " ชายหนุ่มพึมพำ
" เช่นนั้นแล้วสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วยหลักการแลวิธีการ ล้วนขัดแย้งกับเต๋า เพราะเต๋านั้นคือธรรมชาติ " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
" ธรรมชาติสร้างสรรด้วยพลังของธรรมชาติ ก่อเกิดรูปแบบที่เรียบง่าย มิสลับซับซ้อน " หานลี่พึมพำ
" ยิ่งเข้าถึงธรรมชาติมากเท่าใด ก็ยิ่งสัมผัสถึงเต๋าได้มากเท่านั้น " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
" วิธีการเข้าถึงธรรมชาติมีหลากหลายแนวทาง แต่ละแนวทางนั้นอาจมีหลักการแลวิธีการให้เข้าถึงธรรมชาติ " ชายหนุ่มพึมพำ
" นั่นก็คือการผสมผสานหลักการแลวิธีการเพื่อให้เข้าถึง ดูแล้วอาจเป็นการฝืนต่อเจตจำนงของเต๋า แต่หากสามารถสัมผัสเต๋าได้เรื่องหลักการแลวิธีการนั้นก็ถูกปัดตกได้ " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
เขานิ่งคิดอยู่นาน " แล้วข้าจะเข้าสู่ธรรมชาติได้เช่นใด " หานลี่พึมพำ
เขาวาดมือไปมาเพื่อสัมผัสกับมวลอากาศรายรอบร่าง " วู๊มมม " พลันปรากฎสายลมม้วนวนทั่วฝ่ามือ
" นี่ก็คือวิธีการที่ก่อให้เกิดสายลมจากการโบกพัด " ชายหนุ่มพึมพำ
" แต่หากสามารถมองเห็นสายลมได้จากการโบกพัด ก็ถือว่าเป็นการเข้าสู่เต๋าด้วยวิธีการ " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
ชายหนุ่มหลับตาลงพลางครุ่นคิดถึงสายลมวูบไหว " วิ้ว " ยินเสียงสายลมพัดโบกรอบร่าง
" อืม " เขาพยักหน้าช้าๆ แลจดจำการเคลื่อนไหวของสายลม
" สายลมก่อเกิดพัดพา กัดกร่อนโขดหินร่วงโรย "
" ก่อกำเนิดเกิดคลื่นลมมรสุม ป่วนปั่นแม่น้ำกว้างใหญ่ "
" วิ้ง " ร่างของชายหนุ่มพลันเข้าสู่การหยั่งรู้ในทันใด
ทั่วร่างของชายหนุ่มเปล่งประกายแสงขาวดำวับวาบ แสงขาวดำสาดส่องถักทอกลายกลับเป็นภาพไท่จี๋ล่องลอยอยู่เหนือศีรษะ
เถียนจ้านยกพุ่กันขึ้น เขาอ่านข้อความแนะนำหานลี่อีกครา แลประทับตราตระกูลเถียนลงยังหนึ่งสือรับรอง
" เรียบร้อย " เถียนจ้านพยักหน้าช้าๆ
" ไปหาสหายหาน แลไปยังสำนักบัณฑิต " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
เถียนจ้านออกจากห้องของตน แลเดินไปยังหน้าบ้านเพื่อขึ้นรถม้า
" ไปยังบ้านของสหายหาน " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" ขอรับ " คนขับรถม้าพยักหน้า แลบังคับม้าเดินไปตามตามทาง
ราวสองเค่อ
" สหายหาน " เถียนจ้านร้องเรียกอยู่ที่หน้าบ้าน
" อืม " หานลี่เปิดเปลือกตาขึ้น
" รอสักครู่ " หานลี่ร้องออกไป พลางลุกออกจากเตียง
หานลี่เดินมายังหน้าบ้านแลเปิดประตู " สหายเถียน " หานลี่เอ่ยออกมา
" มีสิ่งใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม
ชายหนุ่มพลันหัวคิ้วขมวดเมื่อพบว่าเถียนจ้านในเวลานี้กำลังแข็งค้าง
" สหาย " หานลี่ร้องเรียกอีกครา
" อะ " เถียนจ้านพลันตื่นจากภวังค์
" เสียมารยาทแล้ว " เถียนจ้านเอ่ยออกมา พลางยิ้นเจื่อน
" ข้ามารับเจ้าไปสอบเข้าสำนักบัณฑิต " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" ได้เวลาแล้วรึ " หานลี่เอ่ยออกมา
" รอข้าสักครู่ " หานลี่เร่งทะยานร่างเร่งไปยังห้องของตนอย่างรวดเร็ว
เถียนจ้านกวาดตามองยังมหามรรคาที่อบอวลทั่วบ้าน เขาสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายมหามรรคาล่องลอยเข้าเต็มปอด
" อืม " เถียนจ้านพยักหน้าช้าๆ
" หือ " เถียนจ้านพลันคิ้วขมวด เมื่อชายชราชุดขาวผู้หนึ่งเดินอยู่หลังบ้าน ชายชราผู้นัันมีดวงตาสีทอง ผมเผ้าหนวดเคราสีขาวผิวหนังแห้งเหี่ยว ทุกย่างก้าวของชายชรา ปรากฎดอกบัวรองที่เท้าของเขา
ดอกบัวเต๋าเปล่งประกายแสงเต๋าสว่างไสว แสงเต๋าสาดส่องถักทอกลายเป็นมหามรรคาล่องลอยเวียนวน
ร่างของเถียนจ้านพลันแข็งทื่ออีกครา สองตาของเขามองเหม่อไร้สติ
หานลี่ออกมาจากห้องแลเดินมายังหน้าบ้าน พลันพบเห็นเถียนจ้านแข็งทื่ออีกครา
" เกิดอะไรขึ้น " หานลี่พึมพำ
" สหาย " หานลี่ร้องเรียก
" อะ " เถียนจ้านพลันสะดุ้งตื่น สองตาของเขามองยังชายหนุ่ม
" เจ้าเสร็จแล้วรึ " เถียนจ้านเอ่ยออกถามด้วยเสียงอันสั่นเครือ
" อืม " หานลี่พยักหน้า
" ไปกัน " เถียนจ้านเร่งทะยานร่างไปยังรถม้าที่จอดอยู่หน้าตรอกอย่างรวดเร็ว
" อะไรของเขา " หานลี่ได้แต่งุนงง
สองมือของชายหนุ่มยื่นเหยียดออกไปปิดประตูบ้าน พลางครุ่นคิดถึงภาพมังกร แลค่ายกลฟ้าดิน
" เพียงขับไล่ก็พอ " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มผินกายแลเร่งทะยานร่างไปยังรถม้าของเถียนจ้านอย่างรวดเร็ว
เมื่อเข้ามาในรถพลันพบกับชายหนุ่มหญิงสาวหลายคนบนรถม้า
" ข้าจะแนะนำให้รู้จัก นี่คือสหายของข้า หานลี่ ต่อไปนี้พวกเจ้าต้องเรียกว่าพี่หาน " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" คารวะพี่หาน " เหล่าชายหนุ่มหญิงสาวเอ่ยออกมาโดยพร้อมเพรียง
" สหายข้านี่คือหนังสือรับรองจากข้า " เถียนจ้านยื่นหนังสือรับรองให้
" ขอบใจสหายข้า " หานลี่รับเอาหนังสือรับรอง
" ขั้นฝึกของเจ้าในเวลานี้อยู่ที่ระดับหกของขั้นหลอมรวมวิญญาณแล้วรึ " เถียนจ้านเอ่ยถามอย่างงุนงง
" ใช่ " หานลี่พยักหน้า
เขาเองก็แปลกใจเช่นกันว่าเหตุใดขั้นพลังของเขาจึงทะยานขึ้นมาได้ เพราะช่วงที่ผ่านมาเขาทำเพียงหยั่งรู้เต๋า
" ช่วงยี่สิบวันที่ผ่านมาข้าเพียงหยั่งรู้เต๋า พอข้าตื่นขึ้นกลับพบว่าทะลวงขั้นพลังได้ " หานลี่เอ่ยออกมา
" นั่นแสดงว่า เจ้าสำเร็จเต๋าขั้นต้นระดับสองแล้ว " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" เต๋าขั้นต้นระดับสอง " หานลี่หัวคิ้วพลันพุ่งเข้าชนกัน
" เป็นเช่นใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม
" เต๋าที่บัณฑิตยุทธฝึกฝนนั้นแบ่งออกเป็นสี่ระดับ ต้น กลาง สูง สูงสุด แต่ละระดับมีเก้าขั้น " เถียนจ้านเอ่ย
" เมื่อหยั่งรู้เต๋าได้หนึ่งขั้น ก็จะสามารถทะลวงพลังขั้นฝึกได้หนึ่งขั้นเช่นกัน " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" เป็นเช่นนี้ " หานลี่พึมพำ
" เช่นนั้นแล้ว หากเราทำเพียงหยั่งรู้เต๋าอย่างเดียว เราก็มิต้องฝึกฝนปราณพลัง " หานลี่เอ่ยออกมา
" มันง่ายเช่นนั้นก็ดีสิ " เถียนจ้านเอ่ย