จารึกที่ 329 : ฝ่าห้วงมรณะ : หล่อหลอมสัจธรรมในเงามืด
ห้วงมิติภายในสุสานสัจธรรมกำลังกรีดร้อง รอยแตกสีดำทมิฬลุกลามไปทั่วผืนแผ่นดินเร้นลับอุดรทิศ ราวกับกระจกเงาบานยักษ์ที่กำลังถูกบดขยี้ด้วยค้อนเหล็กแห่งลิขิตฟ้า
ฝ่ามือขนาดยักษ์ที่ถักทอขึ้นจากสายฟ้าแห่งสัจธรรมสีทองคำม่วงของ 'ราชันย์เซียน' (Immortal King) ค่อยๆ กดทับลงมาจากฟากฟ้าที่ถูกฉีกขาด น้ำหนักของมันมิใช่เพียงแรงกดดันทางกายภาพ ทว่ามันคือ 'กฎเกณฑ์แห่งการลบเลือน' ที่พร้อมจะลบทุกสรรพสิ่งเบื้องล่างให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างถาวร
ท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่แทบจะฉีกกระชากวัฏสงสาร ณ ใจกลางของวิหารไร้รูป
"อ๊ากกกก!"
เสียงคำรามอย่างเจ็บปวดแสนสาหัสของอาเจียดังกึกก้องไปทั่วโถงอวกาศจำลอง ร่างกายของเด็กหนุ่มที่เคยหยัดตรง บัดนี้กำลังบิดเบี้ยวและพองโตอย่างน่ากลัว เส้นเลือดทั่วร่างปูดโปนจนแทบจะปริแตก โลหิตสีแดงสดพุ่งกระฉอกออกจากรูขุมขน กลายเป็นละอองเลือดที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศธาตุ
ทารกวิญญาณสูญตาในจุดตันเถียนของเขากำลังเผชิญกับการทดสอบที่โหดร้ายที่สุดนับตั้งแต่ถือกำเนิด!
อักขระสวรรค์บริสุทธิ์นับล้านล้านตัวที่เคยประกอบกันเป็นสถาปัตยกรรมของวิหารไร้รูป กำลังถูกดูดกลืนเข้ามาในร่างกายของเขาประดุจพายุเฮอริเคนสีทองคำ ข้อมูลแห่งสัจธรรม ความลับของเอกภพ และสมการแห่งปฐมกาลที่สั่งสมมาตั้งแต่ก่อนยุคสร้างโลก กำลังไหลบ่าเข้าสู่ภาชนะที่เปราะบางเกินกว่าจะรองรับ
"อาเจีย! หยุดเดี๋ยวนี้! รากฐานของเจ้ากำลังจะแหลกสลาย!"
เสียงตวาดลั่นดังก้องมาจากเบื้องหลัง ฝีเท้าที่หนักแน่นของมู่เฉิน อดีตมหาปรมาจารย์แห่งสำนักหมื่นอักขระ พุ่งทะยานเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต ปรมาจารย์ผู้เฒ่าเหยียดแขนทั้งสองข้างที่อัดแน่นด้วยปราณเซียนแท้ออกไป หมายจะใช้กำลังของตนเองช่วยดึงรั้งและตัดกระแสอักขระที่กำลังไหลบ่าเข้าสู่ร่างศิษย์รัก
ทว่าคลื่นพลังความรู้ปฐมกาลที่บ้าคลั่งนั้นรุนแรงและเก่าแก่เกินไป ทันทีที่ฝ่ามือของท่านสัมผัสกับพายุอักษร พลังสะท้อนกลับอันมหาศาลก็กระแทกร่างของมู่เฉินจนกระเด็นถอยหลังไปไกลหลายจั้ง เลือดสีข้นหยดหนึ่งไหลซึมออกจากมุมปากของบุรุษผู้ผ่านกาลเวลา
พู่กันนิรันดร์ 永恒笔 (หย่งเหิงปี่) ในมือขวาของอาเจียร้อนระอุประดุจถ่านเพลิง แสงสีเงินยวงที่เคยกะพริบอย่างมีชีวิตชีวากลับดับวูบลง องค์หญิงน้อยผู้เป็นจิตวิญญาณแห่งศัสตราตกอยู่ในสภาวะ 'จำศีลเพื่อวิวัฒนาการ' อย่างสมบูรณ์ นางต้องปิดกั้นสติสัมปชัญญะทั้งหมดเพื่อทุ่มเทให้กับการเป็น 'เซิร์ฟเวอร์' รองรับมหาข้อมูลสมการปฐมกาล มิให้น้ำหนักของมันบดขยี้พู่กันจนแหลกสลาย
ในห้วงเวลานี้ อาเจียไร้ซึ่งผู้ชี้แนะ ไร้ซึ่งเสียงบ่นโวยวายของสหายตัวน้อย เขาต้องเผชิญหน้ากับทะเลแห่งสัจธรรมเพียงลำพัง!
"ข้า... หยุดไม่ได้แล้วขอรับท่านอาจารย์!"
อาเจียกัดฟันกรอด เลือดสีข้นทะลักออกจากมุมปาก ทว่าดวงตาแห่งความว่างเปล่าของเขากลับเบิกกว้าง สาดประกายความมุ่งมั่นที่หักหาญสวรรค์ "หากข้าปล่อยมือ... ความจริงทั้งหมดนี้ จะถูกฝ่ามือของราชันย์เซียนบดขยี้จนสูญสิ้น! ข้าจะไม่ยอมให้สวรรค์จอมปลอมผูกขาดสัจธรรมอีกต่อไป!"
เด็กหนุ่มมิได้พยายามทะลวงขั้นพลังอย่างโง่เขลา ทว่าเขากำลังใช้ 'ปัญญา' และ 'ความเข้าใจในเต๋า' เพื่อเอาชีวิตรอด! เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้อักขระสวรรค์เหล่านี้ไหลเวียนอย่างสะเปะสะปะ ร่างกายของเขาจะระเบิดเป็นจุลในไม่ช้า
"มหาภาวะซวี... จงเปิดกว้าง! อักขระหลิง 零 (หลิง) จงทำหน้าที่เป็นรากฐาน!"
อาเจียรวบรวมสมาธิขั้นสูงสุดที่เหลืออยู่ สั่งการให้ทารกวิญญาณสูญตาหยุดการต่อต้าน ทว่าเปิดพื้นที่แห่งความว่างเปล่าให้กว้างขวางที่สุด เขาใช้อักขระหลิงสร้างเป็น 'ค่ายกลบังคับขนาดยักษ์' ภายในจุดตันเถียน ทำหน้าที่ประหนึ่งตะแกรงร่อนและจัดหมวดหมู่ข้อมูล!
อักขระ 'ไฟ' ถูกผลักไปมุมหนึ่ง อักขระ 'น้ำ' ถูกแยกไปอีกมุมหนึ่ง สมการที่ซับซ้อนถูกบีบอัดลงในช่องว่างของความไม่มี! อาเจียกำลังทำสิ่งที่ไม่มีผู้ฝึกตนคนใดในประวัติศาสตร์เคยทำมาก่อน... เขากำลังใช้ความว่างเปล่า เป็นผืนกระดาษสำหรับจัดเก็บหอสมุดแห่งเอกภพ!
ครืนนนนน!
หลังคาของวิหารไร้รูปเริ่มพังทลายลงมาแล้ว! ฝ่ามือสายฟ้าสีทองคำม่วงของราชันย์เซียนกดทับลงมาจนถึงยอดวิหาร รังสีทำลายล้างกวาดล้างอักขระที่ยังไม่ทันถูกดูดซับให้แตกสลายกลายเป็นผุยผง
"มารอักขระ! จงแหลกสลายไปพร้อมกับความจริงที่พวกเจ้าพยายามโอบกอดเสียเถิด!" เสียงกังวานอันไร้ความปรานีของราชันย์เซียนดังสะท้อนก้องมาจากเบื้องบน
"ผู้ที่ต้องแหลกสลาย... คือกงล้อแห่งการกดขี่ของพวกท่านต่างหาก!"
อาเจียแผดเสียงคำรามเฮือกสุดท้าย เขาทิ่มปลายพู่กันนิรันดร์ลงบนแท่นศิลาดำเบื้องหน้า ใช้แก่นโลหิตของตนเองผสานกับพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ วาดมหาจารึกสูญตาตัวสุดท้าย!
"สมการปฐมกาล... ปิดผนึกมิติ!"
วูบ!
แท่นศิลาดำที่เปรียบเสมือนแกนกลางของวิหารพลันแตกสลาย กลายเป็นกระแสแสงสีเงินยวงพุ่งเข้าสู่จุดตันเถียนของอาเจีย! พร้อมกันนั้น โครงสร้างอักขระทั้งหมดของวิหารไร้รูปก็ถูกกระชากเข้าสู่ความว่างเปล่าในร่างของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ!
ทันทีที่วิหารหายไป พื้นที่นั้นก็กลายเป็นสุญญากาศ ฝ่ามือของราชันย์เซียนที่กดทับลงมาอย่างรุนแรงจึงปะทะเข้ากับ 'ความว่างเปล่า' โดยตรง!
เปรี้ยงงงงงง!
แรงระเบิดจากการปะทะกับมิติที่ว่างเปล่า ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกที่รุนแรงยิ่งกว่าการทำลายล้างดวงดาว! ทะเลสาบสีเงินยวงที่เคยเป็นสมรภูมิของบรรพชนระเหยเหือดแห้งในพริบตา รอยแยกมิติขนาดมหึมาฉีกขาดออกกว้าง ดึงดูดทุกสรรพสิ่งเข้าสู่พายุความโกลาหล!
"บัดซบ! มันกลืนกินวิหารแห่งเต๋าเข้าไปได้อย่างไร!" เสียงของราชันย์เซียนสั่นสะท้านด้วยความตกตะลึงและเกรี้ยวกราด ทันทีที่เขาสัมผัสได้ว่าเป้าหมายในการทำลายล้างอันตรธานหายไปจากเงื้อมมือ
ท่ามกลางพายุมิติที่กำลังบ้าคลั่ง ร่างของอาเจียร่วงหล่นลงมาราวกับนกที่ปีกหัก โลหิตชโลมไปทั่วร่างจนไม่เห็นสีเดิมของอาภรณ์ ดวงตาของเขาปิดสนิท สติสัมปชัญญะดับวูบลงอย่างสมบูรณ์ ทว่าบนผิวหนังของเขากลับมีลวดลายอักขระสีทองคำกะพริบวิบวับ พยายามจะปริแตกออกมาจากภายใน ทว่าถูกเส้นสายสีเงินยวงของอักขระหลิงรัดรึงเอาไว้อย่างแน่นหนา
"อาเจีย!"
มู่เฉินพุ่งทะยานเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต ร่างอันล่ำสันของปรมาจารย์ผู้เฒ่าฝืนต้านคลื่นกระแทกแห่งมิติ ท่อนแขนแกร่งคว้าหมับเข้าที่ร่างของศิษย์รักเอาไว้ได้ทันท่วงที ท่านรีบถ่ายทอดพลังปราณเซียนแท้อันน้อยนิดที่เหลืออยู่ เพื่อกางเป็นเกราะบางๆ ปกป้องเส้นชีพจรหัวใจของเด็กหนุ่มมิให้แตกดับ
"นายท่าน!"
เสียงคำรามของ 'เจ้าสัว' ศิลาพิทักษ์สูญตาดังแหวกพายุมิติเข้ามา มหานาวาปราณสูญตาที่สภาพยับเยินกำลังพุ่งทะยานเข้ามารับร่างของทั้งสองอย่างบ้าบิ่น!
บนดาดฟ้าเรือ สหายทั้งสี่ต่างยืนหยัดต้านทานคลื่นกระแทกอย่างสุดกำลัง ฉินมู่หลางกัดฟันใช้แขนซ้ายที่ยังพอขยับได้ กางม่านเจตจำนงกระบี่นิรันดร์ เฟิงอี้หรานรีดเค้นเพลิงอัคคีบรรพกาลเฮือกสุดท้าย เย่ปิงอวิ๋นและหลินชิงเสวี่ยผสานปราณพฤกษาและเหมันต์เพื่อสร้างเกราะกำบังให้แก่ตัวเรือ
"รับตัวเขามา!" ฉินมู่หลางตะโกน
เมื่อมู่เฉินอุ้มร่างของอาเจียร่วงหล่นลงบนดาดฟ้าเรืออย่างปลอดภัย เจ้าสัวก็ไม่รอช้า หัตถ์ศิลาสะบั้นสูญตาคู่ใหม่ของมันที่หล่อหลอมจากสสารแห่งมิติ ปลดปล่อยพลังออกมาถึงขีดสุด!
"กลไกฟ้าเต็มกำลัง! เบิกมรรคาแหวกสุญญตา!"
หุ่นพยนต์เทวะฟาดแขนศิลาทั้งสองข้างลงบนอากาศธาตุเบื้องหน้า! อักขระสีทองที่ไหลเวียนอยู่ในแขนสีดำสนิทสาดประกาย มันมิใช่การโจมตี ทว่ามันคือการใช้สัจธรรมแห่งการ 'ตัดขาด' ที่สกัดมาจากศัสตรากึ่งเทพของศัตรู มาฟาดฟันเพื่อเปิดเส้นทางหนี!
แควก!
มิติที่กำลังพังทลายถูกแหวกออกเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ที่ทอดตัวยาวออกไปนอกอาณาเขตของหุบเขาสูญตา! มหานาวาปราณสูญตาพุ่งทะยานเข้าไปในรอยแยกนั้นด้วยความเร็วที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของกาลเวลา ทิ้งความบ้าคลั่งและฝ่ามือที่กำลังไขว่คว้าของราชันย์เซียนไว้เบื้องหลัง
"พวกเจ้าหนีไม่พ้นหรอก!" ราชันย์เซียนแผดเสียงคำราม ดวงตายักษ์สีทองคำม่วงสอดส่ายมองหา "ตราประทับแห่งสวรรค์จะตามล่าพวกเจ้าไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว!"
ทว่า ทันทีที่รอยแยกมิติปิดตัวลง กลิ่นอายของผู้ถือพู่กันและมหานาวาปราณสูญตาก็หายวับไปราวกับไม่เคยดำรงอยู่! อักขระสูญตา 空性符 (คง-ซิ่ง-ฝู) ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แบบ มันกลบเกลื่อนร่องรอยและลบเลือนตัวตนของพวกเขาออกจากสมการของฟ้าดิน ทำให้แม้แต่เจตจำนงของราชันย์เซียนก็ไม่อาจตรวจจับได้!
สุสานสัจธรรมพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ หลงเหลือเพียงเศษซากปรักหักพังและความว่างเปล่า ราชันย์เซียนผู้ยิ่งใหญ่ต้องถอนฝ่ามือกลับคืนสู่วิหารเทพอนันตกาลด้วยความเคียดแค้นและอัปยศอดสูที่สุดในรอบหลายหมื่นปี การถูกมดปลวกในขอบเขตวิญญาณแรกเริ่มล้วงคองูเห่า ชิงเอาความลับระดับรากฐานของเอกภพไปต่อหน้าต่อตา เป็นรอยด่างพร้อยที่ไม่อาจลบล้างได้!
---
**ห้วงมิติลี้ลับ : การย่อยสลายสัจธรรม**
ไม่ทราบว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด มหานาวาปราณสูญตาหลุดพ้นออกมาจากรอยแยกมิติ ทะยานเข้าสู่ห้วงมิติลี้ลับแห่งหนึ่งที่เงียบสงบและตัดขาดจากโลกภายนอก
ท้องฟ้าของมิติแห่งนี้เป็นสีครามเข้ม ปราศจากดวงดาวหรือเมฆหมอก ผืนดินเบื้องล่างเป็นทุ่งหญ้าสีเงินที่พริ้วไหวตามกระแสลมปราณบริสุทธิ์ บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น
บนดาดฟ้าเรือที่เต็มไปด้วยรอยไหม้และเศษไม้แตกหัก ร่างของอาเจียนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงกลางวงล้อมของสหาย ผ้าคลุมสีเทาของเขาขาดวิ่น รอยแผลตามร่างกายถูกสมานด้วยปราณพฤกษาของเย่ปิงอวิ๋นจนปิดสนิท ทว่าปัญหาที่แท้จริงมิใช่บาดแผลทางกาย ทว่ามันคือ 'ระเบิดเวลา' ที่ฝังอยู่ในจุดตันเถียน!
มู่เฉินนั่งคุกเข่าอยู่ข้างร่างของศิษย์รัก ฝ่ามือหนาทาบลงบนข้อมือของเด็กหนุ่มเพื่อตรวจชีพจร แววตาของอดีตมหาปรมาจารย์เต็มไปด้วยความกังวลอย่างลึกซึ้ง
"รากฐานของเขากำลังต่อสู้กับสัจธรรมนับล้านสมการ..." มู่เฉินอธิบายให้สหายทั้งสี่ฟัง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด "การกลืนกินวิหารไร้รูปเข้าไป เป็นการกระทำที่บ้าบิ่นที่สุด ทารกวิญญาณสูญตาของเขาเปรียบเสมือนขวดแก้วใบเล็ก ที่กำลังพยายามกักเก็บน้ำทั้งมหาสมุทร หากเขาไม่สามารถ 'ย่อยสลาย' และ 'ทำความเข้าใจ' สมการเหล่านั้นได้ ขวดแก้วใบนี้ก็จะแตกออก"
"พวกเราช่วยแบ่งเบาภาระของเขาได้หรือไม่?" หลินชิงเสวี่ยถามอย่างร้อนใจ โสตสวรรค์ของนางได้ยินเสียงอักขระที่กำลังปะทะกันอย่างบ้าคลั่งภายในร่างของเด็กหนุ่ม
"ไม่ได้เด็ดขาด" ฉินมู่หลางส่ายหน้าช้าๆ ยอดกระบี่หนุ่มเข้าใจถึงวิถีแห่งเต๋าเป็นอย่างดี "วิถีแห่งอักขระของเขา คือเส้นทางที่เขาต้องเผชิญเพียงลำพัง การแทรกแซงด้วยพลังภายนอก จะทำให้สมดุลของมหาภาวะซวีเสียไป... นี่คือการบำเพ็ญ การสั่งสม และการต่อสู้กับขีดจำกัดของตนเอง สิ่งเดียวที่เราทำได้ คือการปกป้องร่างกายเนื้อของเขาในยามที่จิตวิญญาณกำลังทำศึก"
เฟิงอี้หรานทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิ ถอนหายใจยาว "เช่นนั้น พวกเราก็ฟื้นฟูพลังของตนเองเถิด หากวิหารเทพอนันตกาลตามหาพวกเราพบในขณะที่เขายังไม่ตื่น พวกเรานี่แหละที่จะต้องเป็นโล่เนื้อให้แก่เขา"
กาลเวลาในห้วงมิติลี้ลับแห่งนี้ไหลเวียนอย่างเชื่องช้า
ภายในห้วงลึกของจิตวิญญาณอาเจีย...
พายุอักขระสวรรค์สีทองคำกำลังพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง! พวกมันพุ่งชนกำแพงแห่งความว่างเปล่าที่เขาพยายามสร้างขึ้น หมายจะทะลวงออกไปสู่โลกภายนอก ทุกการปะทะสร้างความเจ็บปวดที่ลึกล้ำประดุจถูกเข็มเต็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงวิญญาณ!
อาเจียในร่างจิตสำนึก นั่งขัดสมาธิอยู่ใจกลางพายุนั้น เขาไม่ได้ตีหน้าเศร้า หรือพยายามใช้ความฉลาดแกมโกงใดๆ ในสภาวะที่เผชิญหน้ากับสัจธรรมอันบริสุทธิ์ มีเพียงความตั้งมั่นและความเข้าใจในวิถีเต๋าเท่านั้นที่จะช่วยชีวิตเขาได้
"พวกท่านคือความรู้... คือถ้อยคำที่เอกภพใช้สื่อสาร" อาเจียเอื้อนเอ่ยกับพายุอักษรเหล่านั้น น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนทว่าหนักแน่น "ข้ามิได้กักขังพวกท่านเพื่อแสวงหาอำนาจ หรือหวังผลกำไร ทว่าข้าโอบอุ้มพวกท่านไว้ เพื่อปกป้องมิให้พวกท่านถูกศาลสวรรค์ลบเลือน"
ทว่าอักขระสวรรค์ไร้ซึ่งจิตสำนึก พวกมันตอบสนองตามกฎเกณฑ์เท่านั้น เมื่อถูกบีบอัด พวกมันย่อมต้องระเบิดออก!
"หากการโอบอุ้มอย่างนุ่มนวลไม่ได้ผล... เช่นนั้น ข้าก็ต้องเป็นผู้ 'จัดระเบียบ' พวกท่านด้วยกฎที่เหนือกว่า!"
อาเจียลืมตาขึ้น ดวงตาของจิตสำนึกสาดประกายความเด็ดขาด! เขาตวัดนิ้วมือขึ้นกลางห้วงวิญญาณ แทนพู่กันนิรันดร์ จารึกอักขระหลิง 零 (หลิง) ขนาดมหึมาขึ้นมาเป็นแกนกลาง!
"มหาเวทสูญตา... วิเคราะห์และชำระล้าง!"
เขาไม่ได้พยายามทำความเข้าใจสมการทั้งหมดในคราวเดียว ซึ่งนั่นเป็นไปไม่ได้สำหรับตบะในปัจจุบัน ทว่าเขาเลือกที่จะ 'ปอกเปลือก' พวกมันออกทีละชั้น!
อาเจียใช้อักขระสูญตา เข้าไปดูดซับ 'ความก้าวร้าว' และ 'ความกดดัน' ที่แฝงอยู่ในอักขระสวรรค์เหล่านั้น ซึ่งเป็นกลิ่นอายที่วิหารเทพอนันตกาลประทับทิ้งไว้ เมื่อความก้าวร้าวถูกขจัดออกไป อักขระสีทองก็ค่อยๆ สงบลง เปลี่ยนเป็นแสงสีนวลที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบๆ ตัวเขา
"เต๋าแห่งการสร้างสรรค์ มิใช่การครอบครอง... ทว่าคือการจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม"
อาเจียเริ่มกระบวนการที่ยาวนานและทรมานที่สุดในชีวิตการบำเพ็ญเพียร เขาต้องนำอักขระนับล้านตัว มาจัดหมวดหมู่และเชื่อมโยงกันด้วยเส้นสายของความว่างเปล่า เพื่อสร้างเป็น 'รากฐาน' ชั้นใหม่ที่เคลือบอยู่บนทารกวิญญาณสูญตาของเขา!
ทุกครั้งที่เขาผสานอักขระสำเร็จหนึ่งสมการ ทารกวิญญาณของเขาจะเปล่งประกายสว่างไสวขึ้น และความเข้าใจในมหาเต๋าก็จะลึกล้ำขึ้นไปอีกขั้น นี่ไม่ใช่การทะลวงขั้นพลังแบบฉาบฉวย ทว่าเป็นการสร้าง 'สระน้ำ' ให้กลายเป็น 'มหาสมุทร' เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการจุติใหม่ในอนาคต!
การค้นคว้า การจัดระเบียบ ความล้มเหลวที่ทำให้วิญญาณบอบช้ำ และการแก้ไขสมการ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่านับหมื่นนับแสนครั้ง ภายในห้วงเวลาที่ไม่อาจประเมินได้
จนกระทั่ง...
บนดาดฟ้าของมหานาวาปราณสูญตา ร่างของเด็กหนุ่มที่หลับใหลมาเนิ่นนาน พลันเปล่งประกายแสงสว่างสีเงินยวงที่เจือด้วยประกายทองคำอ่อนๆ ออกมา! รอยแผลเป็นทั่วร่างหลุดร่อนออก เผยให้เห็นผิวพรรณที่บริสุทธิ์ประดุจหยกขาว ทว่าหากเพ่งมองให้ลึกลงไป จะเห็นลวดลายอักขระสวรรค์นับหมื่นตัว ไหลเวียนอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง สอดประสานกับเส้นเลือดและลมหายใจอย่างสมบูรณ์แบบ!
วูบ!
เปลือกตาของผู้ถือพู่กันแห่งมรรคาเปิดขึ้น!
ดวงตาของเขามิได้เป็นสีดำขลับอีกต่อไป ทว่ามันลึกล้ำประดุจห้วงอวกาศที่บรรจุหมู่ดาวนับล้านดวง กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของเขามิใช่ความก้าวร้าว หรือแรงกดดันที่บีบคั้น ทว่ามันคือความสงบนิ่งที่หนักอึ้งประดุจผืนแผ่นดิน และกว้างใหญ่ประดุจแผ่นฟ้า!
"อาเจีย..." มู่เฉินที่นั่งอยู่ไม่ไกลรีบก้าวเข้ามาหา น้ำเสียงของบุรุษผู้แข็งแกร่งสั่นสะท้านด้วยความปีติ "เจ้า... เจ้าทำสำเร็จแล้วกระนั้นหรือ?"
อาเจียค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน การเคลื่อนไหวของเขาลื่นไหลและกลมกลืนกับกฎเกณฑ์ของมิติอย่างสมบูรณ์ เขาประสานมือคารวะอาจารย์และสหายด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยปัญญาและความถ่อมตน
"ผู้น้อยยังมิอาจทำความเข้าใจได้ทั้งหมดขอรับท่านอาจารย์..." อาเจียเอ่ยเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความหนักแน่น "ข้าเพียงแค่ 'ย่อยสลาย' พลังทำลายล้าง และจัดระเบียบพวกมันให้กลายเป็น 'ชั้นหนังสือ' ภายในวิญญาณของข้าเท่านั้น... ทว่า เพียงแค่เศษเสี้ยวของรากฐานที่ข้าเพิ่งจัดเรียงสำเร็จ ก็ทำให้ข้าตระหนักถึงสิ่งหนึ่ง"
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าของมิติลี้ลับ แววตาของเขาฉายความอหังการที่พร้อมจะท้าทายทุกสรรพสิ่ง
"เส้นทางสู่การเป็น 'เซียนมนุษย์' ของวิถีอักขระ... มิใช่การสะสมปราณเซียนเพื่อยกกระดับตนเองขึ้นสู่เบื้องบน ทว่ามันคือการทำให้ร่างเนื้อและวิญญาณ กลายเป็น 'สมการที่สมบูรณ์แบบ' เพื่อปลดแอกตนเองจากลิขิตฟ้า... และบัดนี้ ข้าพบโครงสร้างของสมการนั้นแล้ว!"
การรอดพ้นจากเงื้อมมือของราชันย์เซียน และการครอบครองวิหารไร้รูป มิใช่จุดจบ ทว่ามันคือการเปิดประตูสู่การฝึกฝนระดับที่สั่นคลอนเอกภพอย่างแท้จริง! อาเจียผู้ถือครองสมการปฐมกาล กำลังจะเริ่มต้นการขัดเกลาตนเอง เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ ที่จะรื้อถอนสวรรค์จอมปลอมให้สิ้นซาก!