"เจ็บ...เจ็บราวกับร่างจะแหลกสลาย..."
นั่นคือความรู้สึกแรกที่เยว่ซินรับรู้ได้ สติของเธอค่อยๆ ถูกกระชากกลับคืนมาจากความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด กลิ่นคาวเืคละคลุ้งผสมกับกลิ่นหอมเย็นของไม้จันทน์ลอยเข้าจมูก ความเ็ปรวดร้าวแล่นปราดไปทั่วทุกอณูของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณศีรษะและแผ่นหลัง ราวกับถูกของแข็งฟาดกระหน่ำมาอย่างไม่ยั้งเยว่ซินพยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งราวกับมีหินถ่วง แต่ก่อนที่เธอจะได้เห็นภาพเบื้องหน้า เสียงเย้ยหยันแหลมเล็กก็ดังเสียดแทงเข้ามาในโสตประสาท
"ดูสภาพนางสิ พี่หญิงรอง ช่างน่าสมเพชเสียจริง! กล้าดียังไงมาขวางทางม้าขององค์ชายรอง นี่คงคิดว่าตัวเองเป็คนสำคัญกระมัง?"
"หลี่เฟิ่ง! พอได้แล้ว"
เสียงที่สองดังขึ้น แม้จะฟังดูเหมือนห้ามปราม แต่กลับแฝงไว้ด้วยความสะใจ
"พี่ใหญ่ของเ้าก็แค่เป็ห่วงความปลอดภัยขององค์ชายรองเท่านั้น อย่าไปถือสานางเลย...นางมันก็แค่พวกไร้ค่าที่ไม่มีแม้แต่พลังปราณจะปกป้องตัวเอง"
พี่หญิงรอง? หลี่เฟิ่ง? องค์ชายรอง? พลังปราณ?คำพูดเ่าั้พุ่งเข้าสู่สมองของเยว่ซินราวกับสายฟ้าฟาด นี่มันเื่บ้าอะไรกัน! เธอคือแพทย์หญิงเยว่ซิน ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมประสาทและอดีตนักยุทธศาสตร์ของหน่วยรบพิเศษ
ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือภาพของแสงไฟจากะเิที่พุ่งเข้าใส่รถพยาบาลสนามขณะที่เธอกำลังปฏิบัติภารกิจในเขตา...ไม่ใช่การถูกใครก็ไม่รู้มาพูดจาดูแคลนด้วยภาษาจีนโบราณแบบนี้!เยว่ซินรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มี เฮือกสุดท้ายของลมหายใจถูกเค้นออกมาเพื่อเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้ง...ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เธอแทบหยุดหายใจ!
เบื้องหน้าของเธอคือเด็กสาวสองคนในชุดจีนโบราณหรูหรา คนหนึ่งมีใบหน้าจองหองแววตาดูถูก ส่วนอีกคนมีรอยยิ้มหวานแต่ดวงตากลับเ็า พวกเธอยืนค้ำหัวมองร่างที่นอนจมกองเือยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ...ซึ่งก็คือร่างของเธอเอง!และเมื่อเธอมองเลยไปอีกนิด
หัวใจของเยว่ซินก็แทบจะหยุดเต้น...บุรุษหนุ่มรูปงามในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักดิ้นทองลายเมฆากำลังมองมาที่เธอด้วยสายตาเรียบเฉยราวกับมองดูมดปลวกตัวหนึ่ง เขาคือ
"องค์ชายรอง จ้าวเหวิน"
ตามที่พวกนางเอ่ยถึงนี่ไม่ใช่ความฝัน! นี่คือความจริง! เธอ...ทะลุมิติมาแล้วจริงๆ!ทันใดนั้นเอง ความทรงจำที่ไม่ได้เป็ของเธอก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก
"หลี่เหยา"
คุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพใหญ่หลี่เจิ้ง ผู้ถูกขนานนามว่า
"บุปผาไร้ค่า"
เพราะั้แ่เกิดจนอายุสิบหกปี กลับไม่สามารถตรวจพบพลังปราณได้แม้แต่น้อยนิด กลายเป็ที่เยาะเย้ยของคนทั้งเมืองหลวงเหตุการณ์ล่าสุดคือ หลี่เหยาเห็นองค์ชายรอง จ้าวเหวิน บุรุษที่นางแอบหลงรัก กำลังจะถูกม้าพยศชนเข้าใส่ ด้วยความรักที่ฝังใจ นางจึงเอาตัวเองเข้าไปขวางโดยไม่คิดชีวิต...แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ใช่คำขอบคุณ แต่เป็สายตาดูแคลนและคำพูดถากถางจาก
"หลี่เฟิ่ง"
น้องสาวต่างมารดา และ
"ซูเม่ยหลิน"
คุณหนูจอวนราชครูผู้เลอโฉม...สตรีที่ยืนอยู่ข้างกายองค์ชายรองอย่างสนิทสนมิญญาของหลี่เหยาตัวจริงคงแตกสลายไปแล้วเพราะความเ็ปทั้งกายและใจ...และเยว่ซินก็ได้เข้ามาแทนที่ในร่างนี้!
"ในเมื่อพวกเ้าเห็นว่านางไม่เป็อะไรแล้ว เราไปกันเถอะ เม่ยหลิน"
องค์ชายรองจ้าวเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้แสดงความห่วงใยต่อสตรีที่เพิ่งช่วยชีวิตเขาแม้แต่น้อยซูเม่ยหลินยิ้มหวานหยด
"เพคะ องค์ชายรอง อย่าให้คนไร้ค่ามาทำให้ท่านเสียอารมณ์เลยเพคะ"
"ไร้ค่า?"
เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากร่างที่นอนแน่นิ่งบนพื้น ทุกสายตาหันไปมองเป็จุดเดียว เยว่ซิน...ในร่างของหลี่เหยา...กำลังใช้แขนยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล ใบหน้าของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยเืและฝุ่นดิน แต่ดวงตาที่เคยอ่อนแอและหวาดกลัวอยู่เสมอ บัดนี้กลับฉายแววคมปลาบ เย็นเยียบ และลุ่มลึกจนน่าขนลุก!
"เมื่อครู่...พวกเ้าว่าใครไร้ค่านะ?"
เยว่ซินเอ่ยถามช้าๆ แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่นราวกับก้อนหินที่ถ่วงลงในบ่อน้ำลึกหลี่เฟิ่งเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง
"เ้า...เ้ายังไม่ตาย!?"
เยว่ซินแค่นยิ้มมุมปาก เืที่ไหลซึมออกมาจากหน้าผากยิ่งทำให้รอยยิ้มนั้นดูน่าประหวั่นพรั่นพรึง
"ข้ายังไม่ตาย...ผิดหวังหรือ?"
สายตาของเธอมองข้ามหลี่เฟิ่งและซูเม่ยหลิน ไปจับจ้องที่องค์ชายรองจ้าวเหวินโดยตรง
"องค์ชายรอง ท่านเป็ถึงเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ ได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดี แต่กลับปล่อยให้สตรีที่ช่วยชีวิตท่านนอนจมกองเือยู่ตรงหน้า โดยไม่คิดจะช่วยเหลือ แถมยังปล่อยให้สตรีข้างกายท่านเอ่ยคำดูแคลน...นี่หรือคือคุณธรรมของผู้ดีที่ท่านพร่ำบอกใครต่อใคร?"
คำพูดของเธอราวกับแส้ที่ฟาดเข้ากลางหน้าของจ้าวเหวิน! เขาหน้าชาวาบ ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเขาเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะ "หลี่เหยา" ที่ปกติได้แต่ก้มหน้ามองพื้นเวลาอยู่ต่อหน้าเขาซูเม่ยหลินรีบแก้ต่าง
"บังอาจ! เ้ากล้าดีอย่างไรมากล่าวว่าร้ายองค์ชายรอง! คนชั้นต่ำอย่างเ้า..."
"หุบปาก!"
เยว่ซินตวาดเสียงกร้าว ดวงตาของเธอจ้องเขม็งไปที่ซูเม่ยหลิน
"คุณหนูซู ท่านพูดราวกับว่าการที่ข้าช่วยชีวิตคู่หมั้นของท่านเป็ความผิดงั้นหรือ? หรือในใจท่านลึกๆ แล้ว...อยากให้องค์ชายรองเกิดอุบัติเหตุไปเสียให้พ้นๆ?"
"เ้า!"
ซูเม่ยหลินหน้าซีดเผือด คำพูดของเยว่ซินแทงใจดำอย่างจัง!เยว่ซินไม่เปิดโอกาสให้ใครได้พูดต่อ เธอยันกายลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้จะโคลงเคลงไปบ้าง แต่แผ่นหลังกลับตั้งตรงอย่างทระนง
"จวนแม่ทัพหลี่แม้จะสั่งสอนบุตรสาวให้ภักดีต่อราชวงศ์ แต่ก็ไม่ได้สอนให้ยอมเป็เบี้ยให้ใครเหยียบย่ำ! เื่ในวันนี้ ข้า...หลี่เหยา...จะจดจำไว้ให้ขึ้นใจ!"
กล่าวจบ เธอก็หันหลังเดินจากไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้ทั้งสามคนยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ มองตามแผ่นหลังเล็กๆ ที่ดูบอบบางแต่กลับแฝงไว้ด้วยความหยิ่งทระนงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนไม่มีใครสังเกตเห็น...บนรถม้าหรูหราที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ม่านหน้าต่างถูกเลิกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นดวงตาคมกริบดุจพญาราชสีห์คู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความสนใจ ริมฝีปากหยักสวยของบุรุษผู้ซ่อนกายอยู่ในเงามืด...กระตุกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ
"อิง"
เขาเอ่ยเสียงเรียบ
"ขอรับ นายท่าน"
องครักษ์เงาปรากฏกายขึ้นข้างรถม้าราวกับภูตผี
"ไปสืบมา...คุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพหลี่...น่าสนใจกว่าที่ข่าวลือว่าไว้เยอะ"
"ขอรับ!"
ขณะเดียวกัน เยว่ซินที่เดินโซซัดโซเซกลับมาถึงจวนแม่ทัพ เมื่อก้าวพ้นประตูห้องของตัวเอง ร่างกายที่ฝืนทนมาตลอดก็หมดแรงทรุดลงกับพื้นทันที
"บ้าจริง! แค่แสดงละครนิดหน่อยถึงกับใช้แรงไปขนาดนี้เลยเหรอ!"
เธอสบถกับตัวเองแต่แล้ว...ในขณะที่สติของเธอกำลังจะดับวูบลงอีกครั้ง เธอกลับรู้สึกถึงพลังงานอันเย็นเยียบสายหนึ่งที่ไหลวนอยู่ในจุดตันเถียนของเธอ มันเป็พลังที่เล็กละเอียดจนแทบััไม่ได้ แต่กลับแฝงไว้ด้วยอำนาจทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว ราวกับ...ใจกลางของหลุมดำในอวกาศ!นี่เองสินะ...พลังที่ถูกผนึกไว้...เยว่ซินยิ้มออกมาอย่างอ่อนแรง ดวงตาของเธอทอประกายแห่งความท้
าทายโลกใบนี้...ดูเหมือนจะสนุกกว่าที่คิดไว้เยอะ! พวกที่เคยเหยียบย่ำข้าไว้...เตรียมตัวชดใช้ได้เลย!