อูิโยวพอจะเดาสาเหตุได้แต่ไม่สามารถพูดออกมา จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายแต่หากเป็ไปได้เื่นี้จะถูกฝังไว้ตลอดกาล ไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้
ในสายตาคนนอกผู้ที่เก่งศิลปะต่อสู้นั้นล้วนนิสัยหยาบคายแต่ิเยี่ยกลับไม่เป็เช่นนั้น ในฐานะบุตรชายคนโตของตระกูลอูเขาเป็คนละเอียดถี่ถ้วนมาก คิดคำนวณทุกสิ่งอย่างรอบคอบ ไม่ยอมละเลยไม่ว่าจะเื่ใดก็ตาม เพราะในใจของเขาบางอย่างที่ดูเป็เื่เล็กทว่าบางทีอาจมีภัยคุกคามซ่อนอยู่ก็เป็ได้
“การโจรกรรมครั้งนี้ไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้นท่านพ่อไปจากหุบเขาหลายเดือนแล้ว แม้จะเขียนจดหมายสั่งการให้ดูแลสิ่งต่างๆ บ้างเป็ครั้งคราวแต่อย่างไรเขาก็ไม่ได้อยู่ในหุบเขา เหล่าผู้เฒ่าก็ดูสงบเหมือนที่ผ่านมา แต่ใครจะรู้ว่าภายในใจกำลังคิดสิ่งใดอยู่รวมกับที่ิโยวคาดเดาก่อนหน้า จิตใจของผู้คนจำนวนไม่น้อยในหุบเขาที่เกิดความคิดเป็อื่นการโจรกรรมครั้งนี้ย่อมเป็เื่ผิดปกติมากแน่นอน”
“แล้วท่านแม่ว่าอย่างไรบ้างหรือเ้าคะ” อูิหลิงถาม
ยามอูอีไม่ได้อยู่ในหุบเขา ไป๋เซียงถิงซึ่งเป็ภรรยาของผู้นำหุบเขาจึงทำหน้าที่ผู้นำชั่วคราวเมื่อผู้หญิงคนหนึ่งรับตำแหน่งนี้ก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่าผู้เฒ่าทำให้ภาระบนไหล่ของไป๋เซียงถิงยิ่งหนักขึ้นกว่าเดิม
อูิเยี่ยส่ายหัวแล้วพูดว่า “นอกจากการลาดตระเวนยามดึกตามปกติแล้วท่านแม่ก็ไม่เห็นวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ ทำได้เพียงรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่เ้าสองคนก็ต้องระมัดระวังเช่นกัน ั้แ่ฤดูใบไม้ผลิมาเยือน ในใจข้ามักวิตกกังวลเสมอ”
ทั้งสองพยักหน้ารับ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากรอดูว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น
“อีกครึ่งปีสำนักมิ่งเก๋อจะเปิดประตู ไม่รู้ท่านพ่อจะกลับมาก่อนหน้านั้นหรือไม่”
เมื่ออูิหลิงเอ่ยถึงเื่นี้ อูิโยวก็ไม่อาจปิดบังความกังวลแววตาพลันเคร่งขรึมแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
ทันใดนั้นอูิหลิงก็เอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า
“เมื่อเวลานั้นมาถึง อวิ๋นลั่วบอกว่านางอยากไปที่นั่น”
หากอูิหลิงไม่ได้เอ่ยถึงอวิ๋นลั่ว อูิโยวคงลืมไปแล้วว่าเวลานี้หญิงสาวจากคฤหาสน์อวิ๋นหลานซานซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาไป่หลิงเหตุผลอาจมาจากอวิ๋นจวา แต่อูิโยวก็ไม่ได้อยากต้อนรับนางเท่าใดนัก
“แค่นางบอกว่าจะไปก็สามารถไปได้อย่างนั้นหรือ ทุกคนต่างรู้ดีว่าสำนักมิ่งเก๋อไม่เคยรับศิษย์หญิงแม่นางอวิ๋นลั่วคิดเื่เช่นนี้ได้อย่างไร คิดอะไรตามใจตนเองเกินไปแล้ว”
“ิโยว!”
ิหลิงรู้ว่าน้องชายไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีต่ออวิ๋นลั่วเท่าใดนักเหตุผลคงมาจากอวิ๋นจวาผู้นั้น แต่อวิ๋นลั่วเป็สหายของนางั้แ่เด็ก ยามนี้ที่ต้องหนีจากคฤหาสน์อวิ๋นหลานซานก็เพราะนางไร้หนทาง
ิเยี่ยพลันขัดจังหวะขึ้น “ไม่เคยรับก็ไม่ได้หมายความว่าสำนักมิ่งเก๋อจะไม่้าศิษย์ที่เป็สตรีิโยว การสรุปเื่ราวต่างๆ จะมองด้านเดียวไม่ได้”
“โห!” เมื่อพี่ชายเริ่มบ่น อูิโยวก็ทำได้เพียงฟังเงียบๆ
“ตอนนี้ก็สายมากแล้ว ิโยว เ้าทำการบ้านก่อนหน้าเสร็จแล้วหรือ”
พูดถึงการบ้านิโยวก็แทบลืมไปแล้วด้วยซ้ำ เมื่ออูิเยี่ยเอ่ยขึ้นมาเขาจึงทำตัวไม่ถูก
“เดี๋ยวข้าจะไปทำเลย!”
เขาหันหลังวิ่งกลับเข้าห้องชั้นในแล้วขังตัวเองอยู่ในนั้นในที่สุดอูิโยวก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนที่แววตาจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็เ็าครึ่งปีถือเป็เวลาไม่มากแล้ว
อูิหลิงเดินตามิเยี่ยออกจากห้องของน้องชาย ออกมาได้ครึ่งทางนางก็หยุดฝีเท้าลงด้วยความกังวลใจ
“พี่ใหญ่ หากมีเื่ใดก็เอ่ยออกมาตามตรงเถิดเ้าค่ะ” เมื่อรับรู้ถึงความกังวลของิเยี่ยิหลิงจึงเอ่ยถาม
ในที่สุดิเยี่ยก็ยอมเอ่ยปาก
“่นี้อวิ๋นลั่วเป็เช่นไรบ้าง”
ิหลิงถอนหายใจ “หญิงสาวที่ถูกบิดาใช้เป็เครื่องมือในการสานสัมพันธ์อย่างนางจะทำเช่นไรได้”
อูิเยี่ยยกมือลูบผมน้องสาว ทำเช่นเดียวกับที่เขาลูบศีรษะน้องชายไม่ว่าจะเป็อูิโยวหรืออูิหลิง พวกเขาล้วนเป็พี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวไม่ว่าจะเป็น้องคนไหนก็ปกป้องดูแลไม่ต่าง
สำหรับิเยี่ย การได้เกิดในตระกูลอูถือเป็โชคดีที่สุดของเขาความเสียใจเพียงอย่างเดียวคือพลังทางจิติญญาที่แห้งเหือดทำให้เขาไม่มีพลังที่แข็งแกร่งพอแต่ถึงกระนั้นเขาก็มั่นใจว่าตนเองสามารถปกป้องิโยวและิหลิงได้ แม้จะไม่ได้สืบทอดตำแหน่งผู้นำหุบเขาก็ตาม
จิตใจของิหลิงในยามนี้ คนเป็พี่ชายอย่างเขาย่อมเข้าใจดีว่ารู้สึกเช่นไร
“ไม่ต้องกังวล หุบเขาไป่หลิงไม่ใช่คฤหาสน์อวิ๋นหลานซาน แม้เหล่าผู้เฒ่าจะมีความคิดเช่นนั้นแต่ท่านพ่อ ท่านแม่ และข้าไม่เห็นด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีิโยวที่อยากผลักเ้าไปหาคุณชายหลิ่วจนแทบอดรนทนไม่ไหวแล้วจะผลักไสเ้าไปให้ผู้อื่นได้อย่างไรกัน จากอุปนิสัยของิโยวหากรู้ว่าเ้าจะไปแต่งให้ผู้อื่นเขาคงโกรธเป็ฟืนเป็ไฟแน่”
“พี่ใหญ่ ท่านพูดเื่อะไรกัน!”
แก้มของอูิหลิงเปลี่ยนเป็แดงก่ำด้วยความเขินอาย นางไม่คิดว่าจะมีวันที่พี่ชายผู้ยิ้มยากคนนี้กำลังล้อเลียนนาง
“พี่ชายคนนี้ไม่ได้พูดเล่น ข้ารู้ว่าเ้าสนใจหลิ่วไป๋เจ๋อหากเขาก็มีใจตรงกับเ้า ให้ข้าไปบอกเขามาสู่ขอเ้าดีหรือไม่แม้ว่าหลิ่วไป๋เจ๋อจะอายุน้อยกว่าเ้าสองปี แต่ก็เป็คนจิตใจมั่นคง สามารถฝากฝังเ้าเอาไว้กับเขาได้”
นางไม่เคยรู้เลยว่าพี่ชายของตนจะช่างพูดเช่นนี้เป็ไปได้ไหมว่าติดเชื้อจากเ้าน้องชายเข้าให้แล้ว
อูิหลิงรีบทัดทานเอาไว้แล้วเอ่ยว่า
“พี่ใหญ่ พวกเรากำลังพูดเื่อวิ๋นลั่วอยู่ ทำไมจู่ๆ ถึงได้พูดเื่ของข้าล่ะ”
เมื่อเห็นว่าอูิหลิงเขินอายเกินจะเอ่ย อูิเยี่ยจึงกลับมาพูดคุยในหัวข้อเดิม
“ในส่วนแม่นางอวิ๋นลั่วพวกเราคงช่วยได้แค่นี้ ท้ายที่สุดอย่างไรก็เป็เื่ในครอบครัวของนางการพานางออกจากเมืองหลวงเฟิ่งเทียนก็ถือเป็การสร้างความขุ่นเคืองกับคฤหาสน์อวิ๋นหลานซานแล้ว”
“ิหลิงทราบเ้าค่ะ!”
หลังจบจากการพูดคุยอูิเยี่ยก็ไปจัดการสิ่งต่างๆ ตามหน้าที่ตนส่วนอูิหลิงเดินทางไปยังสถานที่ที่อวิ๋นลั่วพำนักอยู่ มีบางสิ่งที่พวกนางต้องพูดคุยกัน
ิหลิงพาอวิ๋นลั่วมาพักที่บ้านไร่นอกหุบเขาไป่หลิง แม้ทั้งคู่จะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันแต่ในหุบเขาย่อมมีกฎเกณฑ์ หากมิได้มีกิจธุระคนนอกจะไม่สามารถเข้ามาพำนักภายในหุบเขาได้
จากสถานการณ์ของอวิ๋นลั่วทำให้ิหลิงไม่สามารถพานางเข้าไปพักภายในหุบเขาทำได้เพียงพาไปพักที่บ้านไร่อันเงียบสงบเป็การชั่วคราว
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในลานบ้านิหลิงก็ต้องชะงักฝีเท้านอกจากอวิ๋นลั่วแล้วยังมีคนอื่นอยู่ในบ้านหลังนี้
เมื่อเห็นอูิหลิงทั้งคู่ก็ตกตะลึง อวิ๋นลั่วรู้ว่าการที่นางทำเช่นนี้ถือเป็การเสียมารยาทจึงรีบก้าวไปข้างหน้าและแนะนำอีกฝ่ายให้รู้จัก
“พี่ิหลิง นี่คือพี่จื่ออู่ เป็... เป็...”
อวิ๋นลั่วลังเลที่จะพูด ิหลิงรู้ว่าอีกฝ่ายคงลำบากใจที่จะเอ่ยออกมานางจึงไม่เอ่ยถามและก้าวไปข้างหน้าเพื่อคำนับทักทาย
จื่ออู่รีบยกมือทัดทาน จากนั้นจึงประสานมือทักทายกลับ
“แม่นางอูไม่จำเป็ต้องทำเช่นนี้ จื่ออู่เป็เพียงข้ารับใช้ของคฤหาสน์อวิ๋นหลานซานคงไม่อาจรับการคำนับจากแม่นางได้”
ิหลิงเคยเห็นคนผู้นี้มาก่อนที่คฤหาสน์อวิ๋นหลานซานแต่ตอนนั้นนางแค่มองผ่านๆ ไม่ได้พินิจโดยตรง รอบกายเต็มไปด้วยบรรยากาศสดใส ทว่าทั่วทั้งใบหน้ามีหน้ากากปิดบังไว้ให้ความรู้สึกลึกลับซึ่งไม่อาจมองเห็น
ข้างๆ กันอวิ๋นลั่วกำลังขบริมฝีปากแน่น ด้วยความรู้สึกบางอย่างจู่ๆน้ำตาก็เอ่อคลอ
เมื่อพบว่าตนมาผิดเวลา อูิหลิงจึงรีบเอ่ย
“มีแขกมาเยี่ยมถึงที่คงจะมีธุระต้องพูดคุยอย่างไรเสียพรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่”
อวิ๋นลั่วไม่ได้รั้งอีกฝ่ายไว้ ทำเพียงยืนส่งอูิหลิงกลับไป ตัวนางกับจื่ออู่ยังยืนอยู่ในลานบ้านทั้งสองหันหน้าเข้าหากัน ไม่ได้เอ่ยคำใด
ท้ายที่สุดจื่ออู่ก็ก้าวไปโอบกอดหญิงสาวไว้ในอ้อมแขนปากก็พร่ำบอกว่า
“ขอโทษ!”
อวิ๋นลั่วอดกลั้นไว้ไม่อยู่ หลั่งน้ำตาออกมาขณะอยู่ในอ้อมแขนของเขา
“พี่จื่ออู่ ลั่วเอ๋อร์ไม่อยากกลับไป”
จื่ออู่ยกมือเช็ดน้ำตาให้นาง “แม้ว่าเ้าอยากกลับไปข้าก็ไม่ยอม”
อวิ๋นลั่วตกตะลึง “ท่านไม่ได้มารับข้ากลับหรอกหรือ”
จื่ออู่ส่ายหัว “ไม่ใช่!”
“แล้วอวิ๋นจวาล่ะ เขา...”
จื่ออู่ยกนิ้วแตะริมฝีปากนางพลางเอ่ยว่า “เ้าไม่ต้องคิดมากแม้เขาจะรู้ว่าเ้าอยู่ที่นี่ก็ไม่มีทางมาตามเ้ากลับไปเพราะที่นี่ไม่ใช่คฤหาสน์อวิ๋นหลานซาน”
“แล้วท่านล่ะ หากท่านหาข้าไม่เจอเมื่อกลับไปจะบอกพวกเขาอย่างไร” อวิ๋นลั่วเป็กังวล
“ข้ามีวิธีเ้าวางใจได้ ตราบใดที่เ้าปลอดภัยข้าก็วางใจ”
“แต่…” อวิ๋นลั่วยังคงกังวล
จื่ออู่จิ้มหน้าผากนางแล้วแย้มยิ้ม แต่อวิ๋นลั่วไม่เห็นใบหน้าของเขารอยยิ้มนั้นจะงดงามเพียงใดนางไม่อาจรู้เลย
“ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับข้าหรอก” เขานิ่งไปชั่วขณะแล้วเอ่ยต่อ“ลั่วเอ๋อร์ ดอกอิงที่คฤหาสน์ร่วงหล่นหมดแล้ว”
อวิ๋นลั่วผิดหวังและตอบว่า “จริงหรือ”
“ข้าจะพาเ้าไปยังสถานที่ที่มีดอกอิงมากมายร่วงโรยไม่สิ้นสุด”
อวิ๋นลั่วเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อเมื่อก่อนพี่จื่ออู่ไม่เคยรับปากนางสักครั้ง แต่วันนี้กลับเป็ฝ่ายให้คำมั่นสัญญาก่อน
“จริงหรือ”
จื่ออู่พยักหน้า “รอให้เื่ของข้าเสร็จสิ้น ข้าจะพาเ้าไป”
“ต้องรอนานเพียงใด”
จื่ออู่เงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยแววตาเศร้าโศก ถามตนเองในใจว่าเมื่อใดกันเขาเองก็ไม่รู้ เมื่อก้มศีรษะลงอีกครั้งก็ยิ้มบอกอวิ๋นลั่วว่า
“จนกว่าดอกอิงจะผลิบานในปีหน้า!”
ไม่ไกลออกไปอูิหลิงยืนนิ่งอยู่ในความมืดนางไม่ทราบตัวตนที่แท้จริงของจื่ออู่จึงเป็ห่วงอวิ๋นลั่วอยู่บ้าง จนเมื่อได้เห็นทั้งสองคนโอบกอดกันก็เข้าใจเหตุผลขณะถอนหายใจด้วยความโล่งอกก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาอวิ๋นลั่ว
ไม่มีอะไรยากไปกว่าคนที่ชื่นชอบภักดีต่อตนเองอีกแล้วอย่างน้อยสำหรับิหลิงในตอนนี้ นี่ถือเป็สิ่งที่พบเจอได้ แต่ไม่อาจแสวงหา
หลังจื่ออู่ออกจากเรือนก็ตรงมาทางิหลิง ิหลิงไม่ได้ซ่อนเร้นรัศมีลมหายใจของตนฝ่ายนั้นจึงหานางพบ
เมื่อเขาเดินมาถึงเบื้องหน้า ไม่ทันพูดจาอะไรก็คุกเข่าลงบนพื้นแล้วโค้งคำนับให้ิหลิงนางไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นนี้จึงห้ามไม่ทัน
“นี่เ้ากำลังทำอะไร”
ิหลิงก้าวไปข้างหน้าและยื่นมือออกไป แต่ไม่ได้แตะต้องจื่ออู่ฝ่ายนั้นลุกขึ้นแล้วพูดว่า
“จื่ออู่ขอขอบคุณแม่นางอูที่ดูแลอวิ๋นลั่ว เกรงว่านางอาจจะต้องรบกวนท่านไปอีกระยะหนึ่ง”
อูิหลิงกล่าว “อวิ๋นลั่วเปรียบดั่งน้องสาวข้า การดูแลนางคือสิ่งสมควรทำเพียงแต่นางไม่ได้มีแผนว่าจะอยู่หุบเขาไป่หลิงนานเท่าไร หากเ้าหาที่นี่พบ เช่นนั้นอวิ๋นจวาก็สามารถทำได้เช่นกัน”
จื่ออู่พยักหน้า “จื่ออู่เข้าใจความหมายนี้ แม่นางโปรดวางใจแม้อวิ๋นจวาจะรู้ว่าอวิ๋นลั่วอยู่ที่นี่ แต่่นี้เขาไม่มีทางมาตามหานางแน่นอนขอรับ!”
คำพูดของจื่ออู่ช่างเด็ดขาด ทำให้ิหลิงประหลาดใจเป็อย่างมาก
“เ้ามั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือ”
“จื่ออู่มิใช่คนพูดจาไร้เหตุผลขอรับ”
อูิหลิงพยักหน้าและกล่าวว่า “ตามที่ข้าได้บอกไประยะนี้อวิ๋นลั่วจะอยู่ที่นี่ก่อน เื่อื่นๆ เ้าวางใจเถอะ ข้าไม่มีทางให้นางพบเจอกับอันตรายใดแน่นอน”
มองดูร่างสูงที่เดินจากไป อูิหลิงก็รู้สึกดีใจแทนอวิ๋นลั่วในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ไม่ว่าจะมองอย่างไรจื่ออู่ผู้นี้ก็ไม่เหมือนข้ารับใช้ผู้ต่ำต้อยสักนิดแม้แต่เด็กจากตระกูลใหญ่บางคนยังดูด้อยกว่าเขาเสียอีก
—---------------------------------------