เสียงไก่ขันดังแว่วมาจากนอกหน้าต่างเป็สัญญาณให้รู้ว่าฟ้าใกล้สว่างแล้วในบ้านร้างที่เ้าของทิ้งไว้แม้ไร้ข้าวของแต่พออยู่อาศัยได้ชั่วคราว เพราะเป็เส้นทางผ่านไปชายแดนชาวบ้านที่เจ็บป่วยจำนวนมากชายหนุ่มสองคนคือจิ่วเหมยฮวาและจิ่วเอ๋อร์ จึงหยุดเดินทางและช่วยเหลือชาวบ้านที่นี่เพื่อความสงบจึงเสาะหาที่พักเมื่อได้พบบ้านหลังนี้เข้าจึงพักอยู่หลายคืนแล้ว
ทั้งสองลืมตาจากการนั่งบำเพ็ญเพียรจิ่วเอ๋อร์ยามนี้นางคือบุรุษที่มีรูปลักษณ์สุภาพเรียบง่ายในชุดน้ำเงิน จิ่วเหมยฮวาในชุดขาวล้วนนางลุกเดินไปเปิดหน้าต่างมองออกไปภายนอกผ้าม่านพลิ้วไหวลมพัดไอน้ำค้างที่สดชื่นจากด้านนอก มีพัดกระดาษลวดลายเมฆาที่นางใช้พู่กันวาดขึ้นอยู่ในมือ
“วันนี้พวกเราพักสักวันเถอะนะ”
“ดีเหมือนกัน ข้าคิดว่าจะไปเก็บสมุนไพรบนเขามาเพิ่มตอนนี้เราเหลือไม่มากแล้ว”
สองคนต่างเงียบเสียงเข้าสู่ภวังค์ความคิดของตนเอง่ที่ผ่านมากลางวันพวกนางช่วยเหลือรักษาผู้คน หรือไม่ก็หาสมุนไพรจัดชุดยาสำหรับคนป่วยยามค่ำคืนก็นั่งสมาธิบำเพ็ญทั้งสองต่างไม่เคยละเลยสิ่งที่เคยปฏิบัติประจำวันลงเขาครั้งนี้เพื่อฝึกฝนและสะสมบุญกุศล
กลางวันช่วยเหลือคนไปไม่น้อยแต่บางครั้งคนป่วยอาการสาหัสจนช่วยไม่ได้แล้วทำให้มีคนป่วยบางส่วนต้องตายพวกนางรู้สึกเสียใจ จิติญญาควบคุมความรู้สึกได้ไม่ดีพอยังไม่ถึงขั้นปล่อยวางกับทุกสิ่งได้ เข้าใจทันทีว่าเหตุใดอาจารย์้าให้ลงจากเขาอาจเป็เพราะเห็นการฝึกฝนยังไม่ก้าวหน้าเพียงพอที่จะทำให้จิตใจสงบนิ่งได้นั่นเอง
คัมภีร์ปรุงโอสถที่อ่านค้างไว้นางมองมันนอนนิ่งอยู่บนเตียงนางมีความรู้ มีสมุนไพร มีโอสถ ถึงจะไม่เก่งกาจระดับหมอเทวดาที่เลื่องลือแต่การขาดเครื่องมือในฐานะหมอนางยินยอมไม่ได้แค่มีดผ่าตัดเป็อุปสรรคที่แก้ไขได้ง่าย ขอเพียงหาช่างตีเหล็กที่มีฝีมือดีทำมันขึ้นมาแม้จะไม่ใช่วัสดุที่มีคุณภาพเท่าเทียมกันแต่ก็สามารถใช้งานได้
จิ่วเอ๋อร์มองดูจิ่วเหมวยฮวาที่ก้มหน้าก้มตาวาดภาพตะวันขึ้นนานแล้วเหมือนอีกฝ่ายยังคงไม่ออกไปไหนแต่นางไม่้าเก็บสมุนไพรใน่ที่ร้อนจัด
“ศิษย์น้องวันนี้เ้าไม่ไปไหนหรือ”
“ข้าจะออกไปหาร้านตีเหล็ก”
“พวกเราไม่้าอาวุธสักหน่อย ทำไมต้องไปที่นั่น เ้า้าสิ่งใดในร้านขายเหล็ก”
“มีด”
จิ่วเหมยฮวายกภาพวาดที่เกือบเสร็จแล้วให้จิ่วเอ๋อร์ดูเป็รูปแบบมีดหลายแบบที่นางไม่เคยเห็นมาก่อนอดที่จะสนใจไม่ได้
“มีดพวกนี้ รูปแบบแปลกตามาก เ้า้ามันไปเพื่อสิ่งใด”
“นี่เป็มีดผ่าตัด ข้าเอาไว้สำหรับทำแผลหรือพูดง่ายๆก็คือเอาไว้ใช้รักษาผู้คนอีกหน่อยพอมีพวกมันสักชุดข้าก็จะสามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้มากขึ้นเพราะขาดพวกมันทำให้หลายวันที่ผ่านมาข้าต้องมองคนป่วยเสียชีวิตไปด้วยความเศร้าใจ”
“มีดผ่าตัดหรือ ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่เอาเถอะถ้ามีพวกมันแล้วสามารถช่วยรักษาชีวิตชาวบ้านไว้ได้เช่นนั้นเมื่อเ้ามีเวลาก็สอนข้าบ้างแล้วกัน ข้าออกไปที่ป่านอกเมืองก่อนนะ”
“ระวังตัวด้วยหล่ะ”
นางเขียนรายละเอียดที่พอเข้าใจได้กำกับไว้เรียบร้อยแล้วที่เหลือคือการเสาะหาช่างตีเหล็กที่มีความสามารถพอที่จะทำมันขึ้นมาได้เท่านั้นเงินค่าจ้างก็พอมีหากช่างไม่เรียกร้องราคาจนสูงมากเกินไป
เมื่อวานนางสอบถามจากชาวบ้านที่มาให้นางรักษาต่างบอกให้ลองเข้าไปในเมืองเดินไปทางทิศใต้ผ่านย่านคนรวยไปหาดูพื้นที่คนยากจนจะมีร้านตีเหล็กอยู่หลายร้านนางจะต้องไปถามหาที่นั่นนางแวะเพิงขายน้ำชาสั่งน้ำชาหนึ่งกาเพื่อสอบถามเสี่ยวเอ้อร์ในร้าน
“น้องชาย ข้า้าหาร้านตีเหล็กที่มีฝีมือไม่ทราบว่าควรไปที่ใด”
“คุณชาย ท่าน้าอาวุธ เช่นกระบี่ ดาบ หรือขอรับ ทุกร้านที่ตีเหล็กสินค้าและราคาก็เหมือนๆกันไม่ต่างกันเท่าไหร่ขอรับ”
“ข้า้าช่างมีฝีมือมาก งานที่้าไม่ใช่มีด หรือของใช้ทั่วไป เ้าดูเป็ผู้กว้างขวางในพื้นที่แถบนี้พอจะช่วยแนะนำข้าได้หรือไม่”
“ฮ่าฮ่าฮ่า คุณชายถามถูกคนแล้วขอรับ ข้าหวังฉายเป็คนที่รู้ทุกเื่ในเขตนี้คนที่ท่าน้าในเมืองนี้เกรงว่าทั้งเมืองมีเพียงคนเดียวแต่ท่านต้องระวังตัวหน่อยนะฝีมือตีดาบคมกริบไม่มีใครสู้แต่อารมณ์ดุดันร้ายกาจ ท่านจะลองไปดูก็ได้หน้าร้านของต้าเหย๋าจะดูสกปรกมากสักหน่อย เวลาท่านเดินเข้าไปก็ส่งเสียงดังๆหน้าร้านมักไม่มีคนเฝ้าอยู่ รับรองได้เื่ฝีมือแต่ท่านจะสามารถว่าจ้างต้าเหย๋าได้หรือไม่ ท่านต้องไปลองเสี่ยงดูหากโชคดีเขาก็จะรับงานของท่าน"
“รบกวนเ้าบอกทางข้าด้วย”
“ท่านต้องเดินลัดเลาะไปในทางแคบ เลี้ยวขวาสุดทางเจอศาลเ้าเล็กๆเลยไปนิดจะมีซอยอยู่ท่านเดินเข้าไปสุดซอยนะขอรับ ขอให้คุณชายโชคดี”
เมื่อไปถึงเป็เขตชนชั้นแรงงานบ้านเรือนหนาแน่น ชาวบ้านร้องขายของแย่งกันเรียกลูกค้า เสียงต่อรองราคาเสียงด่าทอหยาบคายในบ้านเรือน เด็กน้อยวิ่งเล่นไล่จับกันไปมาบางก็เดินกับมารดากำลังกินน้ำตาลปั้น มีฝุ่นและใบไม้ปลิวลมนี่เป็บรรยากาศที่ยังดีกว่าพื้นที่อื่นที่นางได้ยินดินแดนที่ยิ่งใกล้ชายแดนก็ยิ่งลำบาก ชาวบ้านที่นี่ยังคงมีความสุขพอสมควร
จิ่วเหมยฮวาเดินไปจนถึงแถบร้านตีเหล็ก สภาพไม่ใกล้เคียงกับคำบอกเล่าสักเท่าใดหลังคาแทบจะพังหล่นลงมาสิ่งของแขวนและวางไว้ระเกะระกะมีฝุ่นและหยากไย่เกาะจะหนาแน่น เมื่อก้าวเท้าเข้าไปไม่มีแสงสว่างจากภายนอกสลัวทางเดินก็แทบไม่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็สินค้าพวกเครื่องมือเครื่องใช้ ดาบ กระบี่ มีดสิ่งต่างๆล้วนทำขึ้นมาจากเหล็กแต่ทุกชิ้นล้วนปกคลุมไปด้วยฝุ่น
“เถ้าแก่ มีใครอยู่ไหม”
“…….."
“มีใครอยู่ไหม! ข้า้าสินค้า”
“เลือกเอา! ได้ของแล้ววางเงินเอาไว้”
มีเสียงห้วนๆดังตอบรับออกมาจากด้านใน ไร้เงาเ้าของเสียงออกมาต้อนรับร้านค้านี้ค้าขายอย่างไรกันแน่ให้ลูกค้าเลือกและจ่ายเงินเองแต่นางมิได้้าสินค้าที่วางอยู่จึงส่งเสียงเรียกอีกครั้ง
“เถ้าแก่ รบกวนช่วยออกมาหน่อยได้ไหม ข้า้าให้ท่านช่วยดูว่างานที่ข้าง้าท่านสามารถทำขึ้นมาได้หรือไม่ข้าใช้เวลาอธิบายไม่นาน”
ด้านในมีเสียงเครื่องกระเบื้องตกแตก(เพล้ง!) ตามมาด้วยเสียงเดินที่ไม่ปกติค่อยๆเข้ามาในที่สุดชายอายุประมาณสี่สิบปีรูปร่างสูงใหญ่แขนและหน้าอกมีแต่มัดกล้ามเนื้อ ผมเผ้ารุงรังเสื้อผ้าปะชุนเก่าและสกปรกเอื้อมมือเปิดผ้าม่านเก่าๆเดินออกมาด้วยขาที่ไม่ปกติข้างหนึ่งพลางเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ที่มีเพียงตัวเดียวในห้องสายตาเหลือบมองชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าท่าทางเ็าด้วยสายตาประเมินค่าั้แ่ศรีษะจรดเท้า(ฮี! ก็แค่คนมีเงินมาที่ร้านข้าทำไม)
“้าอะไรก็หยิบๆ เอาราคาแปะไว้แล้ว”
“ข้า้าพบเถ้าแก่”
"จะซื้อของต้องพบเจอเหล่าต้าก่อนหรือไง เ้าจะเอาอะไรก็เลือกๆมาทุกชิ้นราคาเท่ากับร้านอื่น ไม่พอใจก็กลับไป"
“ข้าไม่ได้้าสินค้าภายในร้านท่าน แต่้าความสามารถของท่าน ท่านช่วยดูแบบมีดนี่ก่อนว่าท่านสามารถทำมันขึ้นมาให้ข้าได้หรือไม่”
ต้าเหย๋าหรือเถ้าแก่เหย๋าก่อนที่จะเปิดร้านที่เมืองนี้เดิมเคยเป็ช่างตีอาวุธประจำกองทัพที่ขายแดนเป็ช่างที่มีฝีมือโชคร้ายหลายปีก่อนได้รับาเ็รุนแรงระหว่างการรบที่หลังและขาในภาวะาทำให้การรักษาและยาไม่ดีเพียงพอสภาพร่างกายจึงกลายเป็คนพิการต้องออกจากกองทัพเพราะร่างกายไม่เหมือนเดิมจึงใช้การดื่มสุราเป็เครื่องดับทุกข์ทำให้ค่อนข้างมีอารมณ์แปรปรวนโมโหฉุนเฉียวง่าย มีภรรยาและบุตรชายคนหนึ่ง ภรรยาเจ็บป่วยเสียชีวิตไปเมื่อสองปีก่อนเหลือเพียงบุตรชายเขาจ้องมองชายหนุ่มแล้วหันหน้าออกไป
“ข้าไม่สนใจ เ้าออกไปจากร้านข้าซะ”
“นี่เป็แบบมีดผ่าตัดที่ข้าเขียนขึ้นมา หากเถ้าแก่สามารถตีขึ้นมาได้ข้ายินดีรักษาอาการเจ็บป่วยที่ท่านเป็อยู่ให้หายสนิท และยินดีจ่ายเงินตามราคาสำหรับมีดหนึ่งชุด”
ชายหนุ่มก้าวเข้าไปพร้อมยื่นม้วนผ้าในมือวางบนโต๊ะนับเป็ข้อเสนอที่ชวนให้สนใจอย่างยิ่ง เพราะร่างกายพิการเขาต้องออกจากกองทัพ จิตใจท้อแท้ว่างเปล่าใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆแต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่อยากหายเป็ปกติ ต้าเหย๋าเงยหน้าขึ้นมองประเมินเ้าหนุ่มหน้าอ่อนเบื้องหน้าเขาไม่กล้าที่จะคิดแต่ว่ายังแอบหวังว่าอีกฝ่ายจะทำได้ดังที่พูดมา
“เ้าพูดว่าจะรักษาร่างกายของข้าให้กลับมาดีดังเดิม? เ้าทำได้หรือ”
“ท่านไม่ต้องสงสัยว่าข้าจะทำได้หรือไม่ ท่านต่างหากที่ควรดูว่าแบบที่ข้าวาดตัวท่านสามารถที่จะทำมันออกมาได้หรือไม่”
จิ่วเหมยฮวาค่อนข้างมั่นใจว่าถ้าอีกฝ่ายสามารถทำมีดผ่าตัดออกมาให้นางได้ตามแบบร่างกายของต้าเหย๋าที่พิการนี้นางสามารถรักษาหายได้อย่างแน่นอนั้แ่เขาเริ่มเดินเข้ามานางก็ใช้สายตาหมอประเมินสภาพร่างกายโดยที่เขายังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำคนผู้นี้น่าจะได้รับอันตรายจากการสู้รบและอาจได้รับาเ็รุนแรงจากไฟไหม้ซี่งเป็เื่ปกติในสนามรบกล้ามเนื้อยึดเกร็งและกระดูกหักผิดรูปไม่ได้ยากเกินไปสำหรับนาง
ม้วนผ้าถูกมองอยู่ชั่วครู่หากสามารถรักษาเขาได้จริงแล้วเขาละทิ้งมันไปด้วยตัวเองชาตินี้ก็ไม่อาจใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อีกแล้วในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้เอื้อมมือไปหยิบม้วนผ้านั่นแล้วมันก็ถูกคลี่ออกด้วยแสงที่น้อยมากทำให้ต้าเหย๋าลุกขึ้นลากเท้าไปจุดตะเกียงส่องดูอย่างตั้งใจด้วยสายตาที่ค่อยๆมีประกายแสงคล้ายย้อนกลับไปอยู่ใน่เวลาที่เคยรุ่งโรจน์ของชีวิตพลันหันกลับมา
“เ้ามีเงื่อนไขใดในการทำงานชิ้นนี้”
"หนึ่ง ทุกชิ้นต้องบางและคมตามขนาดที่กำกับไว้
สอง ทุกชิ้นต้องไร้สนิม
สาม กำหนดระยะเวลาห้าวัน หากท่านทำได้ตามนี้ท่านบอกราคามาได้เลย"
“เหล็กที่ไร้สนิมนั้นค่อนข้างหายาก จำเป็ต้องใช้เวลาและราคาค่อนข้างสูงแต่ข้าทำได้”
“ราคาเท่าใด”
“ห้าสิบตำลึง มัดจำสิบตำลึง”
“ข้า้าจำนวนสองชุด นี่เป็ตั๋วเงินสำหรับมัดจำ”
“เ้าหนุ่มเ้า้าอาวุธเหล่านี้ไปทำอะไรพวกมันมีขนาดเล็กเกินไปเบาเกินไป ถึงแม้จะคมแต่ไม่เหมาะจะใช้เป็อาวุธ”
“นี่..ไม่ใช่อาวุธ ข้าใช้รักษาคน”
“เ้าเป็หมอ?”
“ข้ามิใช่หมอเพียงมีโอกาสได้เรียนรู้ไว้ใช้ช่วยเหลือชาวบ้านสร้างบุญสร้างกุศลเท่านั้น”
“หากท่านสามารถรักษาขาของข้าได้จริง เงินจำนวนนี้ทั้งหมดท่านไม่ต้องจ่าย”
“……”
“อีกห้าวันเ้าก็มารับของ”
ร้านดาบต้าเหย๋าวันนี้สะอาดสะอ้านผิดจากอดีต เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของชายวัยฉกรรจ์ เขาไม่คิดมาก่อนว่าจะมีวันนี้ได้เป็ความโชคดีที่สุดของเขาและลูกชายหากร่างกายหายดีขากลับมาเดินได้ปกติ ชีวิตที่เคยไร้ความหมายก็จะจบสิ้นไปเขาสามารถที่จะทำงานหาเงินสั่งสอนและถ่ายทอดฝีมือให้กับลูกชายเพียงคนเดียวได้แล้วอนาคตลูกชายสามารถทำมาหากินแต่งภรรยามีลูกหลานสืบสกุลให้กับเขาได้
เขามองชายหนุ่มชุดขาวเบื้องหน้านึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าโชคดีที่เขารับงานชิ้นนี้ไว้มีดชุดนี้จะเปลี่ยนชีวิตของตนเอง เมื่อสามวันก่อนในห้องถูกทำความสะอาดจนไร้ฝุ่นหน้าต่างถูกปิดสนิทแต่กลับจุดเทียนจนสว่างแสบตาในห้องมีผ้าสีขาวมากมายและอ่างน้ำ เขาถูกสั่งให้ขึ้นไปนอนบนเตียงไม้ที่ปูผ้าสีขาวจำได้เพียงเท่านั้นก่อนที่จะถูกทำให้หลับไป ลูกชายเพียงคนเดียวของเขา เสี่ยวฟูเล่าให้ฟังว่าเขาเป็ผู้ช่วย(จำเป็)ของท่านเซียนได้ยืนมองดูมือเรียวที่ใช้มีดกรีดลงไปที่ขา เืไหลออกมากมาย มีการเย็บผ้าด้วยเข็มเสี่ยวฟูทำหน้าที่หยิบมีดขนาดต่างๆให้ท่านเซียน หยิบผ้าซับเืและเก็บกวาดทำความสะอาดภายหลังจะไร้กลิ่นคาวเืในห้อง
“ท่านพ่อท่านไม่รู้หรอกว่าเืท่านออกมามากมายแค่เห็นข้าก็แขนขาสั่นแทบจะล้มลงไป”
“อย่าบอกใครว่าเ้าเป็ลูกข้า แค่นี้ก็ใจเสาะไปได้”
“ก็ข้าไม่เคยเห็นนี่ มีดนั่นคมมากกรีดลงไปแผลเรียบมากท่านเซียนยังบอกกับข้าว่าถ้าข้าดูแลดีๆ แผลจะเล็กลงจนเกือบมองไม่เห็นด้วยซ้ำท่านพ่อวางใจได้ข้าจะดูแลท่านอย่างดี”
ต้าเหย๋าสะอื้นในอกลูกชายที่แสนดีของเขาได้แต่คว้าร่างผอมบางมากอดไว้แน่นน้ำตาลูกผู้ชายไหลรินออกมาทั้งที่ตนเองพยายามกลั้นเอาไว้
“เสี่ยวฟู่ เ้าเป็เด็กดีอนาคตต้องดีมากๆ แน่นอนจากนี้ไปพ่อจะดูแลเ้าอย่างดี”
“ท่านพ่อ ท่านอย่าร้องไห้นี่ควรจะดีใจมากกว่านะ อีกหน่อยท่านจะเดินได้ปกติแล้ว”
“นั่นสินะ พ่อนี่ไม่ได้เื่จริงๆ”
คนไข้คนแรกที่ได้รับสิทธิ์ใจการผ่าตัดโดยชุดมีดผ่าตัดที่เขาตีขึ้นมาด้วยตนเองโชคดีที่สุดที่รับงานชิ้นนี้ไว้
หลังจากผ่าตัดเรียบร้อยเขาต้องนอนพักและกินโอสถที่ท่านหมอมอบไว้ให้ถึงแม้ในเวลานี้ขาจะยังขยับไม่ได้ต้องอยู่บนเตียงแต่ท่านหมอรูปงามมีลักษณะคล้ายเทพเซียนที่เ็าผู้นี้บอกว่าภายหน้าจะสามารถกลับมาเดินได้ดังเดิมขอเพียงเมื่อแผลประสานสนิทเขาจะต้องทำตามที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดยามนี้เขาได้แต่นั่งมองบุตรชายวัยสิบเอ็ดปีฟังการถ่ายทอดวิธีการดูแลเขาให้ฟื้นฟูร่างกายอย่างมีความสุข
“ท่านหมอ ข้าต้าเหย๋ามีวาสนาได้รับการรักษาจากท่านข้าจำไว้เสมอหากมีวาสนาข้าจะต้องตอบแทนบุญคุณที่ให้ได้ท่านมีความจริงใจทั้งยังรักษาสัตย์ ท่านสามารถจากไปได้ทันทีโดยไม่รักษาขาให้ข้าก็ได้แท้ๆแต่ท่านก็ไม่ทำ ขอบคุณมากขอรับ”
“ท่านไม่ต้องคิดมากพวกเราถือว่ามีวาสนาได้พบกัน ช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยข้าก็ไม่ได้ลำบากอะไร”
“เสี่ยวฟู จำไว้แผลห้ามโดนน้ำ่สิบวันแรกยาที่ข้าให้ไว้เ้าต้องให้บิดากินตามเวลาจนครบ เมื่อแผลหายแล้วเ้าต้องคอยช่วยประคองบิดาขยับร่างกายตามท่าทางที่ข้าสอนเ้าไว้เช้าเย็น”
“ข้าจำได้ขอรับ ขอบคุณท่านเซียนมากขอรับ”
ชายหนุ่มชุดสีน้ำเงินพูดกับเด็กชายหลังจากทบทวนท่าทางต่างๆเรียบร้อยเด็กชายก็ตอบรับด้วยท่าทางนอบน้อม
ต้าเหย๋าทอดมองเพดานมีดที่คมที่สุดที่ข้าตีขึ้นมากลับนำมาใช้รักษาขาสร้างชีวิตที่ดีสร้างแรงบันดาลใจให้กับตนและลูกชายขอบคุณ์ที่ไม่ทอดทิ้งขอบคุณท่านหมอ (ที่ไม่ยินยอมให้เขาเรียกว่าเซียน แต่ใจเขาจดจำไว้แล้ว)
“เราสองคนออกจากเมืองนี้ มุ่งหน้าไปแถบชายแดนเหนือดีไหมไปช่วยเหลือชาวบ้านแถบนั้นดีกว่า ที่นี่ไม่จำเป็ต้องช่วยเหลือมากนัก”
“ได้”
ชายหนุมในชุดน้ำเงินพูดไปพลางมองไปทั่วทำไมรู้สึกว่านางกำลังคุยคนเดียวนับวันศิษย์น้องยิ่งพูดจาน้อยลง