เฮือก! ลมหายใจที่เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ในโพรงไม้อันคับแคบ กับเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยคราบเืที่แห้งกรัง พร้อมาแถูกของมีคมเฉือนยาวเป็นิ้วที่เริ่มแห้ง ติดผ้าสีเดียวกับชายกระโปรงที่สวมใส่
กว่าจะแกะออกได้เสียน้ำตาไปหลายหยด พร้อมกับหัวที่ปวดเหมือนจะะเิแตก กับภาพความทรงจำของใครบางคน ที่วันๆ แสนจะสบายนั่งอ่านเขียนร้องรำเล่นดนตรีไปวันๆ
ภาพสุดท้ายในความทรงจำคือเหตุการณ์ขบวนของผู้คนหลายชีวิตที่กำลังเดินทางไปทำการแสดงดนตรีที่แคว้นเหลียง แต่ในขณะที่ใกล้จะถึงจุดศูนย์กลางของสี่แคว้นที่ทุกคนเรียกว่าเส้นทางสายใหม่ จุดศูนย์รวมการค้าของทั้งสี่แคว้นใหญ่ ขบวนนักแสดงร่วมยี่สิบชีวิตก็ต้องจบชีวิตลงเพราะกลุ่มโจรเข้าปล้นฆ่า
“มี่เอ๋อร์หนีไปลูกดูแลตัวเองด้วยลูกรักแม่รักหนูนะ”
“พ่อก็รักลูกต่อแต่นี้หนูต้องดูแลตัวเองแล้วนะพ่อขอให้ลูกพ่อโชคดี”
ชายหญิงคู่นั้นในความทรงจำของเ้าของร่างร่ำไห้น้ำตาแทบเป็สายเืมิต่างจากเด็กสาวคนนั้น ผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่าแม่ถอดกำไลหยกและปิ่นบนมวยผม และห่ออะไรสักอย่างเล็กๆ ยื่นให้เด็กสาวคนนั้น ก่อนที่จะผลักเธอเข้าไปในพุ่มไม้ข้างทาง และภาพชายหญิงทั้งสองถูกฆ่าตายอย่างโเี้และผู้ร่วมเดินทางทั้งหมดก็จบชีวิตลงในป่าแห่งนั้น
วันเวลาน่าจะผ่านมาถึงสามถึงสี่วันในความทรงจำ ที่เด็กคนนี้ถูกลูกธนูพลาดมาเชี่ยวเข้าที่แขน นางทนพิษาแไม่ไหวจนเป็ไข้ เพราะความที่ไม่เคยลำบากจึงต้องมาตายแบบนี้ ป่านนี้สามคนพ่อแม่ลูกคงได้พบ
และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแล้วสินะ ฉันได้แต่ขอบใจเ้าของร่างที่ให้ฉันได้เข้ามาสร้างชีวิตใหม่ ขอบใจเธอที่มอบความสาวและโอกาสที่จะหาสามีให้ได้สักครั้งก่อนตายอีกรอบ แต่ก่อนอื่นก็ต้องเอาชีวิตรอดออกจากป่าให้ได้ก่อนละนะ ต่อไปนี้ไม่มีอีกแล้ว นางสาว เมษา จะมีก็แต่ ไป๋เฟิ่งมี่ แม่น้ำผึ้งหวาน กับความหมายของชื่อที่บิดาเคยบอก
เมษาคลานออกมาจากโพรงไม้ ก่อนที่จะเดินตามทางในความทรงจำ กลับไปที่เกิดเหตุอีกครั้ง ในใจได้แต่หวังจะมีใครสักคนรอดชีวิต แล้วออกตามหาเธอ
เดินไปร่วมสองชั่วยาม ก็ถึงที่หมาย นอกจากป่า และรอยเืแห้งๆ แล้ว เธอยังไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใดๆ เลย แหงนหน้ามองท้องฟ้าก็ใกล้มืดเต็มที คงต้องหาที่พัก แต่ในป่าแบบนี้คงมีพวกสัตว์ร้ายอย่างแน่นอนดีแค่ไหนที่ก่อนตายได้เรียนวิชาเนตรนารี อย่างน้อยวันนี้มันก็จะช่วยเธอไม่ให้ตายรอบสองเร็วเกินไป
“โอ๊ย! หินบ้านิทุบจนแขนจะหลุดอยู่แล้วไม่เห็นจะติไฟเลย หิวก็หิวมีเงินแต่ทำอะไรไม่ได้เซ็ง ไฟก็จุดไม่ติดสักที เสือจะมาคาบไปแดกหรือเปล่าก็ไม่รู้”
ในเวลาต่อมาเมษาก็ได้ขึ้นไปนั่งยิ้มอยู่บนต้นไม้ใหญ่ริมน้ำใกล้ที่เกิดเหตุอย่างภูมิใจในวิชาความรู้ วิชาเนตรนารีบอกให้ปีนนอนบนต้นไม้หนีเสือโดยมีผ้าคาดเอวที่เธอแกะออกมามัดตัวเองไว้กับกิ่งไม้กันเวลานอนหลับจะได้ไม่ตกต้นไม้คอหักตาย
“แกะตัวที่เก้าสิบเก้า แกะตัวที่สองร้อยเก้าสิบเก้า โอ๊ยนอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าของที่พ่อแม่ของเฟิ่งมี่ให้มาจะพอลงทุนขายอาหารหรือเปล่า คงต้องหาทางเข้าไปในเขตที่มีคนเยอะๆ พ่อของเฟิ่งมี่บอกว่าใกล้ถึงศูนย์รวมการค้าแล้ว แสดงว่าไม่ไกลจากที่นี่ หวังว่าพรุ่งนี้จะมีคนผ่านมาทางนี้ให้เราขออาศัยเข้าไปในย่านชุมชนได้บ้าง”
เมษาเริ่มคิดหาวิธีเอาตัวรอดในภพใหม่ที่ทะลุมา แม้ในใจจะคิดถึงแม่ครูและน้องๆ แค่ไหนก็คงส่งได้แค่ความรักความห่วงใยและการร่ำลาผ่านสายลมในย่ามค่ำคืนนี้เพียงเท่านั้น พรุ่งนี้เธอก็จะได้ใช่ชีวิตใหม่ของเฟิ่งมี่แล้ว เมษาหลับไปพร้อมกับความคิดถึงทุกคนในบ้านเมตตา บ้านหลังที่ให้ชีวิตในห่อผ้าของเธอร่วมยี่สิบเก้าปี
กุบกับๆ เสียงเหมือนกลุ่มคนเดินทางปลุกเมษาให้ตื่นขึ้น เธอเห็นรถม้าคันหนึ่งกำลังวิ่งมาทางนี้ ไวเท่าความคิดเธอรีบปีนลงจากต้นไม้ วิ่งไปหารถไม้คันดังกล่าวทันที ไม่ลืมที่จะเก็บซ่อนสมบัติที่มีไว้อย่างมิดชิด
“เดี๋ยวก่อน ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย” ร่างที่มีแต่คราบเืหน้าตามอมแมมจนไม่เห็นสีผิว วิ่งเข้าขวางรถม้าอย่างไม่กลัวตาย จนรถม้าที่วิ่งมาด้วยความเร็วรีบหยุดจนม้าเทียมรถยกสองขาลอยสูงตามแรงดึงของคนบังคับรถม้า ก่อนที่จะมีเสียงคนเรียกถามออกมาจากรถม้าด้านใน
“อาหลิงเกิดอะไรขึ้นถึงได้หยุดรถม้ากะทันหันแบบนี้” เสียงชายสูงอายุได้ในเอ่ยถามก่อนที่จะโผล่หน้าออกมามองด้านนอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ท่านพ่อมีขอทานที่ไหนไม่รู้วิ่งมาขวางหน้ารถขอรับให้ข้าไล่ไปเลยไหมท่านพ่อ” อ่าวได้ตำแหน่งใหม่ั้แ่เจอผู้คนครั้งแรกเลยเรา น่าภูมิใจกับฉายาใหม่จริงจริ้ง เมษาคิดอย่างขำๆ ในชีวิตตัวเอง
“ท่านลุงข้ามิใช่ขอทาน ครอบครัวข้าถูกโจรปล้นฆ่าเมื่อสี่วันที่แล้วตรงนี้ ตัวข้าหนีเข้าไปในป่าพึ่งออกมาเมื่อคืน แต่ไม่เหลือใครแล้วเ้าคะ ครอบครัวของข้าตายหมดแล้วทิ้งข้าให้อยู่คนเดียว ตัวข้าหวังเพียงความเมตตาจากท่านลุงขอเข้าไปในเมืองเพียงแค่นั้นเ้าคะ ข้าหาคิดรบกวนท่านลุง นอกจากเื่นี้ ได้โปรดท่านลุงเมตตาด้วย”
หม่าจงก็ได้ข่าวเื่โจรมาเหมือนกันจึงรู้ว่าเด็กสาวนางนี้ไม่น่าจะโกหกแต่เขาหาได้มีใจรับเลี้ยงใครเพราะครอบครัวเขาก็ลำบากยากแค้นไม่ต่างกัน นี่ก็พึ่งกลับจากต่างเมืองเพียงเพราะต้องไปซื้อยาให้ภรรยาที่นอนป่วยอยู่ที่บ้านเพียงเท่านั้น
“ขึ้นมาสิ แต่ข้าบอกเลยนะพอถึงตัวเมืองกลางข้าคงช่วยเ้าไม่ได้”
****