"อะไรนะ? ราชองครักษ์ซงเยี่ย คลุ้มคลั้งทำร้ายบิดามารดา""นางคณิกาจากหอไผ่เขียวเข้ามาห้ามจึงถูกแทงตาย""จากนั้นสังหารบิดามารดาปิดปาก..ถูกทางการไล่ล่าฟันแขนขาทิ้ง ..แล้วตกน้ำลงไปตายเอง...""คนเลว สมควรแล้ว""ใช่ๆ สมควรตาย!!!"
.....................................
ท้องพระโรง -วังหลวงแห่งอุตรกุรุทวีป- "พูดจาเหลวไหล!! นี่เป็นไปไม่ได้ ย่อมเกิดเหตุร้ายเป็นแน่"องค์ฮ่องเต้ทรงกริ้วอย่างเห็นได้ชัด
"นี่คือหลักฐาน และใบสอบปากพยานพะยะค่ะ"
เฟี้ยวว!!"ไสหัวไป.." ..หลักฐาน(เท็จ) ปลิ้วกระจาย
ไม่มีใครกล้าเสนอหน้าอยู่ ..ยกเว้นอำมาตย์หวัง
"ฮ่องเต้โปรดสงบอารมณ์..ข้าเองก็ไม่เชื่อหลักฐานผีสางเหล่านั้น"ฮ่องเต้ปรากฏรอยยิ้มอย่างโล่งใจ
"สวรรค์.. อย่างน้อยๆท่านอำมาตย์เองก็คิดเหมือนข้าเช่นกัน"บางทีขอแค่มีใครซักคนที่เข้าใจ ..มันย่อมทำให้เรายิ้มได้...................................
วันก่อนจ้าวหลงได้รับคำสั่งจากตระกูลให้เข้าเมืองหลวง ชายหนุ่มไม่เคยพอใจกับการอยู่ใต้คำสั่งของผู้ใด แต่นี่เป็นคำขอจากพ่อบ้านเฉียน..เมื่อติดค้างย่อมต้องชดใช้ไม่ว่าวันใดระหว่างทางแวะที่ทะเลสาบ..ที่นี่ช่างงดงาม เว้นแต่เพียงการฆ่าสังหารนั่น ชายและหญิงชรา..สตรีงดงามผู้นั้น..ช่างน่าเสียดาย ส่วนชายหนุ่มสะบั้นแขนขาหลบหนีออกมา..ใบหน้าที่คุ้นเคยนั่น!!! ซงเยี่ยด้วยพลังบ่มเพาะขั้น 2 ของเค้าไม่อาจทำอะไรได้เลย
ตูม.. ซงเยี่ยตกลงไปในน้ำ! จ้าวหลงมีวิชาทางน้ำไม่เลว เขาดำน้ำลงไป แล้วลากร่างไร้สติขึ้นเกาะกลางน้ำ..ไกลจากสายตาทุกคน ทำแผลและกู้ชีพเท่าที่สามารถทำได้
...ผ่านไปหลายชั่วโมง ซงเยี่ยเริ่มได้สติ..
ไม่มีแม้อาการร้องโอดโอยเจ็บปวด หรือคำรามเพราะคั่งแค้นใจซงเยี่ยไม่ยอมปลดปล่อยความคั่งแค้นนี้เล็ดรอดออกไป " ชายหนุ่มไม่อยากให้มันเจือจางลง" ..แม้แต่เพียงเสี้ยวเดียว !!! "จับข้ายืนขึ้น.."
ทารกมารพูดทั้งที่ยังไม่ลืมตา ชายไร้แขนขาน้ำหนักเบาไปหลายส่วน จ้าวหลงจับยืนด้วยท่านั่งของเขา คล้ายอุ้มเด็ก ...
หากเป็นเด็ก ก็คงเป็นเด็กทารกที่มีความแค้นที่สุด ในดวงดาวอุตรกุรุทวีปแห่งนี้