ตอนที่สามสิบสี่ Unification War 17
ไอ้พวกบูชาเอ็นโทรปีพวกนี้สร้างปัญหาแก่ผมมาก
แต่ผมก็ยังไม่ยอมแพ้
ดื่มยาพิษดับกระหาย
สู้กับศาสนาด้วยการเปิดเสรีภาพทางศาสนา
ให้ศาสนาอื่นมาแย่งลูกค้าของคุรุแห่งไฟ
รวมไปถึงตั้งสถานศักดิ์สิทธิ์ Holy Site
ให้กับพวกเพนกวิ้นด้วย
แต่พวกเพนกวิ้นติดนิสัยนักรบไม่เน้น convert กล่อมเกลาชาวบ้านเข้าศาสนาเท่าคุรุแห่งไฟ
แต่ผมพยายามสร้าง
สถานประลองGladiator Arena
สภานักปราชญ์ Philosophy House
ให้ทั้งสายนักรบมาประลองกันเพื่อยุติความขัดแย้งและสายนักปราชญ์มาเจรจากัน
ก็ทำให้ผมสามารถหยุดการเผยแพร่ลัทธิภายในประเทศของผมได้เล็กน้อย
ผมเลยวางแผนอีกอย่างหนึ่ง
พยายามแยกศาสนาออกมาเป็นสองส่วน
ให้ส่วนหนึ่งไปฟื้นฟูสภาพทะเลทราย
ในส่วนที่ผมไปยึดครองมาจากพวกหัวโมฮอว์ก
ที่เพาะปลุกอะไรก็ไม่ค่อยขึ้น
เนื่องจากไอ้พวกบูชาเอ็นโทรปีพวกนี้มันชอบagriculture การเกษตรอยู่แล้ว
กับอีกทางหนึ่งผมส่งพวกนักบวชของคุรุแห่งไฟเป็นนักการทูตไปเกลี้ยกล่อม
สาธารณัฐแคลิฟอร์เนียร์Republic of Clarifornia ในทวีปอเมริกา
ที่มีเทคโนโลยีสูงมากที่สุดในทวีปอเมริกาและขนาดใหญ่มากที่สุด
แถมมีแนวคิดเรื่องต่อต้านทาส Slavery และชนชั้นวรรณะCaste system
เนื่องจากมองว่ามีแนวคิดขัดแย้งกันมากที่สุดในด้านอุดมการณ์Ideology
ที่น่าจะใช้เวลาพอสมควรต่อให้สามารถทำงานที่ผมให้ไปสำเร็จก็ตาม
เพราะตามสายตาผมที่มองดูแค่ตัวเลขนั้น
ทาสทำให้ได้แรงงานราคาถูกก็จริงแถมยังอาจจะสร้างกองทัพทาสSlave army
ที่ราคาถูกแถมต่อให้ตายไปก็ไม่เสียค่าขวัญกำลังใจMorale ของฝ่ายเรา
แต่ผมนั้นไปเน้นนักรบตัดแต่งพันธุกรรมGene warrior
ที่คุณภาพดีที่สุดราคาแพงและสร้างความเสียหายน้อยที่สุดต่อดินแดนที่ผมไปยึดครอง
ทำให้ผมไม่ค่อยเห็นความสำคัญของทาสมากนัก
และมองว่าเลิกทาส Ban Slavery
น่าจะทำให้ตัวเลขทางเศรษฐกิจของผมพุ่งปรี๊ดไปด้วย
ผมที่พยายามเลิกทาสเรื่อยๆด้วยนโยบาย
Service guarantee Citizenship
รับใช้รับได้สิทธิพลเมือง
เป็นการอ้อมการยกเลิการค้าทาสตรงๆ
แต่พอไปยึดครองอาณาจักรของคุรุแห่งไฟมา
การค่อยๆลดปริมาณของผมก็ยังไม่ได้ผลเพราะประชากรที่เป็นทาสในเขตแดนของคุรุแห่งไฟนั้นเยอะมาก
แถมตอนที่ผมกำลังใส่ใจกับการแก้ปัญหาภายในอยู่นั้น
สาธารณรัฐแคลิฟอเนียร์ดันขอเข้าร่วมกับผมอีกแน่ะ
พวกเอ็งต่อต้านทาสนะโว๊บ
ทำไมยอมง่ายจังฟะ?