มหาวิทยาลัยมีประกาศปิดชั่วคราวจนกว่าทางตำรวจจะสืบเสาะหาเบาะแสได้อย่างครบถ้วนมีการถูกสอบพยาน พิมพ์ไหมที่นั่งอยู่แถวนั้นก็ถูกถามเช่นกันเธอให้ข้อมูลไปว่าก็นั่งทำรายงานตามปกติ จนกระทั่งได้ยินเสียงกรี๊ดจากนั้นก็เหมือนกับคนอื่นๆ ก็คือไปมุงดูแล้วก็ได้เห็นภาพที่น่ากลัวนั้น
“ไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหม ทำไมเธอถึงเลือกที่จะนั่งแถวนั้นล่ะ”
ตำรวจคนนั้นซักถามเสียงเข้ม จนพิมพ์ไหมต้องย่นคิ้วไม่ชอบใจ
“ฉันเลือกที่นี่ก็เพราะมันสงบดี และยังมีตึกสูงช่วยบังแดดด้วย คนอื่นๆก็นั่งกันอยู่เยอะนี่คะ”
พิมพ์ไหมไม่เข้าใจว่ามันจะแปลกตรงไหนที่นั่งมหาลัยเป็พื้นที่สาธารณะที่ใครจะนั่งหรือใช้มันก็ได้อยู่แล้ว ถ้ามันไม่ดีจริงก็คงไม่มีใครมานั่งหรอก
นายตำรวจคนนั้นยิ้มบาง “ต้องขอโทษด้วยที่ถามเสียมารยาทไปหน่อยแต่เราจำเป็ต้องตรวจดูให้ละเอียดจริงๆครั้งนี้ฆาตกรลงมือในที่ที่จะเรียกได้ว่ามีคนมากแถมกล้องวงจรปิดก็จับอะไรไม่ได้อีก มหาวิทยาลัยก็ไม่ให้คนนอกเข้ามาแท้ๆ”
“อาจจะปลอมตัวก็ได้ไม่ใช่หรือคะ?”
พิมพ์ไหมเสนอความเห็น นึกถึงวิธีที่ฆาตกรจะเข้ามาแบบในหนัง
“ปลอมตัวงั้นเหรอ?”
“ค่ะ แบบใส่ชุดนักศึกษาหรือปลอมเป็พนักงานเข้ามาที่นี่มีคนอยู่เยอะไม่มีใครจำใครได้ทั้งหมดหรอกค่ะ”
มีนักศึกษาตั้งห้าพันกว่าชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ยังไม่นับบุคคลากรอื่นๆอีก แค่นี้ก็จำไม่หวาดไม่ไหวแล้ว
“ก็อาจเป็ไปได้ แต่ดูเป็การลงทุนมากจริงๆถึงขั้นมาฆ่าประกาศศักดาในมหาวิทยาลัยแบบนี้ไม่ว่าจะที่ไหนก็คงไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว”
พิมพ์ไหมทำหน้าเป็กังวล “จะจับตัวฆาตกรได้ใช่ไหมคะ”
“ทางเราจะพยายามอย่างเต็มที่ ภัยสังคมระดับนี้ปล่อยไว้ไม่ได้อยู่แล้ว” นายตำรวจปิดสมุดจดในมือและผงกศีรษะน้อยๆ “ขอบคุณสำหรับการร่วมมือ”
“ค่ะ”
พอสอบปากคำเสร็จพิมพ์ไหมก็ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ ระหว่างนั้นก็หยิบมือถือขึ้นมาเช็คดู
“อ๊ะ มีสายเข้าจากก้านธูปเยอะเลย…”
บนหน้าจอขึ้นว่ามีสายที่ไม่ได้รับ 37 สาย ทั้งหมดเป็ของก้านธูปนี่ยังไม่รวมแชทในเฟสบุ๊คส์กับไลน์อีก
เห็นทีถ้าไม่ติดต่อกลับไปก้านธูปคงได้เป็บ้าก่อนแน่ๆ แต่ตอนนี้มหาวิทยาลัยแน่นไปด้วยนักข่าวจากสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆมีกล้องอยู่ทุกหนทุกแห่ง พิมพ์ไหมจึงเดินจนออกมาพ้นเขตมหาวิทยาลัยแล้วจึงค่อยโทรกลับไปหาแฟน
“ฮัลโหล ก้านธูป”
“ไหม!? ยังโอเคใช่ไหม เห็นเธอไม่ยอมรับสาย ตอบแชทตอบไลน์เสียทีฉันเป็ห่วงมากนะ!”
พิมพ์ไหมระบายรอยยิ้ม จากนั้นก็พิงหลังกับกำแพง
“ฉันสบายดี แต่ว่าตำรวจสอบปากคำฉันอยู่น่ะก็เลยไม่ได้รับสาย ขอโทษด้วยนะจ๊ะ”
“ทำไมไหมถึงโดนสอบปากคำล่ะ”
“ก็สถานที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับที่ฉันนั่งทำรายงานอยู่น่ะสิ”
“อะไรนะ!?” ก้านธูปอุทานเสียงดัง จนพิมพ์ไหมต้องยกมือถือออกห่าง“ไหมโชคดีมากเลยนะที่รอดมาได้!”
“ไม่หรอก แถวที่ฉันอยู่น่ะก็มีคนอื่นๆ ด้วย มันเป็ลานกว้างๆอยู่ตรงกลางที่รายล้อมด้วยตึกสูงน่ะ เป็สถานที่ให้นักศึกษามานั่งอ่านหนังสือทำรายงานหรือว่ากินข้าวอยู่แล้ว”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ตอนที่ไหมบอกว่าเกิดเหตุใกล้ๆ น่ะฉันใจหายมากเลยรู้ไหม”
ปลายสายพูดด้วยสุ้มเสียงที่เป็ห่วง จนพิมพ์ไหมรู้สึกฉงน
“กวางไม่ได้บอกกับก้านธูปเหรอว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันน่ะ”
“บอกอะไรล่ะ กวางพูดแค่ว่าไหมไม่เป็อะไร จากนั้นก็วางสายฉันเฉยเลย น่าหงุดหงิดชะมัด!”
พิมพ์ไหมเงียบไปครู่หนึ่ง “ตอนที่ถามกวาง ก้านธูปเอาแต่ถามหาฉันใช่หรือเปล่า”
“ก็ใช่น่ะสิ เพราะฉันติดต่อไหมไม่ได้นี่!”
มิน่าล่ะ…
พิมพ์ไหมพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมกวางถึงตัดสายก้านธูปทั้งๆ ที่เพื่อนของเธอชอบก้านธูปจะตายไปคงเพราะงอนที่ก้านธูปเอาแต่ถามหาเธอ แทนที่จะถามว่ากวางเป็อะไรบ้างไหม เ้าตัวเลยงอนใส่น่ะสิ
“อย่าโกรธกวางเลยนะ ตอนที่เธอโทรมาหาฉัน เห็นว่าแบตมือถือใกล้จะหมดน่ะ”
พิมพ์ไหมช่วยพูดแก้ต่างให้เพื่อน ตอนก่อนจะถูกสอบปากคำ กวางก็มีท่าทางใที่ทราบข่าวว่ามีเหตุฆาตกรรมในมหาวิทยาลัยแต่พอเห็นเธออยู่ครบสามสิบสองจึงรู้สึกดีขึ้น เธอขอให้กวางกลับบ้านไปก่อนเพราะต้องอยู่ให้ปากคำ กวางก็รั้นจะอยู่เป็เพื่อนให้ได้ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอยู่นานพอควรกว่าอีกฝ่ายจะยอมกลับไป
เห็นแก่ความห่วงใยที่มอบให้ เธอจะช่วยครั้งนี้ก็แล้วกัน
“งั้นหรอกเหรอ แต่กวางไม่ไปส่งเธอกลับบ้านใช่ไหม?”
“นี่ยังกลางวันแสกๆ อยู่ ไม่เป็ไรหรอก ถ้าเป็กลางคืนสิควรจะห่วง”
ก้านธูปเริ่มงอน “แต่ฆาตกรลงมือกลางวันแสกๆ นะ อย่าลืมสิ”
“ฆาตกรลงมือในที่ลับตาคนต่างหากล่ะ ถ้าฉันอยู่กับคนเยอะๆ ก็ไม่เป็ไรแล้ว”
“เฮ้อ ตามใจไหมเลย”
ไม่ใช่ว่าเธอไม่เข้าใจที่ก้านธูปเป็ห่วงเธอเองก็กลัวและระแวงเหมือนกัน เพียงแต่สถานที่ที่เธอจะไปต่อจากนี้มีคนอยู่เยอะแยะฆาตกรคงไม่ลงมือต่อหน้าผู้คนให้ถูกจับหรอก
“ขอโทษนะที่ทำให้เป็ห่วง แล้วก็ขอบคุณด้วย”
“…”
“ก้านธูป ฉันจะระวังตัวเอง เพราะงั้นทำใจสบายๆ เถอะนะ”
ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว
“ก็ได้ ฉันเชื่อใจไหมนะ”
“ขอบใจจ้ะ”
ได้ยินเสียงของก้านธูปฟังดูผ่อนคลาย เธอจึงยิ้มออกมา
“จะมาค้างบ้านฉันหรือเปล่า?” ก้านธูปถาม
“อืม... คงไม่ดีกว่า ที่บ้านมีงานต้องทำอยู่ด้วย”
เธอไม่ได้ซักผ้าเกือบอาทิตย์หนึ่งแล้ว ไหนจะทำความสะอาดบ้านอีกป่านนี้ฝุ่นไม่เกาะทั้งบ้านแล้วหรอกเหรอ
“บ้านของไหมอยู่ใกล้มหาลัยกว่าสินะ ช่วยไม่ได้หรือจะให้ฉันไปนอนค้างเป็เพื่อนไหม?”
“ไม่ต้องหรอกจ้ะ เดี๋ยวยูกิจังก็งอนอีกหรอก”
ถ้ารู้ว่าก้านธูปเป็ห่วงจนตามมาค้างที่บ้านเธอยูกิคงได้กลายเป็ราชินีหิมะโดยสมบูรณ์แน่ เธออยากจะเป็มิตรกับยูกิไม่ใช่ถูกเกลียดขี้หน้าเพิ่มเติม
“แต่ไหมเป็คนรักของฉันนะ”
ได้ยินคำพูดนั้นหัวใจของพิมพ์ไหมก็เต้นตูมตาม รู้สึกอิ่มใจขึ้นมา
“ฉันรู้ แต่ยูกิจังเองก็เป็คนสำคัญเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
“…”
ก้านธูปไม่ปฏิเสธ
พิมพ์ไหมยิ้มละเหี่ยใจ “อย่าลำบากเลย ฉันไม่เป็ไรจริงๆ ถ้าก้านธูปเป็ห่วง ฉันจะโทรมาหาบ่อยๆก็ได้นะ”
“ที่จริงแค่ไลน์มาบอกก็พอแล้วล่ะ แต่ก็ถ้าอยากโทรมาก็ไม่มีปัญหานะ โทรได้ตลอดเลย”
“อื้ม ขอบใจนะ ก้านธูป”
จากนั้นพิมพ์ไหมก็วางสาย