ก้านธูปกับปริศนามรณะ

    ปริศนาที่ 2 ภัยร้ายคืบคลาน (4)

            มหาวิทยาลัยมีประกาศปิดชั่วคราวจนกว่าทางตำรวจจะสืบเสาะหาเบาะแสได้อย่างครบถ้วนมีการถูกสอบพยาน พิมพ์ไหมที่นั่งอยู่แถวนั้นก็ถูกถามเช่นกันเธอให้ข้อมูลไปว่าก็นั่งทำรายงานตามปกติ จนกระทั่งได้ยินเสียงกรี๊ดจากนั้นก็เหมือนกับคนอื่นๆ ก็คือไปมุงดูแล้วก็ได้เห็นภาพที่น่ากลัวนั้น

            “ไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหม ทำไมเธอถึงเลือกที่จะนั่งแถวนั้นล่ะ”

            ตำรวจคนนั้นซักถามเสียงเข้ม จนพิมพ์ไหมต้องย่นคิ้วไม่ชอบใจ

            “ฉันเลือกที่นี่ก็เพราะมันสงบดี และยังมีตึกสูงช่วยบังแดดด้วย คนอื่นๆก็นั่งกันอยู่เยอะนี่คะ”

            พิมพ์ไหมไม่เข้าใจว่ามันจะแปลกตรงไหนที่นั่งมหาลัยเป็๲พื้นที่สาธารณะที่ใครจะนั่งหรือใช้มันก็ได้อยู่แล้ว ถ้ามันไม่ดีจริงก็คงไม่มีใครมานั่งหรอก

            นายตำรวจคนนั้นยิ้มบาง “ต้องขอโทษด้วยที่ถามเสียมารยาทไปหน่อยแต่เราจำเป็๞ต้องตรวจดูให้ละเอียดจริงๆครั้งนี้ฆาตกรลงมือในที่ที่จะเรียกได้ว่ามีคนมากแถมกล้องวงจรปิดก็จับอะไรไม่ได้อีก มหาวิทยาลัยก็ไม่ให้คนนอกเข้ามาแท้ๆ”

            “อาจจะปลอมตัวก็ได้ไม่ใช่หรือคะ?”

            พิมพ์ไหมเสนอความเห็น นึกถึงวิธีที่ฆาตกรจะเข้ามาแบบในหนัง

            “ปลอมตัวงั้นเหรอ?”

            “ค่ะ แบบใส่ชุดนักศึกษาหรือปลอมเป็๞พนักงานเข้ามาที่นี่มีคนอยู่เยอะไม่มีใครจำใครได้ทั้งหมดหรอกค่ะ”

            มีนักศึกษาตั้งห้าพันกว่าชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ยังไม่นับบุคคลากรอื่นๆอีก แค่นี้ก็จำไม่หวาดไม่ไหวแล้ว

            “ก็อาจเป็๞ไปได้ แต่ดูเป็๞การลงทุนมากจริงๆถึงขั้นมาฆ่าประกาศศักดาในมหาวิทยาลัยแบบนี้ไม่ว่าจะที่ไหนก็คงไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว”

            พิมพ์ไหมทำหน้าเป็๲กังวล “จะจับตัวฆาตกรได้ใช่ไหมคะ”

            “ทางเราจะพยายามอย่างเต็มที่ ภัยสังคมระดับนี้ปล่อยไว้ไม่ได้อยู่แล้ว” นายตำรวจปิดสมุดจดในมือและผงกศีรษะน้อยๆ “ขอบคุณสำหรับการร่วมมือ”

            “ค่ะ”

            พอสอบปากคำเสร็จพิมพ์ไหมก็ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ ระหว่างนั้นก็หยิบมือถือขึ้นมาเช็คดู

            “อ๊ะ มีสายเข้าจากก้านธูปเยอะเลย…”

            บนหน้าจอขึ้นว่ามีสายที่ไม่ได้รับ 37 สาย ทั้งหมดเป็๞ของก้านธูปนี่ยังไม่รวมแชทในเฟสบุ๊คส์กับไลน์อีก

            เห็นทีถ้าไม่ติดต่อกลับไปก้านธูปคงได้เป็๲บ้าก่อนแน่ๆ แต่ตอนนี้มหาวิทยาลัยแน่นไปด้วยนักข่าวจากสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆมีกล้องอยู่ทุกหนทุกแห่ง พิมพ์ไหมจึงเดินจนออกมาพ้นเขตมหาวิทยาลัยแล้วจึงค่อยโทรกลับไปหาแฟน

            “ฮัลโหล ก้านธูป”

            “ไหม!? ยังโอเคใช่ไหม เห็นเธอไม่ยอมรับสาย ตอบแชทตอบไลน์เสียทีฉันเป็๲ห่วงมากนะ!”

            พิมพ์ไหมระบายรอยยิ้ม จากนั้นก็พิงหลังกับกำแพง

            “ฉันสบายดี แต่ว่าตำรวจสอบปากคำฉันอยู่น่ะก็เลยไม่ได้รับสาย ขอโทษด้วยนะจ๊ะ”

            “ทำไมไหมถึงโดนสอบปากคำล่ะ”

            “ก็สถานที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับที่ฉันนั่งทำรายงานอยู่น่ะสิ”

            “อะไรนะ!?” ก้านธูปอุทานเสียงดัง จนพิมพ์ไหมต้องยกมือถือออกห่าง“ไหมโชคดีมากเลยนะที่รอดมาได้!”

            “ไม่หรอก แถวที่ฉันอยู่น่ะก็มีคนอื่นๆ ด้วย มันเป็๲ลานกว้างๆอยู่ตรงกลางที่รายล้อมด้วยตึกสูงน่ะ เป็๲สถานที่ให้นักศึกษามานั่งอ่านหนังสือทำรายงานหรือว่ากินข้าวอยู่แล้ว”

            “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ตอนที่ไหมบอกว่าเกิดเหตุใกล้ๆ น่ะฉันใจหายมากเลยรู้ไหม”

            ปลายสายพูดด้วยสุ้มเสียงที่เป็๲ห่วง จนพิมพ์ไหมรู้สึกฉงน

            “กวางไม่ได้บอกกับก้านธูปเหรอว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันน่ะ”

            “บอกอะไรล่ะ กวางพูดแค่ว่าไหมไม่เป็๲อะไร จากนั้นก็วางสายฉันเฉยเลย น่าหงุดหงิดชะมัด!”

            พิมพ์ไหมเงียบไปครู่หนึ่ง “ตอนที่ถามกวาง ก้านธูปเอาแต่ถามหาฉันใช่หรือเปล่า”

            “ก็ใช่น่ะสิ เพราะฉันติดต่อไหมไม่ได้นี่!”

            มิน่าล่ะ…

            พิมพ์ไหมพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมกวางถึงตัดสายก้านธูปทั้งๆ ที่เพื่อนของเธอชอบก้านธูปจะตายไปคงเพราะงอนที่ก้านธูปเอาแต่ถามหาเธอ แทนที่จะถามว่ากวางเป็๲อะไรบ้างไหม เ๽้าตัวเลยงอนใส่น่ะสิ

            “อย่าโกรธกวางเลยนะ ตอนที่เธอโทรมาหาฉัน เห็นว่าแบตมือถือใกล้จะหมดน่ะ”

            พิมพ์ไหมช่วยพูดแก้ต่างให้เพื่อน ตอนก่อนจะถูกสอบปากคำ กวางก็มีท่าทาง๻๠ใ๽ที่ทราบข่าวว่ามีเหตุฆาตกรรมในมหาวิทยาลัยแต่พอเห็นเธออยู่ครบสามสิบสองจึงรู้สึกดีขึ้น เธอขอให้กวางกลับบ้านไปก่อนเพราะต้องอยู่ให้ปากคำ กวางก็รั้นจะอยู่เป็๲เพื่อนให้ได้ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอยู่นานพอควรกว่าอีกฝ่ายจะยอมกลับไป

            เห็นแก่ความห่วงใยที่มอบให้ เธอจะช่วยครั้งนี้ก็แล้วกัน

            “งั้นหรอกเหรอ แต่กวางไม่ไปส่งเธอกลับบ้านใช่ไหม?”

            “นี่ยังกลางวันแสกๆ อยู่ ไม่เป็๞ไรหรอก ถ้าเป็๞กลางคืนสิควรจะห่วง”

            ก้านธูปเริ่มงอน “แต่ฆาตกรลงมือกลางวันแสกๆ นะ อย่าลืมสิ”

            “ฆาตกรลงมือในที่ลับตาคนต่างหากล่ะ ถ้าฉันอยู่กับคนเยอะๆ ก็ไม่เป็๞ไรแล้ว”

            “เฮ้อ ตามใจไหมเลย”

            ไม่ใช่ว่าเธอไม่เข้าใจที่ก้านธูปเป็๞ห่วงเธอเองก็กลัวและระแวงเหมือนกัน เพียงแต่สถานที่ที่เธอจะไปต่อจากนี้มีคนอยู่เยอะแยะฆาตกรคงไม่ลงมือต่อหน้าผู้คนให้ถูกจับหรอก

            “ขอโทษนะที่ทำให้เป็๲ห่วง แล้วก็ขอบคุณด้วย”

            “…”

            “ก้านธูป ฉันจะระวังตัวเอง เพราะงั้นทำใจสบายๆ เถอะนะ”

            ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว

            “ก็ได้ ฉันเชื่อใจไหมนะ”

            “ขอบใจจ้ะ”

            ได้ยินเสียงของก้านธูปฟังดูผ่อนคลาย เธอจึงยิ้มออกมา

            “จะมาค้างบ้านฉันหรือเปล่า?” ก้านธูปถาม

            “อืม... คงไม่ดีกว่า ที่บ้านมีงานต้องทำอยู่ด้วย”

            เธอไม่ได้ซักผ้าเกือบอาทิตย์หนึ่งแล้ว ไหนจะทำความสะอาดบ้านอีกป่านนี้ฝุ่นไม่เกาะทั้งบ้านแล้วหรอกเหรอ

            “บ้านของไหมอยู่ใกล้มหาลัยกว่าสินะ ช่วยไม่ได้หรือจะให้ฉันไปนอนค้างเป็๲เพื่อนไหม?”

            “ไม่ต้องหรอกจ้ะ เดี๋ยวยูกิจังก็งอนอีกหรอก”

            ถ้ารู้ว่าก้านธูปเป็๲ห่วงจนตามมาค้างที่บ้านเธอยูกิคงได้กลายเป็๲ราชินีหิมะโดยสมบูรณ์แน่ เธออยากจะเป็๲มิตรกับยูกิไม่ใช่ถูกเกลียดขี้หน้าเพิ่มเติม

            “แต่ไหมเป็๞คนรักของฉันนะ”

            ได้ยินคำพูดนั้นหัวใจของพิมพ์ไหมก็เต้นตูมตาม รู้สึกอิ่มใจขึ้นมา

            “ฉันรู้ แต่ยูกิจังเองก็เป็๞คนสำคัญเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”

            “…”

            ก้านธูปไม่ปฏิเสธ

            พิมพ์ไหมยิ้มละเหี่ยใจ “อย่าลำบากเลย ฉันไม่เป็๲ไรจริงๆ ถ้าก้านธูปเป็๲ห่วง ฉันจะโทรมาหาบ่อยๆก็ได้นะ”

            “ที่จริงแค่ไลน์มาบอกก็พอแล้วล่ะ แต่ก็ถ้าอยากโทรมาก็ไม่มีปัญหานะ โทรได้ตลอดเลย”

            “อื้ม ขอบใจนะ ก้านธูป”

            จากนั้นพิมพ์ไหมก็วางสาย