“เฟิ่งเอ๋อร์!!!!” จูเหม่ยเซียนหน้าดำหน้าแดงไปหมดจะวิ่งไล่ตามบุตรสาวไปก็ไม่ทันนางที่วิ่งหนีหายออกจากตำหนักอย่างรวดเร็ว
เ้าหยางหลงหน้าแดงราวกับลูกตำลึงสุก ‘สตรีน่าตาย..ข้าอยากจะเห็นสามีเ้าในภายหน้าจริงๆ’ มีอย่างที่ไหน..มองหานายโลม
---+++++--------
วันเดินทางด้านหน้าวังหลวงมีขบวนรถม้าหลายสิบคันแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นเป็คันที่มีกุหลาบพันปีอยู่สองต้น ผู้ที่ได้รับหน้าที่เฝ้าดูแลรถคันนี้ก็คือ ‘เ้าเฟิ่งเซียน’
“เรียกข้าว่าคุณหนูก็พอ” เ้าเฟิ่งเซียนสั่งการทุกคนในขบวนเดินทาง นางรับรู้แล้วว่านางได้รับมอบหมายให้นั่งเฝ้านอนเฝ้ากุหลาบทรงคุณค่าสองต้นนี้ ใบหน้าสวยขมวดมุ่นมาตลอดทั้งวันเมื่อท่านพ่อเ้าหย่งเจี้ยนออกคำสั่งกับนางเมื่อวาน นางรับรู้ได้ในตอนนั้นเองว่า ‘พวกเขากำลังอยากจะให้นางอยู่เฉยๆ’
“ขอรับ/ขอรับ” เหล่าทหารองครักษ์ตอบรับหนักแน่น
“แต่ถ้าวันใดข้าอยากแต่งกายเป็บุรุษก็เรียกว่าคุณชายเฟิ่ง” เ้าเฟิ่งเซียนกระหยิ่มยิ้มย่อง เดินหายเข้าไปในรถม้าพร้อมกับหว่าหวาสาวใช้องครักษ์ประจำกาย
จำนวนรถม้าสิบสองคัน บวกกับทหารองครักษ์นับร้อยและยังไม่รวมองครักษ์เงาที่คอยติดตามองค์หญิงองค์ชายมานับไม่ถ้วนเรียกสายตาคนมองได้ไม่ยากนักหลังจากจัดเตรียมขบวนกันเสร็จก็เริ่มเดินทางผ่านไปรับจางซิงอีที่จวนก่อนจากนั้นจึงจะเรียกว่าเดินทางแล้วจริงๆ
ในรถม้าคันใหญ่คันที่สอง สตรีใบหน้างดงามหวานล้ำดวงตากลมโตฉ่ำน้ำกำลังนอนคว่ำเพ่งมองกุหลาบพันปี ต้นหนึ่งมีดอกสีฟ้าสวยสดอีกต้นหนึ่งมีดอกสีบานเย็นเข้มสลับส้มอ่อนในดอกเดียวความแปลกใหม่ทำให้นางอดใจไม่ไหวสูดดมความหอม….อ่าห์ ‘กลิ่นหอมหวานยิ่งนัก’
“คุณหนูอย่าเข้าใกล้ดอกกุหลาบพันปีมากนักนะเ้าคะ..หากมันตายเราจะแย่เอาเ้าค่ะ?” หว่าหวามองคุณหนูของนางที่ทำหน้าเคลิ้มฝันกับความหอมหวาน
“รู้แล้วน่า…แต่มันสวยจริงๆนะมิน่าเล่าหวังฮองเฮาถึงหวงหนักหนา พี่ดูดอกมันสิสวยที่สุด” เ้าเฟิ่งเซียนนอนเล่นอยู่ในรถม้าจนขบวนหยุดลง คาดว่าคงจะถึงจวนท่านแม่ทัพแล้วกระมัง ไม่ถึงอึดใจผ้าม่านสามชั้นถูกเลิ่กขึ้นพร้อมกับสหายอ่อนเยาว์
“ข้านั่งกับพี่ได้หรือไม่?” จางซิงอีสอบถาม
“ขึ้นมาสิ พื้นที่กว้างขวางแต่เราต้องเว้นระยะห่างให้กุหลาบพันปีด้วย” เฟิ่งเซียนขยับที่นอนให้ซิงอีค่อยๆก้าวขึ้นมา
จางซิงอีนั่งใกล้ๆคนที่นอนอยู่ มองไปยังฝั่งตรงข้ามมีพี่หว่าหวานั่งพิงท้ายรถม้า ใกล้กันนั้นมีต้นกุหลาบแปลกตา
“กุหลาบนี่สวยมาก” ดวงตาคนถามพราวระยับ
“ใช่..หอมมากด้วย” เ้าเฟิ่งเซียนพูดไปกินขนมเซาปิ่งไปในท่านอนหงายยกขาพาดขึ้นบนกล่องเสื้อผ้ามากมาย กิริยาไม่งดงามเช่นนี้หว่าหวาและจางซิงอีเห็นจนชินตาแม้จะว่ากล่าวกี่ครั้งเฟิ่งเซียนก็ทำเป็ลืม
“แล้วนี่วันนี้พี่จะมิควบม้าเองรึ อยู่เพียงแค่บนรถม้ามิน่าเบื่อแย่หรอกรึ” จางซิงอีสตรีน่ารักวัยสิบสี่หนาว กิริยามารยาทดีพร้อมบวกกับวิชากระบี่และวิทยายุทธขั้นสามตอนปลายเอ่ยถามพร้อมกับหยิบเซาปิ่งมากิน “ทุกครั้งที่เข้ามาหาท่านย่าและท่านยายข้าจะควบม้ามาเอง..สนุกสนานยิ่งนักกินนอนในป่ากว้างพี่เฟิ่งมิอยากลองรึ?”
ขวับ!!! สตรีงดงามตรงหน้าจางซิงอีรีบขยับตัวลุกขึ้นอย่างว่องไว “อยากสิ!!” หันมององครักษ์ข้างกาย “ข้าจะปลอมเป็บุรุษควบม้าไปกับซิงอี” เอ่ยอย่างรวดเร็วแต่แ่เบาตอนปลายเมื่อมองดูสิ่งที่ตนเองต้องรับผิดชอบ ‘กุหลาบ’ “เฮ้อออ!!!!” ตุ่บ!! ทิ้งตัวลงนอนดังเดิมพร้อมกับบอกปฏิเสธ “ไปไม่ได้แล้วข้าต้องดูแลดอกไม้นี่ ความรับผิดชอบคือสิ่งที่จอมยุทธ์ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด” ดวงตาสวยมองต้นกุหลาบในกระถางอย่างไม่กระพริบตา การดูแลรักษาไม่ได้ยากแต่ต้องใส่ใจหากของสิ่งนี้ถึงมือผู้รับในวันพระราชสมภพแล้วก็นับว่างานทุกอย่างแล้วเสร็จ เช่นนั้นขากลับนางจะควบม้าไปกับซิงอี “หึหึ…” หัวเราะออกมาคนเดียว
บุตรสาวท่านแม่ทัพและองครักษ์สาวหันมองหน้ากันพลันรู้สึกหนาวสันหลังกับเสียงหัวเราะนั้น
----+++--------++--+++++--
แคว้นเพ่ยในเวลาเดียวกันนั้น
วันนี้แม่หมอจินเจียวได้เดินทางมาขอเข้าเฝ้าด้วยกิจธุระสำคัญยิ่ง กิจธุระนี้เกี่ยวพันกับชะตาของแคว้นเลยทีเดียว
“ตามที่หม่อมฉันตรวจดูเวลาตกฟากของพระองค์ยามนี้ สตรีที่จะขึ้นมาเป็ฮองเฮาของแคว้นเรานั้นแน่นอนว่านางเป็สตรีที่มีใบหน้างดงามล่มเมือง" แม่หมอผู้หยั่งรู้มองเ้าเหนือหัวของแคว้นผู้มีพระชนมายุย่างเข้ายี่สิบห้าชันษาในอีกห้าเดือนข้างหน้า "และนางเกิดมาพร้อมกับดวงชะตาของบุรุษจึงสามารถเสริมดวงชะตา เกื้อหนุนกับพระองค์ได้" ตามคำทำนายที่นางเคยกล่าวไว้เมื่อพระองค์ขึ้นครองราษฎ์เมื่อห้าปีก่อนว่าหากพระองค์มีพระชนมายุครบยี่สิบห้าเมื่อใดเคราะห์กรรมอันหนักหน่วงจากชาติที่แล้วจะวนเวียนมาครบรอบทันที วิธีแก้ไขนั้นก็คือพระองค์ต้องตามหาสตรีที่นางกล่าวนี้ให้พบ สตรีที่มีดวงชะตาแข็งแกร่งเฉกเช่นบุรุษ ‘สตรีที่มีกิริยามิเหมือนสตรี’ มาเสริมดวงชะตาของพระองค์ให้หลีกพ้นจากเคราะห์ร้าย เพราะนางคือคู่บุญของพระองค์ั้แ่ในอดีตชาติ...ก่อนที่จะพลัดพรากตายจากกัน
“มิใช่ว่าข้าจะมิอยากพบ แต่หลายปีมานี้ั้แ่ข้าขึ้นครองราษฎ์แทนเสด็จพ่อ ไม่ว่าข้าจะส่งเงาของข้าไปตามหาสตรีที่ว่านี้จากที่ใดก็มิเคยเจอ” ฮ่องเต้เพ่ยหานหรงบุรุษผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดุจดังเทพเซียนมีสีหน้าหนักใจ ทุกวันนี้พระองค์ปกครองแว่นแคว้นมาด้วยความสงบร่มเย็นเสมอแต่หากพ้น่ที่ว่านั้นไปแล้วพระองค์ยังมิพบเจอนาง ก็มิอาจรู้ได้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง จะเป็โรคร้ายรุมเร้าหรือเหตุการณ์จากภัยธรรมชาติหรือสิ่งใดก็แล้วแต่พระองค์ก็มิอยากจะให้เกิดขึ้น หากกล่าวถึงสตรีใกล้ตัวยามนี้ข้างกายมีเพียงสนมสามนางคอยสับเปลี่ยนหมุนเวียนผ่อนคลายความกำหนัด สิ่งสำคัญที่ขาดหายไปนั้นคือฮองเฮารักคู่บัลลังค์ที่ยังคงว่างไว้รอ 'สตรีในคำทำนาย'
แม่หมอวัยชรามองผู้สูงศักดิ์อย่างห่วงใย ที่นางเดินทางมาขอเข้าเฝ้าในวันนี้เพราะมีข่าวดีมาแจ้งให้แก่พระองค์ได้ทราบ ข่าวดีที่เกิดขึ้นจากฝันพยากรณ์ “นางกำลังจะมาแล้วเพคะ ที่เหลือคงจะขึ้นอยู่กับพระองค์แล้วว่าจะหานางพบหรือไม่?”
“นางจะมา?”
“เพคะ..แต่จะมาในรูปแบบใดหม่อมฉันก็มิอาจรู้ได้” ในฝันนั้นนางมองเห็นสตรีใบหน้างดงามถือกระบี่ะโไปมาตามหลังคาบ้านเรือนยามค่ำคืน สตรีนางนั้นพร่ำพูดถ้อยคำที่นางไม่เข้าใจหรืออาจจะเป็เพราะนางได้ยินไม่ชัด จะมาดีหรือมาร้าย ซึ่งเื่นี้นางมิได้ทูลเกล้าถวายบอกแก่ฮ่องเต้ “สิ่งสำคัญที่หม่อมฉันเคยกล่าวเมื่อห้าปีที่แล้ว วันนี้หม่อมฉันก็ขอกล่าวเช่นเดิม ‘ขอให้พระองค์ใช้พระทัยตัดสินเท่านั้น’ เพคะ”
“ข้าจะจำเอาไว้”