ศักราชโฮเรคิที่๑ ยามฤดูหนาว ณ ที่แห่งหนึ่งในเมืองนางาซากิ
คุนะแหงนหน้าดูท้องฟ้าสีเทาหม่นเห็นเกล็ดหิมะสีขาวโปรยปรายลงมาไม่หยุดเด็กสาวมองแล้วพานคิดถึงหนอนแมลงสีขาวที่ไชศพยัวะเยียะหรือบนท้องฟ้ามีใครเอาศพคนตายไปไว้บนนั้นแล้วเขย่าให้หนอนแมลงพวกนั้นตกลงมากันหนอ?คุนะนึกสงสัยขึ้นมา
เด็กสาวก้มลงมา แล้วเอาไม้เขี่ยกองหิมะไปมาต่ออย่างเบื่อหน่ายบนพื้นเต็มไปด้วยร่องรอยของการเขี่ยอยู่เต็มไปหมดข้างกองหิมะมีเศษกิ่งไม้ที่หักแล้วเกลื่อนกลาดระเกะระกะ
เสียงหอบหายใจที่อยู่จากภายในบ้านแว่วลอยเข้าหู
สาวน้อยเบะปากเธอไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมเวลาพี่ฮิมะเมื่ออยู่ในที่ลับตากับผู้ชายมันชอบมีเสียงแบบนั้นออกมา พี่ฮิมะจะต้องทำแบบนี้ทุกครั้งเวลาที่ไปทำงานตามที่หัวหน้าหมู่บ้านสั่งมา
พวกผู้ใหญ่ก็พูดอยู่บ่อยๆว่าพอคุนะโตขึ้น คุนะก็ต้องทำงานได้เก่งเหมือนพี่ฮิมะ
แต่คุนะไม่ชอบพี่ฮิมะก็ไม่ชอบ
เสียงเหมือนมือตบกันดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องคุนะไม่ชอบฟังเสียงพวกนั้น แต่ไม่ว่าคุนะจะอยู่ห่างแค่ไหนคุนะก็ต้องได้ยินเสียงของพวกผู้ชายเวลาที่ขึ้นๆ ลงๆ อยู่บนตัวพี่ฮิมะมันเป็เสียงความสุขที่น่ารังเกียจ พี่ฮิมะไม่เคยมีความสุขเลยเวลาทำงานพวกนี้
ถึงพี่ฮิมะไม่เคยบอกแต่คุนะก็รู้ดีว่าพี่ฮิมะเป็ทุกข์
แล้วเสียงทุเรศๆของไอ้เฒ่านั่นก็หยุดลง
คุนะเม้มปากแน่นปลายนิ้วบีบกิ่งไม้จนบี้แบน พักใหญ่ๆหลังจากเสียงสวบสาบของการสวมชุดกิโมโนเสร็จสิ้น ไอ้เ้าเฒ่านั่นก็เดินออกมามันเห็นคุนะนั่งเขี่ยพื้นอยู่ใกล้ๆ ห้องตัวเอง ก็ทำท่าใอยู่ชั่วแวบหนึ่งแล้วก็ส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้คุนะ
เด็กสาวเหลือบตาขึ้นมาใบหน้าบึ้งตึง
“คุนะ”พี่ฮิมะเดินตามออกมาทีหลัง เห็นน้องสาวนั่งอยู่ตรงนี้ก็เรียกชื่อน้องตัวเองขึ้นมา
“ใคร...เพื่อนร่วมงานเ้ารึ”
เด็กสาวถลึงตาใส่“ไม่ใช่ คนนี้น้องสาวข้า”
“ก็พอทำงานได้แล้วนี่น้องสาวเ้าก็น่ารักอยู่”
“นายท่านน้องข้าเพิ่งแปดขวบ” เด็กสาวขึ้นเสียงเกรี้ยวกราด รีบเดินเข้าไปหาผู้เป็น้องคว้าเด็กผู้หญิงขึ้นมาแนบอก
“ไม่ต้องมามองข้าแบบนั้นหรอกน่าข้าไม่ทำอะไรน้องเ้าหรอก”
“นายท่านไม่ต้องพูดอย่างนั้นที่เหลือนายท่านก็แค่ให้ข้ากับน้องขึ้นเรือของนายท่านตามสัญญา”เด็กสาวเอ่ยแล้วก็รีบอุ้มคนเป็น้อง เกี๊ยะย่ำหิมะออกไปจนลับสายตา
ชายเม้มปากอย่างเสียดายเด็กผู้หญิงสองคนขึ้นเรือจะไปแดนไกล เ้าพวกบนเรือคงยินดีแน่ๆที่จะมีเด็กผู้หญิงขึ้นเรือไปด้วย เพราะคงจะได้หาความสุขกับสองคนนี้กันแต่ก่อนหน้านั้น เขาก็น่าจะได้ปันส่วนสำหรับเด็กสาวคนน้องก่อนอายุแปดขวบก็พอใช้ได้แล้วแต่ที่ทำให้ลืมไม่ลงนั่นก็คือผิวขาวเนียนละเอียดของเด็กคนนั้นต่างหากทั้งขาวทั้งนวลยิ่งกว่าคนพี่ อย่างกับหิมะแรกใต้แสงจันทร์วันเพ็ญไม่มีผิดหน้าตาเด็กคนนั้นถึงจะบึ้งไปหน่อยก็เถอะ แต่ก็ทั้งน่ารักน่ามอง
นึกอยากรู้ว่าเด็กคนนั้นจะทำหน้าตาแบบไหนเวลาเขาโยกอยู่บนร่างเล็กนั่น...
คิดแล้วก็รู้สึกร้อนๆที่ตรงนั้นจริงโว้ย เสียดายจริงที่ให้จดหมายอนุญาตขึ้นเรือที่ประทับตราลงไปแล้วซะด้วย
ช่างแม่งเหอะวะ– ชายอ้วนตัดใจ
.
..
...
“พี่ฮิมะเราจะไปไหนกัน”
“ไปที่อื่นกันจ้ะไปที่ที่ไกลแสนไกล อยู่ที่โน่นจะไม่มีหิมะหนาวๆ เหมือนที่นี่ มีของกินอร่อยๆ ”
คุนะหลับตาโอบกอดพี่ฮิมะแน่น เด็กหญิงอยากจะกอดจิติญญาของพี่ฮิมะให้แแ่เข้าไว้ด้วยกันไม่ให้มันแตกสลายออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ปลายเท้าของพี่ฮิมะที่ย่ำบนพื้นขาวโพลนนั้นดั่งสายลมความจริงคุนะก็วิ่งฝ่าหิมะไปกับพี่ฮิมะได้ แต่คุนะรู้ว่าพี่ฮิมะ้าให้คุนะโอบกอด และคุนะก็อยากกอดพี่ฮิมะไว้แน่นๆ ทุกครั้งหลังจากที่พี่ฮิมะทำงาน
“ผู้เฒ่าเขาสั่งมาหรือ”ฮิมะถาม
“ให้พวกมันไปตายซะ”เสียงเครียดจากพี่ฮิมะเอ่ยขึ้นเบาๆ “คุนะต้องไม่เป็เหมือนพี่อีกคุนะต้องไม่เหมือนพี่”
เรียวมือที่โอบกอดร่างน้องสาวก็เผลอจิกเข้าไปในเนื้อคุนะยิ้มให้กับเศษโลหิตไหลซึมออกมา
ฮิมะพาน้องวิ่งไปจนถึงท่าเรือมีเรือลำใหญ่หลายลำจอดรออยู่ เด็กสาวตรงเข้าไปหาเรือสำเภาสามเสากระโดงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนั้นร้องเรียกหานายเรือ แล้วยื่นจดหมายให้
แน่นอนว่านายเรือไม่ขัดข้องยินดีรับเด็กสาวสองพี่น้องขึ้นเรือแต่โดยดี
บนเรือมีแต่พวกผู้ชายมองมาที่ฮิมะกับคุนะด้วยสายตาแสนโสโครก
“เรียวกะอยากออกมาเล่น”คุนะเอ่ยขึ้น
เด็กสาวที่กอดน้องตัวน้อยไว้ก็หน้าซีดเผือด“ไม่ได้นะ บอกเรียวกะออกมาตอนนี้ไม่ได้ไม่งั้นสิ่งที่พี่ทำมาทุกอย่างมันจะเสียเปล่าไปหมด หลับตาซะคุนะ หลับตาเดี๋ยวนี้”ฮิมะสั่งเสียงเครียด
คุนะหอบหายใจแรงแล้วตัวสั่น แต่ก็พยายามหลับตาเพื่อสงบจิตสงบใจ
คำสั่งของคนเป็พี่ได้ผลเด็กหญิงหลับตาลงไปเพียงแค่ไม่กี่นานก็ผล็อยหลับไปจริงๆแล้วคุนะก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเรือไปถึงที่กลางทะเลแล้ว
เรือโคลงเคลงตามคลื่นที่ซัดสาดคุนะนึกอยากปีนกราบเรือแล้วโผล่หน้าออกไปดูขอบฟ้าเวิ้งว้างของทะเลยามมืดมิด
“อยู่นิ่งๆอย่าทำอะไรแบบนั้นที่นี่” คนเป็พี่เ้ากี้เ้าการ
คุนะยิ้มให้กับพี่สาวเด็กหญิงรู้ดีว่าเสียงหัวใจของพี่ฮิมะนั้นสงบนิ่งกว่าทุกครั้งที่เคยเป็
เรือแล่นไกลออกไปจนชายฝั่งแทบจะลับสายตา แต่ในเวลานั้นเองผู้เป็นายเรือก็สังเกตเห็นเรือประมงลำเล็กที่แล่นตามเข้ามาเรื่อยๆจนในที่สุดก็ใกล้พอที่จะส่งเสียงเรียกมาได้
“บนเรือมึงมีเด็กผู้หญิงสองคนใช่หรือไม่”เสียงหนึ่งะโขึ้นมาฝ่าเสียงคลื่นเสียงนั้นดังกึกก้องจนทุกคนในเรือได้ยินทั้งหมด
ฮิมะตาเหลือกโพลงในทันใดขบฟันแน่น ตัวแข็งไปชั่วขณะดั่งศิลา
“พี่ทานาบาตะนี่”คุนะพูดขึ้น “มีคนที่หมู่บ้านตามมาด้วยอีกสามคน”
ฮิมะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากแม้ว่าจะไม่เห็นตัวเพราะเรือที่ตามมายังไกลอีกหลายร้อยก้าวแม้ว่าคุนะมองสิ่งใดไม่เห็นเพราะมีกราบเรือบัง แต่หูของคุนะไม่เคยพลาด
“มันสองคนคือนินจาหนีออกมาเรามาจากหมู่บ้านฮิวงะ ถ้าพวกมึงยังอยากมีชีวิตอยู่ก็จงส่งตัวมันมาให้กูซะดีๆ”
ฮิมะตั้งสติดวงตาเปลี่ยนมาเป็กร้าวแกร่งล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อส่งม้วนคัมภีร์ม้วนหนึ่งให้กับน้องสาว “เก็บนี่เอาไว้นะคุนะแล้วคุนะจำเอาไว้นะจ๊ะ” ั์ตาของคนเป็พี่สั่นระริก เสียงคล้ายคนจะร้องไห้“คุนะรักษาชีวิตของคุนะเอาไว้ให้ดีนะ พี่คงไม่ได้อยู่กับคุนะอีกแล้ว พี่รักคุนะรักจนแลกทุกอย่างในชีวิตให้คุนะได้ คุนะต้องไม่เป็อย่างพี่ ไม่ต้องถูกบังคับชีวิตของคุนะต้องเป็ของคุนะแต่เพียงคนเดียวไม่ใช่ให้ใครมาเป็เ้าชีวิตทั้งที่คุนะไม่ได้เลือก”
คุนะไม่เข้าใจสิ่งที่พี่ฮิมะพูดนัก
แล้วร่างของฮิมะก็พุ่งปราดไปที่ท้ายเรือภายในเพียงไม่กี่อึดใจร่างบางของเด็กสาวก็ตั้งหยัดดั่งธงยืนอยู่บนขอบที่กว้างเพียงคืบของไม้กราบเรืออันโคลงเคลงนั้นมองไปเห็นชายร่างกำยำสี่คนยืนเตรียมพร้อมอยู่บนกราบเรือประมงลำเล็กที่ตามมาติดๆเพียงเห็นคนพวกนั้นเด็กสาวก็รู้แล้วว่าตัวเองนั้นไม่มีทางมีชีวิตรอดเกินวันนี้
“ถ้ากูได้ยินมึงสั่งลูกน้องมึงหุบใบเรือเืคอหอยมึงกระฉูดแน่”ฮิมะส่งเสียงเครียดสั่งนายเรือที่ยืนอยู่ไม่ห่างด้วยน้ำเสียงอำมหิตในมือชักดาบนินจาที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อออกมาในชั่วพริบตา
คนขู่ผู้นึงอยู่เรืออีกลำที่ห่างกันกว่าร้อยก้าวคนขู่อีกผู้นึงอยู่ห่างแค่เอื้อมมือถึงแน่นอนว่าผู้เป็นายเรือเลือกที่จะหุบปากนิ่งเอาไว้
“ฮิมะเ้ารู้อยู่ไม่ใช่หรือว่าเป็นินจาแล้วถ้าหนีออกจากหมู่บ้านมีโทษสถานเดียวคือตาย”
“พี่ทานาบาตะปล่อยเราสองพี่น้องไม่ได้หรือ ข้าทำงานให้หมู่บ้านมีผลงานตั้งมากมายข้าเคยขอสิ่งใดเป็รางวัลหรือก็ไม่ ข้าขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวพี่แค่กลับไปบอกท่านผู้เฒ่าว่าฆ่าข้ากับคุนะตายแล้วเท่านั้นเอง”
ชายหนุ่มส่งเสียงเย้ย“เ้าจะให้ข้าเป็คนทรยศหมู่บ้านเหมือนเ้าเนี่ยนะ เ้าฝันเฟื่องอะไรอยู่แล้วหน้าที่สำคัญของข้าก็ไม่ใช่แค่มาเอาชีวิตเ้าด้วย”
“หมู่บ้านไม่ได้้าข้าเท่าไหร่นักหรอกข้ารู้”ฮิมะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“เื่กฎของหมู่บ้านที่ไม่ยอมให้มีใครหนีออกมานั่นก็อีกเื่นึงแต่สิ่งที่หมู่บ้าน้าจริงๆ คือคุนะต่างหาก”
“เ้าก็รู้นี่...คุนะน่ะมีพร์ระดับที่พันปีจะมีสักครั้งหมู่บ้านฮิวงะมีนินจาระดับนี้เกิดขึ้นมาทั้งทีแล้วจะปล่อยออกไปง่ายๆ ได้ยังไงเ้าไม่ได้มีความผิดแค่หนีออกจากหมู่บ้าน เ้ายังเอาสมบัติล้ำค่าของหมู่บ้านไปด้วยโทษเ้าใหญ่หลวงนัก ข้าเองก็อุตส่าห์เห็นแก่เ้าที่เป็ลูกพี่ลูกน้องข้าข้าพยายามแก้ตัวแทนเ้ากับเหล่าท่านผู้เฒ่าแล้วนะว่าเ้าก็เป็คุโนะอิจิฝีมือดีคนหนึ่งแต่ท่านผู้เฒ่าก็ไม่สามารถละเว้นโทษตายของเ้าได้” ทานาบาตะพูดอย่างเริงร่า “เอ้าทีนี้เ้าเตรียมใจตายแล้วใช่หรือไม่”
“ข้าเตรียมใจตายมาตั้งนานแล้ว”คุนะตวาดด้วยความสิ้นหวัง“และข้าเลือกว่าคุนะต้องเป็อิสระจากหมู่บ้านนินจาระยำนั่นด้วย”แล้วเด็กสาวก็หัวเราะอย่างคนบ้า “ตอนพี่ทานาบาตะออกมา พี่คงไม่รู้สินะว่าข้าขโมยสิ่งใดจากหอคัมภีร์ของหมู่บ้านด้วย ข้าไม่โง่หนีออกมาแบบไร้ทางสู้หรอก”
“เ้า...”
“มาตายด้วยกันเถอะพี่ทานาบาตะ” ฮิมะกรีดร้องออกมา
“น้องเ้าจะตายไปพร้อมกับเ้านะ”ชายหนุ่มละล่ำละลัก “น้องเ้ามีพร์นะคุนะจะเป็นินจาในตำนานที่กว่านินจาผู้ใดจะเป็ได้เลยทีเดียวเ้าจะทำลายอนาคตคุนะเพราะความคิดโง่ๆ ของเ้ารึ!”
เสียงหัวเราะของฮิมะดังก้องไปทั่วท้องทะเล“ช่างหัวนินจามันสิ ข้าไม่อยากเป็ คุนะก็ยิ่งไม่อยากเป็” น้ำตาเด็กสาวไหลพราก“จะตายแล้วไงล่ะ ถึงพวกเราพี่น้องตายตอนนี้ก็ยังดีกว่ามีชีวิตที่เป็เครื่องมือของหมู่บ้านไม่ใช่เรอะ” ฮิมะตอบโดยพลันมือคว้าม้วนคัมภีร์จากอกเสื้อ ม้วนหนังที่จารึกอักขระของเวทย์นินจาถูกคลี่ออกมาผืนหนังแผ่นยาวคลี่สะบัดดุจมีชีวิตสองนิ้วมือเด็กสาวประสานอินในชั่วพริบตาแล้วก็ะโออกจากกราบเรือพุ่งไปหาเรือประมงที่อยู่ห่างร่วมร้อยก้าวประหนึ่งเกาทัณฑ์พุ่งออกจากแหล่ง
คุนะที่ยืนดูอยู่ข้างหลังตลอดพอเห็นพี่สาวพุ่งตัวออกไป คุนะก็อยากจะะโตามพี่ฮิมะออกไปด้วย แต่นี่คือคุนะไม่ใช่เฮียวงะ ถ้าเป็เฮียวงะจะะโไปได้ไกลกว่านั้นอีก เฮียวงะ ตื่นสิ ตื่นพาข้าออกไปหาพี่ฮิมะที ตื่น จะไม่ทันแล้ว
เฮียวงะไม่ตื่น
ในเสี้ยวพริบตานั้นคุนะเห็นพี่ฮิมะหันกลับมา คุนะมองไม่ชัด แต่คุนะมั่นใจว่าเห็นพี่ฮิมะหันมายิ้มให้
แล้วแสงสีเจิดจ้าก็สว่างวาบออกมา