ตอนที่ 10 ความจริง
โล่วชิเจี่ยตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ตอนนี้เช้าแล้ว! นางพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในห้องเล็กๆ สกปรก ซึ่งเป็ที่พักของคนรับใช้ เสื้อผ้าของนางยังคงเป็ชุดเดิม ไม่ได้เปลี่ยน มีรอยน้ำอยู่บนพื้น ดูเหมือนว่านางถูกคนลากมาที่นี่!
โล่วชิเจี่ยรู้สึกอับอาย ไม่คิดว่าหลังจากเห็นร่างกายของเ่ิูและเผลอไปจับหนอนน้อยของเขาแล้ว นางจะเืกำเดาไหล ใบหน้าของนางร้อนผ่าว แต่ระหว่างกำลังก่นด่าตัวเอง เบื้องหน้านางก็ถูกบดบังด้วยเงาดำ
“เ้าตื่นแล้ว!”
โล่วชิเจี่ยเพิ่งลุกขึ้น ก็ได้ยินเสียงแหลมเล็ก นางเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าแม่บ้านกำลังจ้องมองนางด้วยสายตาไม่เป็มิตร
เกิดอะไรขึ้น? นึกว่าหลังจากข้าชมนางเป็พระชายา ท่าทีรังเกียจจะลดน้อยลงแล้วเสียอีก เหตุใดกลับมาเป็เหมือนเดิมอีกแล้ว?
“ตื่นแล้วก็ไปทำงาน ท่านอ๋องสั่งไว้ ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป พื้นที่ทั้งในและนอกจวนอ๋อง เ้าต้องเป็คนทำความสะอาด กลางวันทำความสะอาด กลางคืนก็ไปรับใช้ท่านอ๋อง เข้าใจไหม?”
“ไม่จริงน่า! ทั้งหมดเลยเรอะ!” โล่วชิเจี่ยใจนตกเตียง แม่เ้า! งานทำความสะอาดของจวนอ๋อง!
ควรรู้ไว้นะว่า จวนอ๋องมีพื้นที่หลายพันผิงฟังมี่ (ตารางเมตร) ไม่ต้องพูดถึงข้างใน แค่ทางเดินในจวนอ๋อง รวมถึงสวน ูเาจำลอง ริมสระน้ำ และคอกม้า ก็พอที่จะวิ่งรอบถนนในเมืองต้าหยาได้สองรอบ เทียบเท่ากับการเดินทางครึ่งวันของม้า!
บัดซบ! ท่านอ๋องใจแคบขนาดนี้เลยรึ? โล่วชิเจี่ยด่าทอในใจ
แม่บ้านแสยะยิ้มเ็า พูดเสียงดัง “สมควรแล้ว! ใครมอบความกล้าแก่เ้า ถึงกล้าไปยุ่งกับท่านอ๋อง ยังทำให้จวนอ๋องต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ท่านอ๋องจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! บอกไว้เลย ที่เ้ายังไม่โดนปะา ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว!”
แม่บ้านพูดอย่างหงุดหงิด ราวกับว่ากำลังเรียกร้องความยุติธรรมให้กับท่านอ๋องเย่ แต่สุดท้ายนางก็พูดเสริมว่า “เมื่อคืนนี้ระหว่างเ้ากับท่านอ๋องมันเกิดอะไรขึ้น บอกข้ามา รับรองข้าจะไม่บอกใครแน่นอน!”
โล่วชิเจี่ยเบะปากอย่างดูแคลน ลูบท้องของตัวเอง แล้วรู้สึกหิวขึ้นมาจึงเอ่ยว่า “ข้าหิวแล้ว มีอะไรกินบ้างไหม?”
แม่บ้านขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ยกจานผักบนโต๊ะมาให้โล่วชิเจี่ย
โล่วชิเจี่ยก้มมอง และพบว่าเป็ผักล้วนๆ ไม่มีน้ำมันเลย?
ให้ตายเถอะ! แม้แต่หมูในจวนอ๋องยังกินดีกว่านางเสียอีก ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าต้องเป็คำสั่งของท่านอ๋องผู้โหดร้าย ผู้ชายใจแคบแบบนี้ สมควรแล้วที่หนอนน้อยไม่แข็ง!
โล่วชิเจี่ยแอบสาปแช่งในใจ
ส่วนเ่ิูที่อยู่ไกลถึงท้องพระโรง รู้สึกเจ็บแปล๊บที่น้องชาย ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
หลังจากกินข้าวเสร็จอย่างอดทน โล่วชิเจี่ยก็หยิบไม้กวาด ผ้าขี้ริ้ว และถังน้ำ เริ่มงานทำความสะอาดจวนอ๋อง
ทำงานก็ทำ! ในเมื่อได้ทำแล้วก็ต้องทำอย่างตั้งใจ!
โล่วชิเจี่ยปลอบใจตัวเอง
โล่วชิเจี่ยเริ่มจากกวาดทำความสะอาดจากหน้าห้องนอนของท่านอ๋อง ถ้าเ่ิูเห็นว่าหน้าห้องของเขาสะอาดแล้ว อาจจะไม่สนใจว่าที่อื่นสะอาดหรือไม่ แต่เมื่อเห็นพื้นที่กว้างใหญ่เท่าสนามบาสเก็ตบอล โล่วชิเจี่ยก็หมดกำลังใจ
“นี่ เ้าได้ยินเื่นี้รึยัง? เมื่อวานนี้ท่านอ๋องเรียกเด็กหนุ่มคนนั้นไปปรนเปรอ!” สาวใช้คนหนึ่งชี้ไปที่โล่วชิเจี่ย
“จริงรึ? เขาก็ดูหล่อดีนี่? มันเกิดขึ้นได้อย่างไร อ๊าาาา!” สาวใช้อีกคนที่หน้ามีรอยแผลเป็พยักหน้าเห็นด้วย
โล่วชิเจี่ยถูกบังคับให้รับผิดชอบงานทำความสะอาดทั้งหมดของจวนอ๋อง ทำให้สาวใช้หลายคนมีเวลาพัก พวกนางนั่งนินทากันใต้ร่มไม้
“ได้ยินมาแล้ว! วันนี้ตอนที่ข้าไปห้องครัว ได้ยินภรรยาของพ่อครัวเหล่าหลิวพูด ว่าท่านอ๋องไม่แข็ง และยังโดนวางยาอีก!” สาวใช้อีกคนที่อยู่ข้างๆ ก็ตอบกลับ
“เด็กหนุ่มคนนั้นหน้าตาดีนะ! น่าเสียดาย ดันชอบแบบนี้!” สาวใช้ถอนหายใจ
หูของโล่วชิเจี่ยเฉียบแหลมมาก นางก็ได้ยินเสียงซุบซิบนินทา จึงถือไม้กวาดเดินเข้าไปใกล้ๆ อย่างลับๆ กระซิบว่า “พี่สาวทั้งสองกำลังพูดเื่อะไรกัน?”
“อ๊ะ!” เสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้สาวใช้ทั้งสองใ พวกนางหันขวับ ก็เห็นคนที่พวกนางกำลังนินทา จ้องมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ไม่มีอะไร!” สาวใช้ทั้งสองส่ายหน้าพร้อมกัน
“โธ่ จะกลัวอะไร พวกเราเป็เพื่อนร่วมงานกันแล้ว มีอะไรจะปิดบังกันไปทำไม ข้าได้ยินนะ พวกเ้ากำลังพูดถึงข้า บอกมาเถอะ ว่านั่นเป็เื่อะไร?” โล่วชิเจี่ยทำเป็สนิทสนม แล้วแกล้งทำเป็รู้เื่
“เอ่อ ... ” สาวใช้ทั้งสองทำหน้าลำบากใจ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะ คนรับใช้ไม่สามารถนินทาเ้านายลับหลังได้ แต่เมื่อเห็นสีหน้าไร้เดียงสาของโล่วชิเจี่ย พวกนางก็รู้สึกคันปาก
เก็บไว้ในใจ ไม่บอกใคร มันอึดอัดจะตาย! ยิ่งไปกว่านั้น คนที่เกี่ยวข้องยังไม่รู้เื่อะไรเลย ทำให้พวกนางอยากจะถามข่าวนี้กับโล่วชิเจี่ยมากขึ้น
ลังเลอยู่นาน สาวใช้ทั้งสองทนไม่ไหว จึงตัดสินใจบอก หลังจากนั้น พวกนางแอบดึงโล่วชิเจี่ยไปหลังต้นไม้ กระซิบอยู่หลายคำ “เ้ายังไม่รู้สินะ เมื่อวานหลังจากที่ลากเ้าออกมาจากห้องนอนของท่านอ๋อง ทั้งจวนอ๋องก็แตกตื่น ข้าจะบอกให้นะ! เื่มันเป็แบบนี้......”
สาวใช้ทั้งสองผลัดกันพูด เหมือนกับกำลังเล่นตลก เล่าข่าวลือทั้งหมดให้โล่วชิเจี่ยฟัง พูดพลางทำท่าทางประกอบ น้ำลายกระเด็น ท่าทางโอเวอร์ ไม่สนใจความรู้สึกของคนที่เกี่ยวข้องเลย
โล่วชิเจี่ยฟังแล้วใจนเกือบอ้าปากค้าง
ปากคนน่ากลัว ปากคนน่ากลัวจริงๆ!
สาวใช้ทั้งสองพูดจบ ก็มองโล่วชิเจี่ยด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดูเหมือนว่าพวกนางอยากรู้มาก ว่าโล่วชิเจี่ยจะรู้สึกอย่างไร
โล่วชิเจี่ยเอามือปิดหน้า แสร้งทำสีหน้าเศร้าโศกเหมือนคนอับจนปัญญาและไร้หนทาง มองสาวใช้ทั้งสองด้วยสีหน้าสิ้นหวัง ถอนหายใจ แล้วพูดว่า “พวกเ้าเข้าใจผิดแล้ว เื่มันไม่ใช่อย่างที่พวกเ้าคิด”
พูดจบ นางก็ทำสีหน้าเหมือนคนสูญเสียความบริสุทธิ์ และผ่านโลกมามาก
“แล้วมันเป็ยังไง?” สาวใช้ทั้งสองถามพร้อมกัน ใบหน้าของพวกนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น พวกนางรู้สึกเหมือนได้ค้นพบความลับดำมืด
โล่วชิเจี่ยแกล้งทำหน้าลำบากใจ ราวกับว่ามีบางอย่างที่พูดออกมายาก
“ถ้าเื่นี้แพร่ออกไป เกรงว่าจะส่งผลต่อชื่อเสียงของท่านอ๋อง ข้ากลัวว่าหากพวกเ้าเอาไปพูด แล้วท่านอ๋องรู้เข้าอาจถูกลงโทษ”
นางขมวดคิ้ว ราวกับว่าเื่นี้จะสร้างความโกลาหลครั้งใหญ่
ยิ่งโล่วชิเจี่ยพูดแบบนี้ สาวใช้ทั้งสองก็ยิ่งอยากรู้ ทั้งสองคนสัญญาว่าจะไม่แพร่งพรายเื่นี้ออกไปอย่างแน่นอน
โล่วชิเจี่ยไม่เชื่อ อยากให้พวกนางลงนามในสัญญาและมีตราประทับ จึงหยิบกระดาษออกมาให้พวกนางลงนาม ว่าถ้าเอาเื่นี้ไปบอกใคร ต้องจ่ายเงินชดใช้ให้ตน
สาวใช้ทั้งสองรู้สึกลำบากใจ แต่ด้วยความเชื่อที่ว่า ความลับสำคัญกว่าฟ้า จึงยอมลงนามลงบนกระดาษ
โล่วชิเจี่ยยิ้มอย่างมีเลศนัย เพราะแผนการสำเร็จแล้ว!
นางเก็บกระดาษแผ่นนั้น แล้วจึงเล่าความจริง