บทที่ 8: กลยุทธ์ปิดล้อมและค่ายกลรากหญ้า
ข่าวเื่ 'หลี่หยาง' ชาวนาผู้ยากจนกล้าหักหน้าผู้คุ้มกันของหอโอสถร้อยสมุนไพร แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านและตัวเมืองชิงเฟิงราวกับไฟลามทุ่ง
บางคนยกย่องในความกล้าหาญ แต่ส่วนใหญ่ต่างส่ายหน้าด้วยความเวทนา เพราะรู้ดีว่าจุดจบของผู้ที่กล้าท้าทายอำนาจเงินตราของตระกูลจ้าวนั้นมักไม่สวยงาม
...
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
ฟางเหนียงเดินกลับมาจากตลาดในหมู่บ้านด้วยใบหน้าเศร้าหมองและตื่นตระหนก ตะกร้าสะพายหลังของนางว่างเปล่า
"ท่านพี่..." นางเรียกสามีเสียงสั่น "เกิดเื่ใหญ่แล้วเ้าค่ะ"
เทียนิที่กำลังนั่งลับมีดพร้าอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน เงยหน้าขึ้นมอง "ร้านค้าไม่ยอมขายของให้เรารึ?"
ฟางเหนียงเบิกตากว้าง "ท่านรู้?"
"หอโอสถร้อยสมุนไพรครองตลาดการค้าในเมืองนี้มานาน พวกเขาย่อมมีวิธีบีบบังคับร้านค้าเล็กๆ ให้ร่วมมือได้ไม่ยาก" เทียนิตอบอย่างไม่ยี่หระ "พวกเขาคงขู่ร้านขายเหล้าและร้านเครื่องปั้นดินเผาว่า ห้ามขายวัตถุดิบและไหใส่ยาให้เรา ถ้าใครขาย จะถูกหอโอสถเลิกทำการค้าด้วย... ใช่หรือไม่?"
ฟางเหนียงพยักหน้ารัวๆ น้ำตาคลอเบ้า "ใช่เ้าค่ะ ร้านเถ้าแก่หลิวที่เคยใจดีกับเรา พอเห็นหน้าข้าก็รีบไล่ออกมา บอกว่าไม่อยากเดือดร้อน... ท่านพี่ หากไม่มีเหล้าขาวและไหบรรจุยา เราจะผลิตผงธุลีแดงขายได้อย่างไร?"
นี่คือกลยุทธ์ 'ตัดเส้นทางลำเลียง' พื้นฐานของการทำา
หลงจู๊จ้าวแห่งหอโอสถฉลาดพอที่จะไม่ใช้กำลังเข้าหักหาญตรงๆ เพราะจะเสียชื่อเสียง แต่เลือกใช้วิธีบีบให้ครอบครัวหลี่หมดหนทางทำมาหากิน จนต้องซมซานเอาสูตรยาไปมอบให้เอง
"อย่าร้องไห้" เทียนิลุกขึ้นเดินไปหาภรรยา เช็ดน้ำตาให้นางด้วยนิ้วโป้งที่หยาบกร้าน "ในสายตาข้า แผนตื้นเขินพรรค์นี้ไม่ต่างจากเด็กเล่นขายของ"
"แต่เราไม่มีไหใส่ยานะเ้าคะ..."
เทียนิหันไปมองป่าไผ่เขียวชอุ่มที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน
"ฟางเหนียงเอ๋ย... ธรรมชาติคือคลังสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มนุษย์โง่เขลาพวกนั้นยึดติดกับ 'ภาชนะ' ที่มนุษย์สร้างขึ้น จนลืมไปว่าภาชนะที่ดียิ่งกว่านั้นอยู่รอบตัวเรา"
เขาคว้ามีดพร้าที่ลับจนคมกริบ แล้วหันไปพยักหน้าเรียกเสี่ยวเป่า
"เสี่ยวเป่า มาช่วยพ่อขนของ... วันนี้เราจะไปตัดไผ่กัน"
...
ณ ป่าไผ่ท้ายหมู่บ้าน
เสียงมีดฟันลำไผ่ดัง โป๊ก! โป๊ก! เป็จังหวะสม่ำเสมอ
เทียนิไม่ได้เลือกตัดไผ่สุ่มสี่สุ่มห้า เขาเลือกเฉพาะ 'ไผ่หยกเขียว' ที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป ลำต้นสีเขียวเข้ม ผิวเรียบเนียน และมีความชื้นภายในเหมาะสม
"ท่านพี่ ท่านจะเอาไผ่มาทำกระบอกใส่ยาหรือเ้าคะ?" ฟางเหนียงถามขณะช่วยริดกิ่งไผ่
"ไม่ใช่แค่ใส่... แต่เพื่อ 'บ่มเพาะ' ตัวยาด้วย" เทียนิอธิบายพลางลงมือเลื่อยข้อไผ่ออกมาเป็ท่อนๆ "เยื่อไผ่สดมีคุณสมบัติเย็นและดูดซับความชื้นได้ดีกว่าดินเผา หากเราบรรจุผงธุลีแดงลงในกระบอกไผ่สด แล้วปิดผนึกด้วยขี้ผึ้ง... ตัวยาจะไม่เพียงแค่ไม่เสื่อมสภาพ แต่จะดูดซับปราณธาตุไม้จากเยื่อไผ่ ทำให้สรรพคุณสมานแผลดียิ่งขึ้นไปอีก"
ฟางเหนียงฟังแล้วก็รู้สึกทึ่ง สามีของนางไปรู้เื่พวกนี้มาจากไหน? แต่ความเชื่อมั่นในตัวเขามีมากเสียจนนางไม่สงสัย
หลังจากตัดไผ่ได้กองโต เทียนิก็หยุดพัก เขาไม่ได้นั่งเฉยๆ แต่เดินไปรอบๆ บริเวณป่าไผ่ หยิบก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นมา 7 ก้อน
เขาเดินวนไปรอบๆ ลานดินเล็กๆ กลางป่าไผ่ แล้ววางก้อนหินลงในตำแหน่งที่ดูสะเปะสะปะสำหรับคนทั่วไป
ก้อนที่หนึ่งวางทิศเหนือ... ก้อนที่สองวางเฉียงไปทางตะวันออก...
"ท่านพ่อทำอะไรหรือขอรับ? เล่นขายของหรือ?" เสี่ยวเป่าถามอย่างไร้เดียงสา
เทียนิยิ้มมุมปาก "พ่อกำลังสร้าง 'บ้าน' ให้ยาของเรา"
เมื่อเขาวางหินก้อนที่ 7 ลงไปที่จุดกึ่งกลาง...
วูบ!
เกิดลมพัดวูบหนึ่งหมุนวนรอบบริเวณนั้น ใบไผ่ปลิวไสว ทั้งที่รอบนอกลมสงบนิ่ง
ฟางเหนียงรู้สึกขนลุกซู่ "ท่านพี่... ทำไมตรงนี้จู่ๆ อากาศก็เย็นสบายขึ้นเ้าคะ?"
"นี่เรียกว่า 'ค่ายกลเจ็ดดาวดึงดูดปราณ' ขั้นพื้นฐาน" เทียนิตอบในใจ แต่ปากบอกภรรยาไปว่า "ฮวงจุ้ยตรงนี้ดี ลมพัดผ่านสะดวก เหมาะแก่การตากสมุนไพร"
ในสายตาของจอมมาร เขาเห็นกระแสพลังงานสีขาวจางๆ (ปราณธรรมชาติ) ไหลมารวมตัวกันที่จุดศูนย์กลางของค่ายกลหิน แม้จะเบาบางมากเมื่อเทียบกับโลกเซียน แต่มันก็เข้มข้นกว่าภายนอกถึงสองเท่า
"เอายาที่เราปรุงเสร็จแล้ว มาวางไว้ตรงกลางวงหินนี้" เทียนิสั่ง
ด้วยค่ายกลนี้ สมุนไพรขยะที่เขาเก็บมา จะถูกยกระดับคุณภาพขึ้นอีกขั้น และที่สำคัญที่สุด... มันคือสถานที่ที่เขาจะใช้ 'ลักลอบ' ฝึกตน
"เอาล่ะ... เื่ภาชนะจบไป ส่วนเื่เหล้าขาว..." เทียนิแสยะยิ้ม "ในเมื่อพวกมันไม่ขายเหล้าให้เรา เราก็ไม่จำเป็ต้องง้อ... ข้าเห็นผล 'ท้อป่า' ร่วงเน่าอยู่เต็มพื้นป่าเมื่อวาน ผลไม้พวกนั้นมีน้ำตาล หมักเพียง 3 วันก็ได้แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ยิ่งกว่าเหล้าโรงเลวๆ นั่นเสียอีก"
...
สามวันต่อมา
ข่าวลือระลอกใหม่แพร่สะพัดในตลาดมืดและกลุ่มพรานป่า
"เฮ้ย! ได้ยินไหม? ยาผงธุลีแดงของหลี่หยางกลับมาขายแล้ว!" "จริงดิ? นึกว่าโดนหอโอสถบีบจนเจ๊งไปแล้ว" "เจ๊งบ้าอะไร! คราวนี้ไม่ได้ใส่ห่อกระดาษนะเว้ย ใส่มาในกระบอกไผ่เขียวอย่างดี กลิ่นหอมชื่นใจมาก แถมสรรพคุณ... ข้าลองเอาไปโรยแผลมีดบาด แผลแห้งสนิทในครึ่งก้านธูป! ดีกว่าล็อตก่อนอีก!"
"กระบอกไผ่หยก... ยาเทวดาหลี่หยาง!"
ชื่อเสียงของยาในบรรจุภัณฑ์ใหม่ดังกระฉ่อน ยิ่งหอโอสถพยายามกีดกัน กลับยิ่งเหมือนโฆษณาชวนเชื่อให้สินค้าของเทียนิดู 'ลึกลับ' และ 'หายาก' ยิ่งขึ้น
พ่อค้าคนกลางและจอมยุทธ์ต่างพากันแอบมาที่กระท่อมท้ายหมู่บ้านเพื่อขอซื้อยา โดยไม่ผ่านตลาดกลาง ทำให้คำสั่งแบนของหอโอสถกลายเป็เื่ตลก
...
ในขณะเดียวกัน ที่กระท่อมตระกูลหลี่
ยามดึกสงัด ขณะที่ลูกเมียหลับไปแล้ว เทียนินั่งขัดสมาธิอยู่กลางวงล้อมหินในป่าไผ่ แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบร่าง
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ดึงเอากระแสปราณอันน้อยนิดที่ค่ายกลรวบรวมไว้ เข้าสู่ร่าง
ความเ็ปแล่นพล่านเมื่อปราณปะทะกับเส้นชีพจรที่ตีบตันราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง
"อึก..."
เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผาก แต่เทียนิไม่ยอมแพ้ เขากัดฟันข่มความเ็ป บังคับให้กระแสปราณทะลวงผ่านจุด 'ชี่ไห่' (ทะเลลมปราณ) ที่หน้าท้อง
ปัง! (เสียงดังในจิติญญา)
ความรู้สึกเหมือนเขื่อนแตกดังขึ้นเบาๆ ภายในร่าง ความร้อนสายหนึ่งไหลวูบวาบไปทั่วท้องน้อย
เทียนิลืมตาขึ้น ั์ตาสีดำทอประกายสีแดงจางๆ ก่อนจะเลือนหายไป
"สำเร็จ... ขั้นรวบรวมปราณ ระดับ 1"
แม้จะเป็เพียงระดับต่ำที่สุดของเส้นทางผู้ฝึกตน เหมือนทารกเพิ่งหัดคลาน แต่สำหรับเทียนิ มันคือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด
เขายกมือขึ้น มองดูนิ้วมือของตนเอง คราวนี้มันไม่ได้สั่นเทาอีกต่อไป เขาลองใช้นิ้วดีดก้อนหินเล็กๆ ตรงหน้า
ฟุ่บ!
ก้อนหินพุ่งแหวกอากาศราวกับะุ ฝังเข้าไปในเนื้อไม้ไผ่ลึกถึงครึ่งนิ้ว!
"พอจะป้องกันตัวได้บ้างแล้ว"
เทียนิลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่กางเกง สายตามองไปยังทิศทางของตัวเมืองชิงเฟิง
"หอโอสถร้อยสมุนไพร... เ้าคิดจะปิดล้อมข้า แต่กลับกลายเป็ส่งเสริมข้า... ตอนนี้ข้าพร้อมแล้ว ที่จะไป 'เยือน' พวกเ้าถึงถิ่น เพื่อสอนให้รู้ว่าการค้าขายที่แท้จริง... เขาทำกันอย่างไร"
จอมมารไม่ได้คิดจะตั้งรับอีกต่อไป การบุกคือการป้องกันที่ดีที่สุด และเขา้าเงินก้อนโตเพื่อซื้อ 'สมุนไพริญญา' มายกระดับพลัง
เป้าหมายต่อไป... การเจรจาการค้า ที่จะพลิกโฉมหน้าเมืองชิงเฟิง!