“ฉันก็แค่คิดอะไรไปตามเรื่องเท่านั้นเอง เดี๋ยวอีกหน่อยก็เลิกคิดไปเองนั่นแหละค่ะ คุณอย่าคิดมากเพราะฉันไปเลยค่ะ”
ตรีทิพยนิภาพยายามสลัดความคิด ที่ติดค้างอยู่ในหัวตัวเองออก ไม่ให้ตัวเองคิดมากและคิดไปเรื่อย และตัดสินใจไม่พูดบอกคนตัวโตออกมาตามตรง เพราะสิ่งที่ตัวเองคิด มันเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระสำหรับคนตัวโต เธอคิดอย่างนั้น
ออสตินขมวดคิ้วหนาเข้มเข้าหากัน หรี่ตาคมกริบจ้องมองสบประสานสายตากลมโต และก็รู้จากสายตาที่ไหวระริก ว่าคนตัวเล็กไม่ยอมพูดความจริงออกมาให้เขาได้รับรู้ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้คะยั้นคะยอถามแต่อย่างใด กลับยื่นมือใหญ่ไปยกร่างบาง ดึงขึ้นมาเกยนั่งอยู่บนตักแกร่ง
“อุ๊ย!!!!......คุณออสติน ทำอะไรของคุณเนี้ย!!?? ปล่อยฉันไปนั่งลงที่เบาะตามเดิมเถอะค่ะ”
ตรีทิพยนิภาพูดรัวเร็ว ทำหน้าเลิกลัก ตกใจ ใบหน้าสวยหวานซึ้งก็ค่อยขึ้นสีแดงเป็นจุดๆ และกระจายตัวออกแดงระเรื่อไปทั่วสองข้างแก้มนวลเนียนใส เพราะรู้สึกอายบอดี้การ์ดที่อยู่ภายในรถด้วยกัน ถึงแม้บอดี้การ์ดจะไม่ได้หันมามอง เธอก็ยังคงรู้สึกอายอยู่ดีนั่นแหละ
“นั่งอยู่นี่แหละ จะหลับไปเลยก็ได้ เพราะเราจะต้องเดินทางกันอีกไกล”
ออสตินไม่คิดจะยอมฟังคำพูดของคนตัวเอง กลับพูดบอกด้วยน้ำเสียงเข้ม แต่ก็ยังคงความนุ่มนวลเอาไว้อยู่มาก เพราะกลัวว่าคนตัวเล็กจะเกิดความน้อยใจ และพาลคิดมาหนักขึ้นกว่าเดิม
“เดี๋ยวไปบ้านพักตากอากาศเฮวาน่านะ”
ออสตินร้องสั่งคนขับรถด้วยน้ำเสียงเข้ม บอกแล้วว่าเขาไม่คิดจะปล่อยผ่าน เรื่องที่ตรีทิพยนิภากำลังคิดมากอยู่ในขณะนี้อย่างแน่นอน เขาจะต้องเค้นเอาความกับเจ้าหล่อนให้ได้
“บ้านพักตากอากาศเฮวาน่า!!..... เป็นบ้านพักตากอากาศของคุณหรือคะ??...... อยู่ที่ไหนหรือคะ??......”
ตรีทิพยนิภาได้ยินออสตินร้องสั่งคนขับรถ ถึงสถานที่ที่จะไป ก็พูดทวนและหันมาถามคนตัวโตที่เธอนั่งตักแกร่งของเขาอยู่ เพราะเธอยังไม่เคยไปที่นั่น
“ใช่!!...... อยู่แถวๆ ทะเล เดินทางไปถึงก็ราวๆ สองชั่วโมง เราจะไปพักค้างคืนกันที่นั่นสักคืน เผื่อว่าบรรยากาศที่นั่นจะทำให้คุณเปิดปากบอกผมในสิ่งที่คุณกำลังคิดมาก กำลังกังวลใจ ให้ผมได้รับทราบ”
ออสตินพูดแบบหน้าตาเฉย อย่างคนรู้แจ้งเห็นจริงว่าคนตัวเล็กกำลังปิดบัง เรื่องที่คิดมากอยู่ในใจ
ตรีทิพยนิภาทำหน้าเง้างอขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินคำพูดของออสติน และไม่เข้าใจว่าทำไมเขา จะต้องพยายามให้เธอพูดบอกเขาให้จงได้ด้วยนะ มันเป็นเรื่องไร้สาระ ที่เธอคิดเองเออเองอยู่คนเดียว ทำไมจะต้องมากอยากรู้อยากฟังด้วยก็ไม่รู้สินะ
“ถ้าง่วงคุณก็นอนเถอะ เดี๋ยวถ้าถึงแล้วผมจะปลุก”
ออสตินไม่ยอมปล่อยร่างบางให้ลงไปนั่งที่เบาะรถ คงกระชับอ้อมแขนแกร่ง และใช้มือใหญ่จับศีรษะเล็กๆ มาซบลงที่ซอกคอแกร่ง แต่ถูกคนตัวเล็กดันออก
“ฉันยังไม่ง่วงค่ะ”
ตรีทิพยนิภากล่าวอย่างแง่งอน แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนที่จะลงไปนั่งบนเบาะรถ เพราะรู้ดีว่า ถึงยังไงเธอก็ขัดขืนคนตัวโตผู้นี้ไม่ได้อยู่แล้ว จึงนั่งตัวตรงแข็งทื่ออยู่บนตัวแกร่ง โดยออสตินก็ไม่ได้ว่าอะไร และก็ไม่คิดจะบังคับ ปล่อยให้คนตัวเล็กนั่งอยู่อย่างนั้น เอาที่เธอสบายใจ
ตรีทิพยนิภานั่งอยู่อย่างนั้นไม่ถึงห้านาทีเลยด้วยซ้ำ เปลือกตาคู่สวยก็ค่อยๆ ปรือลง ปรือลงเรื่อยๆ ร่างบางจากที่นั่งตัวตรงแข็งทื่อราวกับนางพญา ก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลงเรื่อยๆ และในที่สุดเปลือกตาก็ปิดสนิท ศีรษะเล็กก็สัปหงกให้เห็น
ออสตินเห็นอย่างนั้นก็อมยิ้ม พร้อมกับส่ายศีรษะไปมาให้กับความดื้อรั้น ที่ขอให้ได้ดื้อรั้นเล็กน้อยๆ บ้างก็ยังดีของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตักแกร่ง ชายหนุ่มยื่นมือใหญ่ไปจับศีรษะเล็ก ให้เอนลงมาซุกซบที่ซอกคอแกร่งช้าๆ และจัดท่านอนให้คนตัวเล็กได้นอนแบบไม่ต้องเมื่อย โดยที่แขนแกร่งโอบกอดร่างบางเอาไว้ อย่างแสนรักใคร่หวงแหนเป็นที่สุด
ออสตินมองออกไปนอกหน้าต่างรถยนต์ ดูธรรมชาติ ต้นไม้ ใบหน้าที่อยู่นอกรถ และภายในใจก็คิดไปด้วย อย่างรู้สึกตลกตัวเองเป็นอย่างมาก ที่ก่อนหน้านี้ตั้งใจว่าจะไม่รักใคร และไม่ต้องการที่จะผูกพัน ผูกมัดกับใคร แต่ความคิดนั้นก็พังทลายลง เมื่อได้เจอและได้อยู่กับผู้หญิงตัวเล็กๆ ในอ้อมกอดของเขาคนนี้
ออสตินหันกลับมาใช้สายตามองใบหน้าสวยหวานที่กำลังหลับใหล ด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขที่มีเธออยู่ข้างกาย เขากดปากอันร้อนรุ่มลงไปจุมพิตที่กลุ่มเส้นผมนุ่มสลวยเบาๆ แล้วหันกลับไปมองนอกหน้าต่างรถอีกครั้ง
๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒