“เฮอะ! หากไม่เพราะราชครูเลือกเ้าเป็รัชทายาทวันนี้ข้าต้องสับเ้าเป็พันเป็หมื่นชิ้นแน่!”ฮ่องเต้ตวาดอย่างโมโหจัด เขาถีบลูกชายคนรองทีหนึ่ง องค์ชายรองล้มหงายหลังไป พลั่ก!
“อา...เอ่อ...”องค์ชายรองใคิดคำแก้ตัวไม่ทัน ฮ่องเต้ก็ตวาดเรียก “ทหาร!นำตัวมันไปขังในคุกหลวง โบย 50 ครั้ง ขังไว้จนถึงวันพิธีสถาปนา!”
“ไม่นะ ไม่นะเสด็จพ่อเสด็จพ่อ ข้าผิดไปแล้ว” องค์ชายรองร้องอ้อนวอนทหารก็เข้าไปจับตัวองค์ชายรองแล้วพาออกไป องค์ชายรองร้องอ้อนวอนไปตลอดทาง“เสด็จพ่อ...ไม่นะพะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้มองตามจนคนลับตาไปแล้วจึงหันไปมองราชครูอย่างละอายใจราชครูมองแล้วเบนสายตาไปมององค์ชายสี่ที่อยู่ข้างๆ ฮ่องเต้นางเบนสายตาไปมองฮ่องเต้อีกครั้งแล้วเอ่ยว่า “เื่นี้มีเงื่อนงำเหตุใดฝ่าาจู่ๆ ถึงมาที่นี่ได้? อีกทั้งองค์ชายรองเหตุใดจึงเมามายถึงเพียงนั้น?”
“หยางเอ๋อร์กลัวว่าข้าจะเบื่อน่ะเขาจึงมาเดินเล่นเป็เพื่อนข้า”ฮ่องเต้บอกแล้วมองไปทางทิศที่ลูกชายคนรองจากไป“เ้าเดรัจฉานนี่เมื่อครู่ดื่มเหล้าอยู่กับชิงอวี้จึงพากันมาที่นี่เพื่อให้สร่างเมากระมัง”
“องค์ชายรองเมาจนเสียมารยาทอาหารเหล้าและจานชามทั้งหมดจะต้องนำไปให้หมอหลวงตรวจสอบทั้งหมด” ราชครูบอกองค์ชายสี่มองราชครูมีแววใเล็กน้อย พริบตาต่อมาเขาก็ตั้งสติได้
“ท่านราชครูสงสัยว่ามีคน้าใส่ร้ายชิงอวี้งั้นหรือ?”ฮ่องเต้ถาม ราชครูไม่ตอบอะไร นางเบนสายตาไปจ้องมององค์ชายสี่องค์ชายสี่แสร้งทำนิ่งเฉยไม่รู้เื่ราวอะไรด้วย ทั้งๆที่ในใจร้อนรนจนเหงื่อซึมแผ่นหลังแล้ว
จากนั้นพวกเขาก็ไปตรวจสอบอาหารที่องค์ชายรองกับองค์ชายใหญ่ดื่มกินเข้าไปหมอหลวงไปถึงหลังจากรู้วัตถุประสงค์ที่ถูกเรียกตัวมาก็รีบตรวจสอบอาหารและจานชามทั้งหมดทันทีหลังจากตรวจสอบหมดแล้ว หมอหลวงก็กราบทูลว่า “ฝ่าากระหม่อมได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้วพะย่ะค่ะ อาหารและสุราไม่มีปัญหาพะย่ะค่ะ”
“กลับไปเถอะ”ฮ่องเต้โบกมือไล่ หมอหลวงรับคำ “พะย่ะค่ะ”
แล้วเขาก็ถอยออกไป
องค์ชายสี่คิดในใจ ‘แม้ยาม่านถัวหลัว(ต้นลำโพง) จะมีฤทธิ์รุนแรงแต่ก็มีผลเพียงชั่วครู่สลายไปได้ในพริบตา แน่นอนว่าย่อมตรวจสอบไม่พบ หึๆ’
“ท่านราชครูหมอหลวงตรวจสอบแล้ว ข้อสงสัยคงคลายได้แล้วกระมัง” เขาเงยหน้าขึ้นพูดกับราชครูราชครูจึงเอ่ยว่า “เป็ข้าเองที่ระแวงมากไป”
องค์ชายสี่มองอย่างท้าทายราชครูจึงเดินจากไปฮ่องเต้มองตามราชครูแล้วเบนสายตากลับมามองจานชามบนโต๊ะแล้วเอ่ยว่า“ข้าก็เหนื่อยแล้ว”
เขาพูดจบแล้วก็ลุกขึ้นเดินกลับตำหนักไปเหล่าขันทีเดินตามไป
องค์ชายสี่มองตามจนเสด็จพ่อลับตาไปแล้วเขาหันกลับไปมองเหล้าบนโต๊ะแล้วยกจอกเหล้าขั้นมาพลางเอ่ยว่า “ท่านอยากจะปกป้องเขาน่าเสียดายที่มันสายเกินไปแล้ว”
เขายกจอกเหล้าขึ้นดื่มจนหมดจอกแล้ววางจอกลงบนโต๊ะเหล้าไหลย้อยมุมปาก ดวงตาแสดงแววถือไพ่เหนือกว่าออกมา
ขณะที่องค์ชายรองถูกจับไปที่คุกหลวง เขาดิ้นรนขัดขืนไปตลอดทาง “ปล่อย! ปล่อยข้า! ข้าคือว่าที่ฮ่องเต้นะพวกเ้าไสหัวไปให้พ้น!”
ทหารปล่อยมือจากองค์ชายรองขณะที่พวกเขาอยู่บนขั้นบันไดองค์ชายรองเดินไปข้างหน้านิดหนึ่งพลางยกมือขึ้นแตะขมับที่กำลังปวดมึนพลางคิดในใจว่า‘วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ?’
ขณะที่ก้าวไปข้างหน้าจู่ๆ ขาก็อ่อนแรงจนเซล้มลงไป “อ้า!”
แต่ว่าเบื้องหน้าเขาเป็บันไดเขาจึงเซตกบันไดไป ทหารใร้องลั่น “อ่ะ! องค์ชายๆ”
พวกเขารีบตามไปช่วยพยุงองค์ชายรองตกบันไดหลายขั้น เขากลิ้งหลุนๆ ตกลงไป ศีรษะกระแทกกับขั้นบันไดจนมึนงง“โอย...”
ทหารคนหนึ่งอาศัยจังหวะที่องค์ชายรองยังมึนงงอยู่กระทืบตรงกลางกายองค์ชายรองอย่างแรงด้วยท่าทางที่คล้ายก้าวเท้าพลาดไปทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาปัก!
“โอ๊ย!” องค์ชายรองที่กำลังมึนงงพลันร้องลั่นความเ็ปตรงกลางกายทำให้เขาฟื้นคืนสติกลับมา เขาร้องเหมือนหมูที่ถูกเชือด“อู้ววววว...”
มือกุมกลางกายเ็ปเกินบรรยายทหารรีบเรียกอย่างเป็ห่วงเป็ใย “องค์ชายพะย่ะค่ะ องค์ชาย!”
หลังจากนั้นพวกทหารก็รีบไปรายงานฮ่องเต้ฮ่องเต้รู้ข่าวก็รีบให้หมอหลวงไปตรวจอาการทันทีเหตุการณ์วุ่นวายใหญ่โตจนผู้คนทั้งวังล่วงรู้เื่นี้กันทั่ว
เวลาผ่านไป กลางกายที่าเ็สาหัสก็ไม่อาจฟื้นตัวกลับมาทั้งยังอักเสบรุนแรงเกินจะเยียวยาได้หมอหลวงหมดปัญญาจะรักษาได้แต่กราบทูลฮ่องเต้ว่า“องค์ชายรองเอ่อ...สิ้นทายาทแล้วพะย่ะค่ะ”
“อะไรนะ!?” ฮ่องเต้ใยิ่งนัก ครู่ต่อมาเขาก็ตั้งสติแล้วเดินออกไปอย่างเสียใจมากองค์ชายรองที่นอนรักษาตัวอยู่บนเตียงก็กลัวว่าตัวเองจะถูกถอดออกจากตำแหน่งรัชทายาทเพราะเื่นี้เขากลัวยิ่งนัก กลัวจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ทำให้สุขภาพยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก
ณ ตำหนักองค์ชายสี่ ขันทีรายงานว่า “องค์ชายรองด้วนแล้วพะย่ะค่ะ”
องค์ชายสี่ที่กำลังวาดภาพอยู่ยิ้มบางๆเอ่ยว่า “ชิงเหิงด้วนแล้ว?”
“พะย่ะค่ะหลังจากนี้ไร้ทางมีทายาทแล้วพะย่ะค่ะ” ขันทีกราบทูล องค์ชายสี่เงยหน้ามองขันทีแล้วพูดทวนว่า“ชิงเหิงด้วนแล้ว ไร้หนทางมีทายาท”
ขันทีพยักหน้าองค์ชายสี่ยิ้มชอบใจ “ใต้หล้านี้ท้ายที่สุดก็ยังเป็ของข้า”
เขานึกถึงตัวอักษรบนกระดาษที่เก็บได้ในเรือนไป๋ชิง‘ราชวงศ์ต้าชิงรัชสมัยที่ 9 เยว่เป็บริวาร บุตรเป็จ้าวจึงจะสงบสุข’
“หึ”เขาหัวเราะทีหนึ่งแล้วให้ขันทีออกไป องค์ชายสี่นึกถึงถ้อยคำนั้นอีกครั้ง ‘เยว่เป็บริวาร บุตรเป็จ้าว’
“หึที่แท้บุตรของชิงเหิงต่างหากที่เป็รัชทายาท จิ่วเยว่นะจิ่วเยว่ท่านจะให้ข้ายอมได้อย่างไร” เขายิ้มเยาะแล้วจรดพู่กันลงบนกระดาษแต้มสีแดงลงไปบนภาพ “ข้าชิงหยางต่างหากที่เป็จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ผู้ที่จะปฏิรูปกฎหมายสร้างแผ่นดิน”
เขาวางพู่กันลงบนแท่นวางพู่กันแล้วแตะนิ้วบนสตรีไร้ใบหน้าในภาพ“จิ่วเยว่ ชิงเหิงไร้น้ำยาแล้ว ไม่อาจมีทายาทได้อีกการชิงบัลลังก์นี้ไม่มีผู้ใดอื่นแล้ว ท่านเลือกข้าเถอะมีเพียงข้าที่จะท่านร่วมกันปกครองใต้หล้ากับท่านได้ หึๆๆๆ...”
ทันทีที่เขาพูดจบราชครูก็ถือกระบี่เข้าไปในห้อง นางชี้ปลายกระบี่ไปที่ลำคอองค์ชายสี่ “ชิงหยาง!”
“จิ่วเยว่”องค์ชายสี่เรียกพลางยิ้มให้ ราชครูจ้องหน้าเขา สีหน้านางเรียบเฉย แต่ดวงตาดุวาวพลางพูดว่า“ชิงเหิงถูกลอบทำร้าย ร่างกายพิการแล้ว”
“โอ๋?”องค์ชายสี่ทำหน้าประหลาดใจแล้วพูดว่า “เช่นนั้นเขาก็คงประมาทเกินไป”
“ข้าเสียใจนักที่ตอนแรกเห็นว่าเ้าพอจะสั่งสอนได้ไม่คิดว่าไม่ได้เจอกัน 10 กว่าปีเ้ากลับไม่มีความเมตตาเลยแม้แต่น้อยถึงกลับกล้าลงมือทำร้ายพี่ชายแท้ๆ ได้” ราชครูพูดอย่างผิดหวังนักองค์ชายสี่ถามกลับ “พี่ชายแท้ๆ?”
เขาลุกขึ้นยืนพูดว่า“ท่านลองถามไอ้ด้วนผู้นั้นดูซิว่าเขาเคยเห็นข้าเป็น้องชายบ้างหรือไม่”
เขาเดินไปหยุดยืนข้างหลังราชครูมองไปที่ขื่อของตำหนัก ภาพผ้าขาวห้อยลงจากขื่อปรากฏขึ้นในห้วงความคิด
“ท่านแม่ข้าตายอยู่ใต้ขื่อไม้”เขาพูดอย่างแค้นใจนัก น้ำเสียงเนิบนาบ “นางเปลือยกายไร้เสื้อผ้าร่างกายเต็มไปด้วยาแ นางถูกแขวนอยู่บนนั้น แกว่งไป...แกว่งมา... พวกเขาชิงเหิงกลับเอาเื่นี้มาเป็เื่สนุกสนาน แม้นางตายไปแล้วพวกเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยนางพวกเขาเอาศพนางไปเล่นสนุกกัน”
เขาหันกลับไปจ้องหน้าราชครูอย่างเจ็บแค้นใจ“ท่านราชครู ในวังแห่งนี้ แม้แต่แมวแม้แต่หมาก็ดูถูกเหยียดหยามเราแม่ลูกได้ตามใจชอบ ท่านว่าข้าโเี้ให้ข้ามีเมตตา ฮ่าๆๆๆ...หากไม่เคยลิ้มรสความทุกข์ ท่านก็อย่าสอนให้ข้าเป็คนดีท่านบอกให้ข้าไม่เกลียด ข้าจะไม่เกลียดได้อย่างไร!”
เขาพูดอย่างเจ็บแค้นนัก“ข้าต้องแย่งชิงให้ได้ ข้าจะขึ้นไปครองบัลลังก์สูงสุดนั่น ขึ้นเป็ฮ่องเต้เพราะมีเพียงวิธีนี้ถึงจะกุมอำนาจตัดสินชีวิตและทรัพย์สินไว้ในมือตัวเองได้”
“แต่ตำแหน่งนี้ไม่ได้เป็ของเ้า”ราชครูเอ่ย องค์ชายสี่เรียก “จิ่วเยว่ ท่านยังจำได้หรือไม่ตอนที่เราพบกันครั้งแรก”
ราชครูคิดครู่หนึ่งแล้วตอบว่า“จำไม่ได้”
“ไม่เป็ไรท่านจำไม่ได้ แต่ข้าจำได้” องค์ชายสี่เอ่ยแล้วพูดว่า “ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อขึ้นเป็องค์รัชทายาทได้ครองบัลลังก์เป็ฮ่องเต้ข้า้าท่าน อยากได้ท่าน ้าให้ท่านมองเพียงข้าท่านต้องเป็เพียงของข้าแต่เพียงผู้เดียวแล้วให้ไพร่ฟ้าประชาชนทั้งแผ่นดินมาสยบแทบเท้าของข้า”
องค์ชายสี่พูดอย่างคับแค้นใจยิ่งนักราชครูจึงพูดขัดว่า “เ้ามีพลังความหายนะครอบงำ ตามการทำนายของหยกดวงชะตาหากเ้าเป็ผู้ปกครองต้าชิงย่อมต้องล่มสลายเป็แน่”
“ล่มก็ล่มแล้วอย่างไรล่ะ!?” องค์ชายสี่ถามเสียงสูง “ต่อให้ต้าชิงล่มสลายข้าก็ยังคงเป็ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่สร้างแว่นแคว้นที่เกรียงไกรได้”
เขาพูดอย่างไม่สนใจสิ่งใดราชครูมองดูเขา มองดูท่าทางเขาที่เกลียดชังฝังลึก องค์ชายสี่จึงถาม “อะไร?ท่านไม่ยอมเชื่อข้าหรือ?”
“หรือเ้า้าให้ข้าเอาชีวิตของประชาชนนับหมื่นเป็เดิมพันรวมถึงรากฐานต้าชิงที่สั่งสมมาพันปีให้เ้าสร้างแคว้นของเ้าหรือ?”ราชครูถาม สีหน้าผิดหวังยิ่งนัก องค์ชายสี่เอ่ย “จิ่วเยว่หากไม่มีท่านข้าอาจจะตายไปนานแล้ว นอกจากท่านแม่ข้าก็มีแค่ท่านเท่านั้นที่ห่วงใยข้าข้าไม่อยากให้ท่านโกรธข้า ข้าไม่อยากให้ท่านช่วยเหลือคนอื่นท่านเลือกข้าเป็องค์รัชทายาท ให้ข้าขึ้นครองบัลลังก์ข้าจะต้องเป็ฮ่องเต้ผู้ทรงปัญญาแน่ เช่นนี้ไม่เป็การดีทั้งสองฝ่ายหรอกหรือ?”
ขณะที่พูดเขาก็ก้าวเข้าไปใกล้ราชครูวางมือบนไหล่นาง ราชครูมองเขาแล้วเอ่ยว่า “ช่างเหลวไหลสิ้นดี!”
องค์ชายสี่สะอึกไป“เช่นนั้นก็ไม่มีทางเลือกแล้ว ชิงเหิงด้วนไปแล้ว ไม่อาจมีทายาทได้อีกตำแหน่งรัชทายาทก็แทบไร้ความหมาย เชิญท่านราชครูกลับไปเถิดอย่างไรเสียท่านอยู่ที่นี่ ก็หาหลักฐานใดๆ ไม่ได้อยู่แล้ว”
เขาหันหลังไปไม่อยากมองนางราชครูมองเขาแล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา ถามว่า“เ้าเคยเห็นสิ่งนี้ที่เรือนไป๋ชิงใช่หรือไม่?”
“หึ”องค์ชายสี่ยิ้มเยาะทีหนึ่ง “นี่ท่านทำตกไว้เอง ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า”
เขาหันกลับไปมองนางอีกครั้งแล้วพูดว่า“สวะอย่างชิงเหิง หากไม่ใช่เพราะท่านแม่ของเขาคือฮองเฮาคนปัจจุบัน ข้าคงฆ่าเขาไปนานแล้ว”
เขายื่นมือไปลูบแก้มนางราชครูปัดมือเขาออก องค์ชายสี่จึงดึงนางเข้าไปกอด พลางพูดข้างหูนางว่า“ท่านคิดใช้ชิงเหิงเป็เป้าล่อเพื่อปกป้องรัชทายาทที่ยังไม่เกิดมาซินะ”
ราชครูที่กำลังยกมือขึ้นจะผลักเขาออกพลันชะงักงันไปองค์ชายสี่เบนสายตามองหน้านาง จมูกเขาแทบจะถูกแก้มนางอยู่แล้ว เขาพูดต่อว่า“จิ่วเยว่ ท่านช่างน่ารักเสียจริง”
ราชครูยิ่งโมโหนางจึงดิ้นขัดขืน พร้อมกับวาดกระบี่ขึ้นมาใส่เขา องค์ชายสี่เบี่ยงตัวหลบปลายกระบี่จ่อที่ลำคอเขาทำให้เขาชะงักไปเขาจ้องหน้านางที่เต็มไปด้วยแววโกรธเคืองพลางถาม “จิ่วเยว่ท่านจะลงมือเพื่อแก้แค้นให้เขาหรือ?”
“แม้ชาติกำเนิดของเ้าจะน่าสงสารแต่หน้าที่ของข้าคือการปกป้องประชาชนใต้หล้า คุ้มครองต้าชิง”ราชครูพูดขณะที่ชี้กระบี่จ่อคอเขา องค์ชายสี่มองนางแล้วเอ่ยว่า“หากท่าน้าชีวิตข้าจริงๆ”
เขาใช้มือกำปลายกระบี่จนคมกระบี่บาดมือเืไหล พลางเอ่ยว่า “ข้าก็ยอมให้ท่านฆ่าด้วยความเต็มใจ”
เขาเลื่อนปลายกระบี่ไปที่หน้าอกตรงตำแหน่งหัวใจพลางเอ่ย“จิ่วเยว่”
เขาจับปลายกระบี่กดลงตรงตำแหน่งนั้นพลางเอ่ยท้าทาย“เอาซิ”
ทั้งสองจ้องหน้ากันเงียบงันกันไปครู่หนึ่ง องค์ชายสี่มองอย่างท้าทายไม่เลิกรา ราชครูจึงเสือกกระบี่ใส่อกเขาฉึก!
“อึก!” องค์ชายสี่ร้องคำหนึ่ง มือถูกกระบี่บาดลึกมากขึ้น เืไหลอาบมือปลายกระบี่จมลงไปในผิวเนื้อจนเืไหลอาบเสื้อเขาเบิกตาโตมองหน้านางอย่างคิดไม่ถึงว่านางจะลงมือแทงเขาจริงๆขณะนั้นภาพวัยเด็กผุดขึ้นมาในห้วงความคิด
ตอนนั้นองค์ชายรองกำลังรังแกองค์ชายสี่ องค์ชายรองถือท่อนไม้ในมือ พลางเอ่ยว่า“เ้าเด็กนอกคอก แม่เ้าก็เป็เพียงนางกำนัลแพศยา ข้าเกลียดเ้า”
เขาเงื้อไม้ขึ้นฟาดลงไปผั๊วะ! ผั๊วะ! ผั๊วะ!
“อย่าตีข้า ฮือๆพอแล้ว หยุดเถิด อย่าตีข้า...ฮือๆ...” องค์ชายสี่ได้แต่ขอร้องจนน้ำตาไหลอาบแก้มเขาขดตัวเนื้อตัวสั่นเทาราวกับลูกนก “เจ็บๆ...ฮือๆๆ...อย่าตีอีกเลย ฮือๆๆๆ...”
“ฮ่าๆๆๆตีได้ดีจริงๆ” ขันทีที่ยืนดูอยู่หัวเราะชอบใจ
“ฮือๆๆ...หยุดตีเถิดฮือๆๆๆ...” องค์ชายสี่ร้องไห้ขอร้องน้ำตาอาบแก้ม
ขันทีเหลือบเห็นราชครูเดินมาเขารีบบอกองค์ชายรองว่า “หยุดตีก่อนพะย่ะค่ะ”
องค์ชายรองหยุดตีเขาเงยหน้ามองไปเห็นราชครูก็ใ “ท่านราชครู”
องค์ชายสี่เห็นราชครูก็รีบลุกขึ้นถลาไปหานางทันที“ท่านราชครู”
ราชครูยอบตัวลงจนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเด็กชายนางยื่นมือไปจับแก้มเขาอย่างมีเมตตา “ชิงหยาง เ้าอยู่ในราชวงศ์ต้าชิง เ้าไม่อาจครองต้าชิงเ้า...ต้องตาย”
พลัน! เขารู้สึกเจ็บจนร้องออกมา “อึก!”
กระบี่แทงร่างเขาจนปลายกระบี่ทะลุแผ่นหลังเขามองใบหน้านางที่กำลังยิ้มแย้มให้เขาขณะที่มือของนางกลับกุมด้ามกระบี่แทงเขาอย่างไม่ปราณี
บนเตียง เปลือกตาองค์ชายสี่ขยับไหวเป็สัญญาณฟื้นตื่นเขาสะดุ้งเฮือกลืมตาโพลงขึ้นมา หมอหลวงเห็นองค์ชายสี่ลืมตาขึ้นมาก็ดีใจเขารีบหันไปกุมมือรายงานว่า “ฝ่าา องค์ชายสี่ฟื้นแล้วพะย่ะค่ะ”
“ดีๆ”ฮ่องเต้พยักหน้าแล้วโบกมือให้หมอหลวงถอยไป หมอหลวงรีบถอยออกไปทันทีฮ่องเต้ลุกไปนั่งข้างเตียง “หยางเอ๋อร์ เ้าฟื้นแล้วจำได้ไหมว่าเมื่อหลายวันก่อนเกิดอะไรขึ้น?”
‘หลายวันก่อน’ องค์ชายสี่คิดในใจ องค์ชายใหญ่เอ่ยขึ้นว่า “น้องสี่เ้าาเ็สลบไปหลายวัน เ้าสลบหมดสติพร้อมกับท่านราชครูอยู่ในตำหนักด้วยกัน”
“หา?”องค์ชายสี่ใรีบลุกขึ้น น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแหบแห้งยิ่ง “แล้วท่านราชครูล่ะ?”
“ราชครูาเ็สาหัส ไม่อนุญาตให้ใครเข้าพบนับั้แ่ก่อตั้งแคว้นต้าชิงมา ราชครูไม่เคยได้รับาเ็เลย เ้ารีบพูดมาเมื่อหลายวันก่อนเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ฮ่องเต้ถามอย่างร้อนใจองค์ชายสี่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ภาพผุดขึ้นในสมอง
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readclub.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ