บทที่ 25 หนุ่มหล่อจะไปแล้ว
"อ๊ะ ไม่...ไม่ คุณถามทำไมน่ะ?" จางจิงจิงตอบตะกุกตะกัก หัวใจเต้นแรงขึ้น
"ในเมืองมีผ้าอนามัยใช้สะดวก คุณบอกแม่ผมให้ซื้อให้ก็ได้นะ"
สมัยนี้เวลาผู้หญิงมีประจำเดือน คนมีอันจะกินหน่อยก็ใช้ผ้าอนามัยกับกระดาษชำระแบบนุ่ม คนที่ลำบากหน่อยก็ใช้อย่างอื่น
จางจิงจิงมาจากชนบท ฮั่วฉางชิงกลัวเธอจะไม่รู้เื่พวกนี้ พอนึกขึ้นได้ก็เลยเอ่ยเตือน
พอได้ยินคำตอบของฮั่วฉางชิง จางจิงจิงก็รู้สึกอับอายขึ้นมาทันที เธอคิดมากเกินไป คิดไปไกลถึงขั้นนั้น เธอช่างโสมมเสียจริง
"อื้ม ฉันรู้แล้ว"
"พรุ่งนี้ผมจะกลับกองทัพแล้ว ถ้าเจอเื่อะไรที่จัดการเองไม่ได้ โทรมาหาผมได้นะ"
ฮั่วฉางชิงพูดต่อ
จางจิงจิงคิดในใจว่า ทำไมฮั่วฉางชิงถึงได้เหมือนแม่ของเธออย่างกับแกะ พอออกจากบ้านก็ชอบสั่งเสียโน่นนี่
"อื้มม"
จางจิงจิงตอบรับ หลังจากนั้นฮั่วฉางชิงก็ไม่ได้พูดอะไรอีก จางจิงจิงเองก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะนอนบนเตียงเดียวกันมาหลายวันแล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่ค่อยชิน รู้สึกแปลกๆ ที่มีผู้ชายนอนอยู่ข้างๆ
แต่ความรู้สึกไม่ชินก็สู้กับความง่วงไม่ไหว ไม่นานหญิงสาวก็ผล็อยหลับไป
ในขณะเดียวกันที่ห้องข้างๆ หวู่เพ่ยหลานกำลังพูดคุยกับเด็กๆ ทั้งสามคน
"พวกหนูชอบป้าจิงจิงไหม?"
ในเมื่อต่อไปนี้ เด็กน้อยทั้งสามคนจะต้องให้จางจิงจิงเป็คนดูแล เธอจึงอยากฟังความคิดเห็นของพวกเขาที่มีต่อจางจิงจิง
"ชอบครับ/ค่ะ"
เด็กๆ ทั้งสามคนตอบพร้อมกันแทบจะในทันที
คำตอบนี้ทำเอาหวู่เพ่ยหลานรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
"ทำไมถึงชอบล่ะ?"
หวู่เพ่ยหลานถามต่อ
"ก็เพราะ…คุณป้า คุณป้า เขาดีกับพวกเรา เขาเป็คนดี"
เสี่ยวฉวนตอบตะกุกตะกัก
พอได้ยินเด็กๆ พูดแบบนั้น หวู่เพ่ยหลานก็เงียบไป คราวนี้เธอเริ่มสงสัยในตัวจางจิงจิงขึ้นมาบ้างแล้ว อีกฝ่ายเป็คนแบบไหนกันแน่
ตอนแรกเธอตั้งความหวังไว้ต่ำมาก พอผิดหวังอย่างแรงกับจางจิงจิงก็เพิ่งมาพบว่า เธอก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น
ทำกับข้าวเป็ ขยัน อดทน เย็บผ้าเป็ แถมยังปลูกผักเป็ ที่สำคัญคือยังสอบเข้าสถานีวิทยุได้อีก
พอคิดแบบนี้แล้ว ใครจะไปคิดว่าเธอเป็แค่คนบ้านนอกธรรมดาๆ กันล่ะ แม้แต่คนในเมืองก็ยังทำแบบนี้ไม่ได้เลยมั้ง
รอกระทั่งเด็กทั้งสามคนหลับไปแล้ว หวู่เพ่ยหลานก็อดไม่ได้ จึงเอื้อมมือไปสะกิดสามี
"จงอี้ คุณว่าสะใภ้คนนี้นี่มันยังไงกันนะ ยิ่งคิด ฉันก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ"
เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงอยากปรึกษาเื่นี้กับสามี
แม้เธอไม่เอ่ยปาก ทว่าเขาก็เข้าใจความนัยของภรรยาดี พูดตามตรง จางจิงจิงออกจะแปลกประหลาดไปสักหน่อย แต่ก็นั่นแหละ สมัยนี้ใคร ๆ ก็ไม่เชื่อเื่ผีสางิญญากันแล้ว ใครจะไปคิดเื่พรรค์นั้นเล่า
"อย่าดูถูกชาวบ้านนะ ชาวบ้านเขาก็มีดีเหมือนกัน"
คนที่สามารถเรียนภาษาจีนกลางด้วยการฟังวิทยุจะโง่เง่าได้ยังไง เป็เพราะพวกเขาดูถูกคนอื่นและคิดไปเองมากกว่า
หวู่เพ่ยหลานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นด้วย จึงเลิกคิดมาก ถึงยังไงการที่จางจิงจิงขยันขันแข็งก็เป็เื่ดีสำหรับพวกเขา
รุ่งเช้า ฮั่วฉางชิงก็ตื่นแต่เช้า แม้เขาจะพยายามไม่ส่งเสียงดัง แต่ก็ปลุกจางจิงจิงให้ตื่นอยู่ดี
จางจิงจิงลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย
"ออกเดินทางเช้าขนาดนี้เลยเหรอ?"
เธอถามพลางลุกขึ้นนั่งขยี้ตา
"อืม ขอโทษนะที่ทำให้คุณตื่น"
จางจิงจิงหาวพร้อมกับมองฮั่วฉางชิงอย่างปรือตา "ฉันจะทำอาหารเช้าง่ายๆ ให้คุณกินก่อน คุณกินข้าวเสร็จแล้วค่อยออกเดินทางเถอะ"
ฮั่วฉางชิงมองจางจิงจิงที่กำลังเวียนหัวจากการหลับใหล และก้มศีรษะลงเพื่อมองหารองเท้าของตัวเอง ชายหนุ่มก็รู้สึกได้ถึงความรู้สึกแปลก ๆ ในใจ
ผู้หญิงคนนี้น่ะ ง่วงขนาดนี้ยังจะลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าให้เขาอีก อารมณ์แปลกๆ ก่อตัวขึ้นในอก จนกระทั่งจางจิงจิงออกไปแล้ว เขาก็ยังไม่ได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไป
จางจิงจิงทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว เธอทำบะหมี่ใส่ไข่ให้ฮั่วฉางชิง
"กินนี่นะ"
ฮั่วฉางชิงไม่ชอบกินผักชี จางจิงจิงเลยไม่ได้ใส่ผักชีลงในชามนี้ ใส่แค่ต้นหอมซอยลงไปนิดหน่อยเท่านั้น
เห็นเขานิ่งเงียบ จางจิงจิงอดไม่ได้ที่จะเร่ง "กินเร็วสิ ฉันเห็นคุณไม่ชอบกินผักชีก็เลยไม่ได้ใส่ให้"
ฮั่วฉางชิงเงยหน้าขึ้น มองเธออย่างประหลาดใจ
จางจิงจิงเม้มปาก นึกว่าตัวเองทำอะไรผิด
"หรือว่าคุณชอบกินผักชี?" เธอถามอย่างระมัดระวังอีกครั้ง
"ไม่ชอบ"
พูดจบ ฮั่วฉางชิงก็ยกชามก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาซดน้ำอย่างเอร็ดอร่อย
ส่วนจางจิงจิงนั้นนอนไม่หลับแล้ว เธอจึงลุกไปแปรงฟันที่ลานบ้าน แล้วก็ไปหาอะไรให้หมาที่เลี้ยงไว้กิน
เ้าหมาตัวโตนี่ดุมาก ตอนแรกที่เจอเธอก็กัดไม่ปล่อย เห่าจนเธอใจหายแว็บ
แต่หลังจากที่เธอเอาอาหารไปให้มันกินสองสามครั้ง มันก็เลิกเห่าใส่
ขณะที่กำลังให้อาหารหมา จางจิงจิงก็คิดในใจอย่างสะท้อนใจ ชีวิตเธอช่างลำบากเหลือเกิน นอกจากต้องคอยเอาใจคนแล้ว ยังต้องมาเอาใจสัตว์เลี้ยงอีก
ฮั่วฉางชิงแต่งตัวเสร็จกำลังจะออกจากบ้าน พ่อกับแม่ของเขาก็ตื่นขึ้นมาพอดี เขาคุยกับพ่อแม่สองสามประโยคก็ขอตัวออกไป
"ผมไปก่อนนะครับ"
จากนั้นฮั่วฉางชิงมองไปที่จางจิงจิงและเอ่ยออกมา
"ผมไปก่อนนะ"
เขาจ้องมองจางจิงจิงด้วยั์ตาเป็ประกาย ก่อนจะผละกายจากไป
เมื่อเห็นฮั่วฉางชิงเดินจากไปแล้ว ในใจของหญิงสาวกลับรู้สึกหวิวๆ อย่างบอกไม่ถูก
ถึงแม้ความสัมพันธ์ของทั้งสองจะเป็แบบนี้ แต่เธอก็รู้สึกมาตลอดว่าอย่างน้อยพอมีฮั่วฉางชิงอยู่ข้างๆ มันก็เหมือนมีคนคอยหนุนหลัง ตอนนี้เขาต้องไปเข้ากองทัพแล้ว ชีวิตเธอคงลำบากน่าดู
ดูเหมือนคุณพ่อคุณแม่ฮั่วจะชินกับการลาจากแบบนี้แล้ว ทั้งสองไม่ได้แสดงความโศกเศร้าอะไรออกมา ซึ่งพอเห็นว่าจางจิงจิงตื่นเช้ามาทำอาหารให้ฮั่วฉางชิง คุณแม่ฮั่วก็ทำสีหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อย
ขนาดตัวเธอเองซึ่งเป็แม่แท้ๆ ยังไม่คิดจะตื่นมาทำให้ลูกชายกินเลย แต่จางจิงจิงกลับทำ
ระหว่างกินข้าว คุณแม่ฮั่วก็แบ่งงานบ้าน "พรุ่งนี้เธอต้องไปทำงานที่สถานีวิทยุแล้ว หลังจากนี้เธอไม่ต้องทำกับข้าว ล้างจานแล้วนะ ปล่อยให้แม่กับน้องทำเอง"
นอกจากงานประจำแล้ว จางจิงจิงยังต้องกลับมาทำกับข้าว ซักผ้า ทำความสะอาดบ้านอีก เธอคงเหนื่อยตายแน่ๆ ถึงจะเป็คนนอก แต่บ้านตระกูลฮั่วก็ไม่ควรรังแกใครขนาดนี้
แม่สามีของเธอเป็คนละเอียดอ่อน แบบนั้นจางจิงจิงจึงไม่มีปัญหาอะไร
เธอไม่มีปัญหาอะไร แต่คนที่ไม่พอใจกลับเป็ฮั่วฟางฟาง
"หนูไม่ล้างจานนะ หนูล้างไม่เป็ แม่ให้พี่สะใภ้ล้างก็ได้นี่ ไม่งั้นจะให้พี่ชายแต่งงานกับเธอไปทำไม?"
ฮั่วฟางฟางจ้องจะใช้งานจางจิงจิงเหมือนลาก็ไม่ปาน
"แล้วลูกอยู่บ้านมีหน้าที่อะไร เรียนก็ไม่ตั้งใจเรียน ผลการเรียนก็แย่ พอกลับบ้านก็ไม่ช่วยทำงานบ้าน แล้วแบบนี้ต่อไปจะออกเรือนไปเป็ฝั่งเป็ฝาใครได้ ล้างจานยังล้างไม่เป็ จะไปทำอะไรเป็?"
หวู่เพ่ยหลานก็หนักใจกับลูกสาวคนนี้เหลือเกิน มีลูกสามคน ทุกคนต่างก็มีอนาคตไกล มีแต่ลูกสาวคนเล็กคนนี้ที่ทำให้ปวดหัว
"ต่อไปที่หนูแต่งงานออกไป หนูก็จะไม่ล้างจาน ให้แม่สามีล้างไง"
หวู่เพ่ยหลานหยิบตะเกียบขึ้นมาเคาะที่มือของลูกสาวทันที
"อย่าเพิ่งฝันหวานไปหน่อยเลย แม่สามีเขาจะมารับใช้ลูกรึไงกัน?"
ฮั่วฟางฟางรีบชักมือกลับ และมองจางจิงจิงด้วยสายตาขุ่นเคือง