ผู้พิทักษ์คนสุดท้าย

    เซียนกระบี่ ปะทะ เซียนกระบี่

            ปราณกระบี่สองสายเข้าปะทะกันตรงๆกระแทกให้คนที่อยู่ใกล้ที่สุดกระเด็นออกไปจากสนามประลองกระอักเลือดทันทีเหลือเพียงถิงจี้ ศิษย์ของสำนักหยกขาวเท่านั้นที่ยืนอยู่ได้ส่วนที่เหลือล้วนแต่ไม่อาจรับแรงกระแทกของปราณกระบี่ของทั้งสองคนได้

            “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”ถิงจี้เบิกตากว้างมองร่างสวมชุดสีดำสวมหมวกไม้ไผ่ปิดใบหน้าที่เข้าปะทะกับเมิ่งเจี้ยนเฉินด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

            “เจ้าเป็นใคร”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “อยากรู้ก็ต้องใช้ความสามารถของเจ้าเองสิ”เสียงหนึ่งดังขึ้นเป็นเสียงของหญิงสาว

            ร่างชุดดำผลักกระบี่ออกไปส่งให้ร่างของทั้งสองแยกจากกันเมิ่งเจี้ยนเฉินพลันเข้าใจทันทีอีกฝ่ายไม่ได้มาเพื่องานประลองเลือกคู่แต่มาเพื่อตนแต่เพราะอะไรเมิ่งเจี้ยนเฉินไม่รู้

            “เซียนกระบี่ขอบเขตหลอมรวมดูเหมือนว่าข้าจะเสียเปรียบนะ” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “จะโทษใครได้นอกจากโทษตัวเองที่อ่อนแอเมื่อเทียบกับอาจารย์อาของข้าแล้วเจ้ายังห่างชั้นไม่คู่ควรเลยสักนิด” หญิงสาวกล่าว

            “ก็จริงดูเหมือนว่าข้าต้องทะลวงระดับตอนนี้เสียแล้ว” เมิ่งเจี้ยนเฉินยิ้ม

            “คิดว่าการทะลวงขอบเขตมันง่ายนักหรือไง”ร่างชุดดำกลายเป็นเงาดำมาอยู่ด้านหลังของเมิ่งเจี้ยนเฉินปราณกระบี่ถูกฟาดฟันออกมาเมิ่งเจี้ยนหมุนตัวปล่อยปราณกระบี่ออกไปเข้าปะทะกับปราณกระบี่ของอีกฝ่าย

            “ตูม!!!!!!!!!!!”ร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินกระเด็นออกไปพร้อมกับมีโลหิตไหลที่มุมปาก

            “อ่อนแอ”คนชุดดำกล่าว

            “เจ็บจี๊ดเลยแฮะเอาละข้าพร้อมแล้ว” เมิ่งเจี้ยนเฉินยิ้มก่อนที่ขอบเขตของเมิ่งเจี้ยนเฉินจะคลายตัวจากปราณแท้กลายเป็นขอบเขตหลอมรวมขึ้นต้นทันที

            ทันทีที่ถึงขอบเขตหลอมรวมพลังปราณในร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินก็บริสุทธิ์และแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า

            “เป็นไปได้ยังไง”คนชุดดำกล่าว

            “เอาละทีนี้ก็มาต่อกันเถอะ”เมิ่งเจี้ยนเฉินทะยานออกไปกระบี่ชี้ตรงไปหาอีกฝ่าย

            “ต่อให้เจ้าทะลวงระดับแล้วไงก็ยังห่างไกลจากข้าอยู่ดี”คนชุดดำปลดปล่อยขอบเขตหลอมรวมขั้นสูงออกมา

            “ไม่มีปัญหา”

            สองกระบี่เข้าปะทะกันตรงๆปราณกระบี่ปะทะปราณกระบี่แต่เมื่อทั้งสองปะทะกันเรื่อยๆร่างของคนชุดดำก็เริ่มถอยหลังออกไป

            “เจ้าคิดว่าใครจะชนะ”ศิษย์ของสำนักหยกขาวหันไปทางถิงจี้

            “แน่นอนว่าต้องเป็นสหายของข้าอยู่แล้วเจ้าอย่าลืมว่าเขาไม่เพียงแต่เป็นเซียนกระบี่แต่ยังเป็นผู้ฝึกยุทธด้วย” ถิงจี้กล่าว

            “นั่นคือเหตุผลที่หากยิ่งยืดเยื้อคนชุดดำก็ยิ่งเสียเปรียบ”ศิษย์ของสำนักหยกขาวกล่าว

            คนขุดดำที่เริ่มถูกกดดันไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีกไม่ได้เย้ยหยันเมิ่งเจี้ยนเฉินต่อเพราะตอนนี้นางต่างหากที่กำลังเสียเปรียบทั้งๆที่ขอบเขตสูงกว่า

            “วิชาปราณของเจ้าค่อนข้างจะมีระดับสูงไม่น่าใช่คนของแคว้นโจวแสดงว่ามาจากที่อื่นแต่ข้าไม่รู้จักหรือติดต่อคนจากทวีปอื่นเลยเช่นนั้นก็มีเพียงสองกลุ่มเจ้ามาจากลัทธิเต๋าสายที่หนึ่งหรือสองกันละ” เมิ่งเจี้ยนเฉินใช้หมัดชกออกไปทำให้ร่างของคนชุดดำกระเด็นพุ่งลงมาปะทะกับพื้นสนามประลองจนเกิดหลุม

            “นับว่าเจ้ายังพอฉลาดอยู่บ้างแต่ข้าบอกแล้วว่าหากอยากรู้ให้ใช้ความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมากระบี่แห่งชีวิตเจ้าหลอมมันสำเร็จแล้วใช่หรือไม่แสดงมันออกมา” คนชุดดำกล่าว

            “นั่นก็ต้องดูว่าเจ้าจะบีบให้ข้านำกระบี่แห่งชีวิตออกมาใช้ได้หรือไม่”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “ดีเช่นนั้นข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าเซียนกระบี่ที่แท้จริงแข็งแกร่งแค่ไหน”คนชุดดำทำท่ากระบี่พริบตาเส้นแสงสีทองเหมือนเส้นด้ายก็พุ่งออกมาหลอมรวมเป็นกระบี่เล่มหนึ่ง

            “กระบี่แห่งชีวิตพวกเราต้องรีบลงจากสนามประลองเดี๋ยวนี้” ถิงจี้กระโดดออกไปทันที

            “บ้าเอ้ยทำไมมันเหมือนกับงานกำลังจะล่มเลยละ”ศิษย์ของสำนักหยกขาวเองก็ไม่รอช้า

            “สหายแผนล่มแล้วที่เหลือเจ้าจัดการเองนะ”ถิงจี้กล่าว

            เมิ่งเจี้ยนเฉินเองก็นึกได้ว่าตนเองทำภารกิจสำเร็จแล้วไม่ใช่หรือตนสามารถยอมแพ้ได้แล้วแต่หากยอมแพ้ก็ยากจะรู้ตัวตนและจุดประสงค์ของอีกฝ่าย

            “สหายหากอยากจะประลองจริงๆเอาไว้หลังจากนี้ได้หรือไม่พอดีข้าไม่ได้อยากจะชนะการประลองส่วนเจ้าเองก็คงไม่ได้สนใจผลของการประลองในตอนนี้เหมือนกันไม่สู้พวกเรามาเล่นละครบทหนึ่งหลังจากจบเรื่องนี้พวกเราค่อยหาที่ประลองกันดีหรือไม่”เมิ่งเจี้ยนใช้พลังปราณส่งเสียงตรงเข้าไปในหัวของอีกฝ่าย

            “หากเจ้าไม่ต้องการชนะแล้วเข้าร่วมประลองทำไม”คนชุดดำกล่าว

            “ข้าทำตามคำขอของท่านปู่แค่ช่วยเหลือไม่ให้องค์หญิงได้แต่งงานออกไปเท่านั้น”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “เพราะอะไร”

            “เรื่องมันซับซ้อนไว้ข้าจะบอกทีหลังตอนนี้พวกเราต้องเล่นละครกันก่อน” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “ใครจะสน”คนชุดดำเย้ยหยัน

            “เช่นนั้นข้าจะยอมแพ้ตอนนี้เลยส่วนเจ้าที่ชนะก็รับผลที่ตามมาเอง”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “นี่เจ้า!!!!!!”คนชุดดำกลายเป็นโกรธ

            “ตกลงจะร่วมมือกับข้าหรือไม่”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “ได้ข้าจะร่วมมือด้วย”

            “ตกลงตามนี้พวกเราจะใช้การโจมตีที่รุนแรงให้สมจริงจากนั้นพวกเราจะแกล้งทำเป็นบาดเจ็บแระกระเด็นออกจากสนามประลองพร้อมกัน”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว

            “ตกลง”คนชุดดำกล่าว

            “แต่ข้าขอทำลายวิชาห้วงความฝันที่ปกปิดใบหน้าของเจ้าก่อนแล้วกัน”คนชุดดำคิดในใจ

            ที่จริงตั้งแต่เข้าเมืองหลวงเมิ่งเจี้ยนเฉินใช้วิชาห้วงความฝันปกคลุมร่างเอาไว้ทำให้ผู้คนไม่สามารถมองใบหน้าของเมิ่งเจี้ยนเฉินได้ชัดราวกับว่าพวกเขากำลังมองไปยังหมอกควันที่ไร้รูปร่างมีเพียงถิงจี้และภูติน้อยทั้งสองที่สามารถมองเห็นใบหน้าของเมิ่งเจี้ยนเฉินได้ชัดเจนเพราะเมิ่งเจี้ยนเฉินอนุญาตให้ทั้งสามได้เห็น

            ส่วนคนอื่นๆพวกเขาจะมองไม่ชัดแต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็ไม่เอะใจในเรื่องนี้เลยราวกับว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ยอมรับได้แต่พวกเขาไม่รู้ว่านี่คือพลังของวิชาห้วงความฝัน

            พริบตาร่างของทั้งสองก็ระเบิดพลังปราณออกมาพลังของทั้งคู่ทรงพลังมากทำให้เกิดคลื่นลมที่รุนแรงจากนั้นร่างของทั้งสองก็พุ่งเข้าหากันกระบี่ปะทะกันส่งเสียงดังทั่วสนามประลอง

            “ตูม!!!!!!!!!!”

            “แย่แล้ว”เมิ่งเจี้ยนเฉินตกใจอยู่ๆฝ่ามือข้างหนึ่งของอีกฝ่ายก็ยื่นออกมาวิชาเต๋าวิชาหนึ่งถูกร่ายทำให้วิชาห้วงความฝันที่ตนสร้างเพื่อปกปิดตัวตนสลายไป

            “นี่เจ้า”ร่างของทั้งสองกระเด็นออกไปแต่เพื่อให้รอดพ้นจากสถานการณ์นี้เมิ่งเจี้ยนเฉินจึงได้แต่อดทนและแกล้งทำเป็นกระเด็นออกจากสนามประลองและกระอักเลือด

            “เอ๋แบบนี้มัน” ราชครูและแม่ทัพพากันมองหน้ากันรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

            “นี่”พระสนมมองไปยังฮ่องเต้ด้วยสีหน้าสับสน

            “เสมองั้นเหรอแบบนี้ปัญหาแล้วสิ”ฮ่องเต้กล่าว

            แต่ขณะที่หลายคนกำลังสับสนหญิงสาวคนหนึ่งมองไปยังใบหน้าของเมิ่งเจี้ยนเฉินที่ถูกเปิดเผยแววตาของนางเป็นกระกายกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น

            “ดูนั่นใบหน้าของเซียนกระบี่คนนั้น”เสียงของหญิงสาวดังขึ้น

            พริบตาหลายคนก็จ้องมองไปเมิ่งเจี้ยนเฉินตกใจรีบเคลื่อนไหวใช้วิชาห้วงความฝันอีกครั้งปกปิดใบหน้าของตนเองทันที

            “บ้าน่าในโลกนี้จะมีใบหน้าที่หล่อเหลาขนาดนี้ได้อย่างไร” ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าว

            “เจ้าผิดแล้วเขาไม่ใช่ผู้ชายเขาคือผู้หญิงต่างหาก” ชายหนุ่มแสดงสีหน้าหลงใหล

            “บัดซบตั้งสติหน่อยเขาคือผู้ชายแค่มีใบหน้าที่เหมือนหญิงสาวเท่านั้น” สหายที่อยู่ข้างๆรีบเตือนสติสหายของตนทันที

            “แต่หากเขาสวมชุดผู้หญิงเจ้าไม่คิดว่าจะงดงามมากเลยงั้นเหรอ”

            “มันก็จริงเฮ้ยเจ้ายังไม่ได้สติใช่ไหม” ชายหนุ่มไม่รอช้าตบใบหน้าของสหายตนเองแต่สหายของตนเองกลับอยู่ในความฝันส่วนตัวไปแล้ว

            “หลานชายของแม่ทัพเมิ่งหล่อเหลาขนาดนี้เลยงั้นเหรอ”พระสนมเอามือปิดปาก

            “สมกับเป็นเทพเซียนจริงๆมีมาดของเทพเซียนตั้งแต่อายุน้อยเลย” ฮ่องเต้พยักหน้า

            ส่วนองค์หญิงใหญ่อึ้งค้างไปแล้วตอนแรกนางไม่ได้สนใจเมิ่งเจี้ยนเฉินเลยแต่หลังจากที่เมิ่งเจี้ยนเฉินแสดงฝีมือในฐานะเซียนกระบี่นางก็ชื่นชมอีกฝ่ายแล้วแต่ยังไม่ถึงขั้นให้นางชอบเมิ่งเจี้ยนเฉินจนกระทั่งได้เห็นใบหน้าของเมิ่งเจี้ยนเฉินในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งย่อมต้องมีความหลงใหลส่วนตัวอยู่แล้ว

            “เป็นอย่างไรพี่หญิงอย่างที่ข้าบอกใช่หรือไม่”องค์ชายรองกล่าว

            “เอ่อ...ข้า”องค์หญิงใหญ่หน้าแดงทันทีหลังจากได้สติ

            “ฝ่าบาทเช่นนั้นพวกเราจะ”ราชครูหันไปทางฮ่องเต้

            “ในเมื่อเสมอเช่นนั้นก็ให้องค์หญิงตัดสินเถอะว่าจะเลือกใครมาประลอง”ฮ่องเต้กล่าว

            “ข้าขอถอนตัว”เมิ่งเจี้ยนเฉินรีบกล่าวทันที

            “หืมเพราะเหตุใด” ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว

            “เมื่อครู่จริงๆแล้วเป็นฝ่ายข้าที่แพ้เพราะในช่วงสุดท้ายสหายท่านนั้นได้โจมตีใส่ข้าอีกหนึ่งฝ่ามือส่วนข้ากลับไม่อาจโจมตีหรือป้องกันได้จึงได้รับบาดเจ็บสาหัสข้าไม่อาจประลองต่อได้แล้ว”เมิ่งเจี้ยนเฉินแกล้งทำเป็นไอออกมาเป็นเลือด

            “เอ่อเช่นนั้นสหายท่านนั้น” ราชครูหันไปทางคนชุดดำ

            “ข้าเองก็ขอถอนตัวข้าไม่เหลือพลังที่จะสู้กับองค์หญิงใหญ่ได้อีกแล้ว” คนชุดดำกล่าว

            “นี่!!!!!!!!!!!!”ราชครูกลายเป็นงุนงงตกลงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

            “พวกเจ้าคิดว่างานประลองนี้เป็นเรื่องล้อเล่นงั้นเหรอ”ฮ่องเต้กล่าวเห็นได้ชัดว่าเริ่มมีโทสะบ้างแล้ว

            “ไม่แน่นอนสหายของข้าได้รับบาดเจ็บจริงๆข้ายืนยันได้เมื่อครู่หนึ่งฝ่ามือของสหายท่านนั้นรุนแรงมากต่อให้เข้ารอบต่อไปก็ไม่อาจฝืนสู้กับองค์หญิงใหญ่ได้แถมพวกเราจะต้องรีบไปพักรักษาตัวเดี๋ยวนี้”ถิงจี้รีบแกล้งทำเป็นแบกเมิ่งเจี้ยนเฉินขึ้นหลังทันที

            “นี่....เอาเถอะเช่นนั้นก็เหลือแค่สหายเท่านั้น”ฮ่องเต้กล่าว

            “ข้าบอกแล้วไงว่าข้าขอถอนตัวตามกฎหากไม่สามารถอาชนะองค์หญิงใหญ่ก็ไม่อาจแต่งงานกับองค์หญิงใหญ่ได้อยู่ดีไม่ใช่หรือ”คนชุดดำกล่าว

            “ก็จริงต่อให้ชนะได้แต่ว่าก็ใช้พลังปราณไปจนหมดแล้วจะเอาอะไรไปสู้กับองค์หญิงใหญ่ที่อยู่ขอบเขตหลอมรวมขั้นกลาง”หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย

            “ฝ่าบาททำตามกฎเถอะในเมื่อไม่มีใครชนะเช่นนั้นงานประลองเลือกคู่ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้”องค์หญิงใหญ่กล่าว

            “ฝ่าบาท”พระสนมแสดงสีหน้าอ้อนวอน

            “ได้เช่นนั้นก็เอาตามนี้” ฮ่องเต้ได้แต่เก็บงำความโกรธเอาไว้แล้วเดินจากไปพร้อมกับพวกราชครู

            หลังจากที่ออกไปไกลแล้วฮ่องเต้จึงหันไปทางราชครูและแม่ทัพ

            “พวกเจ้าคิดว่ายังไง”

            “ข้าได้ยินว่าพระสนมไปเยือนภูเขาเซียนตูมารอบหนึ่งส่วนองค์ชายรองก็มาพร้อมกับหลายชายของแม่ทัพเมิ่งนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” ราชครูกล่าว

            “หรือก็คือทางแม่ทัพเมิ่งยอมออกหน้าช่วยเหลือองค์หญิงใหญ่แต่ไม่คิดจะรับองค์หญิงใหญ่เข้าเป็นหลานสะใภ้อย่างงั้นเหรอ”ฮ่องเต้กล่าว

            “เกรงว่าจะเป็นเช่นนั้นจากที่กระหม่อมรู้หลานชายของแม่ทัพเมิ่งได้หมั้นหมายกับหลานสาวของแม่ทัพเซี่ยแม้ตระกูลเซี่ยจะถูกทำลายไปแล้วเหลือเพียงหลานสาวเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตแต่ด้วยนิสัยของแม่ทัพเมิ่งย่อมทำตามคำสัญญาแน่”แม่ทัพกล่าว

            “อืมเอาเถอะอย่างน้อยก็ดีกว่ากลายเป็นเครื่องมือของคนอื่น” ฮ่องเต้กล่าว

            พวกราชครูยิ้มพวกเขาทั้งสองรู้ว่าฮ่องเต้รักลูกสาวและฝากความหวังไว้กับนางไม่น้อยอยากให้นางแยกตัวออกไปก่อตั้งตระกูลเซียนของตัวเองแต่ไม่อาจแสดงออกตรงๆได้เพราะมันจะทำให้ขุนนางบางคนใช้เรื่องนี้มาเล่นงานตนได้จะหาว่าตนโลภอยากปกครองแคว้นแล้วยังอยากให้ตระกูลโจวเดินบนวิถีเต๋าอีก

             

    คล้ายกับเรื่องผู้พิทักษ์คนสุดท้าย ที่คุณอ่าน

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844