ตอนที่ 26 จับ ‘ปลาโง่จอมตะกละ’ (2)
แม้ว่าแม่น้ำสายเล็กจะไม่กว้าง และน้ำก็ไม่ได้ลึก แต่สองพี่น้องจับปลาได้ไม่ง่ายเลย เนื่องจากไม่มีเครื่องมือที่เหมาะสม
เยี่ยซินเห็นว่าจับอยู่นานก็ยังจับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว จึงอดกลอกตาไม่ได้ นางเดินไปตรงบริเวณที่ใกล้ริมฝั่งที่สุด ซึ่งเป็นช่วงน้ำที่ค่อนข้างนิ่ง ก่อนจะใช้ก้อนหินสร้างวงกลมวงเล็กๆ ขึ้นมา แล้วใช้โคลนทำให้หินยึดติดกัน เหลือแต่ช่องพอให้ปลาเข้าไปได้ ราวกับเป็นช่องกระเป๋ากลางแม่น้ำ
เยี่ยซินทำสิ่งเหล่านี้เสร็จแล้วจึงก้มตัววางมือลงในน้ำ ที่จริงนางแอบเอาน้ำพุวิญญาณออกมาจากในมิติ และใส่ในวงกลมเล็กเป็นเหยื่อล่อ ดูว่าจะสามารถดึงดูดปลาเข้ามาได้บ้างหรือไม่
หนึ่งวินาที สองวินาที…เพียงในเวลาไม่นาน เยี่ยซินพบว่ามีปลาไม่น้อยเกาะกลุ่มกันเป็นฝูง แย่งกันว่ายมาหาตนทางนี้ นางตาเป็นประกายทันที พลันกลั้นหายใจจดจ้องมองฝูงปลา เห็นปลาตัวใหญ่หลายสิบตัวเข้ามาในวงกลมเล็กที่ตนล้อมไว้แล้ว ยามนี้จึงรีบนำหินก้อนใหญ่ที่เตรียมไว้ก่อนนี้มาอุดปิดช่อง แต่กระนั้นก็ยังมีปลาไม่น้อยกระโดดขึ้นจากผิวน้ำ หนีออกนอกกับดักไปจนได้
พวกปลาถูกปิดทางออก กลายเป็นลูกไก่ในกำมือ เยี่ยซินกำลังง่วนอยู่กับการจับปลาและโยนมันขึ้นไปบนฝั่ง พลางเรียกเสี่ยวสือโถวให้เข้ามาช่วยอีกแรง
เสี่ยวสือโถวสังเกตเห็นพฤติกรรมแปลกๆ ของพี่สาวมานานแล้ว ตอนนี้เห็นปลามากมายเข้าไปติดกับดักเอง ดวงตาพลันเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกของพี่สาวถึงจะดึงสติกลับมาได้ และรีบก้าวเข้าไปช่วยอย่างรวดเร็ว
หนึ่งตัว…สองตัว…สามตัว…สองพี่น้องโยนปลาจำนวนทั้งหมดสิบสองตัวขึ้นฝั่ง ตัวใหญ่มีน้ำหนักประมาณสองสามชั่ง ตัวเล็กน้ำหนักประมาณครึ่งชั่งได้
“พี่หญิง…นี่…นี่เป็นเรื่องจริงหรือ พี่…พี่ทำได้อย่างไร” สือโถวมองเยี่ยซินปราดหนึ่ง แล้วหันไปมองปลาที่นอนบนพื้น พลางขยี้ตาอย่างไม่อยากเชื่อ เห็นว่าตนไม่ได้กำลังฝันไป จึงเริ่มพูดจาติดขัดแล้ว
“จริงแท้แน่นอนสิ เมื่อครู่เจ้าเองก็ไม่ใช่ว่าช่วยจับหรือ”
เยี่ยซินผงกศีรษะอย่างจริงจัง จากนั้นภายใต้สายตาประหลาดใจของสือโถวก็เริ่มทำการเปิดปากช่องที่เหลือออกอีกครั้ง
“ข้าว่านะ ปลานี่ทำไมโง่เช่นนี้ ทำไมถึงเข้ามาติดกับเสียเองล่ะ” เสี่ยวสือโถวเกาหัวด้วยความสับสน เขาคิดไม่ออกเลยจริงๆ
“มันโง่มากจริงๆ แต่ว่า ข้าโยนเครื่องในไก่ป่านิดหน่อยลงไปในกับดักเป็นเหยื่อล่อ คิดว่าปลาจ่าฝูงนั่นได้กลิ่นก็เลยเข้ามา ปลาตัวอื่นๆ จึงตามเข้ามาด้วย”
เยี่ยซินโกหก ความจริงนางก็กำลังตื่นเต้นเหมือนกัน นางอายุมากปูนนี้แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่จับปลาแบบนี้ได้ เรียกว่าสุขใจมากจริงๆ ขณะที่พูดอยู่นั้น เยี่ยซินก็ใช้วิธีแบบเดียวกันจับ ‘ปลาโง่จอมตะกละ’ แสนซวยชุดที่สองอีกครั้ง
เสี่ยวสือโถวได้ยินก็อึ้ง จากนั้นผงกศีรษะราวกับครุ่นคิด ปลาชอบอยู่กันเป็นฝูงมิใช่หรือ
สองพี่น้องเล่นอยู่ริมแม่น้ำสายเล็กอย่างสนุกสนาน หลังจากจับปลาได้เกินสามสิบตัวถึงได้หยุดมือ แม้ว่าคราวนี้ปลาจะไม่ใหญ่เท่าครั้งก่อน แต่ก็ยังมีปลาขนาดกลางหลายสิบตัว ปลาขนาดเท่าฝ่ามืออีกยี่สิบกว่าตัว
มีปลามากมาย มื้อเดียวย่อมกินไม่หมด แต่ว่า นี่เป็นช่วงเสือในฤดูใบไม้ร่วง[1]อาละวาด นอกจากในเขาจะหนาวแค่ช่วงเช้าและช่วงเย็น กลางวันก็ยังร้อนมากทีเดียว พอถึงวันพรุ่งนี้ปลานี้คงเก็บไว้ไม่ได้แล้ว
เยี่ยซินคิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจเก็บบางส่วนไว้สำหรับพรุ่งนี้เช้า และมอบส่วนที่เหลือให้กับชาวบ้านที่มาช่วยในวันนี้ พร้อมกับส่งปลาสองตัวให้กับหลี่เจิ้งและผู้ใหญ่บ้าน
เยี่ยซื่อไม่นึกว่าแค่ประเดี๋ยวเดียวลูกชายและลูกสาวจะจับปลากลับมาได้มากขนาดนี้ ขณะกำลังคิดว่าจะจัดการอย่างไรดี ก็ได้ยินลูกสาวเอ่ยเช่นนี้ รู้สึกว่าสมเหตุสมผลทีเดียว
วันนี้มีหกบ้านจากในหุบเขาที่มาช่วย รวมกับบ้านของผู้ใหญ่บ้านและหลี่เจิ้งแล้ว แต่ละบ้านจะส่งปลาขนาดกลางสองตัวและปลาตัวเล็กเท่าฝ่ามือสี่ตัว ก็เพียงพอให้พวกเขาได้ทานหลายมื้อแล้ว ส่วนบ้านตนยังเหลือปลาตัวเล็กแปดตัว และปลาใหญ่อีกสองตัว ซึ่งที่บ้านไม่มีถังไม้สำหรับใส่ปลา ดังนั้นล้างน้ำให้สะอาดแล้ว ตุ๋นเป็นน้ำแกงปลาหม้อใหญ่ ค่อยเหลือไว้กินพรุ่งนี้เช้าอีกหน่อยคิดว่าคงไม่เสีย
เยี่ยซินไม่สนใจเรื่องนี้เท่าไร ของเหล่านี้ตรงแม่น้ำด้านหน้าก็มี นางจะไปจับเมื่อไรก็ได้
ปลาที่อาชิวได้รับจากเยี่ยซินก็เอาไปซ่อนไว้ในมิตินานแล้ว
เรื่องส่งปลาจะมอบให้เยี่ยเฉินและสือโถวสองพี่น้องจัดการ ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นผู้ชายในบ้าน ออกไปข้างนอกสะดวกกว่า ส่วนเยี่ยซินทำตัวอิสระ เดิมอยากฉวยโอกาสที่ฟ้ายังไม่มืดไปเดินเล่นในเขา แต่เยี่ยซื่อไม่ยอมท่าเดียว
เยี่ยซินมองใบหน้าขาวซีดของมารดา นางก็ไม่ได้ยืนกรานอีก แต่หาเวลาเข้าไปเดินเล่นในมิติ ดูว่าหาแหล่งอาหารถาวรให้อาชิวได้หรือไม่ นั่นคือการเปิดบ่อเลี้ยงปลาในมิติ
เยี่ยซื่อทำตัวว่างไม่ลง เห็นในเรือนทำความสะอาดได้ที่แล้วก็ไปตัดหญ้าเหมากลับมาทำเสื่อ หมายนำมาปูเพิ่มความหนาให้เด็กๆ เสียหน่อย เพิ่มความอบอุ่น และกันหนาวในตอนเย็น ของสิ่งนี้มีอยู่ตรงตีนเขาไม่น้อย เยี่ยซินเห็นดังนั้นก็ไม่อาจทนดูเฉย และไปช่วยด้วยเช่นกัน
เยี่ยซื่อยืมขวานจากบ้านท่านอาฮวามาชั่วคราว นางย่อมต้องใช้มันให้เกิดประโยชน์ สองแม่ลูกยุ่งมาพักหนึ่ง เยี่ยซื่อเห็นว่าเวลาได้ที่แล้ว จึงขนหญ้าเหมากลับไป
เชิงอรรถ
^ เสือในฤดูใบไม้ร่วง คือช่วงเวลาที่อากาศต้องเย็นลงแต่กลับมีความร้อนกลับมา เป็นสภาพอากาศที่ช่วงเช้าและกลางคืนเย็น กลางวันร้อน ซึ่งพบได้บ่อยในช่วงฤดูใบไม้ร่วง