“กึก”
หลังจากล็อกประตูแล้วฉินลู่ก็เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นอย่างสบายๆ
เห็นชายหัวล้านกำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น
เขานั่งไขว่ห้างบนโซฟาในมือถือข้อมูลอาชญากรรมเกี่ยวกับตระกูลหม่าอยู่ เขาอ่านมันพร้อมผิวปาก
เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูเขาก็เงยหน้ามองไปที่ฉินลู่ “กลับมาแล้วเหรอ”
ฉินลู่พยักหน้า “กลับมาแล้ว”
ทั้งสองคนทักทายราวกับเป็นครอบครัวเดียวกันไม่มีความน่ากลัวเลยสักนิด
ชายหัวล้านจ้องฉินลู่อยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า“ขอแนะนำตัว ฉันชื่อฉินเทียนอวี๋ เป็นผู้ฝึกตนผู้สันโดษ”
ฉินลู่หัวเราะเบาๆ“ฉันก็นามสกุลฉินเหมือนกัน แต่ดูไม่ออกเลยนะว่าแกเป็นคนสันโดษ ตอนนี้แกสร้างความโกลาหลยกใหญ่ไม่รู้ตัวเลยหรือไง”
ชายหัวโล้นยักไหล่แล้วพูดว่า“แน่นอนว่าฉันรู้ แต่เพื่อของดีๆ พวกนั้นก็คุ้มค่าอย่างมากที่สุดก็แค่ออกจากเมืองจิงเฉิงไปก็เท่านั้น”
“เป็นวิธีที่ดีแค่มีอำนาจจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบสินะ” ฉินลู่เดินไปที่ตู้เย็นหยิบเครื่องดื่มออกมาหนึ่งขวด “ดื่มอะไรหน่อยไหม”
“ไม่ล่ะที่ฉันมาวันนี้เพราะมีเรื่องต้องทำ” หลังจากพูดอย่างนั้น ชายหัวล้านก็ยืนขึ้นเดินไปหยุดอยู่ด้านหลังฉินลู่ เขายื่นมือออกมาแล้วพูดว่า “ส่งมาเถอะ”
“หา?” ฉินลู่แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องและถามอย่างใสซื่อ “ส่งอะไรเหรอ แกต้องการอะไร”
“แกรู้ดีว่าฉันต้องการอะไร” แววตาเย็นยะเยือกปรากฏขึ้นในดวงตาของชายหัวโล้นเขาพูดอย่างเย็นชาว่า “หยกนั่นไม่ใช่สมบัติที่คนอย่างแกจะครอบครองได้”
“อ้อ!” ฉินลู่รีบพยักหน้าทันที จากนั้นก็นำหยกพลังวิญญาณออกมาจากหน้าอกต่อหน้าชายหัวโล้นแล้วพูดว่า“นี่คือสิ่งที่แกต้องการใช่ไหม”
ความโลภแวบเข้ามาในดวงตาของชายหัวโล้นจากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปคว้ามัน
“ฟึ่บ”
ฉินลู่แค่ขยับมือหยกในมือก็หายไปราวกับมายากล
“หมายความไง” ชายหัวโล้นเอนตัวไปข้างหน้ากำสองหมัดแน่น ตั้งท่าเตรียมโจมตี
“ก็ไม่ได้หมายความว่ายังไงฉันแค่เล่นกลให้แกดูเฉยๆ” ฉินลู่แบมือออกแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เป็นไง ชอบไหม”
“แกกำลังล้อฉันเล่นเหรอ!” ชายหัวล้านปล่อยหมัดใส่ฉินลู่อย่างแรงจนเกิดเป็นเสียงดังหวึ่งๆ
ฉินลู่หุบยิ้มและหันข้างเพื่อหลบหมัดนี้ทันทีจากนั้นก็ใช้เท้าซ้ายไปเตะที่หน้าอกของชายหัวโล้น
“ตึง!”
ชายหัวล้านยืดอกรับการโจมตีของฉินลู่และถอยหลังไปหนึ่งก้าวรอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา “ไม่ค่อยมีพลังเลยนะพวกเราต่างก็เป็นผู้ฝึกตน ต่างก็รู้ดีนี่ว่าการฝึกฝนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย วันนี้แกอาจจะตายแต่ถ้าแกส่งหยกนั่นมาให้ฉันโดยดี ฉันอาจจะไว้ชีวิตก็ได้”
ฉินลู่อดหัวเราะไม่ได้ “สหาย แกกำลังเพ้อเจ้ออะไรอยู่ฉันจะให้สมบัติล้ำค่าแบบนี้เปล่าๆ ได้ยังไงล่ะ”
“ถ้าไม่ให้ก็ตายซะ!” ชายหัวล้านแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา
ฉินลู่ยิ้ม “สงสัยจังอะไรทำให้แกคิดว่าจะฆ่าฉันได้อะไรทำให้แกมั่นใจขนาดนี้”
ชายหัวล้านมองฉินลู่ขึ้นลงอย่างพิจารณาจากนั้นก็หัวเราะเยาะ “ดูแกอายุยังไม่มาก ฝึกมากี่ปีกัน จะมีพลังสักแค่ไหนเชียว เจอคนที่ฝึกฝนมาครึ่งชีวิตอย่างฉันยังจะมีพลังสู้กลับได้งั้นเหรอ”
ฉินลู่ถอดเสื้อนอกโยนลงบนพื้นจากนั้นก็พุ่งไปจับมือชายหัวโล้นไว้ “งั้นก็มาลองดูกัน”
“ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา!” ดวงตาของชายหัวโล้นเต็มไปด้วยจิตสังหารทันทีจากนั้นเขาก็เหวี่ยงหมัดใส่ฉินลู่ หมัดนั้นมีแสงสีเงินปรากฏออกมา
ฉินลู่ไม่ถอยกลับเดินเข้าไปปะทะหมัดกับชายหัวล้าน
“รนหาที่ตาย!”
เมื่อชายหัวล้านเห็นว่าฉินลู่กล้าสู้กับเขารอยยิ้มดุร้ายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาทันที
เขาฉินเทียนอวี๋ฝึกฝนมาเป็นเวลาสี่สิบปีแล้วสิ่งที่เขาถนัดที่สุดก็คือพลังแห่งการทำลายล้างเด็กหนุ่มที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงตรงหน้ากล้าเผชิญหน้ากับเขาแบบตัวต่อตัวไม่เรียกว่ารนหาที่ตายแล้วจะเรียกอะไร
“ตึง!”
เกิดเสียงดังสนั่นหมัดของทั้งสองคนปะทะกันอย่างจัง ต่างคนต่างถอยหลังไปสองก้าว
ชายหัวล้านตกใจมาก มีพายุเกิดขึ้นในใจ“เป็นไปได้อย่างไรกัน ฉันใช้พลังทั้งหมดแล้วนะ!แกหยุดมันได้ยังไงกัน!”
“หรือว่า...” ฉินลู่บีบมือขวาที่รู้สึกชาของตัวเองและพูดด้วยรอยยิ้ม“นี่คือผลจากการฝึกฝนมาครึ่งชีวิตของแกเหรอ แค่ระดับนี้เองเนี่ยนะ? ดูเหมือนแกจะใช้ครึ่งชีวิตในร่างหมามาสินะ”
“รนหาที่นัก!” ชายหัวล้านโกรธจัดก้าวไปข้างหน้าเพื่อสู้กับฉินลู่อีกครั้ง เกิดเสียงดังตึงตังบรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความมืดมน
ในเวลานี้ ชุยฮุ่ยฮุ่ยที่รีบขับกลับมามาถึงด้านนอกชุมชนฝานหวาที่ฉินลู่อาศัยอยู่แล้ว
เธอขับรถไปด้วยและใช้วิทยุสื่อสารขอความช่วยเหลือไปยังสถานีไปด้วย
ตามแผนที่ฉินลู่วางไว้คือให้ชุยฮุ่ยฮุ่ยรออยู่ด้านนอกและให้เข้าไปข้างในพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจติดอาวุธแต่ชุยฮุ่ยฮุ่ยยังคงกังวลเรื่องความปลอดภัยของฉินลู่ เธอจึงหยิบปืนพกออกมาเตรียมขึ้นไปชั้นบนเพื่อช่วยฉินลู่
หลังจากจอดรถไว้นอกประตูชุมชนชุยฮุ่ยฮุ่ยก็ลงจากรถและเดินเข้าไปในชุมชนพร้อมกับปืนพกในมือ
ทันทีที่เธอเข้าไปในชุมชน ก็เห็นหน้าต่างบ้านฉินลู่แตกและไม่นานก็เกิดเสียงดังสนั่นออกมาจากในห้อง
ด้านนอกชุมชนก็มีชาวบ้านบางส่วนมองขึ้นไปดูเหตุการณ์พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงพากันกระซิบคุยกัน
ชุยฮุ่ยฮุ่ยไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้จึงเดินขึ้นอาคารไปที่ชั้น 4 ทันที
เมื่อถึงหน้าประตูบ้านฉินลู่ชุยฮุ่ยฮุ่ยก็ออกแรงดึงประตู แต่มันถูกล็อกไว้
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งชุยฮุ่ยฮุ่ยก็เล็งปืนพกไปที่ตัวล็อกประตูบ้านฉินลู่ และเหนี่ยวไก
“ปัง!”
เสียงปืนดังก้อง ตัวล็อกประตูพังลง
ชุยฮุ่ยฮุ่ยรีบเปิดประตูทันที
หลังจากเปิดประตูชุยฮุ่ยฮุ่ยก็ถือปืนพกไว้บริเวณหน้าอกในตำแหน่งมาตรฐานแล้วเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น
ในห้องนั่งเล่นฉินลู่ที่กำลังต่อสู้กับชายหัวโล้น เมื่อได้ยินเสียงปืนทั้งสองคนต่างก็งุนงง พอหันไปมองรอบๆก็เห็นชุยฮุ่ยฮุ่ยที่สวมชุดตำรวจยืนถือปืนพกอยู่ที่ประตู เธอเล็งปากกระบอกปืนไปทางชายหัวล้าน
“หมอบลง! เดี๋ยวนี้! เอามือไว้ที่ท้ายทอย!” ชุยฮุ่ยฮุ่ยตะโกนเสียงดัง
ชายหัวล้านจะฟังเธอได้อย่างไรเมื่อเห็นว่าเธอมีปืนอยู่ในมือ ซ้ำยังสวมเครื่องแบบตำรวจอีกเขาจึงลังเลเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวกระโดดออกไปทางหน้าต่าง
“ปังๆๆ !”
เมื่อชุยฮุ่ยฮุ่ยเห็นชายหัวโล้นทำท่าจะหนีจึงยิงออกไปโดยไม่ลังเล
“อ๊าก!”
การเคลื่อนไหวซิกแซ็กของชายหัวล้านไม่ได้ช่วยให้เขาหลบกระสุนได้ทั้งหมดกระสุนสองในสามนัดยิงเข้าที่ด้านหลังของเขาเต็มๆ
“ฟึ่บ!”
แรงส่งจากกระสุนปืนทำให้ชายหัวล้านตกลงไปนอกหน้าต่าง
ชุยฮุ่ยฮุ่ยและฉินลู่รีบปีนออกไปดูเห็นชายหัวล้านกำลังลากร่างที่ได้รับบาดเจ็บหนีไป เขาผลักผู้คนที่มามุงออกและเข้าไปหลบในมุมมืดของชุมชนอย่างไร้ร่องรอย
“หนีไปแล้ว” ฉินลู่พูดออกมาแล้วหันไปมองชุยฮุ่ยฮุ่ย“ถึงฉันจะรู้สึกว่าเธอเข้ามายุ่ง แต่สองนัดนั้นแม่นจริงๆ”