เส้นประสาทภายในร่างกายของหมิงโจวในยามนี้นั้น ถูกทำลายจนหมดสิ้นถึงแม้ว่าตัวของมันจะสิ้นสติไปแล้วแต่ร่างกายของมันผู้นี้สั่นกระตุกไม่มีหยุดอันเป็นผลมาจากเส้นประสาทที่ค่อยๆถูกตัดขาดไปอย่างช้าๆจากภายในร่างกายของมันและดูเหมือนอวัยวะภายในของมันบางส่วนถึงกับสุกอีกด้วยพรวด….พรวด….หลังจากที่เส้นประสาททั้งหมดภายในร่างกายของมันถูกทำลาย จึงเป็นเหตุผลทำให้ร่างที่ไม่ได้สติของหมิงโจวผู้นี้ ควบคุมระบบขับถ่ายของตัวเองไม่ได้ มีของเสียเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนหลั่งไหลออกมาที่ตรงกางระหว่างขาของมันรวมไปถึงกากของเสียสีเหลืองอีกด้วย“หมิงโจว!!!” ผู้ที่แหกปากส่งเสียงร้องตะโกนดังลั่นจะเป็นใครได้อีกนอกจากผู้เป็นลุงของมัน มันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าหลานชายผู้มากไปด้วยพรสวรรค์จะต้องได้รับชะตากรรมที่สุดแสนจะน่าสมเพชเช่นนี้ เรื่องราวเช่นนี้มันไม่สมควรที่จะเกิดขึ้น มันเป็นอะไรที่เกินกว่าจะรับไหวจริงๆ ก่อนหน้านี้ก็เกิดเรื่องกับหมิงยู่ แล้วคราวนี้ยังมาเกิดเรื่องขึ้นกับหมิงโจวอีกหมิงจงไม่สามารถที่จะเก็บกดอารมณ์ของตนได้อีกต่อไปมันรีบลงไปที่สนามประลองในทันที ทั้งที่เรื่องราวเช่นนี้มันไม่สมควรที่จะปล่อยให้เกิดขึ้นต่อให้คนผู้นี้มีสภาพที่สิ้นสติหรือมีสภาพที่มองดูแล้วน่าสมเพชเพียงใด การประลองจะถือว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อปลิดชีวิตของมันผู้นั้นได้แล้วหรือได้รับความเมตตาจากฝ่ายผู้ชนะเท่านั้น นี่ถือเป็นกฎเหล็กอย่างถึงที่สุดของการท้าประลองเป็นตาย“อุจาดตาที่สุด เสียทีที่เป็นถึงศิษย์หลัก รีบจัดการมันแล้วส่งมันไปเกิดใหม่ซ่ะ” ผู้ชมเป็นจำนวนไม่น้อยต่างก็ต้องการที่จะเห็นวาระสุดท้ายของเจ้าหมิงโจว ดูเหมือนว่าจะมีผู้คนเป็นจำนวนไม่น้อยที่จะรู้สึกไม่ชอบในตัวมันแต่ยามต่อหน้านั้นคนพวกนี้ก็ไม่กล้าที่จะมีปากเสียงอะไร และนี่ก็ถือเป็นโอกาสอันดีในการยืมมือคนอื่นฆ่าคน“หุบปาก!! ใครกล้าพูดมากอีกข้าจะจับมันหักคอซ่ะ” หมิงจงถึงกับเลือดขึ้นหน้า พร้อมทั้งจิตสังหารที่อบอวลไปทั่วทั้งบริเวณทำให้ผู้คนเป็นจำนวนไม่น้อยถึงกับหายใจติดขัด ยิ่งมันมองสำรวจมองดูซากร่างของผู้เป็นหลานชายจิตสังหารของมันก็ยิ่งจะมีแต่ทวีคูณมากเท่านั้น“อะไรกัน เส้นประสาทของเขาถูกตัดขาดทั้งหมดเลยเหรอเนี้ย แถมอวัยวะภายในยังไหม้เกรียมจนไม่มีเหลือ” น้ำเสียงของมันในยามนี้เต็มไปด้วยความสั่นเทิ้ม ด้วยอาการที่สาหัสมากมายถึงขนาดนี้ต่อให้มียาดีแค่ไหนก็รักษาไม่หายนั่นก็หมายความว่าหลานชายผู้นี้ของตนมันจะต้องพิการไปจนตลอดชีวิต และพลังที่ตัวของมันเคยฝึกฝนมาล้วนแล้วแต่สูญหายไปจนหมดสิ้น“แกกล้าดียังไงที่ทำให้หลานชายของข้าต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้” มันไม่สนใจเรื่องอันใดอีกต่อไปแล้วต่อให้มีปัญหาตามหลังมามันก็ยอม แต่ภายในวันนี้มันจะต้องสับสังหารเจ้าเด็กไม่รักดีผู้นี้ให้จงได้ อนาคตที่สว่างไสวของตระกูลของพวกมันล้วนแล้วแต่ดับสิ้นลงภายในพริบตาด้วยฝีมือของคนตรงหน้านี้“นี่คือการท้าประลองเป็นตายท่านจะมาร้องแหกปากทำไม ท่านรีบลงจากสนามประลองไปซ่ะ ข้าจะส่งมันผู้นี้ไปสบายด้วยมือของข้าเอง” ชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของหลินเทียนในยามนี้ดูเหมือนผู้เขาที่สูงใหญ่ถึงยังมิได้ปะมือกันตัวของเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าชายตรงหน้าเหนือชั้นกว่าตนมากนักและไม่แน่ว่า ชีวิตของตนจะดับสิ้นโดยทันทีจากการโจมตีของมันเพียงครั้งเดียวถึงจะเป็นอย่างงั้นเด็กหนุ่มก็หาได้รู้สึกหวาดกลัว“ช่างเป็นรุ่นเยาว์ที่หยิ่งยโสนัก งั้นก็จงไปตายซ่ะเถอะ หากโทษก็จงโทษที่ตัวของเจ้าเอง” หมิงจงไม่เปิดโอกาสให้หลินเทียนได้ตั้งตัวใดๆทั้งสิ้นการเคลื่อนไหวของมันกลายเป็นภาพติดตา ผู้คนต่างอึ้งอ่าปากค้างพวกมันไม่คิดมาก่อนเลยว่าหนึ่งในเสาหลักของสภาจอมเวทจะลงมือกับรุ่นเยาว์เช่นนี้และเป็นตัวของมันเองที่มาขัดขวางการประลอง ไม่ว่าใครก็ตอบสนองกับการเคลื่อนไหวของมันในครั้งนี้ได้ทันโดยเฉพาะตัวของผู้อำนวยการชิงหลงจุดที่เขาอยู่กับจุดที่ตัวของหลินเทียนอยู่มันช่างห่างไกลกันมากนักต่อให้เป็นคนใหญ่คนโตคนอื่นๆก็เคลื่อนไหวไม่ทัน หลินเทียนนั้นสามารถมองการเคลื่อนไหวของคนตรงหน้าได้แต่ร่างกายของตนนั้นมันกับไม่ยอมตอบสนองอันเป็นผลมาจากพลังกดดันวิญญาณของคนตรงหน้ามันหนักหน่วงมากจนเกินไป ในช่วงสถาการณ์เป็นตายเช่นนี้นั้นมีร่างของคนผู้หนึ่งเข้ามาขั้นกลางระหว่างคนทั้งสองเสื้อผ้าอาภรณ์ที่มันสวมใส่อยู่นั้นสีฉูดฉาดเป็นอย่างมากและมันผู้นี้นั้นก็เป็นบุคคลที่หลินเทียนคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ตู๊มมมมมมมมม ทั่วทั้งสนามประลองในยามนี้นั้นถึงกับสั่นไหวมวลมิติถึงกับบิดเบี้ยวไปหมดนี่เป็นการแสดงถึงพลังที่หมิงจงปลดปล่อยมาเมื่อครู่แทบที่จะสุดแรงของมันถึงแม้ว่าคนตรงหน้าจะเป็นเพียงเด็กรุ่นเยาว์ก็ตาม มันมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าการโจมตีของมันในครั้งนี้ชีวิตของหลินเทียนจะต้องดับสิ้นเป็นแน่ แต่ก็เกิดเรื่องที่เหนือความคาดหมายขึ้นที่มีคนผู้หนึ่งมาขวางระหว่างมันกับเจ้าเด็กแสบนี่เอาไหวแต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นมันก็มั่นใจว่าชีวิตของมันผู้นั้นคงจะดับสิ้นไปแล้วหลังจากที่ฝุ่นทรายจางหายไปเผยให้เห็นภาพเบื้องหน้าขึ้น เศษเลือดเศษเนื้อสาดกระเซ็นไปทั่วทั้งบริเวณร่างที่โชคร้ายยืนตระหง่านระหว่างมันกับหลินเทียนมันเป็นร่างที่โชกไปด้วยเลือดที่ส่วนหัวของมันบัดนี้กลายเป็นเศษเนื้อไปแล้ว ราวกับว่าตัวของมันผู้นี้นั้นตกตายไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวถึงแม้ว่าที่ส่วนหัวของมันกลายเป็นเศษเนื้อไปแล้วแต่ร่างกายของมันนั้นกับไม่ยอมล้มลง หมิงจงถึงกับอึ่งเงียบไปหลายชั่วอึดใจหลังจากนั้นไม่นานมันก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ“เจ้าโง่ เจ้าตัวโง่เหง้าบัดซบถึงกับกล้ามารับการจอมตีของข้าโดยตรงไม่รู้หรือว่าตัวของข้านั้นเป็นใครจะมีหรือที่จะมีตัวตนธรรมดาสามัญที่ไหนจะมารับการโจมตีของข้าได้” หมิงจงจ้องมองซากศพตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด แต่มันช่างเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจนักที่ตัวของหลินเทียนในยามนี้สีหน้าของมันถึงกับไม่ยอมเปลี่ยนสีทั้งที่ว่ามีคนยอมตกตายแทนก็เป็นเพราะมัน“มันเจ็บนะโว้ย เจ้าบ้า…” ผู้คนถึงกับนิ่งเงียบราวกับว่าเป็นป่าช้า ร่างที่ส่งเสียงร้องออกมากับเป็นซากศพที่ไม่สมควรมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว แม้แต่ตัวของหมิงจงเองจิตใจของมันในยามนี้นั้นยังถึงกับสั่นสะท้าน ภาพที่เบื้องหน้าของมันในยามนี้นั้นมันเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อสุดแสนจะเกินจินตนาการ เจ้าคนที่แต่งกายด้วยชุดสีฉูดฉาดที่ส่วนหัวของมันกายเป็นเศษเนื้อไปแล้วแต่พอมาบัดนี้มันค่อยๆหลอมรวมกลับมาเป็นสภาพเดิมอีกครั้ง แม้แต่ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่เข้ารวมมารับชมศึกการประลองในครั้งนี้จิตวิญญาณของพวกมันเองก็ยังถึงกับสั่นไหวเช่นกันกับภาพเบื้องหน้า