หลังจากท่านหญิงอวิ๋นซีจากไป ลู่ซานก็เก็บกวาดห้องพักอย่างเป็ระเบียบ หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความหวัง เขาไม่เพียงแต่ได้รับความเชื่อใจจากเ้าสำนัก แต่ยังได้รับความสนใจจากนางอันเป็ที่รักอีกด้วย นี่คือโอกาสที่เขาจะสานฝันให้เป็จริง ไม่ใช่แค่เอาตัวรอด แต่เพื่อสร้างตำนาน
เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ลู่ซานกำลังจะออกไปสำรวจคลังตำราตามที่เ้าสำนักอนุญาต เขาก็พบกับ จ้าวหยุน (赵云) ยืนรออยู่หน้าห้องพักของเขา
"หลินเฟย... เ้าตื่นแล้วรึ" จ้าวหยุนทักทายด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย
ลู่ซานยิ้ม "มีอะไรหรือจ้าวหยุน?"
จ้าวหยุนก้มหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเงยขึ้นมามองตรงๆ "ข้า...ข้าอยากขอให้เ้าสอนสิ่งที่เรียกว่า 'วิทยาการ' นั่นให้ข้าได้หรือไม่?" แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความหวัง "ข้าเบื่อที่จะเป็เพียงศิษย์ไร้ความสามารถที่ต้องรับใช้ผู้อื่น ข้าอยากมีพลัง...ไม่ว่าจะเป็รูปแบบใดก็ตาม"
ลู่ซานมองจ้าวหยุนอย่างพิจารณา จ้าวหยุนไม่ใช่คนที่ฉลาดปราดเปรื่องแบบเขา แต่เป็คนขยัน ซื่อสัตย์ และมีหัวทางช่างอยู่บ้าง ที่สำคัญคือ เขาไม่ได้ตัดสินคนจากวรยุทธ และเขาััได้ถึงความจริงใจในคำพูดของจ้าวหยุน
"เ้ามั่นใจหรือว่า้าเรียนรู้สิ่งนี้?" ลู่ซานถาม "มันไม่ใช่เื่ง่าย และอาจจะไม่ใช่วิธีการที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ"
"ข้ามั่นใจ!" จ้าวหยุนตอบเสียงหนักแน่น "ข้าเห็นสิ่งที่เ้าทำในการประลองแล้ว มันคือปาฏิหาริย์! ข้าอยากจะสร้างปาฏิหาริย์แบบนั้นบ้าง!"
ลู่ซานพยักหน้า "ดี! ถ้าเช่นนั้นก็มากับข้า"
เขาพานจ้าวหยุนตรงไปยังคลังตำราของพรรค ซึ่งเป็อาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยตำราทุกแขนง จ้าวหยุนตาโตด้วยความทึ่ง ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะได้เข้ามาในสถานที่แห่งนี้
"นี่คือคลังตำราที่เ้าสำนักอนุญาตให้ข้าเข้ามาได้" ลู่ซานกล่าว "เราจะเริ่มต้นจากที่นี่... หาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับธาตุต่างๆ ที่โลกนี้มี วิธีการสกัด การผสมผสาน... แล้วเราจะนำไปประยุกต์ใช้กับหลักการของข้า"
จ้าวหยุนถึงกับงงกับคำศัพท์แปลกๆ "ธาตุ? สกัด? ประยุกต์? นั่นมันคืออะไรกัน?"
ลู่ซานหัวเราะเบาๆ "ไม่ต้องกังวล ข้าจะอธิบายให้เ้าเข้าใจเอง แต่ตอนนี้... เ้าช่วยข้าค้นหาตำราเกี่ยวกับสมุนไพร แร่ธาตุต่างๆ ที่โลกนี้มี หรือตำราการก่อสร้างง่ายๆ ก็ได้"
ั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา ลู่ซานและจ้าวหยุนก็กลายเป็คู่หูในการค้นคว้า พวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในคลังตำราเก่าๆ และโรงตีเหล็กร้าง ลู่ซานสอนจ้าวหยุนเกี่ยวกับหลักการทางฟิสิกส์พื้นฐาน เช่น แรงโน้มถ่วง, แรงเสียดทาน, แรงส่ง, การเคลื่อนที่ของวัตถุ รวมถึงหลักการทางเคมีง่ายๆ เกี่ยวกับการเผาไหม้ การเกิดปฏิกิริยาของสารต่างๆ
จ้าวหยุนแม้จะเข้าใจได้ช้า แต่เขาก็เรียนรู้อย่างกระตือรือร้น เขามีฝีมือในการใช้เครื่องมือช่าง และมีความอดทนสูง เขากลายเป็มือขวาของลู่ซานในการประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ เขาช่วยเหลาไม้, ตีเหล็ก, และหาวัตถุดิบที่ลู่ซาน้า
"นี่คือ 'สปริง' ที่เ้าพูดถึงหรือหลินเฟย?" จ้าวหยุนถามพลางหยิบแผ่นเหล็กที่ลู่ซานดัดให้โค้งงอและคืนรูปได้เอง
"ใช่แล้ว" ลู่ซานตอบ "มันสามารถเก็บ 'พลังงานศักย์' ได้ และเมื่อปล่อยออก มันก็จะกลายเป็ 'พลังงานจลน์' สำหรับส่งลูกดอกไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง"
จ้าวหยุนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด "โลกนี้ช่างน่าอัศจรรย์นัก มีสิ่งที่เราไม่เคยรู้มากมาย"
ความผูกพันของทั้งสองเริ่มก่อตัวขึ้น ลู่ซานไม่เคยมีเพื่อนที่จริงใจขนาดนี้มาก่อนในโลกเดิม ส่วนจ้าวหยุนก็รู้สึกว่าหลินเฟยเป็เหมือนพี่ชายที่เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้กับเขา
วันหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังทดลองประดิษฐ์ "ะเิแสง" ขนาดเล็กที่ใช้หลักการผสมสารเคมีบางชนิดให้เกิดปฏิกิริยาแสงจ้า จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังเข้ามา
หวังฟง!
"เ้าสองคนแอบทำอะไรกัน!" หวังฟงเดินเข้ามาในโรงตีเหล็กเก่าด้วยใบหน้าบึ้งตึง เขามองเห็นเศษโลหะแปลกๆ และสารเคมีบางอย่างที่ลู่ซานวางทิ้งไว้ "แอบทำเล่ห์กลอะไรอีกแล้วใช่ไหม!"
"เราไม่ได้ทำอะไรผิด" จ้าวหยุนตอบอย่างห้าวหาญ ไม่ยอมให้หวังฟงข่มเหงหลินเฟยอีกต่อไป
หวังฟงโมโห เขาพุ่งเข้าใส่หลินเฟย "ข้าจะสั่งสอนแกเอง! แกคิดว่าตัวเองเป็ใครกัน ถึงได้มาทำตัวโอ้อวด!"
ลู่ซานรู้ดีว่าการปะทะด้วยกำลังเป็สิ่งไร้ประโยชน์ เขาััได้ถึงพลังปราณที่รุนแรงของหวังฟงที่กำลังพุ่งเข้าใส่
"หลบไปจ้าวหยุน!" ลู่ซานะโ
ขณะที่หวังฟงกำลังจะซัดฝ่ามือมาที่เขา ลู่ซานก็โยน "ะเิแสง" ขนาดเล็กที่ยังทำไม่เสร็จดี ลงพื้นตรงหน้าระหว่างเขากับหวังฟง
ฟุ่บ!
แสงสีขาวจ้าพวยพุ่งออกมาจากะเิแสงในชั่วพริบตา แม้จะไม่รุนแรงเท่าะเิแสงที่ทำเสร็จสมบูรณ์ แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นต้องหรี่ตาลงด้วยความเ็ป
"อ๊ากกก!" หวังฟงร้องเสียงหลง เขายกมือขึ้นปิดตา แสงจ้านั้นทำให้เขาตาพร่าชั่วขณะ
ลู่ซานฉวยโอกาสนั้น ะโถอยหลังไปพร้อมกับจ้าวหยุน
"หวังฟง! หยุดการกระทำของเ้าซะ!" เสียงะโดังขึ้นจากด้านนอกโรงตีเหล็ก ไป๋ซาน เ้าสำนักเมฆาม่วง เดินเข้ามาพร้อมกับศิษย์ผู้คุ้มกันอีกสองสามคน
ไป๋ซานจ้องมองหวังฟงด้วยความไม่พอใจ "เ้ากำลังทำอะไร! การทะเลาะวิวาทในเขตพรรคเป็เื่ที่ห้ามเด็ดขาด!"
หวังฟงหน้าซีด เขาไม่คิดว่าเ้าสำนักจะมาปรากฏตัวที่นี่ "ท่านเ้าสำนัก... ข้า... ข้าเห็นหลินเฟยกำลังทำสิ่งแปลกๆ ที่ไม่ใช่วรยุทธพ่ะย่ะค่ะ! เขาอาจกำลังทำสิ่งที่เป็อันตรายต่อพรรค!"
ไป๋ซานหันไปมองลู่ซาน "หลินเฟย... เ้ากำลังทำอะไรอยู่?"
ลู่ซานก้มศีรษะ "เรียนท่านเ้าสำนัก กระหม่อมเพียงกำลังทดลอง 'วิทยาการ' ที่กระหม่อมได้รับอนุญาตให้ศึกษาพ่ะย่ะค่ะ ส่วนหวังฟง... เขาเข้ามาขัดขวางและพยายามทำร้ายกระหม่อม"
ไป๋ซานมองเห็นสภาพของหวังฟงที่ยังคงหลับตาปี๋จากแสงจ้า เขามองไปที่ะเิแสงที่ตกอยู่บนพื้น และร่องรอยการทดลองต่างๆ
"หวังฟง! เ้าถูกสั่งให้ทำความสะอาดคอกม้าเป็เวลาหนึ่งเดือน! นี่คือการลงโทษที่เ้าไม่เคารพกฎของพรรค และพยายามทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก!" ไป๋ซานประกาศเสียงกังวาน
หวังฟงตัวสั่นด้วยความโกรธแค้น เขาไม่กล้าโต้แย้งคำสั่งของเ้าสำนัก ได้แต่กัดฟันกรอดแล้วจากไป
ไป๋ซานหันกลับมามองลู่ซาน "เ้าจงระมัดระวังให้มากกว่านี้ สิ่งที่เ้าสร้างขึ้นมานั้นมีพลังที่น่าทึ่ง แต่ก็สามารถก่ออันตรายได้เช่นกัน" แม้จะกล่าวเตือน แต่แววตาของไป๋ซานก็เต็มไปด้วยความสนใจในสิ่งที่ลู่ซานกำลังทำ
"พ่ะย่ะค่ะ ท่านเ้าสำนัก กระหม่อมจะระมัดระวังให้มากกว่านี้" ลู่ซานตอบ
หลังจากไป๋ซานจากไป จ้าวหยุนก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ขอบคุณเ้ามากหลินเฟย เ้าช่วยข้าไว้"
ลู่ซานยิ้ม "เราคือสหายกันแล้ว ไม่ต้องขอบคุณ"
เหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างลู่ซานและจ้าวหยุนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และยังเป็การประกาศให้ศิษย์คนอื่นๆ เห็นว่าหลินเฟยไม่ใช่เป้าหมายที่ใครจะมารังแกได้อีกต่อไป เขาไม่ใช่แค่คนไร้วรยุทธ แต่เป็ผู้ "วิทยาการ" ที่น่าเกรงขาม และเขาก็มีเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างเขาแล้ว
***โปรดติดตามตอนต่อไป