เหยียนชิงตกอยู่ในภวังค์นึกคิดของตนเอง ไม่อาจรู้ถึงเจตนาของนักพรตชราที่อยู่ภายนอกได้ ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาในจิตใจ มันปรากฏมโนภาพในจิตของเขา เหยียนชิงมองเห็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่ดูงดงาม มีสามทวีปใหญ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางมหาสมุทร แต่ละทวีปมิได้ห่างไกลกันมากนัก ทันใดนั้นภาพในจิตใจก็พาเขาเข้ามายังหนึ่งในสามของทวีปทั้งหมด ชายหนุ่มล่องลอยไปเรื่อยๆจนกระทั่งหยุดอยู่ตรงหุบเขาๆหนึ่งในเขตจักรวรรดิเทพเมฆา เหยียนชิงมองไปยังภาพในจิตของเขา ชายหนุ่มคุ้นเคยกับหุบเขานี้ยิ่งนัก สามขุนเขาตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า บนยอดเขาถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาตลอดปี ข้างล่างเป็เกาะแก่งและทางน้ำไหลและป่าดิบชื้น มีสัตว์ป่ามากมายกำลังหากินอยู่ด้านล่าง
ที่คือหุบเขาแห่งหมู่บ้านทะเลไผ่
ในตอนนั้นเอง เหยียนชิงมองเห็นสตรีคนหนึ่งที่อยู่ในชุดคลุมทั้งตัว สองมือประคองทารกน้อยที่กำลังร้องให้จ้าละหวั่น นางสาวเท้าเดินมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงลำธารหน้าขุนเขาทั้งสาม นางเหลียวมองซ้ายทีขวาที ก่อนจะวางทารกคนนั้นไว้ตรงโขดหินริมธารแล้วจากไปโดยที่ไม่เหลียวมามองทารกคนนั้นแม้เพียงนิด
เสียงร้องให้ของเด็กทารกยังคงดังก้องไปทั่วป่า จนกระทั่งมีเงาศักดิ์สิทธิ์พุ่งลงมาจากสามยอดเขา มันยืนล้อมรอบทารกเอาไว้ ทั้งสามจ้องมองไปยังทารกอย่างไม่วางตา
“......มันพิการ”หนึ่งในสามเงาพูดขึ้น
“ปรกติท่านไม่เคยสอดมือเข้ามายุ่งกับโลกมนุษย์ เกิดอะไรขึ้นกับท่าน?”อีกร่างเงาพูดขึ้นซุ่มเสียงนั้นอ่อนหวานคล้ายสตรี
“เ้ากำลังจะบอกว่าข้าเืเย็นถึงขนาดที่ทนเห็นทารกนี่ตายลงไปต่อหน้าข้า?” เสียงของเงาที่ดูเก่าแก่พูดขึ้นกับสองเงาที่เหลือ
“ถึงกระนั้นมันก็เป็คนพิการคนหนึ่ง ท่านจะไปใส่ใจมันทำไม”เงาแรกพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“ไม่จำเป็ต้องไปสนว่ามันจะพิการหรือไม่ ขุนเขาแห่งนี้เป็ดังผู้พิทักษ์ป่า ทำไมเราจึงไม่อาจปกป้องเด็กน้อยผู้โชคร้ายนี้บ้างเล่า?”เสียงของชายชราดังขึ้นมาอีกครั้ง มันโบกมือไปยังร่างของเด็กทารก ทันใดนั้นลำแสงขาวกระจ่างก็ปกคลุมร่างกายของมัน ทารกน้อยเริ่มที่จะหยุดร้องไห้ลง
“พวกเรามีพลังปกป้องมันได้แค่สามวันเท่านั้น หากเลยไปเกราะป้องกันทั้งหลายก็จะหายไป ชีวิตที่เหลือนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับโชควาสนาของมัน”เสียงสตรีดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งสามจ้องมองไปยังทารกอยู่สักพัก แล้วค่อยๆเลือนหายไป
เหยียนชิงยังคงจ้องมองไปยังภาพตรงหน้า ชายหนุ่มงงงันกับสถานการณ์ของทารกน้อย เหตุใดเขาจึงถูกนำมาทิ้งไว้ที่กลางป่า แล้วเงาทั้งสามที่ช่วยเหลือทารกไว้คือใครกัน?
ใน่ระหว่างสามวันนั้น เหยียนชิงเห็นสิงสาราสัตว์มากมายเข้ามาใกล้กับทารกน้อย แต่กลับไม่ได้ทำอันตรายแต่อย่างใดแม่กวางตัวหนึ่งเดินมาหยุดตรงหน้าทารกก่อนจะค่อยๆเอนตัวลงให้ทารกได้ดูดนมจากเต้าของมัน ในยามราตรีเสือโคร่งตัวใหญ่เดินเข้ามาหาเด็กทารก ก่อนจะค่อยๆขดตัวนอนลงใกล้ๆกับทารกน้อย คล้ายจะให้ความอบอุ่นแก่มัน เหตุการณ์เช่นนี้ดำเนินอยู่ถึงสองวันเต็ม จนกระทั่งวันที่สามใน่เช้าตรู่ของวัน เหยียนชิงเห็นบุรุษผู้หนึ่งพร้อมธนูในมือก้าวเดินมายังลำธาร ก่อนจะหยุดมองไปที่เด็กทารกด้วยความตกตะลึง เขาค่อยๆอุ้มเด็กคนนั้นขึ้นมาด้วยความทะนุถนอม
“ข้าและภรรยาไม่อาจมีบุตรได้ จึงได้ไปสักการะเทพในหุบเขาแห่งนี้เพื่อขอบุตรธิดา ...เด็กน้อย เ้าเป็ของขวัญที่เ้าป่าเ้าเขาประทานให้แก่ข้าใช่หรือไม่?”บุรุษหนุ่มคนนั้นยิ้มกว้างขึ้นมา เหยียนชิงมองไปยังใบหน้าที่ฉายชัดของเขา
“.....ท่านลุง” บุรุษตรงหน้าคือหลี่เคอ ลุงของเขานั่นเอง
“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็คือทารกน้อยผู้นั้น......”เหยียนชิงเอ่ยขึ้นมาเบาๆ
เพล้ง!!....
จู่ๆภาพตรงหน้าก็เกิดรอยร้าวขึ้น จากนั้นก็แตกออกเป็เสี่ยงๆ บัดนี้ชายหนุ่มกำลังลอยอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ไม่มีสิ่งใดปรากฏให้เห็น ไม่มีความทรงจำ ไม่มีอดีต ไม่มีปัจจุบัน ไม่มีชายหนุ่ม ไร้ซึ่งสิ่งใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเขา มีเพียงความมืดมิดเท่านั้นที่ปรากฏขึ้น
“เ้ามองเห็นอะไรในอดีตอันเยาว์วัยของเ้า? เด็กน้อย” เสียงชายชราผู้หนึ่งดังขึ้นมา มันดูเก่าแก่โบราณจนไม่อาจจะนับกาลเวลาได้ เหยียนชิงรู้สึกว่าเขาได้ยินเสียงข้างหูเขา แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าได้ยินมาจากที่ๆห่างไกลเหลือประมาณ
“ข้าเห็นตัวข้า....ถูกทิ้งให้ตายท่ามกลางป่า”ชายหนุ่มตอบ
“แล้วมีอะไรอีก?” เสียงชายชรายังถามเขาต่อ
“ข้าถูกช่วยเอาไว้ โดยจิติญญาของูเาทั้งสาม.....และท่านลุงของข้า”ชายหนุ่มตอบคำถามอีกครั้ง
“เมื่อเ้าเห็นเช่นนั้น เ้าได้สิ่งใดจากอดีตบ้าง?”เสียงอันเก่าแก่ยังคงซักถามเขาต่อ ชายหนุ่มมิได้โกรธหรือรำคาญใจแต่อย่างใด เขาเพียงแค่ค่อยๆหลับตาคิดเงียบๆ
“ข้าเห็นความโหดร้ายอันไร้น้ำใจของบุคคลที่ทอดทิ้งข้า ในทางกลับกัน ข้าเห็นความเมตตาของสรรพชีวิตทั้งหลายที่ช่วยชีวิตของข้าไว้เช่นกัน”ชายหนุ่มตอบคำถามด้วยดวงตาอันกระจ่างใส
“โฮ่? เ้าจะบอกว่าเ้าเห็นทั้งความโหดร้ายและความเมตตาของเหล่าสัตว์โลกทั้งหลายจากอดีตของเ้า?”ซุ่มเสียงอันเก่าแก่ถามเขาด้วยความประหลาดใจ
“ข้าไม่อาจบอกได้ว่าสัตว์โลกทุกตัวนั้นโหดร้าย และข้าก็ไม่อาจบอกได้ว่าพวกมันมีเมตตาอยู่เต็มหัวใจเช่นกัน ทั้งสองขั้วอารมณ์ต่างหยั่งรากลึกอยู่ในจิตใจพวกมันทั้งสิ้น ไม่อาจแยกจากกันได้”ชายหนุ่มตอบคำถาม
“ถ้าเป็เช่นนั้น จิตอันโหดร้ายและจิตที่มีเมตตานั้นเกี่ยวข้องกับการฝึกตนอย่างไร?”น้ำเสียงของชายชราดูคล้ายจะสนใจชายหนุ่มมากขึ้น
“การฝึกตนนั้นไม่อาจฝึกเพียงแต่ร่างกาย ยังจะต้องฝึกฝนจิตใจอีกด้วย”ชายหนุ่มตอบข้อสงสัยของเสียงลึกลับอีกครั้ง
“หากเ้าคิดจะตอบเช่นนี้ นั่นก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากคนเ่าั้ พวกมันมักจะพล่ามถึงการฝึกฝนจิตใจให้กล้าแกร่ง แต่สุดท้ายก็ไม่อาจฝึกจิตใจให้กล้าแกร่งขึ้นได้ สูญเสียจิติญญาของตนไป ตอบข้ามาเ้าหนู หากเ้าต้องเลือก เ้า้าจะเดินไปในเส้นทางใดของชีวิต พุทธะ? มารร้าย? เต๋า? เ้าจะอยู่ในหนทางใด!” น้ำเสียงของชายชราดูแฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยว คลื่นพลังพุ่งเข้ามากระแทกเบื้องหน้าของชายหนุ่มจนเขาหน้าซีด
ด้านนอกจิตใจของชายหนุ่ม เหยียนชิงที่กำลังนั่งขัดสมาธิกระอักเืออกมากองโต ใบหน้าซีดเซียวปรากฏเหงื่อไหลออกมา
“เ้ากำลังอยู่ในขั้นตอนการไถ่ถามจิตใจ จิตมารไม่อาจผ่าน จิตพุทธะไม่อาจทะลวงได้ หากเ้า้าเข้าสู่การฝึกตน เช่นนั้นเ้าต้องผ่านด่านนี้ไปให้ได้เสียก่อน” นักพรตเต๋านั่งมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เหยียนชิงกำลังนั่งคิดถึงคำถามที่ได้มา คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเป็เกลียว “หนทางที่ข้าจะเดินไป จะเป็มารหรือพุทธะ หรือจะเป็เต๋า?” ชายหนุ่มหลับตาลงก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
“การเป็มารคือการเดินไปบนเส้นทางอันโเี้ นองเืและโหดร้าย จิตใจข้าไม่ได้ประกอบไปด้วยความโเี้เพียงอย่างเดียว ส่วนการเดินทางไปยังวิถีแห่งพุทธะนั้นเต็มไปด้วยความเมตตา ตัวข้านั้นไม่มีความเมตตาอยู่ในจิตใจเพียงอย่างเดียวดังเช่นกับหนทางของมาร”ชายหนุ่มตอบคำถามอีกครั้ง
“ถ้าเช่นนั้น เ้าปรารถนาจะเดินไปบนเส้นทางแห่งเต๋า?”ชายชราถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบ
“เต๋านั้นเป็วิถีและไม่ใช่วิถี เป็เส้นทางมากมายที่ทอดยาวไปบนห้วงชีวิต เต๋านั้นเป็ทั้งเต๋าและไม่ใช่เต๋า บางทีผู้คนอาจยึดมันเป็เส้นทางชีวิตด้วยเพราะคิดว่ามันคือหนทางสู่ความเป็ะ แต่เต๋านั้นเป็สิ่งะและไม่เป็ะ การตีความของมันขึ้นอยู่กับความคิดของผู้คน ข้าไม่อาจเดินไปบนเส้นทางที่ไม่แน่นอนอันนี้ได้ ”ชายหนุ่มกล่าว
“โฮ่?........ช่างเป็คำตอบที่น่าสนใจ เ้าเป็คนแรกที่ปฏิเสธเส้นทางทั้งสาม คนที่ข้าสอบถามมักเลือกหนึ่งในสามเส้นทางที่ข้าให้ไป บ้างก็กลายเป็มารร้าย บ้างก็กลายเป็พุทธะ สำหรับคนที่เลือกเส้นทางเต๋า พวกมันไม่อาจไปสู่หนทางะได้ เพราะจิตใจอันโลเลของพวกมัน สุดท้ายมันก็ตายจากไป กลายเป็เหล่าิญญาเร่ร่อนไร้ภพภูมิ ส่วนเ้า ในเมื่อไม่ปรารถนาจะเลือกทั้งสามเส้นทาง แล้วเ้าจะเลือกเส้นทางไหนได้อีกเล่า?”ชายชราถามเขาเป็ครั้งสุดท้าย
“เส้นทางที่ข้าเลือก....คือเส้นทางของข้าเอง!”เหยียนชิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันดังก้อง “มนุษย์นั้นเต็มไปด้วยกิเลศแต่กลับกันก็เต็มไปด้วยความรัก จะมารหรือพุทธะล้วนแล้วแต่อยู่ในตัวข้าทั้งสิ้น หนทางเต๋าเป็เพียงวิถีของชีวิต เมื่อข้ามีวิถีของตนเอง ก็เท่ากับว่าข้ากำลังเดินอยู่บนเส้นทางเต๋าเช่นกัน! เพราะฉะนั้นทั้งสามทางจึงรวมตัวกันเป็เส้นทางหนึ่งสาย เป็เส้นทางของข้า เมื่อท่านถามว่าความโเี้และความเมตตาเกี่ยวข้องอะไรกับการฝึกตน ข้าขอตอบว่ามันเกี่ยวกับความนึกคิด ข้าจำต้องรู้ว่ายามไหนควรจะโเี้ และยามไหนควรจะมีเมตตา เมื่อรวมกับหนทางเต๋า ที่เป็วิถีแห่งความวุ่นวายทั้งหลาย สามเส้นทางจึงกลายมาเป็เส้นทางของข้า เส้นทางแห่งการฝึกตนที่ตัวข้านั้นลิขิตขึ้นเอง!”
เสียงของชายหนุ่มดังก้องไปทั่วห้วงมโนทัศน์ มันดังออกไปในที่ห่างไกลจนเป็เสียงกังวานไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเงียบลง
ไม่มีเสียงของชายชรา ไม่มีเสียงของเด็กหนุ่มทุกอย่างในที่นั้นยังคงมืดมิดและเงียบเชียบ
“ฮ่าฮ่าฮ่า! น่าสนใจยิ่งนัก! เ้าเป็คนแรกที่คิดจะสร้างเส้นทางการของตนเองขึ้นมาจากสามเส้นทาง เส้นทางอันดำรงเอาไว้ด้วยความโเี้และความเมตตาต่อสรรพสิ่งทั้งหลาย กลับกันก็ยังคงดำรงไว้ซึ่งวิถีของเต๋า ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ขออวยพรให้เ้าเดินไปตามทางแห่งนั้นได้อย่างราบรื่น จงก้าวไปยังวิถีการฝึกตนนั้นเสีย วิถีทางของตัวเ้าเอง!” ทันใดนั้นชายหนุ่มก็ถูกพลังลึกลับฉุดดึงขึ้นมาเขาลอยไปอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวมากมาย คล้ายกับว่ายามนี้เขายืนอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของจักรวาล
“ผ่าน!”
เหยียนชิงััได้ถึงคลื่นพลังนับร้อยนับพันสายกำลังพุ่งออกมาจากดวงดาว บ้างก็เป็ดาวเคราะห์ บ้างก็เป็ดาวฤกษ์ มันพุ่งตรงเข้ามาระหว่างคิ้วยังชายหนุ่มทันที
“ข้าจะมอบเส้นทางฝึกตนให้กับเ้า ขั้นแรก เก้าสังขาร!”ชายชราเอ่ยขึ้นมา
“ละทิ้งกายมนุษย์ สู่เก้าสังขาร สามขั้นผลัดกระดูก สามขั้นเปลี่ยนเืเนื้อ สามขั้นเพิ่มกำลัง และสามทัณฑ์์ฝืนลิขิตฟ้า!” พลังที่พุ่งเข้ามาหาชายหนุ่มค่อยๆหลอมรวมกับร่างกายของเขาทีละน้อย
“หนทางข้างหน้าของเ้าช่างยิ่งใหญ่และไม่อาจทำนายได้ จะ์หรือจักรวาลล้วนแล้วแต่ไม่แตกต่างกัน จงสั่นะเืพวกมันซะ!”เสียงชายชราดังก้องออกมา ชายหนุ่มรู้สึกถึงแรงมหาศาลที่ผลักเขาออกจากหมู่ดาวเ่าั้ โลกทั้งใบค่อยๆมืดมิดลง หลังจากนั้นไม่นาน เหยียนชิงค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา เขามองเห็นนักพรตเฒ่าลอยตัวอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ข้า....เป็ผู้ฝึกตนแล้วใช่หรือไม่?” เหยียนชิงกำหมัดแน่น ดวงตาสาดประกายความยินดี บัดนี้เขากลายเป็ผู้ฝึกตนแล้ว
“เ้าอยู่ครึ่งทางของขั้นแรก ได้เวลาเริ่มขั้นตอนต่อไปแล้ว” นักพรตเฒ่าเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาเก็บซ่อนความยินดีลึกๆเอาไว้ เขากวาดมือไปยังกลางห้องอีกครา มันปรากฏประตูเหล็กบานหนึ่งที่เต็มไปด้วยสนิมที่ดูเขรอะขระ ภายในส่งกลิ่นอายแปลกๆออกมา
“เช่นนั้นข้าต้องทำอย่างไรต่อผู้าุโ?” เหยียนชิงยังคนตื่นเต้นกับตัวเอง เขาถามไปยังนักพรตเฒ่าอย่างเร่งรีบ
“จงเดินมาที่นี่” นักพรตเฒ่าเรียกเขาไปที่ประตูบานนั้น เหยียนชิงเดินไปหาเขาพร้อมกับความมั่นใจที่เปี่ยมล้น
“มองลงไปในประตูนั่นเสีย”นักพรตเฒ่ากล่าวต่ออย่างเนิบนาบ เขาพยักหน้าให้เหยียนชิงมองไปข้างในของประตู ริมฝีปากเผยรอยยิ้มชั่วร้ายขึ้นมา
“หืม?”เหยียนชิงชะโงกหน้ามองประตูด้วยความสงสัย
“พลั่ก!” ทันใดนั้นเอง นักพรตเฒ่าก็ยกเท้าขึ้นถีบชายหนุ่มเข้าไปข้างในประตูด้วยความรวดเร็ว เหยียนชิงที่ไม่ทันได้ตั้งตัวร่วงลงไปยังพื้นด้านล่างจนก้นกระแทกเข้ากับพื้นแข็งทันที
“โอ้ย! นี่ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน!?” เหยียนชิงะโขึ้นไปด้วยความเดือดดาล ที่ๆเขาตกลงมาเป็หลุมสี่เหลี่ยมที่กว้างขวางพอตัว เขามองไม่เห็นขอบของมันเนื่องจากความมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงไฟใดๆ หากจะพูดให้ถูกต้องคือไม่ว่าจะแสงไฟใดๆก็ไม่อาจสาดส่องลงมาได้จะถูกเสียมากกว่า
“หมดเวลาที่เ้าจะเล่นเป็เด็กไร้เดียงสาแล้ว จงตัดความโลเลและความอ่อนแอในจิตใจของเ้าทิ้งเสีย! สังหารสุนัขป่าห้าพัน! เ้าจึงจะขึ้นมาได้!”นักพรตกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ ท่านค่อยๆหันหลังกลับก่อนจะหยุดพูดอีกหนึ่งประโยค
“อ้อ จงระวังตัวด้วยล่ะ ข้างในนั้นเจ็บจริงและตายจริงนะ โฮ่โฮ่โฮ่”
“ท่าน....ไม่...ห้าพัน?..ตาเฒ่าบัดซบ! เ้าล้อข้าเล่นเรอะ!”เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นไป แต่ก็ไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด ประตู้าค่อยๆปิดลงมา ทันใดนั้น รอบๆตัวเขาก็ปรากฏดวงตาสีแดงขึ้นมากมาย หากนับดูแล้ว มันมีมากกว่าสิบคู่เสียอีก!
เสียงสุนัขป่าที่กำลังหิวโซเห่าหอนขึ้นทันใด มันจ้องชายหนุ่มด้วยสายตาที่มองเห็นอาหารอันโอชะ!
“บัดซบ!......นี่เ้าจะเล่นกันอย่างนี้เรอะ?!”เหยียนชิงกัดฟัน เขาคว้ามีดสั้นสองเล่มที่เหน็บอยู่รอบเอวออกมาตั้งท่าต่อสู้ พร้อมทั้งยิ้มเหี้ยมเกรียม
“เมื่อเ้าอยากจะกินข้า ข้าก็จะกินเ้ากลับเช่นกัน!!”