ตอนที่ 48 เด็ดเดี่ยว
ท่ามกลางไอความเย็นจากเม็ดยามันหลอมละลายอยู่เต็มร่างของพยัคฆ์น้อยตอนนี้เสี่ยวหู่ตกอยู่ในสภาวะคล้ายกับเข้าฌานโดยสิ้นเชิง
มันหลับตาพริ้มเปลือกตาของมันสั่นไหวน้อยๆลมปราณในร่างหมุนวนอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเสียงปะทุของโลหิตในร่างน้อยของมันดังก้องออกมาจนหลินเฟยสามารถได้ยินอย่างชัดเจน
ด้วยเนตรดาราสยบฟ้าหลินเฟยสามารถมองเห็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของเสี่ยวหู่ได้อย่างใกล้ชิด
เมื่อเวลาผ่านไปครึ่งก้านธูปสัญญานแรกของการเปลี่ยนแปลงก็เริ่มขึ้นเส้นลมปราณที่คล้ายกับเส้นไหมเล็กๆนั้นดูดซับไอความเย็นที่เอ่อล้นเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
เส้นลมปราณขนาดเล็กก่อนหน้านี้แทบจะคล้ายกับเส้นไหมที่ใกล้จะแหลกสลายตอนนี้กลับขยายขนาดขึ้นจนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อขนาดของมันใหญ่ขึ้นก็คล้ายกับทางเดินของแม่น้ำสายหนึ่งกระแสลมปราณนั้นก็เปรียบดั่งกระแสธารที่เชี่ยวกรากไหลบ่าทะลักท่วมท้นเข้าไปทันที
การเปลี่ยนแปลงของลมปราณในร่างอย่างเฉียบพลันเช่นนี้ทำให้เสี่ยวหู่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดคล้ายกับกำลังมีคนใช้มีดล้วงเข้าไปในท้องแล้วเจาะสร้างเป็นอุโมงค์ของทางเดินน้ำขึ้นมา มันยากจะทานทนเปลวไฟแห่งชีวิตน้อยๆของมันริบหรี่ลงอย่างรวดเร็วจนดูเหมือนมันจะตกตายลงได้ทุกเมื่อ
หลินเฟยไม่รอช้าหยิบเม็ดยาเสริมพลังชีวิตระดับสองที่มีอยู่มากมายจากพวกโจรที่เคยหลงเข้ามาปล้นเขาในกาลก่อนบดขยี้จนเป็นผุยผง
ใช้ลมปราณอันอ่อนโยนชักนำให้ซึมซับเข้าสู่ร่างของเสี่ยวหู่อย่างแผ่วเบาเส้นลมปราณที่กระจัดกระจายจากการทะลักทลายของสายธารลมปราณถูกหลินเฟยชักนำให้กลับมาเข้าที่เข้าทางอย่างช้าๆ เปลวไฟแห่งชีวิตของเสี่ยวหู่แม้จะไม่ลดลงไปแล้วแต่ก็ยังคงส่องแสงอย่างริบหรี่พยัคฆ์เขี้ยวโลหิตผู้เป็นแม่ร้องคำรามขึ้นอย่างสลดใจเมื่อรับรู้ถึงแสงอันริบหรี่นั้น
เนตรดาราสยบฟ้าจำเป็นต้องใช้สมาธิอย่างสูงตลอดระยะเวลาที่มันคงอยู่เม็ดเหงื่อมากมายผุดขึ้นตามใบหน้าของหลินเฟย เมื่อไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อได้ช่วยแล้วก็ต้องทำให้สุดความสามารถ!
“เสี่ยวหู่! เจ้าเคยออกจากป่าแห่งนี้หรือไม่! เจ้าเคยเห็นท้องทะเล มหาสมุทรแล้วหรือยัง?! เจ้ายังไม่ได้ใช้ชีวิต แล้วเจ้าจะตายไปได้อย่างไร! เจ้าอยากมีชีวิตอยู่หรือไม่!”
หลินเฟยกู่ร้องดวงตาแดงก่ำเขาสะบัดมือโอสถเปลี่ยนรากฟ้าก็ลอยออกไปสองเม็ดเขาบดขยี้มันจนกลายเป็นผุยผงบังคับให้พวกมันไหลซึมเข้าสู่จุดตันเถียนของเสี่ยวหู่
ฉับพลันความเย็นมหาศาลก็ระเบิดออกเสียงดังกึกก้องสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งตัวถ้ำชั้นน้ำแข็งบางๆแผ่ขยายออกไปปกคลุมทั่วโถงกว้างจนดูเหมือนถ้ำน้ำแข็งไปโดยสิ้นเชิง
ชั้นน้ำแข็งก่อตัวคลุมร่างน้อยของเสี่ยวหู่ไว้ภายในเส้นลมปราณในร่างขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ
เปลวไฟแห่งชีวิตก่อนหน้านี้เคยริบหรี่ลงจนใกล้จะมอดดับคล้ายกับถูกกระตุ้นด้วยคำพูดของหลินเฟยจิตวิญญาณของพยัคฆ์น้อยกู่ร้องอย่างบ้าคลั่งเปลวไฟอันเป็นต้นกำเนิดของพลังชีวิตลุกไหม้โหมกระหน่ำขึ้นอย่างรุนแรง
หลินเฟยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเข้าใจดีว่าหากไม่ดิ้นรนด้วยความมุ่งมั่นก็ยากที่จะก้าวผ่านเส้นความเป็นความตายไปได้สิ่งนี้หลินเฟยได้เรียนรู้มาด้วยตัวเอง
พยัคฆ์เขี้ยวโลหิตผู้เป็นแม่มองไปที่หลินเฟยด้วยสายตาซับซ้อนมันทำได้เพียงกระวนกระวายใจเท่านั้นตอนนี้เมื่อเห็นสัญญาณพลังชีวิตของพยัคฆ์น้อยมันก็ราวกับปลดเปลื้องภูเขาออกจากอกใบหน้าตื่นเต้นยินดีของมันสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในตอนนี้
ทุกอย่างดูเหมือนจะเริ่มเข้าที่เข้าทางไปตามสิ่งที่มันควรจะเป็นแต่ขณะนั้นเองแววตาของพยัคฆ์ผู้เป็นแม่ก็วาววับขึ้นสะบัดร่างอันใหญ่โตของมันพุ่งทะยานกลายเป็นริ้วแสงออกไปจากถ้ำอย่างรวดเร็ว!
ตูม!
และแทบจะในวินาทีเดียวกันเสียงดังกัมปนาทราวฟ้าคำรนดังเกริกก้องจนทั่วทั้งผนังถ้ำผืนดินถึงกับสั่นสะเทือนแรงสั่นสะเทือนนั้นสะท้อนเข้ามายังภายในเกล็ดน้ำแข็งที่ปกคลุมไปทั่วหลุดร่วงลงแตกกระจายอยู่เต็มพื้น
ความรู้สึกไม่ดีเกิดขึ้นภายในจิตใจของหลินเฟยเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของพยัคฆ์เขี้ยวโลหิตผู้เป็นแม่ดังแว่วเข้ามาเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดของโทสะหลินเฟยรีบแบ่งสมาธิส่งจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์กระจายออกไป
ทันทีที่จิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของหลินเฟยม้วนกวาดออกไปภายนอกของตัวถ้ำเขาพบว่ามีกลุ่มคนหนึ่งกลุ่มกำลังล้อมโจมตีไปที่พยัคฆ์เขี้ยวโลหิตอย่างดุร้าย
ดวงตาของหลินเฟยเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยขบฟันกรามแน่นเขาพบว่าพวกมันกำลังร่ายใช้ค่ายกลบางอย่างคลื่นพลังลึกลับกระจายออกมาซึ่งทำให้พยัคฆ์เขี้ยวโลหิตอ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง
จิตใจของหลินเฟยเอ่อล้นไปด้วยโทสะพยัคฆ์เขี้ยวโลหิตผู้เป็นแม่หลังจากที่ได้ต่อสู้กับหลินเฟยมันได้รับบาดเจ็บภายในไม่น้อย โดยเฉพาะพลังกดดันจากดวงดาวของวิชาเนตรทำให้วิญญาณของมันได้รับบาดเจ็บซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา
โฮก!!
พยัคฆ์เขี้ยวโลหิตร้องคำรามก่อเกิดเป็นพลังคลื่นเสียงกระจายออกไปผู้ฝึกตนในชุดยาวสีฟ้าขาวห้าคนกระอักโลหิตออกมาปลิวกระเด็นออกไปด้านหลังทันที
พยัคฆ์ร้ายยืนขวางปากถ้ำขนาดใหญ่ไว้ด้วยความน่าเกรงขามแม้พื้นฐานฝึกตนของมันจะเริ่มตกลงไปแต่พลังความดุร้ายที่สั่งสมมาเป็นระยะเวลานานก็คล้ายกับเป็นแรงกดดันอันยิ่งใหญ่กระจายออกไปยังกลุ่มของผู้ฝึกตนทั้งหมด
“เจ้าพวกไม่เอาไหน!”
เสียงเย็นชาดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างของคนทั้งห้าปรากฏออกมาผู้ที่ตวาดกร้าวจ้องมองไปยังผู้ฝึกตนทั้งห้าที่ลุกขึ้นยืนอย่างลำบากด้วยสายตาเย็นชาคือชายวัยกลางคนในชุดสีดำใบหน้าของมันเต็มไปด้วยหนวดเคราแววตาของมันเต็มไปด้วยความดุร้าย
มันแค่นเสียงเย็นชาก่อนจะหันไปประสานมือโค้งตัวลงต่ำให้กับบุรุษที่อยู่ด้านหลังพร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ
“นายน้อย สัตว์อสูรวิเศษตนนี้เดิมทีมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในขั้นหลอมรวมปราณกำเนิดทองช่วงท้ายด้วยค่ายกลเวทสยบอสูรของตระกูลหม่าเรา ทำให้ตอนนี้พื้นฐานฝึกตนของมันตกต่ำลง วันนี้หัวใจอสูรที่นายน้อยจะได้รับคงไม่ใช่ระดับพื้นๆอย่างแน่นอน”
บุรุษหนุ่มผู้ที่ชายชุดดำกล่าวเรียกว่านายน้อยนั้นบุคลิกท่าทางของมันเต็มไปด้วยความเย่อยิ่งชุดยาวสีฟ้าสลับกับลวดลายเฉพาะนั้นบ่งบอกถึงฐานะที่ไม่ธรรมดาของมัน
มันยืนอยู่บนกระบี่สีแดงที่ลอยสูงจากพื้นห้าจ้างสองมือไพล่หลังจ้องมองไปที่พยัคฆ์เขี้ยวโลหิตด้วยสายตาที่คล้ายกับมองคนที่ตายไปแล้ว
“ฮา ฮา ท่านลุงจิ่วต้า ท่านทำได้ดีมากเมื่อกลับไปยังตระกูลข้าจะให้ท่านพ่อตบรางวัลให้ท่านอย่างงาม”
ริมฝีปากของมันบิดขึ้นอย่างชั่วร้ายในที่สุดมันก็จะได้รับหัวใจอสูรระดับที่ไม่ธรรมดาเมื่อใช้มันเป็นวัตถุดิบในการปรุงยา ด้วยเม็ดโอสถนั้นสามารถช่วยให้มันทะลวงเข้าไปสู่ขั้นหลอมรวมปราณกำเนิดทองช่วงกลางได้อย่างแน่นอนและศักดิ์ฐานะในตระกูลของมันก็จะมั่นคงขึ้นไม่น้อย
“พวกเจ้าห้าคนถอยออกมาเมื่อกลับไปถึงตระกูลก็ดูกันว่าข้าจะลงโทษพวกเจ้าอย่างไร! พวกเจ้าสามคนเข้าไปโจมตีข้าจะควบคุมค่ายกลเวทด้วยตัวเอง!”
หม่าจิ่วต้าออกคำสั่งไปยังผู้ฝึกตนสามคนที่มาพร้อมกับมัน พวกมันอยู่ในชุดทะมัดทะแมงสีดำคล้ายกับของหม่าจิ่วต้าต่างกันตรงที่หม่าจิ่วต้ามีลวดลายสีขาวบ่งบอกถึงความเป็นหัวหน้าของมัน
ชายชุดดำทั้งสามกลายเป็นเส้นแสงพุ่งเข้าโจมตีไปยังพยัคฆ์เขี้ยวโลหิตโดยพร้อมเพรียงประกายแสงจากอาวุธของคนทั้งสามสาดประกายขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามของพยัคฆ์เขี้ยวโลหิต
ผู้ฝึกตนทั้งสามร่ายวิชาเวทของพวกมันออกมาด้วยพื้นฐานฝึกตนวงจรสมบูรณ์ของขั้นปราณยุทธเงินก็ทำให้พลังที่ระเบิดออกมาสั่นสะเทือนไปเป็นวงกว้างต้นไม้หักโค่นลงเป็นแถบๆเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างรุนแรง
พยัคฆ์เขี้ยวโลหิตเต็มไปด้วยไฟแห่งโทสะมันรู้ว่ามนุษย์ผู้โลภมากพวกนี้ต้องการอะไรหากเป็นสถานการณ์ปกติมันจะไม่ให้ใครสามารถแกะรอยมาถึงรังของมันได้แต่ด้วยความเร่งรีบทำให้ร่องรอยและกลิ่นอายของมันถูกพบเจอโดยคนกลุ่มนี้ จากค่ายกลเวทสยบอสูรนี้เห็นได้ชัดว่าพวกมันช่ำชองในการล่าสัตว์อสูรวิเศษระดับสูงเป็นอย่างมาก!
พยัคฆ์เขี้ยวโลหิตรีดเร้นลมปราณออกมาได้อย่างยากลำบากเนื่องมาจากผลของค่ายกลเวทสยบอสูรทำให้พื้นฐานฝึกตนของมันตกลงไปแม้แต่พลังในการเปลี่ยนเข้าไปในร่างบรรพบุรุษยังไม่สามารถทำได้
ตอนนี้มันตกมาอยู่แค่เพียงขั้นต้นของขั้นหลอมรวมปราณกำเนิดทองถึงเป็นเช่นนั้นก็ยังสามารถป้องกันการโจมตีของชายชุดดำทั้งสามด้วยกรงเล็บอันแข็งแกร่งของมัน
เสียงระเบิดดังกึกก้องกรงเล็บขนาดยักษ์ของมันสั่นสะท้านการโจมตีเข้ามาอย่างต่อเนื่องพร้อมกับพื้นฐานฝึกตนที่ค่อยๆตกลงไป คาดว่าอีกไม่นานมันก็จะตกไปอยู่ในขั้นของปราณยุทธเงินและนั่นก็คือหายนะอย่างแท้จริง!
“ท่านลุงจิ่วต้า มีบางอย่างแปลกๆสัตว์อสูรวิเศษตัวนี้ไม่ได้คิดจะหลบหนีแม้แต่น้อย ภายในถ้ำเบื้องหลังของมันจะต้องมีสิ่งล้ำค่าอยู่อย่างแน่นอน!”
หม่าจิ่วต้าพยักหน้ารับคำนายน้อยของมันดวงตาเป็นประกายเจิดจ้ามันก็สงสัยอยู่เหมือนกันพยัคฆ์เขี้ยวโลหิตตนนี้ไม่เพียงไม่ขยับไปไหนยังจงใจที่จะต่อสู้กลับมา
แม้พลังของมันจะลดลงไปอย่างต่อเนื่องราวกับว่ามันกำลังปกป้องสิ่งสำคัญบางอย่างที่สำคัญกว่าชีวิตของมันอยู่!
“โจมตีเข้าไปเมื่อพลังมันตกลงมาอีกขั้นเมื่อนั้นมันก็จะต้องตายไปอย่างแน่นอนถึงเวลานั้นพวกเจ้าทั้งห้าก็จงสร้างค่ายกลโจมตีไปที่มันด้วย!”
หม่าจิ่วต้าตะโกนออกไปสองมือก็ร่ายเวทออกมาด้วยความรวดเร็วส่งพลังเข้าไปยังค่ายกลเวทสยบอสูรให้มันมีพลังกดดันที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม!
หลินเฟยขบฟันแน่นจนเกิดเป็นเสียงดังตอนนี้เขาพยามช่วยให้เสี่ยวหู่จัดระเบียบเส้นลมปราณภายในร่างให้ไวที่สุดเม็ดยาสามเม็ดไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถย่อยสลายไปได้อย่างง่ายดายด้วยความเข้มข้นของตัวยาทำให้ไม่สามารถที่จะดูดซับมันไปได้ในทันที
ตามแผนการแล้วหลินเฟยต้องค่อยๆช่วยมันย่อยสลายไปเรื่อยๆคอยชักนำลมปราณให้ไหลเวียนไปในทางที่ถูกต้องหากไม่แล้วเส้นลมปราณที่กำเนิดขึ้นมาใหม่นั้นก็จะพังทลายและทำให้เสี่ยวหู่ต้องตกตายไป
หลินเฟยไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมีความรู้สึกกับแม่ลูกพยัคฆ์คู่นี้มากนักอาจจะเป็นเพราะโชคชะตา? หรือความคล้ายคลึงของเขาและพยัคฆ์น้อยที่ต้องพบเจอกับอะไรคล้ายๆกัน
และตอนนี้ภาพของพยัคฆ์โลหิตผู้เป็นแม่ของเสี่ยวหู่ที่ยืนหยัดอยู่หน้าปากถ้ำเต็มไปด้วยร่องรอยของบาดแผลโลหิตไหลซึมย้อมไปทั่วขนสีขาวบริสุทธิ์จนเริ่มจะกลายเป็นสีแดงไปทั้งหมด
ประกายแสงจากวิชาเวทมาพร้อมกับเสียงระเบิดจากการโจมตีดังออกมาอย่างต่อเนื่องต่อให้การโจมตีนั้นจะถาโถมเข้ามามากเท่าไหร่แต่ดวงตาพยัคฆ์นั้นเจิดจ้าด้วยประกายแสงแห่งความมุ่งมั่น ไม่ถอยห่างออกจากปากถ้ำแม้แต่ก้าวเดียว! ไม่มีคำว่าหลบเลี่ยง!
จิตใจที่เด็ดเดี่ยวนั้นทำให้หลินเฟยนั้นสั่นสะท้าน!
หลินเฟยตระหนักได้ถึงเรื่องนึงในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์อสูร ความรักของมารดานั้นยิ่งใหญ่เกินสิ่งใดเปรียบ!
.
.
.