ลาออกทันที?
เซียวเจิ้งจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือด้วยความงุนงง แล้วพึมพำกับตัวเองว่า
คนที่ไม่ถูกคนอื่นอิจฉาถือว่าชีวิตไม่มีอะไรโดดเด่นสินะ ฉันนึกว่าจะมีแค่หัวหน้าไป๋ซะอีกที่รู้สึกว่าฉันเป็ภัยคุกคาม คิดไม่ถึงเลยว่าถังิก็เป็คนใจแคบเหมือนกัน เฮ้อ รู้สึกโดดเดี่ยวจริง ๆ
เซียวเจิ้งเก็บโทรศัพท์ ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในโรงยิม ดวงตาก็เปล่งประกาย
โรงยิมขนาดใหญ่แห่งนี้มีอุปกรณ์ครบครัน ที่นี่ไม่ได้มีแค่เกมส์เต้น ลู่วิ่ง จักรยานสำหรับออกกําลังกาย และอุปกรณ์ทันสมัยอื่น ๆ ที่เป็ที่นิยมในหมู่วัยรุ่นเท่านั้น แม้แต่อุปกรณ์หนัก ๆ อย่างกระสอบทรายขนาดใหญ่ หรือเครื่องมือเสริมสร้างกล้ามเนื้อแขนเพื่อการะเิพลังก็ไม่ขาดแคลน ที่นี่ถือเป็โรงยิมชั้นยอดระดับนานาชาติอย่างแท้จริง
เวลา 10.30 น. ในยามเช้า พนักงานในกลุ่มบริษัทซินอ้าวกำลังยุ่งอยู่กับการทำงาน นอกจากเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 6 – 7 คนที่ออกกำลังกายอย่างหนักภายใต้คำสั่งของไป๋อวี้เจียวแล้ว ในโรงยิมหลายร้อยตารางเมตรแห่งนี้ก็ว่างเปล่า ไม่มีคนอื่นอยู่เลย
บางคนกำลังยกน้ำหนัก บางคนกำลังต่อยกระสอบทรายอย่างบ้าคลั่ง และบนสังเวียนขนาดมาตรฐาน มีเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกำลังฝึกพละกำลังหมัดและขา โดยได้รับความช่วยเหลือจากหัวหน้าทีมที่สอง หลิวฉี่ิ ทุกการโจมตีจะมีเสียงกระแทกดังขึ้นมาจากอุปกรณ์ป้องกันบนแขนของหลิวฉี่ิ
นี่มันโรงยิมของบริษัทประเภทไหนกัน? หลังเวทีมวยชัด ๆ เลย
“แผนกรักษาความปลอดภัยมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบความปลอดภัยของพนักงานในซินอ้าวเกือบพันคน ส่วนใหญ่พนักงานเหล่านี้เป็ผู้หญิงอ่อนแอบอบบางกันทั้งนั้น ในกรณีที่มีปัญหาด้านความปลอดภัย มันง่ายมากที่จะเกิดความวุ่นวายจนควบคุมไม่ได้ ดังนั้นนอกจากแผนกรักษาความปลอดภัยจะต้องรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคลของพนักงานแล้ว ยังต้องรักษาสภาวะของบริษัทให้เป็ปกติ และปฏิบัติตามหน้าที่โดยไม่ละเมิดต่อข้อกฏหมาย ก่อนที่เ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง”
ไป๋อวี้เจียวเดินนำหน้าและกล่าวกับเซียวเจิ้ง แววตาของเธอเปล่งแสงวาบ
“เพราะฉะนั้น เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของซินอ้าวจะต้องไม่ได้มีดีแค่บุคลิกภาพ แต่จะต้องมีความสามารถในการจัดการผู้ก่อกวนและผู้ประสงค์ร้ายได้เป็อย่างดี และเพื่อการนี้ ก็จำเป็ที่จะต้องมีร่างกายแข็งแรง และมีทัศนคติในการทำงานที่หนักแน่นมั่นคง”
“ไม่อย่างนั้น พนักงานหญิงเกือบพันคนในกลุ่มบริษัทซินอ้าวก็จะไม่สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสร้างผลประโยชน์ให้กับบริษัทของเราได้”
ไป๋อวี้เจียวหันกลับมาจ้องมองเซียวเจิ้งด้วยสายตาเฉยชา จากนั้นจึงรัวคำถามอย่างต่อเนื่องราวกับปืนกล
“นายวิ่ง 10 กิโลเมตรภายในเวลา 40 นาทีได้ไหม? วิดพื้นในท่ามาตรฐาน 200 ครั้งภายในเวลา 5 นาทีได้ไหม? และในเวลาที่มีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น นายจะสามารถวิ่งจากชั้น 68 ไปยังชั้น 88 ภายในเวลา 2 นาทีได้หรือเปล่า?”
เซียวเจิ้งอ้าปากหวอ แล้วกล่าวด้วยความประหลาดใจ
“ผมมาที่นี่เพื่อเป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนะ ไม่ได้มาเป็ทหาร ความ้าของคุณมันไม่สอดคล้องกับกฏระเบียบเลย”
“นี่คือกฏของฉัน!” ไป๋อวี้เจียวกล่าวด้วยความจริงจัง
“นี่คือกฏของแผนกรักษาความปลอดภัยในกลุ่มบริษัทซินอ้าว ถ้านายทำไม่ได้ก็ไสหัวออกไป!”
“ทำได้อยู่แล้ว”
เซียวเจิ้งขยี้มวนบุหรี่ จากนั้นจึงกล่าวด้วยความสงบนิ่ง
ไป๋อวี้เจียวคิ้วกระตุก ความไม่คาดคิดปรากฏขึ้นในแววตา
เซียวเจิ้งพูดถูก เงื่อนไขของไป๋อวี้เจียวคือมาตรฐานสำหรับทหารชั้นยอด เซียวเจิ้งเป็เพียงเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ใช้เส้นสายเข้ามา เธอไม่เชื่อหรอกว่าเซียวเจิ้งจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งขนาดนั้นได้ เธอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเ็าว่า
“แค่พูดโม้ ใคร ๆ ก็ทำได้”
“งั้นคุณอยากให้ผมทดสอบอันไหนก่อน?” เซียวเจิ้งยักไหล่
“วิดพื้น”
ไป๋อวี้เจียวกวักมือเรียกเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งที่มีร่างกายแข็งแกร่งจนน่าทึ่งเข้ามา แล้วกล่าวอย่างนึกสนุก
“นายมาทำเป็เพื่อนเขาที”
“ครับ!”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้นกำลังยกน้ำหนักอยู่ เขาหันมาจ้องมองเซียวเจิ้งด้วยแววตาชั่วร้าย จากนั้นจึงกล่าวขึ้นมาว่า
“เริ่มเลยไหม?”
“รอเดี๋ยว” เซียวเจิ้งโบกมือ
“ก่อนที่จะออกกำลังกายหนัก ๆ ผมต้องอุ่นเครื่องก่อน เอวจะได้ไม่เคล็ด”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้นหัวเราะเยาะเสียงดังลั่น สีหน้าของไป๋อวี้เจียวก็ฉายแววดูถูกเช่นกัน คนี้เีพรรค์นี้ พอจวนตัวขึ้นมาก็นึกร้อนใจในนาทีสุดท้าย เขาจะสามารถวิดพื้น 200 ครั้งภายในเวลาที่กำหนดได้จริง ๆ เหรอ? ถึงจะให้เวลาเขาทั้งวันก็คงจะทำไม่เสร็จอยู่ดี!
หลังจากที่ยืดกล้ามเนื้อไปประมาณหนึ่งนาที เซียวเจิ้งก็พยุงร่างกายขึ้นมาจากพื้นด้วยแขนของเขา จากนั้นส่งยิ้มให้เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ข้าง ๆ แล้วเอ่ยถามว่า
“พี่ชาย มาพนันกันไหม?”
“จะพนันอะไรล่ะ?”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ในท่ามาตรฐานแล้ว
“ใครเร็วกว่า คนนั้นได้ 100 หยวน” เซียวเจิ้งยิ้ม
“500 หยวน”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกระซิบเสียงเบา
“นายกล้าหรือเปล่าล่ะ?”
มุมปากของเซียวเจิ้งเหยียดยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะส่งยิ้มให้ไป๋อวี้เจียว แล้วพูดขึ้นมาว่า
“หัวหน้าไป๋ จะเริ่มได้หรือยังครับ? ค้างอยู่ในท่านี้นาน ๆ ผมก็อายเป็นะ”
“เริ่มได้!”
เมื่อไป๋อวี้เจียวออกคำสั่ง ชายหนุ่มทั้งสองคนก็วิดพื้นอยู่บนพื้นด้วยความรวดเร็วทันที ท่าทางของแต่ละคนนั้นได้มาตรฐานจนสามารถเปิดโรงเรียนสอนได้
การแข่งขันของทั้งคู่ดึงดูดความสนใจของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนอื่น ๆ รวมไปถึงหลิวฉี่ิที่กำลังฝึกฝนให้กับเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่บนสังเวียน
ในฐานะหัวหน้าทีมที่สองของแผนกรักษาความปลอดภัย เขาเกลียดชังเซียวเจิ้งผู้ใช้เส้นสายเข้ามาทำงานมากกว่าใครเพื่อน ยิ่งเมื่อเห็นว่าถังิ คู่ปรับของเขามักจะเข้าไปตีสนิทเซียวเจิ้งอยู่บ่อยครั้ง หลิวฉี่ิก็ยิ่งกังวลเื่ตำแหน่งในแผนกรักษาความปลอดภัยของตัวเอง
ถังฉี่ิถูกจ้างเข้ามาทำงานด้วยความสามารถอย่างแท้จริง เขาเองก็เป็ทหารปลดประจำการ และยังเป็ทหารชั้นยอดในหมู่ทหารชั้นยอด ตอนที่เขาเข้ามาในซินอ้าวใหม่ ๆ เขาก็ได้รับความชื่นชมจากไป๋อวี้เจียวซึ่งเป็ทหารปลดประจำการเหมือนกัน มันเป็เื่ที่สมเหตุสมผลมากที่เขาจะได้เป็รองหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย
แต่การปรากฏตัวของถังิไม่เพียงคุกคามตำแหน่งของเขาเท่านั้น อีกฝ่ายยังใช้เส้นสายในครอบครัวมาเล่นงานเขาหลายต่อหลายครั้ง เพราะเหตุนี้แผนกรักษาความปลอดภัยจึงแบ่งออกเป็สองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งนำโดยหลิวฉี่ิ ผู้ไม่มีเส้นสายและภูมิหลังในครอบครัว ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งนำโดยถังิ ผู้มีเส้นสายและภูมิหลังอย่างลึกซึ้ง
หากเป็การต่อสู้กันภายในที่ทำงานตามปกติ หลิวฉี่ิผู้ไม่มีเส้นสายน่าจะถูกถังิเตะกระเด็นออกไปตั้งนานแล้ว แต่ว่าไป๋อวี้เจียวนั้นไม่ใช่หัวหน้าธรรมดา เธอไม่ได้พยายามเข้าไปตีสนิทถังิเพราะเส้นสายของเขา กลับกันเลย เธอเองก็เหมือนกับหลิวฉี่ิ ที่เกลียดชังการใช้เส้นสายภายในแผนกรักษาความปลอดถัย ถึงแม้ว่าแรงจูงใจของเธอจะแตกต่างจากหลิวฉี่ิ แต่ก็ถือว่าเป็พวกเดียวกัน
ดังนั้น ถึงแม้ว่าถังิจะมีเส้นสาย แต่เขาก็พ่ายแพ้ให้กับหลิวฉี่ิในการต่อสู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ว่าตอนนี้ ถ้าเซียวเจิ้งที่มีเส้นสายเหมือนกันถูกถังิดึงตัวไปเป็พวก นั่นจะต้องกลายเป็ภัยคุกคามครั้งยิ่งใหญ่ต่อหลิวฉี่ิอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น เมื่อเห็นว่าไป๋อวี้เจียวพยายามบังคับให้เซียวเจิ้งออกไป เขาก็ดีใจมากและหวังว่าจะได้เห็นความอับอายของเซียวเจิ้ง
แต่ภายในไม่ถึง 10 วินาทีหลังจากการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น เจตนาร้ายของหลิวฉี่ิก็ถูกพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวของเซียวเจิ้งทำลายจนย่อยยับ
“100.....101.....”
“50.....55.....”
เซียวเจิ้งบดขยี้คู่ต่อสู้ด้วยความเร็วที่มากกว่าถึงสองเท่า เงิน 500 หยวนอยู่ห่างแค่ปลายนิ้วมือเท่านั้น......
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่รอบ ๆ ต่างตกตะลึงกันไปหมด รวมไปถึงไป๋อวี้เจียวด้วย
หมอนี่.....มีร่างกายที่แข็งแรงมากจริง ๆ เขาเร็วกว่าคู่ต่อสู้ถึงครึ่งหนึ่ง เซียวเจิ้งวิดพื้น 200 ครั้งเสร็จสิ้นภายในเวลา 3 นาที และตอนนี้ เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่มีร่างกายแข็งแรงกำยำยังวิดพื้นได้ไม่ครบ 100 ครั้งเลยด้วยซ้ำ
“เอาเงินมาเลย” เซียวเจิ้งกล่าวด้วยความดีใจ
“ถ้ารู้แบบนี้ฉันน่าจะเปลี่ยนกติกาใหม่ ใครทำช้ากว่าจะต้องจ่ายครั้งละ 100 หยวน แค่นี้ฉันก็ได้เงิน 10,000 หยวนมาง่าย ๆ แล้ว”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าแดงก่ำ ส่งเงิน 500 หยวนให้เซียวเจิ้งไปอย่างไม่เต็มใจ จากนั้นหนีหายเข้าไปในกลุ่มฝูงชน
เซียวเจิ้งนำเงินเข้ากระเป๋าไปอย่างระมัดระวัง เขามองไป๋อวี้เจียวที่มีสีหน้าไม่สู้ดี แล้วส่งยิ้มให้
“จะทดสอบอะไรต่อดีครับ?”
“ไม่จำเป็ นายผ่านแล้ว” ไป๋อวี้เจียวกล่าวด้วยความสงบนิ่ง
“งั้นผมลงไปทำงานก่อนนะครับ” เซียวเจิ้งหันหลัง ทำท่าจะเดินจากไป
“ใครบอกให้นายไป?” สายตาของไป๋อวี้เจียวเปลี่ยนเป็เ็าขึ้นมา
“ผมทดสอบเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ?” เซียวเจิ้งกล่าวด้วยความสงสัย
“นายแค่ผ่านการทดสอบแรกเท่านั้น” ไป๋อวี้เจียวพูดขึ้นมาเบา ๆ
“นายคิดว่าแผนกรักษาความปลอดภัยของกลุ่มบริษัทซินอ้าวเข้าได้ง่าย ๆ ขนาดนั้นเชียวเหรอ?”
“งั้นก็บอกมาเถอะครับว่าการทดสอบต่อไปคืออะไร” เซียวเจิ้งเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
“ถ้าเพิ่มเงินพนันเข้าไปด้วยจะดีมาก คนเล่นสนุก คนดูก็มีความสุขไปด้วย”
“ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงซะแล้ว!”
ในระหว่างที่พูดคุยกันอยู่นั้น หลิวฉี่ิก็เดินมายืนอยู่ข้าง ๆ และจ้องมองเซียวเจิ้งด้วยสายตาดุดัน
“ฉันท้าพนันกับนาย 10,000 หยวน นายกล้าหรือเปล่า?”
“ใครไม่กล้าก็กลายเป็ไอ้หลานชายไปเลย!” เซียวเจิ้งดวงตาเป็ประกาย
“จะพนันยังไงล่ะ?”
“ขึ้นมาสู้กับฉันบนสังเวียน”
หลิวฉี่ิเม้มริมฝีปากบางของตัวเอง และพูดต่อไปว่า “ถ้านายชนะ นอกจากนายจะได้กลายเป็พนักงานประจำของแผนกรักษาความปลอดภัยแล้ว ฉันจะให้เงินนาย 10,000 หยวน แต่ถ้าแพ้ก็เก็บข้าวเก็บของออกไปจากแผนกรักษาความปลอดภัยซะ”
“หลิวฉี่ิ!” ไป๋อวี้เจียวเลิกคิ้วหนา กล่าวห้ามปรามออกมาว่า
“แผนกรักษาความปลอดภัยมีกฏแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่?”
ถึงเธอจะเกลียดการใช้เส้นสาย และไม่้าให้เส้นสายของเซียวเจิ้งมาทำลายชื่อเสียงของแผนกรักษาความปลอดภัย แต่เธอก็ไม่อยากให้หลิวฉี่ิทำร้ายเซียวเจิ้งด้วยวิธีที่โหดร้ายแบบนี้
“หัวหน้าไป๋วางใจเถอะครับ ผมแค่จะสั่งสอนให้เขาเป็ลูกผู้ชายเท่านั้น ไม่ทำร้ายเขาหรอก”
หลิวฉี่ิอธิบาย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีร่องรอยความชั่วร้ายอยู่ในแววตาอยู่ดี
ตราบใดที่อยู่บนสนาม หลิวฉี่ิจะผ่อนปรนได้งั้นเหรอ? ใครก็รู้ว่าวิชามวยไม่มีตา ถึงแม้ว่าเซียวเจิ้งจะได้รับาเ็จริง ๆ ไป๋อวี้เจียวก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ และถึงแม้ว่าเส้นสายของเซียวเจิ้งจะถามหาความรับผิดชอบ แต่เขาเชื่อว่าไป๋อวี้เจียวจะต้องปกป้องเขา ไม่นั่งมองอยู่เฉย ๆ อย่างแน่นอน
“ให้มันมีขอบเขตซะบ้าง” ไป๋อวี้เจียวขมวดคิ้วมุ่น พูดขึ้นมา
หลังจากนั้นเธอก็หันไปมองอีกฝ่ายด้วยความสงบนิ่ง
“เซียวเจิ้ง ฉันจะพูดกับนายให้ชัดเจน แผนกรักษาความปลอดภัยไม่ต้อนรับคนที่มีเส้นสายอย่างนาย ถ้านายยอมจากไป ฉันจะจ่ายเงินเดือนให้นายหนึ่งเดือนเป็ค่าชดเชย”
“หมอดูทักว่าผมจะมีชีวิตอยู่ถึง 100 ปี” เซียวเจิ้งยิ้มร่า
“ถ้าคุณจ่ายเงินเดือนสำหรับอีกครึ่งชีวิตให้ผมได้ ผมจะรีบไปตอนนี้เลย”
“โลภมากซะจริง!” ไป๋อวี้เจียวตวาด
“ลูกผู้ชายที่ไม่มีความฝันจะต่างอะไรไปจากปลาเค็ม?”
เซียวเจิ้งเดินไปที่สังเวียน แล้วพลิกตัวขึ้นไปข้างบน
“หัวหน้าหลิว อีกเดี๋ยวก็จะถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว พวกเราอย่าเสียเวลาไปมากกว่านี้เลย”
หลิวฉี่ิก้าวขึ้นไปบนสังเวียนด้วยสีหน้ามืดครึ้ม เขากำหมัดเหล็กของตัวเองแน่น แล้วกล่าวขึ้นมาว่า
“นายจะต้องชดใช้ให้กับความอวดดีของตัวเอง!”