จารึกที่ 43 : หายนะของเจ้ามือ : เมื่อขยะมีค่ากว่าทองคำ
บรรยากาศรอบลานประลองยุทธ์เงียบกริบราวกับป่าช้า ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าศิษย์นับพันที่จ้องมองไปยังเวทีศิลา... ร่างของ "หวังต้า" มนุษย์หินผู้แข็งแกร่งกำลังนอนคว่ำหน้า น้ำลายฟูมปาก ก้นมีควันดำลอยกรุ่นๆ จากแรงระเบิดของยันต์อัคคีราคาถูกนับร้อยแผ่น
ทว่าผู้ชนะอย่าง อาเจีย กลับมิได้ยืนชูมือรับเสียงเชียร์เยี่ยงวีรบุรุษ
เขากำลังก้มๆ เงยๆ เดินไปทั่วเวทีอย่างเร่งรีบ มือข้างหนึ่งถือถุงผ้าใบใหญ่ อีกมือหนึ่งตวัด พู่กันนิรันดร์ ไปมาด้วยท่าทางแปลกประหลาด ราวกับกำลังร่ายรำขอฝน แต่แท้จริงแล้ว...
"กระดาษไม้ไผ่ร้อยปีเกรดต่ำ... แม้จะไหม้ไปครึ่งแถบ แต่นำไปบดผสมน้ำหมึกใหม่ได้!"
"โอ๊ะ! นี่มันเศษศิลาวิญญาณของหวังต้าที่แตกออกมา... เก็บ!"
"อันนี้พู่กันหัก... ด้ามยังดีอยู่ ขัดหน่อยขายได้ 50 อีแปะ!"
เสียงพึมพำของอาเจียดังลอดผ่านลมหายใจ ขณะที่เขาทำหน้าที่เป็น "พนักงานเก็บกวาด" อย่างขยันขันแข็ง
[เจ้าศิษย์เนรคุณ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!] เสียงของ (มู่เฉิน) ตวาดลั่นในห้วงจิตวิญญาณด้วยความอับอายขายขี้หน้า [เจ้าเพิ่งชนะการประลองอันศักดิ์สิทธิ์! จงยืนอกผายไหล่ผึงให้สมเกียรติศิษย์ข้า มิใช่ทำตัวเป็นขอทานเก็บขยะเช่นนี้!]
"ท่านอาจารย์ไม่เข้าใจ..." อาเจียตอบกลับในใจพลางแสยะยิ้มมุมปากที่ดูเจ้าเล่ห์ "ขยะพวกนี้ยังมี 'เศษเสี้ยวพลังปราณ' หลงเหลืออยู่... หากข้าใช้เคล็ดวิชาที่ท่านสอน ดูดซับมันกลับคืนมา ข้าก็จะได้กำไรสองต่อ!"
ว่าแล้วอาเจียก็ลอบโคจรพลังเงียบเชียบ ตวัดปลายพู่กันวาด "วงล้อสูญตา (O)" ขนาดจิ๋วขึ้นที่ปากถุงผ้าเพื่อบิดเบือนมิติช่องว่าง
จากนั้นเขาจารึก อักขระถุน (吞 - กลืนกิน) ลงไปที่ใจกลางวงล้อทันที!
วูบ!
ด้วยความ "งก" ที่เข้าครอบงำ อาเจียเผลออัดพลังแห่งความว่างเปล่าลงไปมากเกินพิกัดเพื่อหวังจะดูดให้เกลี้ยงเกลาที่สุด...ปากถุงผ้าพลันเกิดแรงบิดเบี้ยวคล้าย "หลุมดำขนาดจิ๋ว" มันก่อเกิดแรงดึงดูดมหาศาลที่มุ่งเน้น "เขมือบ" ปราณตกค้างในเศษซากยันต์เหล่านั้น ผลลัพธ์คือหายนะบังเกิด!
ครืนนนนน!
จู่ๆ พื้นเวทีศิลาที่ปูด้วยหินแกรนิตหนาเตอะเริ่มสั่นสะเทือน รอยร้าวปริศนาวิ่งพล่านไปทั่วเวที ไม่ใช่เพราะการต่อสู้เมื่อครู่... แต่เป็นเพราะ "วงล้อสูญตา" ของอาเจีย ดันเผลอไปดูดเอา "พลังงานแกนกลาง" ที่ใช้พยุงค่ายกลป้องกันสนามประลองออกมาด้วย!
"เฮ้ย! ทำไมพื้นมันยุบ?!" กรรมการตัดสินร้องเสียงหลง
"อุ๊ย..." อาเจียสะดุ้งโหยง รีบมัดปากถุงผ้าแน่น "ข้า... ข้าขอตัวไปรับรางวัลก่อนนะขอรับ!"
เด็กหนุ่มใส่เกียร์หมา กระโดดลงจากเวทีที่กำลังค่อยๆ ทรุดตัวลงเป็นหลุมยุบขนาดมหึมา ท่ามกลางความโกลาหลของเหล่ากรรมการที่วิ่งวุ่นกันจ้าละหวั่น อาเจียรีบแทรกตัวหายไปในฝูงชน มุ่งหน้าสู่เป้าหมายที่สำคัญยิ่งกว่าชื่อเสียง
นั่นคือ "สาขาหอพยากรณ์" (บ่อนพนันที่ใหญ่ที่สุดในสำนัก)!
...
ณ เคาน์เตอร์รับแลกเงินรางวัล บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด
ชายชราเจ้าหน้าที่หอพยากรณ์ เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลย้อยลงมาตามร่องแก้ม มือที่ถือ "ตั๋วเดิมพัน" ของอาเจียสั่นระริก สายตาจ้องมองตัวเลขบนตั๋วสลับกับใบหน้าซื่อๆ (ที่แฝงความกะล่อน) ของเด็กหนุ่มตรงหน้า
"2... 200 ตำลึงทอง..." ชายชราเสียงสั่น "เจ้าแทงข้างตัวเอง... ในอัตราต่อรอง 1 ต่อ 100..."
"ถูกต้องขอรับท่านผู้เฒ่า" อาเจียยิ้มกว้างจนตาหยี ถูมือไปมาด้วยความคาดหวัง "200 คูณ 100... เท่ากับ 20,000 ตำลึงทอง! ข้าคำนวณมาเรียบร้อยแล้ว จ่ายมาเสียดีๆ ห้ามขาดแม้แต่อีแปะเดียว!"
20,000 ตำลึงทอง! จำนวนเงินมหาศาลขนาดนี้สามารถซื้อตึกแถวในเมืองการค้าหลินได้ทั้งแถบ หรือซื้อโอสถระดมปราณได้เป็นรถม้า!
"ตะ... แต่ว่า..." ชายชราพยายามบ่ายเบี่ยง เหงื่อแตกพลั่ก "เงินสดในสาขาเรามีไม่พอ... ท่านต้องรอหัวหน้าสาขากลับมาจากเมืองหลวงก่อน อีกสัก 7 วัน..."
"7 วัน!" อาเจียเสียงสูงปรี๊ด "ดอกเบี้ยมันเดินทุกวินาทีนะท่าน! ไม่ได้การ... ข้าต้องการเงินเดี๋ยวนี้ ท่านปู่ข้ารอค่ายาอยู่!"
ความ "อยากได้เงิน" ของอาเจียพุ่งทะลุขีดจำกัด จิตใต้สำนึกของเขาสั่งการให้ เจตจำนงแห่งเอกภพ ทำงานโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น ตั๋วเดิมพันในมือของชายชราก็เริ่มร้อนระอุ! ตัวอักษรบนกระดาษที่เขียนว่า "ชนะ" เริ่มเปล่งแสงสีทองประหลาด มันไม่ใช่แสงธรรมดา แต่มันคือการที่อาเจียเผลอส่งพลังผ่านตั๋วเพื่อ "กดดัน" อีกฝ่าย
เปรี้ยะ!
ตู้เซฟด้านหลังชายชรา... จู่ๆ ก็ "เปิดออกเอง" อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! ราวกับกลไกภายในถูกสั่งให้ "ว่างเปล่า" จนสลักล็อกหลุดออก
กองภูเขาตำลึงทองและตั๋วเงินส่องประกายวาววับกระแทกตาอาเจียเข้าอย่างจัง
"โอ้! นั่นไง มีเงินนี่นา!" อาเจียตาโตเท่าไข่ห่าน
ชายชราหน้าซีดเผือด รีบเอาตัวไปบังตู้เซฟ "ยะ... อย่ามองนะ! นี่มันเงินกองกลางของสำนัก!"
[เจ้าเด็กบ้า!] มู่เฉินร้องเตือน [อย่าได้คิดจะปล้นหอพยากรณ์เชียวนะ! เบื้องหลังของที่นี่คือขุมอำนาจที่เจ้ายังแตะต้องไม่ได้!]
อาเจียกัดฟันข่มใจ "ข้าไม่ได้จะปล้น ข้าแค่อยากได้ส่วนของข้า!"
ชายชราเห็นท่าไม่ดี จึงรีบยื่นข้อเสนอประนีประนอม "เอาอย่างนี้! ข้าจะจ่ายให้เจ้าก่อน 5,000 ตำลึงทอง... ส่วนที่เหลือ ข้าจะให้เป็น 'ไอเทมพิเศษ' ที่หลุดจำนำมาแทน มูลค่าสูงกว่าเงินที่ขาดไปแน่นอน!"
อาเจียหูผึ่ง "ไอเทมหลุดจำนำ? มันคืออะไร?"
ชายชราหยิบกล่องไม้เก่าคร่ำครึออกมาจากใต้เคาน์เตอร์ เมื่อเปิดออก ภายในมี "เศษผ้าไหมสีดำขาดวิ่น" ชิ้นหนึ่งวางอยู่ ดูไร้ราคาค่างวด
"นี่คือ 'แผนที่ดาราจักรสังหาร' ส่วนที่หนึ่ง" ชายชรากระซิบเสียงเบา "ว่ากันว่ามันนำทางไปสู่ขุมทรัพย์ของ 'ราชันอัคคี' ที่สาบสูญ... มูลค่าประเมินไม่ได้!"
อาเจียมองเศษผ้าด้วยสายตาดูแคลน "ผ้าขี้ริ้วชัดๆ... ข้าขอแลกเป็นข้าวสาร 100 กระสอบยังจะดีกว่า"
ทว่าในวินาทีนั้น... พู่กันนิรันดร์ ที่เอวของอาเจียกลับสั่นระริกเบาๆ อีกครั้ง
[รับมันมา...] เสียงมู่เฉินเปลี่ยนไป เป็นน้ำเสียงที่เคร่งเครียดและจริงจังที่สุด [รับมันมาเดี๋ยวนี้ อาเจีย! เศษผ้านั่น... มันมีกลิ่นอายของ 'เพลิงทมิฬ' ที่ข้าคุ้นเคย... มันอาจเกี่ยวข้องกับเบาะแสของคนผู้นั้น!]
อาเจียชะงัก เขาไม่เคยเห็นอาจารย์จริงจังขนาดนี้มาก่อน
"ก็ได้!" อาเจียคว้าถุงเงิน 5,000 ตำลึงและกล่องไม้มาอย่างรวดเร็ว "ถือว่าข้าขาดทุนย่อยยับเพื่อเห็นแก่หน้าท่านหรอกนะ!"
เด็กหนุ่มรีบเดินออกจากหอพยากรณ์ ทิ้งให้ชายชรายืนปาดเหงื่อด้วยความโล่งอก หารู้ไม่ว่า... แรงกดดันจาก "ความว่างเปล่า" เมื่อครู่ ได้ทำให้กลไกตู้เซฟพังถาวร และประตูเซฟก็ค่อยๆ หลุดร่วงลงมาทับเท้าชายชราดัง โครม!
"โอ๊ยยยยยย! ไอ้เด็กปีศาจ!"