คิดได้เช่นนั้นกังหลงจึงทบทวนเคล็ดวิชาระดับเลิศล้ำมายาสวรรค์กลืนอัคคีวิเศษ กำหนดไฟวิเศษสีดำให้กำเนิดขึ้นในทะเลจิต เพื่อชักนำให้โคจรไปยังตำแหน่งจักระธาตุวิญญาณบริเวณหน้าผาก แต่ดูเหมือนอัคคีวิเศษสีดำจะไม่ยินยอมพร้อมใจ มันแข็งขืนเพียรถอยกลับทุกคราที่ถูกชักนำ
กังหลงกำหนดจิตมั่นใช้จิตเหนือโลกีย์แบ่งจิตส่วนหนึ่งฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับเลิศล้ำมายาสวรรค์กลืนอัคคีวิเศษ ส่วนหนึ่งโคจรคัมภีร์วิญญาณเทวะ และแยกจิตอีกส่วนโคจรลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติมาดูดกลืนธาตุธาตุอื่น ๆ ทุกชนิดกลั่นกรองเป็นปราณบริสุทธิ์เสริมสร้างพลังปราณทดแทนแก่ตนเอง
จนพลังปราณกล้าแข็งขึ้นสามารถผลักดันอัคคีวิเศษสีดำให้เริ่มเคลื่อนที่อย่างช้า ๆ ไปจนถึงจุดจักระธาตุวิญญาณจนหลุมดำขนาดเล็กที่กำลังหมุนวนสามารถดูดกลืนอัคคีวิเศษสีดำเข้าไปจนหมดสิ้นได้สำเร็จ
บัดนี้บังเกิดกระแสพลังวิญญาณขนาดกลางได้ไหลวนผ่านจักระจุดต่าง ๆ ผ่านจุดชีพจรทั้งหมดหมุนวน หนึ่งรอบ..สองรอบ...สามรอบ..รอบแล้วรอบเล่า จนครบหนึ่งร้อยแปดรอบ พลันอักขระสีดำนิลได้ผุดออกมาในทะเลจิตจนเด่นชัดอีกครั้ง
"วิญญาณเทวะ...จิตสัมผัสระดับเทวะ
จิตวิญญาณผ่านห้าสิบสี่ชีพจร...ผ่านเจ็ดจักระหมุนวนร้อยแปด
จิตรวมเป็นหนึ่ง..ทะเลจิตขยายขอบเขต.. ดับสูญเกิดใหม่..หนึ่งคราจิตราชันย์..วิญญาณครอบครองสัมผัสพสุธา
จิตรวมเป็นหนึ่ง..ทะเลจิตขยายขอบเขต.. ดับสูญเกิดใหม่..สองคราจิตจักรพรรดิ์.. วิญญาณครอบครองสัมผัสฟากฟ้า
จิตรวมเป็นหนึ่ง..ทะเลจิตขยายขอบเขต.. ดับสูญเกิดใหม่..สามคราจิตเทวะ..วิญญาณครอบครองสัมผัสดวงดาว "
กังหลงคล้ายเริ่มเข้าใจในเคล็ดคัมภีร์วิญญาณเทวะ จึงชักนำกระแสพลังวิญญาณขนาดกลางให้ไหลวนผ่านจักระจุดต่าง ๆ ผ่านจุดชีพจรทั้งหมดหมุนวนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดกระแสหมุนวนอย่างรุนแรง
รูขุมขนทั่วกายกังหลงเปิดออกทั้งหมดดูดกลืนพลังวิญญาณและธาตุต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย จากรอบกายขยายอาณาเขตการดูดกลืนออกไปเรื่อย ๆ จากหนึ่งเมตร..สองเมตร..เป็นหนึ่งลี้ ..สองลี้..สามลี้..และไปสิ้นสุดที่ระยะสี่ลี้ จนป่าเขา อากาศต่าง ๆ แปรปรวนและสั่นสะเทือนไปทั่ว สัตว์อสูรต่าง ๆ ตื่นตกใจ บ้างหมอบสั่นด้วยความตื่นกลัวบ้างวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น หลุมดำที่ตำแหน่งจักระธาตุวิญญาณขยายขนาดขึ้นดูดกลืนพลังวิญญาณเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
สตรีงามทั้งสามต่างตื่นตกใจต่อเหตุการณ์นี้ แต่เมื่อออกมาสำรวจดู พบว่าจุดกำเนิดเหตุการณ์มาจากถ้ำของกังหลงและเห็นกระแสธาตุต่าง ๆ วิ่งเป็นเส้นสายสีดำจาง ๆ เข้าไปในห้องนี้จึงพอจะเข้าใจว่าเป็นเหตุการณ์ใด ทั้งสามจึงคลายสงสัยลงกลับไปฝึกฝนตนเองต่อ
การดูดกลืนพลังวิญญาณและธาตุต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จนทะเลแห่งจิตเต็มไปด้วยพลังวิญญาณจนบวมเป่งปานจะระเบิด พลังวิญญาณทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่องมิมีท่าทีว่าจะหยุด สร้างความทรมานแก่กังหลงจนศีรษะแทบระเบิดแต่ก็ยังฝืนทนกัดฟันจนแทบแหลกละเอียดโคจรพลังต่อไป ทันใดนั้นทะเลจิตที่บวมเป่งมิอาจจะทนรับพลังวิญญาณที่ถูกดูดกลืนเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนบังเกิดเสียงดังสนั่นในห้วงจิตและในกายพร้อม ๆ กันจนกังหลงอดส่งเสียงออกมามิได้
"โพล๊ะ..!!"
"ปุ..ปุ..!!"
"อั๊ก...!!"
ทะเลแห่งจิตและจุดตันเถียนของกังหลงมิอาจทนทานได้จึงแตกออก ขณะเดียวกันคอขวดที่ขวางกั้นพลังปราณไว้ได้ทะลุทะลวงออกเช่นกัน กังหลงรู้สึกหัวสมองหมุนตาลายเหมือนฟ้าถล่นดินทลาย พลังปราณไม่มีที่กักเก็บแผ่กระจายออกไปทั่วร่างจนบวมโป่งพองดุจสิ่งของที่โดนสูดลมเข้าไปจนแน่นมีทีท่าว่าจะระเบิดออกได้ทุกเวลา
แม้จะประสบกับสภาวะเช่นนี้กังหลงก็ยังฝืนทนใช้จิตเหนือโลกีย์ควบคุมจิตส่วนหนึ่งโคจรเคล็ดวิชาระดับเลิศล้ำมายาสวรรค์กลืนอัคคีวิเศษ ส่วนหนึ่งโคจรคัมภีร์วิญญาณเทวะ และแยกจิตอีกส่วนโคจรลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติอย่างต่อเนื่อง เคล็ดโคจรลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติทำงานถึงขีดสุดจนเริ่มรวบรวมหล่อหลอมให้ทะเลจิตและจุดตันเถียนเริ่มก่อตัวใหม่ขึ้นอีกครั้ง
กังหลงโคจรคัมภีร์วิญญาณเทวะจนจิตสงบรวมเป็นหนึ่งเดียว ทะเลจิตเวิ้งว้างนิ่งสงบและจุดตันเถียนที่แตกออกได้เริ่มก่อตัวและสมานกัน ครานี้กังหลงรับรู้ได้ว่าทะเลแห่งจิตและจุดตันเถียนได้ขยายใหญ่ขึ้นและมีความหนาทนทานกว่าเดิมถึงหนึ่งเท่าตัว ขณะนี้ตนสามารถสัมผัสรับรู้พสุธาอันกว้างใหญ่นี้ในรัศมีห้าลี้ สามารถได้ยินและรับรู้ได้แม้กระทั่งใบไม้ไหว การเคลื่อนไหวต่าง ๆ ไม่ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตในรัศมีห้าลี้ล้วนมิอาจผ่านสัมผัสของตนไปได้ และด้านพลังปราณรู้สึกถึงร่างกายที่เบาสบายยิ่ง รับรู้ถึงขอบเขตพลังใหม่ที่อัดเต็มไปด้วยพลังอันหนาแน่นกว้างใหญ่
เคล็ดโคจรลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะยังคงทำหน้าที่ดูดกลืนพลังวิญญาณและพลังธาตุต่าง ๆ เข้าไปเติมเต็มทะเลจิตและจุดตันเถียนตลอดเวลาจนเต็มอีกครั้ง บัดนี้ตนได้เข้าใจในข้อความที่ว่า ...จิตรวมเป็นหนึ่ง..ขยายขอบเขต... ดับสูญเกิดใหม่..เป็นเช่นนี้เอง
การโคจรเคล็ดวิชาระดับเลิศล้ำมายาสวรรค์กลืนอัคคีวิเศษ การโคจรคัมภีร์วิญญาณเทวะ และการโคจรลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติ เป็นไปชั่วขณะจวบจนร่างกายกังหลงได้ขับสิ่งไม่บริสุทธิ์ส่วนหนึ่งที่ฝังแฝงในร่างกายออกทางรูขุมขนจนคล้ายเมือกดำเกาะตามผิวหนังจนหมดสิ้น จึงได้หยุดลงในที่สุด หลุมดำในตำแหน่งจักระธาตุวิญญาณได้ค่อย ๆ สลายหายไป ในจุดจักระธาตุวิญญาณบัดนี้ได้มีดวงอัคคีสีดำเติมเต็มอยู่แทนที่ความว่างเปล่า
กังหลงสำรวจร่างกายและจิตคราหนึ่ง เมื่อพบถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจึงมีความยินดียิ่ง มิคาดว่าการทดลองฝืนชักนำอัคคีวิเศษสีดำมายังตำแหน่งจักรธาตุวิญญาณ ทดแทนเม็ดพลังธาตุวิญญาณเพื่อเรียนรู้คัมภีร์วิญญาณเทวะถึงกับประสบความสำเร็จในเบื้องต้น จนตนสามารถสำเร็จเคล็ดวิชาวิญญาณเทวะระดับจิตราชันย์ และยังบังเอิญยกระดับปราณเข้าสู่ระดับครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิ์สงครามขั้นหนึ่งช่วงชั้นต้นได้อีกด้วย โคจรลมปราณสลัดคราบสกปรกที่เกาะติดตามร่างกายออกจนหมดสิ้น ลืมตาขึ้นรำพึงกับตัวเอง
"มินึกว่าการทดลองสะเปะสะปะไปกลับทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า ก้าวหน้าสัมพันธ์ คือการที่ยกระดับจิตและระดับปราณไปพร้อมกัน จากความรู้ของท่านอาจารย์สภาวะนี้ถือว่าเกิดขึ้นยากมากถ้าหากระดับจิตและกายาไม่แข็งแกร่งเหนือธรรมดา .."
"การบังเอิญฝึกคัมภีร์วิญญาณเทวะขั้นต้นสำเร็จ ระดับจิตราชันย์ แต่ดูเหมือนพลานุภาพยังแสดงผลได้ไม่เต็มกำลัง อาจคงเป็นเพราะอัคคีวิเศษสีดำแม้จะเป็นอัคคีประเภทธาตุวิญญาณ แต่ก็มิใช่เม็ดพลังธาตุวิญญาณอย่างแท้จริงเพราะอัคคีย่อมจัดอยู่ในธาตุอัคคี พลานุภาพของวิญญาณเทวะขั้นต้นระดับจิตราชันย์จึงยังแสดงได้ไม่เต็มกำลัง.. "
"อืม..แต่แค่นี้ก็มีประโยชน์มิน้อยแล้วคงต้องหาเวลาทดสอบดูว่าจิตราชันย์นอกจากรับรู้สิ่งต่าง ๆ ในรัศมีห้าลี้แล้วยังมีคุณสมบัติใดอีกบ้าง แถมระดับปราณยังสามารถยกระดับเข้าสู่ปราณครึ่งก้าวสู่จักรพรรดื์สงครามขั้นหนึ่งช่วงชั้นต้นได้อีก ต่อไปการจะยกระดับปราณต่อจากนี้จะยากเย็นขึ้นอีกมากมายเพียงใด เนื่องจากบัดนี้จุดตันเถียนได้ขยายใหญ่กว่าเดิมถึงหนึ่งเท่า ..มิทราบผู้อื่นจะฝึกปรือให้ก้าวล้ำเข้าสู่ปราณจักรพรรดื์สงครามได้เช่นไรบ้าง หากข้ามิอาจเข้าสู่ปราณจักรพรรดื์สงครามได้ก็ยังมิอาจทำภารกิจที่ได้รับการฝากฝังของท่านอาจารย์ได้ "
เมื่อครุ่นคิดถึงเรื่องราวของภารกิจที่ได้รับการฝากฝังและคำกล่าวต่าง ๆ ของเฒ่าเทียนคงผู้เป็นอาจารย์ที่ติดข้องในใจ ทำให้กังหลงมีจิตใจที่กระหายอยากที่จะเพิ่มพลังฝีมือให้ยิ่งสูงขึ้นไปให้มากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ จึงสงบจิตค้นหาความรู้ในการยกระดับพลังปราณจากความทรงจำของผู้เป็นอาจารย์อีกครั้ง
พลันพบว่ายิ่งการยกระดับปราณให้สูงยิ่งขึ้นไปล้วนยากเย็นขึ้น แต่วิธีการนั้นยังมีอยู่ไม่ว่าจะอาศัยของวิเศษตามธรรมชาติโอสถหรือการฝึกปรือด้วยเคล็ดวิชาต่าง ๆ เมื่อรู้เช่นนี้จึงลุกขึ้นพร้อมกล่าวอย่างทรนง
"จากการขยายตัวของทะเลจิตและจุดตันเถียนไม่ว่าจะยากเย็นเพียงใดหรือแม้จะต้องใช้วิธีการไหน ข้าก็จะยกระดับความสามารถของตัวเองให้แข็งแกร่งให้มากที่สุดเท่าที่มนุษย์ผู้หนึ่งจะสามารถมีได้ โดยเฉพาะการใช้พลังจากจักระตอนนี้เพียงสามารถโจมตีได้คราละธาตุ หากแม้นเมื่อใดที่สามารถผสานธาตุเข้าด้วยกันได้มิทราบจะให้ผลเป็นเช่นไร คงต้องเพียรพยายามฝึกฝนทุก ๆ อย่างที่เคยเรียนรู้มาให้ยิ่งพัฒนายิ่งขึ้นกว่านี้"