แหวนภัสดา

    เกิดเรื่องจนได้ (2)

            เกตุแก้วถูกจับมัดติดขื่ออยู่ด้านล่างเรือนหญิงสาวนิ่งเงียบ ในใจเจ็บแค้นที่สุด ‘ไม่เคยจดไม่เคยจำเขาเคยทำร้ายบุพการีเยี่ยงใดวันนี้หล่อนเองก็กำลังจะโดนลงโทษเช่นเดียวกับพ่อแม่เยี่ยงนั้น!’ช่างไม่มีเหตุผลเลย คิดอยากสั่งลงโทษใครก็ทำตามอำเภอใจมิได้ไต่สวนทวนความกันให้ละเอียดเสียก่อนซึ่งเกตุแก้วรู้ดีเรื่องนี้เธอไม่ผิดสักนิด มีคนจงใจทำให้เรื่องมันเกิดขึ้น!!!

            “คุณพี่จะลงโทษคนสุ่มสี่สุ่มห้าอย่างนี้มิได้นะเจ้าคะ”ลำเภารีบห้ามใจคอไม่ดีเป็นห่วงพี่เกตุแก้ว

            “แล้วที่เห็นคืออะไรรึลำเภาหนีการหนีงานไปลอบนัดพบกับผู้ชายไม่รู้จักละอายเสียบ้าง” กัดฟันพูดหน้าตาขมึงทึง

            “มิใช่ว่าแอบลอบพบพาได้เสียกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วรึ?”เสียงแปร๋นสอดขึ้นมาเชียว

            “แม่บัวทองเก็บปากหล่อนเสียบ้างเถอะคำพูดคำจาให้มันเหมาะสมไตร่ตรองก่อนที่หล่อนจะพ่นมันออกมาเพื่อเพ่งโทษผู้อื่น”ลำเภาตำหนิตรงๆอย่างไม่ชอบใจอย่างยิ่งที่บัวทองแทรกเข้ามาทั้งที่มิใช่เรื่องของตัวเอง

            “พี่เกตุแก้วนอนเฝ้าน้องทุกคืนทำงานทุกวันอยู่ในสายตาน้องตลอดน้องขอประกันว่าพี่เกตุแก้วมิได้มีพฤติกรรมอย่างที่แม่บัวทองใส่ความสักเพียงนิดเดียวเลยนะเจ้าคะ”ลำเภาหันมาอธิบายให้ผู้เป็นพี่ชายได้รับรู้เผื่อว่าจะได้มีการไต่สวนทวนความให้ละเอียดกันอีกครั้งเพราะลำเภามั่นใจว่าพี่เกตุแก้วหาใช่หญิงชั่วช้าอย่างที่บัวทองปรักปรำไม่

            “นังเปื้อนเฆี่ยนสิบไม้โทษฐานทำอะไรมิรู้จักฐานะตัว หนีงานออกไปพบชายนอกบ้าน ข้าขอสั่ง ไม่ว่าใครหากประพฤติเยี่ยงนี้ก็ต้องโดนโทษแบบนี้ไม่ไว้หน้าไหนทั้งสิ้น”ออกคำสั่งด้วยสำเนียงที่อ่อนลงเล็กน้อย หากแต่ภายในใจก็ยังขุ่นเคืองมิวายกระนั้นก็จำเป็นต้องลงโทษเพื่อมิให้ผู้อื่นเอาเยี่ยงอย่าง ทุกคนทำหน้าสลดไปตามๆกัน ด้วยเพราะสงสารเกตุแก้ว มีเพียงสองนายบ่าวบัวทองกับจำปีที่ยิ้มระรื่นสะสาใจที่ศัตรูหัวใจได้รับทุกข์ทัณฑ์แต่บัวทองก็ยังแอบคิดว่าเกตุแก้วได้รับโทษน้อยไปถ้าเทียบกับบ่าวไพร่คนอื่นๆ

            “เพี๊ยะ..!” เสียงหวายฟาดลงเนื้อนวลอย่างแรงแม้ว่าเปื้อนจะพยายามไม่ฟาดเข้าไปเต็มแรงแต่กระนั้นด้วยความที่เกตุแก้วเป็นคนผิวขาวราวหยวกกล้วยเมื่อโดนหวายฟาดเข้าโดยไม่มีสิ่งใดปิดบังก็ปรากฏเป็นรอยช้ำเลือดขึ้นแทบทันทีหญิงสาวสะดุ้งโหยงตามแรงหวายด้วยความเจ็บปวดจนต้องกัดฟันแน่น มือกำผ้าเพื่อให้พอจะบรรเทาความแสบผิวลงไปได้บ้างเธอรู้แล้วว่าพ่อกับแม่ของเธอทรมานเพียงใด เสียงเฆี่ยนดังต่อเนื่อง

            และขณะที่บ่าวชื่อเปื้อนกำลังจะลงหวายเป็นไม้ที่ห้านั้นเสียงเอะอะมะเทิ่งก็ดังโวยวายแหวกกลุ่มบ่าวไพร่ที่ห้อมล้อมเกตุแก้วเข้ามาพร้อมด้วยร่างของชายไม่สวมเสื้อคนหนึ่งที่ถูกผลักล้มลุกคลุกคลานกระเด็นเข้ามาอยู่แทบเท้าของคุณหลวงภัสดาโดยมีคุณหลวงธรรมธรก้าวตามมายืนประจันหน้าด้วยสภาพที่เนื้อตัวยังไม่แห้งสนิท

            “ไอ้นี่มันรับสารภาพว่ามีคนจ้างวานให้มันคว่ำเรือของกระผม!” คุณหลวงธรรมธรขึ้นเสียงอย่างโมโหสายตาจ้องเขม็งไปทางคุณหลวงภัสดาอย่างประกาศตัวว่าพร้อมเป็นอริกัน

            “กระผมพายเรือจะกลับเรือนแล้วเห็นอ้ายคนนี้มันว่ายน้ำอยู่กระผมยอมรับว่ากระผมอยากเห็นหน้าแม่เกตุแก้วก็เลยพายเรือเข้ามาดูว่าที่เรือนคุณหลวงมีกระไรกันแล้วจู่ๆนังคนนั้น” ชี้ไปทางจำปีบ่าวคนสนิทของบัวทอง

            “มันแหกปากโวยวายอะไรสักอย่างกระผมจึงรีบพายเรือเข้ามาใกล้ๆเพื่อจะดูว่ามีใครเป็นอะไรปรากฏว่าเมื่อถึงตีนท่าน้ำบ้านคุณหลวงอ้ายนี้มันก็คว่ำเรือของกระผมแล้วนังบ่าวนั่นมันก็ผลักแม่เกตุแก้วตกน้ำมาด้วยเช่นกันเดชะบุญที่แม่เกตุแก้วว่ายน้ำเป็นหล่อนจึงช่วยกระผมจนรอดมานี่แหละขอรับหากแม่เกตุแก้วว่ายน้ำไม่เป็นเสียเล่าคงได้เป็นผีเฝ้าคุ้งน้ำไปด้วยกันทั้งคู่แล้วกระมัง” คุณหลวงภัสดาชาวาบไปทั้งตัว เขาได้ลงโทษผิดคนเสียแล้วรึนี่ทำไมตอนลำเภาผู้เป็นน้องสาวท้วงให้ทวนความเขาจึงไม่ไต่ตรองแล้วทำตามคำน้องสาวเสียงบ้าง

            เพราะเอาอารมณ์เป็นที่ตั้งอีกแล้วรึ คุณหลวงภัสดาก้าวมายืนอยู่หน้าชายที่คุกเข่ายกมือไหว้ปะหลกๆด้วยความหวาดกลัว บัวทองกับจำปีมองหน้ากันหาทางออกคุณหลวงเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มคนนั้นแล้วใช้ฝ่ามือฟาดเปรี้ยงไปที่ใบหน้าอ้ายคนนั้นอย่างแรงจนมันล้มคว่ำไปกองกับพื้นไม่เป็นท่า ทุกคนตกใจกับท่าทีของคุณหลวงภัสดา เพราะไม่เคยเห็นเขาแสดงท่าทีที่เกรี้ยวกราดขนาดนี้โดยเฉพาะบัวทองหน้าเหลือสองนิ้ว กลัวไอ้ก้อนซัดทอดความผิดมาที่ตนทางด้านลำเภากับบุญอิ่มต่างก็พากันช่วยแก้มัดให้กับเกตุแก้วอย่างรวดเร็วเม็ดเหงื่อผุดพรายไปทั้งตัวของหญิงสาวพร้อมรอยช้ำเลือดที่ชัดเจนตรงแผ่นหลัง หน้าของหล่อนซีดราวกระดาษเปล่ายืนโซเซไร้เรี่ยวแรง

            “มึงคว่ำเรือคุณหลวงท่านทำไม!?”ตวาดถามเสียงดังเอาเรื่องบ่าวผู้นั้นเห็นท่าทางองอาจและดูเอาเรื่องจนน่าเกรงขามของคุณหลวงภัสดาก็ลนลานมือสั่นปากสั่นหันมองไปทางบัวทองและจำปีเพื่อหาทางพ้นผิด บัวทองกับจำปีพร้อมใจกันขึงตาดุใส่

            “แม่สองคนนี้ขอรับจ้างวานกระผมให้ไปคว่ำเรือของคุณหลวงท่านแล้วนังจำปีมันก็ผลักแม่บ่าวคนนั้น”พร้อมชี้มือไปทางเกตุแก้ว

            “ให้ตกน้ำไปตรงที่กระผมคว่ำเรือคุณหลวงท่านขอรับ”เมื่อชายผู้เป็นจำเลยให้คำตอบบัวทองก็ย่างสามขุมเข้าไปหาอ้ายจำเลยแล้วใช้ฝ่ามือเรียวบางฟาดเข้าที่ใบหน้าของบ่าวผู้นั้นทันที

            “เพี้ยะ!” แม้จะรู้สึกเจ็บแต่หาเท่าแรงฟาดฝ่ามือของคุณหลวงภัสดาไม่

            “มึงใส่ความกูรึไอ้ก้อน?” บัวทองเสียงเข้มตาขวางทำท่าทางขึงขัง แต่ในใจกลับสั่นสะท้านไปหมดเพราะไม่คิดว่าความจะแตกรวดเร็วเยี่ยงนี้และต่อหน้าบ่าวไพร่ทุกคนเสียด้วย คุณหลวงภัสดาเอะใจหันไปถามบัวทองทันที

            “รู้จักชื่อมันได้อย่างไร?”หันไปตวาดถามทันที โดยไม่มีความเกรงใจใดๆ ทั้งสิ้นสายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ บัวทองเป็นจุดเดียว ทุกสายตาที่จ้องมาต่างไม่พอใจด้วยกันทั้งนั้นเพราะตอนนี้เกตุแก้วเป็นที่รักของทุกคนในเรือนไม่เว้นแม้แต่เจ้านายของเรือนนี้และต่างรอฟังคำตอบจากบัวทองคนเดียว แต่จังหวะนั้นเอง

            “ว๊ายยยย.. พี่เกตุแก้ว” ขณะที่บัวทองกำลังตกที่นั่งลำบากเสียงของลำเภาก็อุทานแทรกขึ้นซึ่งมันเปรียบเหมือนแสงสว่างที่สาดส่องมาทางบัวทองเพราะทุกคนหันไปสนใจต้นเสียงนั้นอย่างพร้อมเพรียงโดยเฉพาะคุณหลวงภัสดาเขาตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้ายิ่งนัก

            เกตุแก้วล้มลงไปกองกับพื้นเป็นลมสลบไปที่จมูกมีเลือดออกคงเพราะช้ำในคุณหลวงภัสดารีบแหวกกลุ่มผู้คนเข้าไปช้อนร่างบางเข้าแนบอกอย่างตกใจยิ่งนักและความรู้สึกผิดก็พุ่งขึ้นสู่มโนสำนึกทันทีเช่นกันเขาแนบแก้มของตัวเองไว้กับศีรษะของหญิงสาวด้วยความหวงแหน ‘ฉันทำร้ายหล่อนกับมือเชียวรึ’

            คุณหลวงภัสดามิได้สนใจสิ่งใดอีกต่อไปนอกเสียจากความเจ็บปวดที่เกตุแก้วได้รับเขาอุ้มร่างหญิงสาวขึ้นบนเรือนอย่างรวดเร็วคุณหลวงธรรมธรได้แต่มองตามไปด้วยความเป็นห่วงและค่อนข้างแน่ใจว่าหลวงภัสดามีใจให้กับเกตุแก้วอย่างแน่นอน

            ทางด้านบัวทองเมื่อทุกคนมัวแต่สนใจอาการของเกตุแก้วหล่อนก็รีบถอยฉากออกไปทันทีพร้อมด้วยจำปีบ่าวที่สมรู้ร่วมคิดขณะที่ทั้งสองกำลังเร่งฝีเท้าใกล้จะพ้นเขตเรือนของคุณหลวงภัสดาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

            “แม่บัวทอง!หล่อนใช่ไหมที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้?” ลำเภาตามมาเอาเรื่องต้นเหตุอย่างไม่พอใจเพราะถือได้ว่าบัวทองก่อเหตุอย่างอุกอาจบัวทองยืนนิ่งสีหน้าซ่อนพิรุธแต่ก็เถียงแบบข้างๆ คูๆ

            “ข้าไม่เกี่ยวข้องไม่รู้เรื่องอะไรหล่อนอย่ามากล่าวหากันลอยๆหน่อยเลย แม่ลำเภา” บัวทองปฏิเสธเสียงแข็งลำเภารับฟังอย่างระอาใจเพราะแม้แต่เด็กมันยังรู้ว่าบัวทองนั่นแหละคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น

            “ระวังไว้เถอะการกระทำของหล่อนในวันนี้มันจะเผยให้เห็นธาตุแท้ของหล่อนในวันหน้า”ลำเภาเอ่ยชัดเจน เมื่อโดนตำหนิต่อหน้าบัวทองก็ไม่พอใจก้าวอาดๆมาเผชิญหน้ากับคู่กรณีโดยมีจำปีเดินตามมาด้านหลังอย่างเกรงๆเพราะตัวเองก็มีส่วนในความผิดนี้

                    “อย่าคิดว่าเป็นน้องสาวของคุณพี่แล้วจะพูดจากระไรก็ได้ถ้าเป็นดองกันเมื่อไหร่หล่อนนั่นแหละที่ต้องเชื่อฟังข้า” พูดด้วยความจองหองที่สุดลำเภายิ้มขบขัน

            “หล่อนน่ะรึจะมาเป็นดองบ้านข้าคุณพี่มิได้มีใจให้หล่อนแม้แต่นิด อย่าฝันลมๆ แล้งๆ ไปหน่อยเลยแม่บัวทอง” คนพูดมั่นใจเสียยิ่งกว่ามั่นใจว่าผู้เป็นพี่ชายมิได้มีใจให้บัวทอง

            “เพราะถ้ามีใจให้มีรึจะช้าถึงเพียงนี้ป่านนี้คงจะรีบแจ้นไปสู่ขอตั้งแต่เนิ่นตั้งแต่นานเสียแล้วกระมัง” พูดอย่างเน้นน้ำเสียง บัวทองนึกโมโหในคำพูดของลำเภาแต่เมื่อเห็นมีคนเดินตามหลังลำเภามาไวๆหล่อนก็รีบสะบัดหน้าเดินออกไปเพราะกลัวคุณหลวงภัสดาลงมาทันเอาโทษเอาภัยแก่ตัวเองคุณหลวงธรรมธรที่ตามมาติดๆ ก็ได้รับรู้ว่าธาตุแท้แม่บัวทองร้ายกาจเพียงใดชายหนุ่มนึกเป็นห่วงเกตุแก้วขึ้นมาทันทีแต่ภาพในใจก็มาหยุดอยู่ที่คุณหลวงภัสดาอุ้มหล่อนอย่างทะนุถนอมขึ้นไปบนเรือน...

    คล้ายกับเรื่องแหวนภัสดา ที่คุณอ่าน