ตอนนี้ฉันกำลังขึ้นชั้นปีที่สี่แล้ว ฉันเลือกเรียนคณะบริหารธุรกิจเพราะอยากรู้ว่าคนที่ไม่ได้เกิดมาพร้อมทุกอย่างจะสร้างอนาคตด้วยมือตัวเองได้ไกลแค่ไหน สักวันหนึ่งฉันคงไม่ต้องพึ่งพาใครอีกและสามารถยืนหยัดอยู่บนขาของตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ
ในขณะที่ฉันกำลังเหม่อลอยอยู่นั้น เสียงอาจารย์จากหน้าห้องเรียนทำให้ฉันหลุดออกมาภวังค์แล้วกลับมาตั้งใจเรียนอีกครั้ง ่ก่อนฉันต้องใส่เสื้อคอเต่ามาเรียนตลอดเนื่องจากรอยที่พี่ศิลาทำไว้ยังไม่หาย โชคดีที่เป็หน้าหนาวและฉันเรียนในห้องแอร์ จึงไม่มีใครสนใจมากนัก
ครืด
เสียงข้อความแจ้งเตือนจากไลน์ก็ดังขึ้น
B : แพรแกจะไปงานเลี้ยงรุ่นไหม
วันนี้เพื่อน ๆ สมัยมัธยมของฉันมีนัดเลี้ยงรุ่นกัน ไลน์กลุ่มจึงครึกครื้นเป็พิเศษ ฉันยังไม่ได้คิดเลยว่าจะไปหรือไม่ไปดี
P : ไม่รู้อะ ยังไม่ได้คิดเลย
B : แพร แกต้องไปเป็เพื่อนฉันนะ
B : เตยมันต้องมาแน่ รอบนี้ฉันจะไม่ยอมแพ้มันแน่ ๆ
เตย ก็คือคนที่เคยล้อฉันว่าเป็ ลูกไม่มีพ่อ และเป็ผู้หญิงที่แย่งแฟนบีไปหน้าตาเฉย เธอไม่ถูกชะตากับฉันและบีเท่าไหร่ แถมเตยยังแอบคั่วลับหลังกับแฟนบีได้อย่างเจ็บแสบ และเมื่อบีให้โก้แฟนของเธอเลือกว่าเขาจะเลือกใคร โก้ก็ดันเลือกเตยอีก ทำให้บีเจ็บแค้นเป็อย่างมาก
B : นะ ๆๆๆๆ
B : แกช่วยสงสารเพื่อนตาดำ ๆ คนนี้หน่อยนะ
เมื่อโดนรบเร้าจนทนไม่ไหว ด้วยความสงสารเพื่อน ฉันจึงตอบตกลงไป
P : ก็ได้
B : ส่งสติ๊กเกอร์กราบ
งานเลี้ยงรุ่นของเราถูกจัดขึ้นที่ผับ XXX เพื่อนในชั้นเรียนส่วนใหญ่ล้วนเป็คนมีฐานะ จึงทำให้เหมาชั้น VIP ไปหมดทั้งชั้นได้อย่างง่ายดาย
ด้วยความที่เป็โรงเรียนหญิงล้วน ฉันจึงไม่ค่อยได้รู้จักใครมากนัก และถึงจะเป็งานเลี้ยงรุ่น แต่ก็อนุญาตให้พาคู่ควงหรือแฟนมาด้วยได้
“วันนี้เราจะต้องเริ่ดนะแก” บีพูดกับฉันซ้ำ ๆ ตั้งเจอหน้าจนฉันจำได้ขึ้นใจ เธอดึงมือฉันเข้าไปในคอนโดสุดหรูของเธอ ก่อนจะคว้าเอาชุดออกมาวางไว้เรียงกันเป็จำนวนมาก
“ฉันจะใส่ชุดนี้ ส่วนแกก็ใส่ชุดนี้แล้วกัน” เมื่อยัยบียื่นชุดมาให้ ฉันก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงทันที
“ฉันไม่เคยใส่อะไรแบบนี้เลย” ฉันพูดแล้วมองชุดที่ดูคล้ายจะไม่สามารถปกปิดร่างกายตรงไหนได้เลย
“ชุดพวกนี้ฉันโทรบอกให้หม่าม๊าไปเอามาจากดีไซเนอร์ชื่อดังทั้งหมดเลยนะ” คือว่าธีมงานเลี้ยงนี้เป็ธีม ชุดเซ็กซี่ขยี้ใจ ยัยบีเธอเลยเลือกแต่ชุดแนวนี้ออกมา
“มันจะต้องดีมากแน่ ๆ ถ้าอยู่บนตัวแก” ยัยบียัดชุดใส่มือฉันแล้วดันหลังให้ฉันไปเปลี่ยนชุดอย่างกระตือรือร้น พลางร่ายแผนของคืนนี้ให้ฟังอย่างเสร็จสรรพ
“งานนี้จัดที่ผับนะเหมาชั้น VIP ทั้งชั้น”
“ฉันชวนคู่ควงคนใหม่ของฉันมาแล้ว ชื่อหนึ่ง ดีเลิศกว่าโก้เยอะ ไอ้โก้มันจะได้ช้ำใจตาย แล้วก็มีเพื่อนหนึ่งมาด้วยอีกคนนะ ฉันรู้ว่าแกไม่มีคู่ควงฉันยืมตัวมาให้แกแล้ว งานดีพอ ๆ กับหนึ่งเลยล่ะ ชื่อ ตี๋” ฉันพยักหน้าฟังที่บีพูดพลางแต่งหน้าไปด้วย
“ตี๋ มันบอกฉันว่ามันสนใจแกนะ เลยอยากขอตามมาด้วย แต่ฉันสั่งหนึ่งไว้แล้วว่า อย่ามาเกาะแกะแกให้มาก ให้ทำตัวแต่พองาม” ชื่อตี๋งั้นเหรอ ฉันอาจจะเคยเห็นผ่าน ๆ อยู่บ้าง
“แพร แกสวยมากเลย” บีพูดอย่างชื่นชมแล้วรูดซิปชุดเดรสให้ฉัน
ฉันยืนมองตัวเองในกระจกแล้วก็รู้สึกโล่ง ๆ อย่างบอกไม่ถูก ชุดนี้เป็ชุดเกาะอกที่สั้นกว่าเข่าขึ้นมาหนึ่งคืบ แถมมีซีทรูตรงหน้าท้องไปอีก ก็ไม่ใช่ว่าฉันไม่แต่งตัวหรอกนะ แต่ปกติฉันไม่ค่อยแต่งแนวเซ็กซี่เท่าไหร่น่ะ
“จริงเหรอ แกก็สวยมากเหมือนกันแหละย่ะ” ฉันหันไปบอกเพื่อนรักก่อนจะหยิบรองเท้าส้นสูงสีดำมาสวม
“ป่ะเราไปเฉิดฉายกันแก” ยัยบีพูดแล้วจูงมือฉันออกไปจากคอนโดเธอ
ผับ XXX
ฉันเดินตามยัยบีเข้าไปในโซน VIP เสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์ดังกระหึ่มจนแทบกลบเสียงพูดคุย แสงไฟหลากสีสาดส่องไปทั่วห้อง เพื่อนร่วมชั้นที่ไม่ได้เจอกันนานต่างทยอยเข้ามาทักทาย บางคนควงแฟน บางคนพาคู่เดตมาด้วย บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความคึกคัก
ฉันกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ ยัยบี ไม่นานนักเพื่อน ๆ ก็เริ่มชวนกันออกไปเต้น ทำให้ตอนนี้ฉันนั่งอยู่กับ ตี๋ คู่ควงที่ยัยบีอาสาหามาให้
เขามองฉันด้วยแววตาที่คล้ายกับอยากทำความรู้จักฉันตลอดเวลา นั่นทำให้ฉันเริ่มรู้สึกอึดอัด
“แพรไม่เหมือนที่เราคิดเลย”
“ยังไงเหรอ”
“ตัวจริงสวยกว่าในรูปเยอะเลย”
เขาชวนคุยไม่หยุด ถามทั้งเื่เรียน เื่ฝึกงาน และพยายามขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ทีละนิด จนระยะห่างระหว่างเราน้อยลงเรื่อย ๆ ฉันขยับหนีอย่างแเี พร้อมยกแก้วน้ำขึ้นจิบเพื่อหลบสายตา
จริงอยู่ว่าเขาหน้าตาดีมาก ๆ แต่ติดที่เขาดูเ้าชู้นิด ๆ ทำให้ฉันไม่อยากรู้จักเขาเท่าไหร่ ยิ่งเมื่อเห็นท่าทางของตี๋ด้วยแล้ว ฉันจึงบอกตัวเองว่าคืนนี้ฉันจะไม่แตะแอลกอฮอล์เด็ดขาด ครั้งแรกที่ลองดื่มก็จบลงด้วยการทำเื่น่าอายกับพี่ศิลา แล้วอีกอย่างวันนี้ฉันเองก็ต้องดูแลยัยบีด้วย
เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้น เรียกความสนใจจากเพื่อนร่วมชั้นให้หันไปมองรวมถึงฉันด้วย
ผู้หญิงในชุดเดรสสีแดงเดินคล้องแขนผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาอย่างมั่นใจ พวกเขาดูโดดเด่นสะดุดตาเป็อย่างมาก รอยยิ้มของเธอมีเสน่ห์จนใคร ๆ ต่างก็หันไปมอง พรีน เงยหน้าหัวเราะก่อนจะเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อให้คนที่เธอคล้องแขนอย่างเป็ธรรมชาติ ผู้ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นช้า ๆ พลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
พี่ศิลา...
เขามองฉันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะละสายตากลับไปมองคนตรงหน้าดังเดิม
“พี่ศิลาคะ เพื่อนพรีนอยู่โต๊ะโน้น” พรีนเธอดึงแขนเขาไปหาเพื่อน พี่ศิลาเดินตามเธอไปอย่างว่าง่าย
ฉันได้แต่มองภาพนั้นเงียบ ๆ ก่อนจะเผลอกำชายกระโปรงแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว