ตอน 32 ข้ายังเลือกเจ้าไม่ได้
จ้านจวิ้นมัวแต่มุ่งการใหญ่โดยไม่มีเวลาสนใจชิงเหนียนหารู้ไม่ว่านางนั้นหนีออกไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว
1 ชั่วยามผ่านไป (2 ชั่วโมง)
ชิงเหนียนไปถึงหน้าจวนสกุลโม่...นั่งหนาวริมทางใต้หมอกรับลมแรงและน้ำค้างจนร่างสั่นสวมผ้าปิดหน้ามิดชิดคล้ายคนเป็นโรค
"ไปซะ !! จงไปให้ไกลอย่ามาเกะกะหน้าจวนสกุลโม่" สาวใช้ออกจากจวนตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อไปจ่ายตลาดพบสตรีร่างเล็กนอนเหือดแห้งราวขอทาน เป็นที่น่ารังเกียจต่อสายตาผู้อื่น
ไม่ว่าจะไล่ยังไงนางกลับไม่แม้แต่จะเอ่ยปากพูด ชิงเหนียนจะรอก็เพียงเพื่อพบหยางเค่อเท่านั้น
"เอะอะอะไรแต่เช้า...เสียงดังรบกวนไปถึงในเรือนข้า" หยางเค่อที่เขียนกวีตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ได้หลับได้นอนย่างเท้าเดินจากเรือนมาที่นี่เพื่อดูว่าสาวใช้นางนั้นกำลังทำอะไร
"คุณชายเจ้าคะ ขอทานคนนี้ไม่ยอมไปจากที่นี่บ่าวไม่รู้จะจัดการกับนางอย่างไร" สาวใช้กลัวจะโดนหยางเค่อตำหนิที่ทำเสียงดัง รีบก้มตัวลงขอโทษขอโพย
"ห่ะ... นี่นาง" ทันทีที่เห็นคนผู้นั้นหยางเค่อจำได้ทันทีว่านั่นคือชิงเหนียน
"มีอะไรที่ต้องไปทำ เจ้าก็ไปซะ ตรงนี้ให้ข้าจัดการเถอะ"หยางเค่อรีบไล่สาวใช้นางนั้นไป
"หยางเค่อ... ช่วยข้าด้วย...ข้าไม่อยากอยู่ในเงื่อมมือของจ้านจวิ้นอีกแล้ว"ชิงเหนียนโผเข้ากอดเขาทั้งน้ำตา ทั้งที่เนื้อตัวสั่นระส่ายจับไข้
"ชิงเหนียน... เป็นเจ้าจริงๆด้วยเหตุใดอยู่ในสภาพนี้" หยางเค่อแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเขาประคองนางหลบไปจากหน้าจวนไปยังที่ลับตาคน
"บอกกับข้าว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ "หยางเค่อกอดปลอบประโลมนางอย่างอ่อนโยน
"ข้าก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่เริ่มแรกเดิมทีจ้านจวิ้นดีกับข้ามาก ราวกับว่าไม่มีพิษมีภัยตามที่คนกล่าวหาทว่าหลังจากฝ่าบาทประกาศหาวันสมรสให้องค์ชายรองและองค์หญิงรองแคว้นใต้เขากลับเปลี่ยนเป็นคนละคน" นางพูดพร่ำพลางมีน้ำตาคลอแก้ม
"ชิงเหนียนเอ๋ย ใจคนนั้นยากแท้หยั่งถึงหากเจ้าไร้ที่พึ่งแล้วนั้นข้าพร้อมจะเป็นสามีตามที่เจ้าปรารถนา"หยางเค่อปลอบใจนางอย่างภาคภูมิ
"แต่ข้าหนีออกจากวังอย่างลับๆข้าต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไร้ความโศกตรม ท่านพอจะชี้แนะข้าได้หรือไม่"ชิงเหนียนพูดไปพลางใบหน้าเคล้าคลอน้ำตา
"ได้สิ ข้ายินดีจะตามเจ้าไปทุกหนทุกแห่ง"หยางเค่อรอโอกาสนี้มานาน เขาไม่แม้แต่จะเอ่ยลาคนในจวนเก็บข้าวของเครื่องใช้เท่าที่จำเป็น คว้าจับถุงทองหิ้วหนักหวังไปสร้างครอบครัวกับนางในที่ที่ไม่มีผู้ใดรู้จัก
"ไปเถอะชิงเหนียน... ข้าจะมอบชีวิตใหม่ให้เจ้าเองอยู่กับข้าไม่ต้องกลัวอดอยาก ข้าจะพาเจ้าสร้างบ้านริมลำธารสักหลังมอบความผาสุกเรียบง่ายให้เจ้า "
"ชีวิตที่ข้าโม่หยางเค่อปรารถนา อยู่เคียงข้างสตรีที่รักเขียนบทกวีเช้าค่ำ หาเงินเลี้ยงดูบุตรให้เติบใหญ่"เขาคิดในใจแต่ไม่ได้เอ่ยกับนาง
ณชายป่าเส้นรอยต่อระหว่างเมืองหลวงกับแคว้นใต้เมืองชูจิง
"ชิงเหนียน ที่นี่เหมาะนักข้าจะจ้างคนงานสักสองสามคนให้รีบสร้างเรืยนใหญ่ "
"ระหว่างนี้ ข้ากับเจ้าต้องอยู่ในโรงเตี้ยมกันไปก่อน"
"ตามใจท่านเถอะ ท่านว่าอย่างไรข้าก็ว่าอย่างนั้น" ชิงเหนียนเดินตามหยางเค่อต้อยๆอย่างไร้จุดหมายนางเองยังลืมชายที่รักจนหมดใจอย่างจ้านจวิ้นไม่ได้เสียทีสีหน้าเศร้าหมองเต็มไปด้วยความเศร้าโศก ค่ำคืนแรกที่แสนเดียวดายจบลงในโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง
เวลา 19.30ของอีกวัน แห่งวังหลวง
"เจียเจีย เห็นชิงเหนียนหรือไม่เหตุใดข้าไม่พบนางออกมาเพ่นพ่าน หรือนางจะยังน้อยเนื้อต่ำใจโกรธเคืองกริยาแข็งกระด้างหยาบทรามของข้า"จ้านจวิ้นเพิ่งจะกลับมาจากโรงพนันอี๋หงก็ถามหาเมียรักเป็นคนแรก
"องค์ชายเจ้าคะ สนมชิงหายตัวไปจากวังหลวงตั้งแต่เมื่อวานเจ้าค่ะ"เจียเจียก้มหน้าพูด เนื้อตัวสั่นส่าย
"เจ้าว่าไงนะเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมเจ้าเพิ่งจะบอกข้า"จ้านจวิ้นกริ้วหนักลุกขึ้นพรวดจากโต๊ะชา รีบร้อนจะออกตามหานางทันที
"องค์ชายขอรับ"ทันใดนั้นเองหูป๋อก็รีบเข้าเฝ้าด้วยใบหน้าตื่นตระหนก เหงื่อซ่กท่วมร่าง
"เพี๊ยะ!! "
"ไร้ค่า!! ไร้ประโยชน์"จ้านจวิ้นไม่สนท่าทีรีบร้อนของหูป๋อเขาใช้ฝ่ามือตบแสกหน้าหูป๋ออย่างแรงจนเลือดซิบกบปาก
"เจ้าไม่ได้ตรวจตราดูหรือไรว่าตำหนักของข้ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น กระทั่งชิงเหนียนหายไปกว่าค่อนคืนข้าเพิ่งจะได้รับรู้ หากข้าไม่ถามหานางกับเจียเจียข้าคงไม่รู้ได้ว่านางจากข้าไปไกลแล้ว"จ้านจวิ้นยอมกระทั่งที่จะลงมือกับหูป๋อด้วยแรงโกรธที่ใครก็ยากจะห้ามปราม
"ขออภัยขอรับองค์ชายเป็นความผิดของหูป๋อเองที่ละเลยหน้าที่" หูป๋อไม่แก้ตัวพูดย้อนแย้งใดๆเขาเพียงก้มหน้าก้มตายอมรับผิด
"คุกเข่าอยู่ที่นี่ สำนึกตัวเองให้ดี"
"ห้ามขยับตัวไปที่ใดแม้แต่คืบเดียว หากขัดคำ...เจ้ากับข้าถือว่าขาดกัน" จ้านจวิ้นกำมือแน่นเดินวนไปมาหูตาแดงเพราะความขุ่นมัวในใจ
"แล้วเมื่อครู่เจ้าจะรายงานอะไรต่อข้า"จ้านจวิ้นถอนหายใจอย่างแรง พยายามหักห้ามอารมณ์ที่มันแสนจะรุนแรงของตัวเอง
"หูป๋อจะรายงานว่าฮองเฮาเลือกวันลงมือชิงบัลลังก์เร็วขึ้นขอรับไม่เกินสามวันกองทัพของนางจะเตรียมบุกวัง"หูป๋อรายงานทั้งที่ยังนั่งคุกเข่าท่าเดิมพร้อมหมอบโค้งหัวลง
"รวดเร็ว... รวดเร็วขนาดนี้เชียวเหรอข้าจะต้องเร่งเอาใจชายา เพื่อให้นางตายใจ จะได้ขอกองทัพเร็วขึ้น"จ้านจวิ้นเดินไปหยิบผ้าคลุมไหล่ เตรียมตัวที่จะไปยังตำหนักเรือนหอ
"ชายาเสด็จ..."จ้านจวิ้นยังไม่ทันออกจากตำหนักพู่หยวน พระชายาผู้หลงรักจ้านจวิ้นจนโงหัวไม่ขึ้นเสด็จมาที่นี่ด้วยตัวเอง
"ดี... มาเองก็ดี ข้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อย"จ้านจวิ้นผู้มากแผนการ แกล้งนอนล้มป่วยบนเตียง
"อ๊ะ เหตุใดข้ามาถึงตำหนักพู่หยวนสวามีถึงไม่ออกมาต้อนรับ" รั่วฟ่านพึมพำออกมา พร้อมชะโงกหน้าเอียงคอมอง
"แค้กๆ " ไม่นานนัก นางได้ยินเสียงจ้านจวิ้นไอกระแทกแหบคอคลุ้ง
"ห่ะ สวามีเกิดอะไรขึ้นกับท่าน"รั่วฟ่านผู้รักมั่นรีบเดินเร็วเข้าไปยังห้องนอนของจ้านจวิ้นพบว่าสามีที่รักอยู่ในสภาพไม่สู้ดีนัก
"เหตุใดถึงได้ล้มป่วยกระทันหัน "นางรีบฟุบลงข้างเตียง กุมมือจ้านจวิ้นพร้อมทำสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยจากใจจริง
"ใครน่ะ... พระชายาของข้าหรือใคร"จ้านจวิ้นแสร้งเล่นละครฉากใหญ่อีกครา
"ใช่... รั่วฟ่านเอง รั่วฟ่านของท่าน"นางผู้อ่อนโยนแสนเวทนาสามี กุมมือเขายกขึ้นอังข้างแก้มของนางอย่างอ่อนโยน
"เด็กๆเร็วเข้าเรียกท่านหมอมารักษาสามีของข้า"
"ไม่ต้องหรอกชายาขอบคุณเจ้าที่ให้ความสำคัญกับข้า"
"ความจริงแล้วข้าก็แค่ออกแรงร่วมรักกับชายาไปมากก็เท่านั้นถึงได้มีสภาพเช่นนี้ เดิมทีสุขภาพข้าไม่ค่อยแข็งแรงมาแต่ไหนแต่ไรชายขี้โรคเช่นข้าไม่เหมาะสมกับเจ้าจริงๆ"จ้านจวิ้นทำเป็นพูดจาตัดพ้อโทษตัวเอง
"ท่านอย่าได้พูดเช่นนั้นทั่วเมืองนี้ไม่มีผู้ใดเหมาะสมกับข้าเท่าท่านอีกแล้ว"รั่วฟ่านยกมืออุดปากจ้านจวิ้นเบาๆ
"ข้า... ออกแรงร่วมรักกับเจ้าในวันเข้าหอหลายยก เพราะข้านั้นสุดสวาทรัก หลงใหลในตัวเจ้าจนเกินพรรณนาอีกทั้งข้าอยากจะมีบุตรกับเจ้าสักคนให้เร็วที่สุด ถึงได้หักโหมขนาดนี้"จ้านจวิ้นตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ
"ฮิฮิ ถึงว่าล่ะ ตื่นมาข้าถึงได้ปวดต้นคอนักท่านคงหนักหน่วงกับข้าเกินกำลัง แต่มันช่างแปลกนักที่ข้าดันหลับใหลไปเสียก่อน"รั่วฟ่านหัวเราะคิกคัก เก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ ครุ่นคิดในใจ
"เพราะท่านสวาทข้าถึงทำให้ท่านตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ท่านดีกับข้าจริงๆชาตินี้ไม่คิดว่าจะหาสามีที่ดีเช่นนี้ได้จากไหนอีก หากท่านมีสิ่งใดต้องการโปรดบอกข้ารั่วฟ่านจะดูแลท่านไม่ให้ขาดตกบกพร่องเช่นนั้นท่านไม่จำเป็นต้องโทษตนเองว่าเป็นคนไร้ประโยชน์ "
"เป็นสามีรั่วฟ่านข้าจะไม่ปล่อยให้ท่านน้อยหน้าผู้ใด"
"ชายาช่างดีกับข้าจริงๆ"จ้านจวิ้นกุมมือนางเบาๆ ประหนึ่งว่า กรูคลั่งรักมึงมาก
"ข้านั้นเป็นถึงองค์ชายรอง อ่อนด้อยหดหัวอยู่ในตำหนักร้างท้ายวังไร้ผู้แยแส แม้แต่กองกำลังพลเป็นของตัวเองยังไม่อาจมีในมือไว้ใช้ยามคับขันเช่นนี้แล้ว หากผู้ใดต้องการสังหารข้า คงเป็นเรื่องง่ายดาย"จ้านจวิ้นพูดด้วยน้ำเสียงละเหี่ยใจ ซ้ำซากให้นางฉุกคิด
"จะว่า... พลทหารในกำมือข้าก็มีอยู่ไม่น้อย ของที่อยู่ใต้อำนาจข้าก็เหมือนเป็นของท่านเช่นกัน " รั่วฟ่านคลั่งรักจนหน้ามืดตามัวยอมมอบแม้กระทั่งตราประจำแคว้นเพื่อเรียกตัวกำลังพลในโอวาทนางให้จ้านจวิ้น
"นี่คือป้ายหยกตราแคว้นข้าเมื่อใดที่ท่านต้องการคน ย่อมเรียกใช้งานได้เสมอ " ทั้งที่เพิ่งแต่งงานกันรั่วฟ่านกลับไว้ใจจ้านจวิ้นมาก ความรักมันบังตา ไม่คิดไตร่ตรองให้รอบคอบนางยัดป้ายตราหยกนั่นใส่มือจ้านจวิ้นอย่างเต็มใจ
"ขอบคุณเจ้า... มีแต่เจ้าที่ดีกับข้า... "
"ชายาคนงาม...ข้าจะร่วมรักจวบจนฟ้าดินสลายเพื่อตอบแทนเจ้า"จ้านจวิ้นกระซิบข้างหูจนนางเขินอายทำตัวไม่ถูก