ตอนที่ 70 พบรังอีกครั้ง
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ในขณะที่สการ์กำลังร้อนรน เฟิร์สที่ยังอยู่ข้างในอบิสก็กำลังเผยความรู้สึกที่ยินดี
ร่างของเขาได้ถูกดูดเข้าไปในใต้ดิน มันคือโพรงขนาดใหญ่ที่มีเส้นใยสีเขียวเกาะอยู่เต็มไปหมด ที่นี่ทั้งมืดมิดและอับชื้น ราวกับว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่
ทว่า
เฟิร์สนั้นต่างจากคนทั่วไป เพราะเขาคือผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้า เขาจึงมีสัมผัสจากพลังอักขระ สัมผัสนี้จะตรวจสอบและรับรู้สรรพสิ่งรอบข้างเท่าที่พลังอักขระของเขาจะทะลวงเข้าไปได้หรือถึงขอบเขตของระดับพลัง
สำหรับผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าแล้ว พวกเขาสามารถใช้สัมผัสตรวจสอบพื้นที่บริเวณรอบๆ โดยที่มีพวกเขาเป็นศูนย์กลางได้หลายร้อยเมตรด้วยกัน หากเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวก็สามารถสัมผัสได้มากกว่าหนึ่งพันเมตรเลยทีเดียว
การที่เฟิร์สมาปรากฏยังโพรงแห่งนี้ได้ นั่นก็เพราะเขาได้ทำการไล่ล่ามอนสเตอร์และปะทะกับกองทัพของพวกมัน จนสังเกตได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง
เฟิร์สไล่ตามจุดที่มอนสเตอร์พุ่งเข้ามา เขาตามมาถึงต้นกำเนิดของมันและพบว่ามันปรากฏ ณ ที่แห่งนี้
เมื่อเฟิร์สใช้สัมผัสของเขาตรวจสอบ เขาก็พบว่าโพรงนี้มีสิ่งมีชีวิตนับพันรวมกันอยู่ที่นี่เลยทีเดียว
“ที่นี่จะต้องเป็นรังของมอนสเตอร์อย่างแน่นอน” เฟิร์สกล่าวออกมาอย่างดีใจ
เขาเคยมีประสบการณ์ที่พบกับรังมอนสเตอร์มาแล้ว และครั้งนั้นก็ทำให้เขาได้กลายเป็นผู้ใช้อักขระอีกด้วย
คราแรกเฟิร์สไม่ได้ตั้งใจจะต่อสู้ให้ยื้ดเยื้อมากไปกว่านี้ กำหนดการของเขายังคงเป็นเจ็ดวันเช่นเดิม แต่เมื่อตอนนี้เขาได้พบกับรังมอนสเตอร์ เหตุการณ์ย่อมต่างออกไป
ตอนนี้เขาไม่สนใจกับสถานการณ์ของโลกภายนอกอีกต่อไป
หากพบกับรัง นั่นหมายความว่าเขาจะพบกับตัวอ่อนมอนสเตอร์นับไม่ถ้วน อีกทั้งยังได้พบกับนางพญาที่สามารถดรอปมณีทักษะมาให้เขาได้
ต่อให้เขาเป็นผู้ใช้อักขระ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกอย่าง หากมีทักษะสายสนับสนุนดีๆ เขาก็ต้องการมันเช่นกัน
เฟิร์สบุกตะลุยเข้าไปในรังมอนสเตอร์อย่างไม่ลังเล
ขณะเดียวกันก็ใช้สัมผัสตรวจสอบพื้นที่รอบข้างไปเรื่อยๆ
รังแห่งนี้มีลักษณะเป็นโพรงของแมลง ซึ่งมีทางเข้าออกอยู่หลายทาง แต่จะมีทางเดียวเท่านั้นที่จะนำไปสู่นางพญา ดังนั้นเขาต้องเดินทางในโพรงที่เหมือนกับเขาวงกต
มอนสเตอร์ที่คล้ายกับแมงมุมแต่มีหางที่เหมือนแมงป่องโจมตีเขาอยู่เป็นระยะๆ เมื่อพบเจอ
แน่นอนว่ามอนสเตอร์พวกนี้มีพิษและร้ายกาจกว่ามอนสเตอร์ที่เขาเคยเจอในอบิสก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก เพราะที่นี่คืออบีสสีขาวระดับกลาง
อุปสรรค์ในการเดินทางของเฟิร์สนอกจากมอนสเตอร์ที่เข้ามาโจมตีแล้ว ก็ยังมีเส้นใยที่รโยงรยางค์ บนตัวของมอนสเตอร์จะมีสารบางอย่างที่ทำให้พวกมันสามารถลอดผ่านเส้นใยเหล่านี้ได้อย่างสบายๆ แต่ถ้าหากสิ่งมีชีวิตอื่นโดนเส้นใยเหล่านี้เข้าไป นอกจากมันจะเหมือนกาวตราช้างที่แห้งไวแล้ว มันยังมีพิษจากสารสีเขียวที่สามารถละลายเนื้อของเวเนเตอร์ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
เรียกได้ว่ารังแห่งนี้อันตรายเป็นอย่างมาก
ต่อให้นิวโฮปพาเวเนเตอร์มาที่นี่ พวกเขาก็ยังไม่มั่นใจที่จะบุกเข้าไปอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าเหมือนที่เฟิร์สกำลังทำ
“เจ้าพวกนี้ช่างเกะกะเสียจริง”
เฟิร์สขยับปลายนิ้วไปมาเล็กน้อย เข็มทั้งเจ็ดเล่มที่ลอยล้อมรอบตัวเขาก็ขยับอย่างรวดเร็ว จากเข็มเล่มเล็กปรากฏเป็นภาพมายาของกระบี่ทั้งเจ็ดเล่ม พุ่งเข้ากวาดผ่านมอนสเตอร์โดยรอบอย่างง่ายดาย
เฟิร์สขยับปลายนิ้วของเขาไม่กี่ครั้ง มอนสเตอร์ก็ถูกสังหารและแกนสปีริตก็ถูกเก็บเกี่ยว
ดูเหมือนว่าวิถีกระบี่ของเขาในตอนนี้จะพัฒนาขึ้นมาก
วิถีกระบี่ไม่ใช่ขั้นพลัง มันไม่สามารถวัดได้อย่างชัดเจน แต่มันคือความเชี่ยวชาญจากการฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลับคมเจตจำนงกระบี่ของตนเองให้แหลมคม จนกลายเป็นกระบี่ที่น่าครั่นคร้ามเล่มหนึ่ง
ดังนั้นผู้ฝึกฝนกระบี่จึงไม่ต่างไปจากช่างตีกระบี่ ซึ่งเป็นกระบี่ที่ผ่านการตีนับไม่ถ้วนและก่อรูปร่างขึ้นมาด้วยการฝึกฝน เพราะเหตุนี้จึงไม่มีทางลัดสำหรับผู้ฝึกฝนกระบี่
พลังกระบี่ที่เฟิร์สแสดงออกมาจึงแหลมคมเป็นอย่างมาก
แม้แต่เส้นใยสีเขียวในโพรงก็ยังไม่เป็นอุปสรรคต่อเขา เพราะแม้เข็มแต่ละเล่มจะก่อรูปร่างมายาเป็นกระบี่ แต่กระบี่มายาเหล่านี้กลับแหลมคมยิ่งกว่ากระบี่จริงๆ เสียอีก นั่นทำให้นึกถึงแสงเลเซอร์ในทางวิทยาศาสตร์ เพียงกวาดผ่านออกไปเส้นใยสีเขียวเหล่านั้นก็ขาดวิ่นด้วยกระบี่ของเขาแล้ว
หลังจากผ่านเจ็ดวันมานี้ชีพจรยุทธ์ของเขาได้เปิดออกถึงสามจุดด้วยกัน นั่นจึงทำให้ร่างกายของเขามีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม แม้ว่าเขาจะไม่ได้จารึกเจตจำนงกระบี่ลงไปก็ตาม แต่พลังสปีริตที่อยู่โดยรอบของอบิสกลับมารวมกันที่จุดนั้นแทน
ชีพจรยุทธ์ทุกจุดจึงเหมือนถูกประจุพลัง หากรวบรวมพลังสปีริตไปที่จุดหนึ่งการโจมตีของเขาจะรุนแรงมากขึ้น หากสายสนับสนุนใช้ทักษะรักษา พลังสปีริตภายในร่างก็จะกระตุ้นเซลในร่างกายให้รักษาได้ไวขึ้น
เรียกได้ว่าเฟิร์สในตอนนี้มีแหล่งกักเก็บพลังสปีริตที่เหนือกว่าเวเนเตอร์ทั่วไป
ซึ่งแน่นอนว่าเขาอาจจะไม่ใช่คนเดียวที่มีการบ่มเพาะเช่นนี้
ประเทศจีนเป็นประเทศที่เป็นต้นกำเนิดของการฝึกฝนกำลังภายในย่อมมีการเปิดจุดชีพจรยุทธ์เช่นนี้ พวกเขาย่อมได้รับประโยชน์ในส่วนนี้ด้วย หรือประเทศญี่ปุ่นที่ใช้จักระฝึกฝนร่างกายอย่าง ซามูไร ซูโม่ นินจา การเปิดจักระของพวกเขาก็อาจเป็นเช่นนี้ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้แล้วแม้แต่ประเทศไทย ทางด้านวิชาหมัดมวยโบราณ นักมวยส่วนใหญ่จะมีพิธีไหว้ครูสักน้ำมัน นั่นอาจเป็นการเปิดจุดจักระของพวกเขาด้วยเช่นกัน
นี่คือทั้งหมดที่เฟิร์สได้วิเคราะห์จากข้อมูล
หากเป็นเมื่อก่อนความคิดนี้อาจจะไร้สาระ แต่เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นในตอนนี้ มันก็มีโอกาสที่จะเป็นไปได้หมด
ไม่เช่นนั้นเวเนเตอร์บัญชาเมฆคงไม่นำความสามารถพิเศษวิชามวยไทย ก้าวไปถึงระดับร้อยอันดับโลกได้
พลังสปีริตยังเป็นสิ่งลึกลับที่มนุษย์ไม่อาจค้นคว้าได้หมด พวกเขาเชื่อว่ามนุษย์ไม่ใช่เผ่าพันธ์ุเดียวที่ใช้ประโยชน์จากพลังนี้ได้ และไม่ใช่เฉพาะมอนสเตอร์ที่มีภูมิปัญญาชั้นต่ำอย่างในอบิสเหล่านี้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีมอนสเตอร์ที่ทรงภูมิที่สามารถใช้พลังสปีริตได้ทรงอำนาจเหมือนที่มนุษย์ทำ
ซึ่งทฤษฏีนี้เฟิร์สก็ได้รับการยืนยันแล้วว่ามันมีอยู่จริง ดังเช่นเผ่าเดม่อนที่พยายามจะยึดครองร่างของเขา
เฟิร์สในเวลานี้พลังรบของเขาได้สูงขึ้นอย่างมากมาย คาดได้ว่าต่อให้เวเนเตอร์ดาราแดงหนึ่งแฉกมายืนอยู่ตรงหน้าเขาก็สามารถคุกคามคนๆ นั้นได้ ไม่ได้เอาแต่ตั้งรับและป้องกันอีกต่อไป
ดังนั้นแล้วมอนสเตอร์ภายในรังแห่งนี้จึงเป็นเต้าหู้อ่อนสำหรับเขาที่จะตัดเฉือนได้อย่างง่ายดาย
โลหิตที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของพิษสาดกระจายฟุ้งไปทั่ว
เฟิร์สใช้วิชาตัวเบาลอดผ่านพวกมันทั้งหมดอย่างไร้ความกังวล
“ดูเหมือนจะเป็นตรงหน้านี้แล้วสินะ” เฟิร์สเอ่ยอย่างมีรอยยิ้มออกมา เมื่อเขามาถึงทางเข้าของโพรงที่คาดว่าจะเป็นที่อยู่ของนางพญา
สัมผัสของเขาตรวจสอบได้ว่าภายในโพรงด้านหน้านี้มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตนับพันมารวมกันอยู่ที่นี่
ซึ่งนั่นจะต้องเป็นตัวอ่อนของมอนสเตอร์ที่อยู่ในรังอย่างแน่นอน
เฟิร์สใช้กระบี่ทั้งเจ็ดเบิกทางที่เป็นคราบเมือกสีเขียว รอบกายของเขายังมีม่านพลังอักขระปกคลุมอยู่อีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันพิษจากโพรงแห่งนี้เข้ามาคุกคาม
ยิ่งเข้ามาในส่วนลึกซึ่งเป็นที่อยู่ของนางพญา กลิ่นอายของพิษก็ยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ด้วยความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้กลุ่มเวเนเตอร์ที่มีพลังรบธรรมดาย่อมไม่สามารถเข้ามาได้อย่างแน่นอน
ร่างผอมบางในชุดสูทสีขาวทะยานเข้าไป
เบื้องหน้าเขาพบมอนสเตอร์ที่เป็นทหารยามคุ้มกันทางเดินด้านในมากมาย
ดวงตาของเด็กหนุ่มสว่างวาบ นิ้วมือสีขาวอันเรียวยาวสะบัดออกไปครั้งหนึ่ง ลำแสงกระบี่สีขาวทั้งเจ็ดพุ่งไปเบื้องหน้า ทะลวงสังหารวาบผ่านร่างของมอนสเตอร์เหล่านั้น จนตายตกไปอย่างไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ
ทว่าในตอนนั้นเองเสียงกรีดร้องอันเกรี้ยวกราดและดุร้ายก็ดังขึ้น
มันไม่ได้มีเสียงเดียว แต่มีถึงสี่เสียง
เฟิร์สหรี่ดวงตาลงเล็กน้อยและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“หนึ่งนางพญา สามราชาอย่างนั้นหรอ?”