เหล่าทหารที่เฝ้ารอ การตัดสินใจของเหล่าแม่ทัพทั้งหลาย ต่างพากันใจสั่นไหวไม่หยุด ยิ่งเวลาไหลผ่านไปยาวนานเท่าใด พวกเขายิ่งรู้สึกกังวลต่อเหล่าศัตรูต่างดินแดนมากขึ้นไปเท่านั้น เฝ้ารอการตัดสินใจของเหล่าแม่ทัพทั้งหลายอย่างใจจดใจจ่อ หากเป็นไปได้ พวกเขาก็อยากที่จะเลี่ยงสงครามครั้งนี้ไป
...แววตาของเหล่าทหารหลายๆ คนบนกำแพงเมือง เริ่มอยู่ไม่สุขอีกต่อไป เมื่อเวลาไหลผ่านไปครึ่งชั่วยาม สถานการณ์กลับยังไม่มีอะไรคืบหน้า หลายๆ คนต่างพากันกวาดตามอง ออกไปรอบทิศ เพื่อหาเด็กหนุ่มผมขาวที่ต่างดินแดนต้องการตัว
"เหตุใดไอ้เด็กหนุ่มที่นามว่าอี้เฉิน มันยังไม่ออกมาที่นี่อีก" รอบด้านเริ่มส่งเสียงพูดคุยดังเอ็ดอึง พากันไต่ถามหาอี้เฉินออกไปทั่ว
"คงไม่ใช่มันหนีไปแล้วหรอกนะ" ฝูงชนด้านบนกำแพงต่างพากันพูดคุยไม่หยุด จนรอบๆ เต็มไปด้วยเสียงดังอื้ออึงไปทั่วทิศ
อยู่ๆ ตงหยาง ก็พูดโพล่งขึ้นมา ทำให้เหล่าจอมยุทธถึงกับหน้ามืดทะมึน "ถึงมันมา ไม่แน่มันอาจจะปฏิเสธ การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ก็เป็นได้"
"ก็อาจจะเป็นอย่างที่เจ้าว่าตงหยาง ใครๆ ก็ล้วนอยากมีชีวิตรอด"
หญิงสาวเอ่ยมาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ "มันคงไม่จิตใจคับแคบปล่อยให้เหล่าทหารตายตก หรอกกระมัง เพียงแค่มันยอมออกไปด้านนอกกำแพงเมือง ก็สามารถช่วยเหล่าทหารนับหมื่นชีวิตได้"
...ในทันที ที่อี้เฉินเดินขึ้นมาด้านบนกำแพงเมือง ตัวเขาก็ได้ยินคำพูดของเหล่าทหารพูดคุยกันอยู่ไม่น้อย ตัวอี้เฉินถึงกับเดือดดาล ขากรรไกรกัดฟันกรอด มือทั้งสองข้างกำหมัดไว้แน่นจนมีเลือดไหลซึมออกมา ไม่คิดกลุ่มคนพวกนี้ คิดจะขายตัวเขา ออกไปให้กองทัพของต่างดินแดน ง่ายๆ เช่นนี้ ไม่คิดไต่ถาม ตัวเขาแม้แต่น้อย
ทันทีที่ เหล่าทหารหลายๆ คนเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มผมสีขาว ที่ดวงตามีผ้าขาวปกปิดไว้ ต่างพากันจับจ้องไปที่อี้เฉินอย่างไม่วางตา ใบหน้าหลายๆ คนเริ่มกลับมายิ้มได้อีกครั้ง
อี้เฉินที่ได้ยินคำพูดของ ตงหยาง เขาเอ่ยเสียงเรียบออกมา "เจ้าอย่า พูดจาเย่อหยิ่งไปหน่อยเลยตงหยาง หากเจ้า ใจกล้าเช่นนั้น ก็ออกไปภายนอกกำแพงเมืองพร้อมข้าสิ"
"เหตุใดข้าต้องไปพร้อมเจ้าด้วย ต่างดินแดนเพียงต้องการตัวเจ้า"
เหล่าทหารคนอื่นๆ เองก็เห็นด้วยกับตงหยาง ต่างพากันพยักหน้า "ใช่ๆ เพียงเจ้าออกไปภายนอกก็จะสามารถช่วยคนนับหมื่น ภายในเมืองแห่งนี้ได้"
อี้เฉินเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเย็นชา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความทอดถอนใจ ไม่คิดเมื่อความตายมาเยือนพวกเขา พวกเขากลับผลักไสไล่ส่งตัวเขาออกไปเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ตัวเขาต่อสู้ในศึกสงครามครั้งนี้มาไม่น้อย ตัวเขารู้สึกเสียใจกับกลุ่มคนพวกนี้ไม่น้อย มีเพียงส่วนน้อยนับนิ้วได้ที่เห็นใจในตัวเขา
"หากใครคิดให้ข้าออกไปภายนอกกำแพงเมือง คนผู้นั้นต้องออกไปพร้อมข้า"
ทันทีที่อี้เฉินเอ่ยพูดคำนั้นออกไป รอบๆ เต็มไปด้วยความเงียบงัน ไม่มีใครอยาก แกว่งเท้าหาเสี้ยนอีกต่อไป
ตงหยางถึงกับหน้าเขียวคล้ำ ชี้นิ้วไปที่อี้เฉินด้วยความเดือดดาล
"เจ้า เจ้า" ก่อนเขาจะปิดปากเงียบ ไม่เอ่ยพูดคำใดออกไปกดดันตัวอี้เฉินอีกต่อไป ไม่คิดอี้เฉินจะใช้วิธีนี้ บีบคั้นคนอื่นๆ ไม่ให้เปิดปากพูด คนอื่นๆ
เองก็เงียบปากในทันใด ไม่มีใครอยากติดตามตัวอี้เฉินออกไปแม้แต่คนเดียว
อี้เฉินเลิกสนใจเหล่าทหารที่อยู่รอบๆ ตัวเขา ดวงตาของเขา กวาดตามองออกไปภายนอกกำแพงเมือง เฝ้ามองไปที่เหล่าศัตรูต่างดินแดนด้วยดวงตาคมกล้า ไม่คิดต่างดินแดนจะจัดเตรียมการต้อนรับตัวเขาไว้อย่างดี ก่อนเขาจะเอ่ยพูดพึมพำออกมา "ช่างเป็นฉากที่น่าหวาดหวั่นเสียจริง"
...เพียงเวลาไม่นาน แม่ทัพใหญ่ก็บินทะยานออกมาจากห้องบัญชาการที่อยู่ด้านบนของกำแพงเมือง ก่อนไต่ถามมาที่ตัวของอี้เฉิน"เจ้าคงรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วสินะ อี้เฉิน หากเจ้าไม่ยินยอมที่จะจากไป พวกเราเหล่าแม่ทัพพร้อมที่จะออกทำสงครามแตกหักกับเหล่าศัตรู ไม่มีใครคิดฝืนบังคับเจ้า"
แต่สายตาของแม่ทัพหลายๆ คนไม่คิดเช่นนั้น ดวงตาบางคนถึงกับแพร่กระจายรังสีอำมหิตออกมา ดวงตาของอี้เฉินไวต่อการจับสังเกตเป็นอย่างมาก มันสามารถดูท่าทีของผู้คน ได้ง่ายดาย ราวพลิกฝ่ามือ
ก่อนอี้เฉินจะกลับมาสงบนิ่ง สงครามครั้งนี้ ตัวเขารู้ดีมันยากที่จะชนะได้ ตัวเขาไม่อยากให้ใครตายตกอีก ดวงตาของเขามองขึ้นไปบนฟ้าสูงไกล ก่อนถอนหายใจยาวออกมา การตัดสินใจนี้ ของเขาแบกรับไว้หลายหมื่นชีวิต
เหล่าทหารเองก็จับจ้องไปที่การตัดสินใจของอี้เฉินอย่างไม่วางตา เพียงคำพูดของอี้เฉินจะชี้ ชะตาของเขาทั้งหมดที่นี่ ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มจะกุมความอยู่รอดของเหล่าผู้คนไว้
อี้เฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่น "หากมันสามารถช่วยให้พวกท่านชนะสงครามได้ ข้าก็พร้อมที่จะสละตัวเอง"
แม่ทัพทั้งหลาย ที่ได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่มแฝงด้วยความ ดึงดัน ดื้อรั้น ต่างพากันถอดถอนใจ มีเพียงไม่มีคนยกยิ้มยินดีออกมา
เหล่าทหารเองก็ต่างพากัน ยกยิ้มเป็นปีติ ราวกับเรื่องร้าย ได้จางหายจากไปแล้ว บางคน ดีใจจนสีหน้าแสดงอาการออกมาเด่นชัด ไม่ปิดบังอีกต่อไป
แม่ทัพใหญ่เทียนชาง กับรองแม่ทัพ ซีเซียว ถึงกับกระแอมไอออกมาเสียงดังเพื่อขัดจังหวะเหล่าฝูงชน ก่อนเขาจะเอ่ยถามอี้เฉินอย่างจริงจัง "เจ้าคิดดีแล้ว หรืออี้เฉินการที่เจ้าออกไป โอกาสที่เจ้าจะรอดกลับมาแทบไม่มี"
อี้เฉินเพียงยิ้มออกไปให้ แม่ทัพใหญ่เทียนชาง กับรองแม่ทัพซีเซียว แต่รอยยิ้มของเขาแฝงด้วยความเสียใจอยู่ไม่น้อย หากเขามีทางเลือกเขาก็จะไม่เลือกเส้นทางนี้อย่างแน่นอน ก่อนเขาจะส่งปราณจิตออกไปหา ชายชรา เยว่เทียน "ชีวิตข้าที่เยว่ฉาน นางมอบให้ ข้าขอชดใช้ให้ท่านด้วยการเสียสละในครั้งนี้ ท่านโปรดรักษาตัวด้วย การพูดคุยครั้งนี้ คงเป็นการพูดคุยครั้งสุดท้ายของข้า"
แม่ทัพ เยว่เทียน ที่ได้ยินคำพูดของอี้เฉินทำให้เขารู้สึกเสียดายไม่น้อยที่ไม่เคยทำดีกับเด็กหนุ่มแม้แต่น้อย เขาเพียงพยักหน้ารับอี้เฉินเท่านั้น
....ก่อนอี้เฉิน จะลงไปด้านล่างกำแพงเมือง เพียงประตูเมืองถูกเปิดออกตัวเขา ก็จะอยู่ท่ามกลางเหล่าศัตรูอีกครั้ง หมายมั่นลากเหล่าจอมยุทธฝั่งศัตรูไปตายด้วยกันให้ได้ ถึงตัวเขาจะรู้ต่างดินแดนอยากจับตัวเขาไปแบบเป็นๆ ก็ตาม ก็คงไม่ต่างอะไรจากตายทั้งเป็นเมื่อถูกจับตัวไป
เมื่อแม่ทัพใหญ่บินทะยานออกไปด้านนอกกำแพงเมือง เพื่อรับข้อเสนอของต่างดินแดน พวกเขาสองคน พูดคุยกันอยู่ไม่นานก็สามารถตกลงกันได้ ก่อนที่แม่ทัพใหญ่เยี่ยหาญกวง จะหยดเลือดลงภายในสัญญาเลือด มันคือ คำสัญญาแห่งพันธะ หากบิดพลิ้วคำสัญญาเมื่อใด ผู้ที่หยดเลือดลงไปจะถูกคำสาปกลืนกินร่างไปทีละน้อย
เมื่อพวกเขาทั้งสองได้สิ่งที่ต้องการ ก็ไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมาอีก ต่างพากันถอยห่างออกจากกันในทันที
..แม่ทัพใหญ่เทียนชาง ที่ได้สัญญาเลือดกลับมา ตัวเขาลงเข้าไปพูดคุยกับอี้เฉินเป็นครั้งสุดท้าย หมายมั่น สั่งเสีย เด็กหนุ่มอีกสักครั้ง ยากที่จะพบเด็กหนุ่มที่มีจิตใจแข็งแกร่งเช่นนี้ ต่อให้อี้เฉินจะอยู่ในสถานการณ์คับขัน ตัวเขาก็ยังสงบนิ่ง ชายชราถึงกับยอมหัวใจในตัวของอี้เฉิน
"เจ้ามีอะไรจะสั่งเสียหรือไม่ อี้เฉิน การเสียสละของเจ้าข้าจะจดจำมันไว้"
เหล่าเจ้าสำนักนอกสำนักเซียนเองก็ต่างพากันมาส่งอี้เฉิน เจ้าสำนักอักษรถึงกับยกยิ้ม ตัวเขาภูมิใจในตัวศิษย์คนนี้อย่างมาก
อี้เฉินโยนป้ายประจำตัวของเขาออกไปให้ แม่ทัพใหญ่เจ้าสำนักเซียน "ท่านช่วยนำของสิ่งนี้ไปให้เพื่อนๆ ของข้าได้หรือไม่" กลุ่มเพื่อนๆ ของอี้เฉินส่วนใหญ่ตอนนี้ถูกกักบริเวณอยู่กันจนหมด พวกเขาต่างรับรู้ว่ามีสงครามในยามนี้แต่ก็ไม่อาจออกมาช่วยได้ เมื่อพวกเขารู้ว่าอี้เฉินจากไปคงเสียใจกันไม่น้อย
ชายชราสำนักเซียน อยู่ๆ ใบหน้าของเขาก็มืดทะมึน เหมือนแก่ไปหลายสิบปีในทันใด เมื่อจำภาพของหนุ่มน้อยผมขาวในอดีต ที่มาเยือนยังสำนักเซียนตามลำพัง ใบหน้าเปรอะเปื้อนมอมแมมเต็มไปด้วยคราบเหงื่อ ใคร่ ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดหัวใจไม่น้อย
...ก่อนที่ประตูเมืองแคว้นจ้าวจะค่อยๆ ถูกเปิดออก สู่สายตาของอี้เฉินเขาถอนหายใจยาวออกมา ด้วยความอ่อนด้อยของตัวเอง เฝ้ามองไปที่เหล่าศัตรูที่อยู่ไกลๆ เขาดึงแหวนมิติของเขาออกมาจากนิ้วมือ เก็บมันเข้าไปภายในทะเลความรู้ของเขา
ก่อนพุ่งทะยานออกไปด้านนอกอย่างไม่เกรงกลัว ทำให้หลายๆ คน รู้สึกเสียใจเล็กๆ กับการเสียสละของอี้เฉิน ต่างเฝ้าดูแผ่นหลังของเด็กหนุ่มผมขาวอย่างไม่วางตา