เมิ่งชิงชิงเดินเข้ามาในศูนย์ฝึกอบรมของ LSA พร้อมกับไป่ฉี
“พี่ชิงชิง ผมไปเข้าคลาสของอาจารย์หลิวก่อนนะ” ไป่ฉีกล่าว ก่อนจะแยกตัวออกไป
เมิ่งชิงชิงเดินมาที่แผนกธุรการ เพื่อมาจัดการเรื่องเอกสารการเงินให้เรียบร้อย ระหว่างทางเธอสัมผัสได้ถึงสายตาของชายหนุ่มหลายคนที่มองเธอตาไม่กระพริบ ทำให้เธอรู้สึกอายนิดหน่อย
“อ้าว ชิงชิง มายื่นเอกสารเหรอ ส่งมาให้ฉันได้เลย เดี๋ยวฉันจัดการให้” ปี่เซียนที่ได้บรรจุงานพร้อมกับเมิ่งชิงชิงกล่าวขึ้นเมื่อเห็นเมิ่งชิงชิงถือเอกสารเดินมาที่แผนกของตน
“ฝากด้วยนะปี่เซียน” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ชิงชิง ไม่เจอกันแป๊บเดี๋ยว เธอดูสวยขึ้นนะ ปิ่นปักผมนั่นน่าจะราคาแพง มีหนุ่มที่ไหนซื้อให้เหรอ” ปี่เซียนถาม เธอยิ้มกรุ้มกริ่มออกมา คำถามนี้ทำให้เมิ่งชิงชิงสะดุ้งเล็กน้อย
“นั่นสิ ตั้งแต่เด็ก ฉันไม่เคยเห็นเจ้านี่เลย” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นข้างหลังเมิ่งชิงชิง เมื่อเธอหันกลับไปเธอก็พบกับคนคุ้นเคยที่ช่วงนี้งานยุ่งเสียจนไม่มีเวลาได้คุยกัน
“ดีจ้า ซีโม่ นายมีเวลาว่างกับเขาด้วยเหรอ” เมิ่งชิงชิงแซว
“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย เล่ามาซะดี ๆ ว่าปิ่นปักผมนี่ได้มายังไง” ซีโม่มีสีหน้าจริงจังผิดปกติ
“อุ๊ย เหมือนมีคนได้กลิ่นน้ำส้มสายชู(หึงหวง)ยังไงไม่รู้” ปี่เซียนกระซิบแซวเมิ่งชิงชิง
“เดี๋ยวเถอะ ปี่เซียน” เมิ่งชิงชิงหันไปดุปี่เซียนที่แซวเธอ
“สรุป ปิ่นปักผมนี่ได้มายังไง” ซีโม่กดเสียงต่ำลง
“มีคนให้มาน่ะ นายมีอะไรรึเปล่า” เมิ่งชิงชิงถาม
“ของมีค่าแบบนี้ เธอรับมาไม่สงสัยอะไรบ้างรึไง” ซีโม่ตอนนี้ดูหงุดหงิด ปี่เซียนนั้นไม่เข้าใจว่าทำไมเมิ่งชิงชิงถึงดูไม่ออกว่า ซีโม่ที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กคิดกับเธอเกินกว่าเพื่อน แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวซีโม่เองจะรู้ความรู้สึกของตัวเองด้วยรึเปล่า
“มันเรื่องของฉัน นายนั่นแหละช่วงนี้ปล่อยปู่ซีหลัวนั่งเหงาอยู่ที่ออฟฟิศ ไม่ไปหาหรือไปทานข้าวกับท่านบ้างล่ะ ปู่ฉันบ่นให้ฟังทุกวันเลยว่าปู่นายบ่นถึงนายประจำ” เมิ่งชิงชิงพยายามเปลี่ยนหัวข้อ เธอไม่อยากให้ใครรู้ว่าปิ่นปักผมนี้ได้มาจากไป่ฉี
“สรุปจะไม่ตอบฉันใช่ไหม ได้ ฉันไปสืบเองก็ได้ว่าเธอได้มาจากใคร” ซีโม่หันหลังกลับ ก่อนจะหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมาอีกครั้ง
“อ้อ จริงด้วยพี่ฉีฟงบอกว่าฉันมีงานถ่ายแบบนิตยสาร Legacy Fashion กับอาจารย์ไป่ ว่าแต่เธอพอรู้บ้างไหมว่าทำไมนิตยสารชั้น 1 อย่าง Legacy Fashion ถึงให้เขาไปถ่ายแบบล่ะ เอาเถอะ เดี๋ยวฉันช่วยดูแลอาจารย์ไป่ให้อีกแรงก็แล้วกัน” ซีโม่กล่าว
“คงเพราะผลงานโฆษณาของมู่เทียนละมั้ง นายไม่เคยเห็นเหรอ” เมิ่งชิงชิงถาม
“ยังนะ ช่วงนี้ทั้งงานถ่ายแบบ งานละครเยอะมาก นี่ก็หลับทันทีหลังขึ้นรถตลอด” ซีโม่กล่าว
“งั้นนายก็พลาดแล้วล่ะ นายควรได้เห็นนะว่าเขามีความสามารถมากขนาดไหน” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“เข้าใจล่ะ ไว้จะรอดูนะ” ซีโม่กล่าว ก่อนจะเดินจากไป
“นี่ชิงชิง ฉันว่าซีโม่หึงเธอล่ะ” ปี่เซียนที่จัดการเรื่องเอกสารอยู่พูดขึ้น
“หึง ซีโม่เนี่ยนะ หมอนั่นแค่สนใจว่าฉันมีใครมาจีบมากกว่า คงกลัวว่าตัวเองจะถูกล้อเรื่องแฟนน่ะ” ชิงชิงพูดอย่างสนุกปาก
“ฉันพูดตามที่เห็น ในฐานะคนนอกมันเห็นชัดน่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะรู้รึเปล่า” ปี่เซียนกล่าว
“บางทีฉันกับเขาอาจจะอยู่ใกล้กันจนไม่รู้สึกตัวก็ได้มั้ง แต่ฉันคงคบกับหมอนั่นไม่ได้หรอก” เมิ่งชิงชิงกล่าว เธอจับไปที่ปิ่นหงส์ที่ได้มากจากไป่ฉี พร้อมกับรอยยิ้มน่ารักปรากฎขึ้นบนใบหน้า
“เจอคนที่ชอบแล้วใช่ไหมล่ะ” ปี่เซียนยิ้ม
“อือ ถึงจะคบกันแบบเปิดเผยไม่ได้ก็เถอะ” เมิ่งชิงชิงมองไปทางอื่น ใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อย
“หืม ดูเหมือนคน ๆ นั้นจะใช้ได้เลยนะ ที่เอาชนะใจเธอได้เนี่ย อย่าให้ซีโม่รู้ล่ะ ไม่งั้นได้ทะเลาะกันใหญ่โตแน่” ปี่เซียนพอเดาได้ว่าเมิ่งชิงชิงคบกับใครอยู่ เพราะตัวเมิ่งชิงชิงตั้งแต่มาฝึกงานแทบไม่สนิทกับผู้ชายคนไหนเลยยกเว้นเด็กหนุ่มที่เมิ่งชิงชิงกำลังดูแลอยู่ตอนนี้
เมิ่งชิงชิงไม่ได้พูดอะไรต่อ ส่วนปี่เซียนเมื่อทำเอกสารเสร็จแล้ว เธอก็นำเอกสารอีกชุดส่งให้เมิ่งชิงชิงนำไปยื่นกับฝ่ายการเงิน
“ขอบคุณนะปี่เซียน ฉันไปก่อนล่ะ” เมิ่งชิงชิงรับเอกสารมาดูอย่างอารมณ์ดี
“อื้อ” ปี่เซียนตอบกลับ ก่อนที่เมิ่งชิงชิงจะเดินจากไป
“ฉันเองจะเจอคนแบบนั้นบ้างไหมน้า” ปี่เซียนมองไปบนเพดาน เธอกำลังนึกอยู่ว่าชายที่จะใช้ชีวิตคู่กับเธอจะเป็นคนที่ยอดเยี่ยมแบบที่เมิ่งชิงชิงเจอรึเปล่านะ
ทางฝั่งซีโม่ หลังจากแยกกับเมิ่งชิงชิง เขาใช้สมาร์ทโฟนค้นหาโฆษณาของมู่เทียนทันที สิ่งที่เขาพบคือชายหนุ่มที่น่าจะอายุพอ ๆ กับเขา ซีโม่เปิดดูภาพโปสเตอร์กว่า 100 แบบของนายแบบคนนี้
“เก่งจริง ๆ สามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีมาก แถมยังใช้แสงได้ดีทีเดียว บ้าจริงทำไมถึงรู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้แบบนี้วะ” ซีโม่ยิ่งดูยิ่งตื่นตระหนก อาจารย์ไป่คนนี้ ใช่นายแบบหน้าใหม่จริง ๆ เหรอ
“ไม่คิดเลยว่าอาจารย์ไป่จะมีความสามารถด้านนี้ด้วย” เมื่อซีโม่ได้เห็นโฆษณาของมู่เทียนแล้ว เขาทำการเข้าไปดูยังฐานข้อมูลดาราในสังกัดของ LSA เพื่อดูว่าไป่ฉีมีผลงานอื่นด้วยรึเปล่า
“งานโฆษณาบริษัทมู่เทียน หือ อะไรเนี่ยเข้าร่วมรายการราชานักกินด้วยเหรอ กินจุขนาดนั้นทำไมถึงรักษารูปร่างได้ล่ะ แล้วที่อัพเดทล่าสุด เข้าร่วมรายการแอดเวนเจอร์งั้นเหรอ บ้าน่า ได้เงินรางวัลตั้ง 1 ล้าน 5 แสนหยวนเหรอ ไอ้รายการที่ได้เงินรางวัลโคตรยากนั่นน่ะนะ” ซีโม่แทบไม่อยากเชื่อ ด้วยรูปร่างของไป่ฉีไม่น่าจะแข็งแรงขนาดนั้น
ซีโม่ที่ไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ตนได้อ่าน เขาทำการหาคลิปรายการแอดเวนเจอร์ย้อนหลังที่ออกอากาศวันนี้ เมื่อพบแล้วเขาก็ใช้วิธีไล่หาช่วงที่ไป่ฉีแข่ง จนในที่สุดก็หาเจอ
“แข็งแรงจริง ๆ ความสามารถทางร่างกายสูงมาก กล้ามเนื้อได้รูป เหมาะจะเป็นนายแบบจริง ๆ ส่วนสูงเองก็ใช้ได้” ซีโม่ยังคงทำการวิเคราะห์ไป่ฉีไปตลอดที่ดูคลิปรายการ หลังจากดูจบ เขาพบว่ายังมีอัลบั้มรูปที่อัพไว้นานพอสมควรแล้วอยู่ด้วย เขาไม่รอช้าคลิกเข้าไปดูทันที
“นี่มัน ชุดที่เขาใส่มันเป็นแบรนด์เทียนซานของห้องเสื้อเมิ่งเจี่ยนี่นา แต่แบบเสื้อไม่คุ้นเลยเป็นเสื้อระดับไฮเอนด์งั้นเหรอ สุดยอด ฝีมือในการโพสกับถ่ายทอดอารมณ์ดีมาก” ซีโม่นั่งดูรูปภาพพวกนั้นอยู่นาน
“นายทำอะไรอยู่ซีโม่” เสียงฉีฟง ผู้จัดการของเขา ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นจากสมาร์ทโฟนของตัวเอง
“พี่ฉีฟง ทำธุระเสร็จแล้วเหรอครับ” ซีโม่ถาม
“อือ เสร็จแล้ว ว่าแต่นายดูอะไรอยู่ ดูเหมือนจะตั้งใจดูมากทีเดียว” ฉีฟงถาม
“งานถ่ายแบบลงนิตยสาร Legacy Fashion ผมต้องร่วมงานกับไป่ฉี พอดีเจอชิงชิงคุยโม้ว่าเขาเก่งมาก เลยลองมาหาข้อมูลเขาดูน่ะครับ” ซีโม่กล่าว
“แล้วเป็นไงบ้างล่ะ” ฉีฟงถาม
“เขาไม่เหมือนนายแบบหน้าใหม่เลย เขาเหมือนพวกรุ่นเก๋าที่ผ่านงานมาอย่างโชกโชนแล้วมากกว่า” ซีโม่บอกความรู้สึกหลังจากดูงานถ่ายแบบของไป่ฉีในเว็บของบริษัท
“ฉันเองก็คิดเหมือนกัน นี่น่าจะเป็นพรสวรรค์ละมั้ง” ฉีฟงกล่าว
“ผมคงต้องพยายามให้เต็มที่เพื่อที่จะไม่ถูกเขากลบรัศมีสินะ” ซีโม่ลุกขึ้นยืน
“ดีที่นายคิดได้ ไปกันเถอะเรามีงานต้องไปทำต่อ” ฉีฟงกล่าวพร้อมกับเดินไปยังลานจอดรถ โดยมีซีโม่เดินตามไปด้วย
ศูนย์ฝึกอบรม LSA
หลังไป่ฉีเลิกคลาส เขาเดินออกมาเพื่อที่จะลงลิฟต์ เขาก็ดันเจอกับคนที่เขาไม่ค่อยชอบขี้หน้าสักเท่าไหร่ ใช่แล้วคนคนนั้นคือ เนี่ยฟง
“รุ่นพี่สวัสดีครับ” ไป่ฉีกล่าวทักทายเนี่ยฟงที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องเรียนคลาสการแสดงขั้นกลาง
“ถ้าไม่เคารพกันจริง ๆ ไม่ต้องเรียกก็ได้” เนี่ยฟงขมวดคิ้ว
“แล้วแต่นะครับ” ไป่ฉีเดินผ่านเนี่ยฟงไป แต่ก็ถูกเนี่ยฟงจับเข้าที่บ่าเพื่อรั้งตัวเขาไว้
“เฮ้ย อย่าเพิ่งไป เจ๊เสี้ยนหรัวอยากคุยกับนาย เธอให้นายไปเจอเธอที่โรงแรม xxx” เนี่ยฟงกล่าวพร้อมกับยื่นกระดาษแผ่นเล็กให้ มันเขียนชื่อโรงแรมกับหมายเลขห้องพักไว้ ไป่ฉีเข้าใจในทันทีว่ายัยหนูนั่นคงหวังจะกินเขาแน่ ๆ
“ขอโทษทีนะ แต่ผมไม่ว่าง มีนัดคุยงานกับผู้จัดการช่วงเย็น จากนั้นก็กลับบ้านเลย รุ่นพี่ก็ไปแทนผมสิครับ” ไป่ฉีตอบปฏิเสธทันที
“ทำไมฉันต้องไปแทนแกด้วย” เนี่ยฟงเริ่มหงุดหงิด ส่วนไป่ฉียกยิ้มขึ้นก่อนจะโน้มตัวไปกระซิบข้างหูเนี่ยฟง
“ก็เผื่อรุ่นพี่จะได้ใช้ร่างกายแลกงานเหมือนครั้งก่อนยังไงล่ะครับ” พูดจบไป่ฉีก็หันหลังและเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เนี่ยฟงถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้มเพราะไป่ฉีดันรู้เรื่องที่เขาพลีกายให้เสี้ยนหรัวเพื่อแลกกับงาน
“อวดดีไปเถอะ สักวันฉันจะจับแกใส่พานให้เสี้ยนหรัวกินแกทั้งตัวเลยคอยดู” เนี่ยฟงกล่าว
ส่วนไป่ฉีหลังจากลงลิฟต์มา เขามาพบกับเมิ่งชิงชิงที่โถงหน้าประชาสัมพันธ์ ซึ่งเธอนั่งรออยู่ที่โซฟาตัวหนึ่งแถวนั้น
“พี่ชิงชิง ผมมาแล้วครับ” ไป่ฉีเดินเข้าไปหาเมิ่งชิงชิง ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ
“ไม่ต้องนั่งใกล้ขนาดนั้นก็ได้มั้ง นายจะสิงฉันรึไง” เมิ่งชิงชิงหน้าแดงเล็กน้อย เธอไม่ค่อยอยากอยู่ใกล้ไป่ฉีเท่าไหร่ เพราะกลิ่นของไป่ฉีทำให้เธอใจเต้นแรงอยู่เสมอ ๆ
“ไหนครับรายละเอียดงานถ่ายแบบลงนิตยสารที่พี่บอกไว้เมื่อเช้า” ไป่ฉีถาม
เมิ่งชิงชิงหยิบเอกสารรายละเอียดงานออกมาให้ไป่ฉีดู ไป่ฉีอ่านเสร็จก็ถามรายละเอียดปลีกย่อยกับเธอเล็กน้อย ก่อนจะเลือกมา 1 งาน
“ตกลงนายเลือกงานนี้สินะ” เมิ่งชิงชิงรับเอกสารคืนจากไป่ฉี
“ครับ ส่วนงานที่ถ่ายกับทาง Legacy Fashion เป็นวันศุกร์นี้สินะครับ” ไป่ฉีถาม
“ใช่ ฉันยื่นเรื่องให้ทางบริษัทออกจดหมายลากิจให้นายแล้ว” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“โอเคครับ งั้นเรากลับบ้านกันดีกว่า” ไป่ฉีลุกขึ้นยืน เมิ่งชิงชิงก็รวบเอกสารใส่กระเป๋าก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปยังลานจอดรถ
ระหว่างนั่งรถ ไป่ฉีสังเกตเห็นว่าเมิ่งชิงชิงดูจะเหนื่อย ๆ คงจะพักผ่อนน้อยแน่ ๆ ด้วยความเป็นห่วง ช่วงที่รถจอดติดไฟแดง ไป่ฉีจับหน้าของเมิ่งชิงชิงให้หันมา
“อ๊ะ ไป่ฉี นายทำอะไรน่ะ” เมิ่งชิงชิงตกใจมากที่เห็นไป่ฉีมองหน้าเธอด้วยสีหน้าจริงจัง
“มีไข้นะครับ” ไป่ฉีบอก
“อือ เดี๋ยวส่งนายเสร็จแล้วฉันจะกลับห้องไปหายาทานสักหน่อย” เมิ่งชิงชิงกล่าว
พอถึงหน้าอะพาร์ตเมนต์ ไป่ฉี ไม่รอช้า รีบเอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยของเมิ่งชิงชิง แล้วรวบเธอมาพาดบ่า
“ทำอะไรน่ะไป่ฉี ฉันจะกลับบ้านแล้ว” เมิ่งชิงชิงที่ตอนนี้ถูกไป่ฉีรวบตัวไว้ พยายามทุบหลังของไป่ฉีเพื่อให้เขาปล่อยเธอ
“อย่าดื้อสิครับพี่ พี่มีไข้ ขืนให้พี่ขับต่อเดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ปู่เมิ่งจะเสียใจขนาดไหน” ไป่ฉีดึงกุญแจรถ จากนั้นกดล็อกรถให้เรียบร้อยแล้วแบกเมิ่งชิงชิงไปที่ห้องของเขา
“มันไม่ดีนะไป่ฉี” เมิ่งชิงชิงยังคงดิ้นขัดขืน แต่เธอตอนนี้รู้สึกมึน ๆ หัวขึ้นมาหน่อย ๆ มือของเธอกำเสื้อของไป่ฉีแน่นเพราะกลัวตก
ไป่ฉีเปิดประตูเข้ามาในห้อง เขาเจอพ่อกับแม่กำลังนั่งทานข้าวกันอยู่ ไป่ชิงหยุนกับไป่เหลียนฮวามองลูกชายของตัวเอง แล้วมองหญิงสาวที่ลูกชายอุ้มแบกเข้ามา
“ไอ้ลูกชายแกไปฉุดใครเขามาน่ะ” ไป่ชิงหยุนถามขึ้น
_____________________________
เอาแล้วไง คุณพ่อไป่เข้มมาเชียว อิอิ ^^