ศึกจอมปราชญ์ สะท้านปฐพี

    เรื่องราววัยเด็ก

    ผม ฮารุโตะเองครับ เมื่อผมวัย เยาว์ ผมได้เข้าเรียนที่โรงเรียนมหาเวทย์ แลนเวีย ในฐานะผู้ใช้เวทย์  เพื่อเสริมสร้างอำนาจเวทย์มนต์ของตน บางคน อาจพบพร๼๥๱๱๦์ที่ซ่อนอยู่ และผมก็ใช้ชีวิตอันแสนธรรมดาของ ผม ในรั้วโรงเรียน นี้เอง


    คนธรรมดา จะกลายเป็นผู้ใช้เวทย์ได้ก็ต่อเมื่อ พลังของเขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา แต่หลายคนทั้งชาติ พลังเวทย์ก็ไม่ตื่น
    ส่วนผู้ใช้เวทย์ จะสืบทอดต่อกันมาทางสายเลือด ลูกของผู้ใช้เวทย์ จะกลายเป็นผู้ใช้เวทย์
    ในวัยเด็กอันแสนรันทดของผม ตามที่ผมบอกไป คือผมได้เข้าเรียนที่โรงเรียนมหาเวทย์ แลนเวีย ด้วยความรักของพ่อแม่ ที่รักผม ถึงแม้ต้องยัดเงินมหาศาลก็ตาม เพื่อให้ลูกไม่ได้ความ อย่างผมได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง แต่ผมกลับทำให้พวกท่านผิดหวังอยู่เสมอมา ผมใช้เวทย์มนต์ได้แค่เวทย์ขั้นต่ำ เพียงเรียกลูกไฟเล็กๆเท่านั้น ผมเรียกน้ำไม่ได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเวทย์มนต์อื่นๆ เพื่อนๆของผม จะไปที่ไหนก็เพียงแต่ใช้เวทย์มนต์เหาะเหิน แต่ผมกลับทำได้เพียงแค่วิ่งตามไปเท่านั้น เพื่อนๆทุกคนมักไปถึงที่หมายก่อนผมเสมอ ตอนที่ผมไปถึงที่นัดพบ ตัวผมมักมีเหงื่มชโลมกายอยู่เสมอ ทั้งเหงื่อเปียกโชกทั้งตัว และหอบหายใจแรง จนผมได้ยินเสียงหัวใจของผมเต้นแรง เพื่อนๆมักเรียกผมว่า จอมเวทย์ทึ่ม เพราะพวกเขาสามารถใช้เวทย์มนต์ ทำทุกสิ่งได้อย่างใจคิด ในที่สุดโรงเรียนแลนเวีย ก็ให้ ผมออกจากโรงเรียน อาจารย์ทุกคนลงความเห็นว่าผมไม่เอาไหน และมันก็จริง วันสุดท้ายที่ผมออกจากโรงเรียน ผมได้ไป ร่ำลา ราเวียเน่.....ยอดรักของผม
    ราเวียเน่ หญิงสาวที่ผมแอบชอบมาตั้งนาน เธอไม่มองหน้าผมด้วยซ้ำ ผมได้แต่ร่ำลาเธอซ้ำไปซ้ำมาจนเธอเบื่อ ผมทำได้แต่เสียใจ ผมไม่สามารถเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังด้วยซ้ำ ผมได้แต่เดินคอตกกลับบ้าน ระหว่างทาง มีชาวนาคนหนึ่งขอให้ผมใช้เวทมนต์ เสกน้ำให้เขา ด้วยที่ผมใส่เครื่องแบบนักเรียนของ โรงเรียนมหาเวทย์ แลนด์เวีย ทำให้เขาหมายใจว่าผมจะช่วยเขาได้ แน่นอนว่าผมไม่สามารถช่วยชาวนาคนนี้ได้ แต่ว่าผมบอกกับเขาว่า ไม่ต้องห่วงก่อน รุ่งสางวันพรุ่งนี้เขาจะต้องได้น้ำ
    ผมได้สำรวจดู บริเวณแถวนั้น จมูกของผมสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำ ผมเอาหูแนบฟังดู
    " ได้ยินแล้ว ได้ยินแล้ว ผมได้ยินเสียงน้ำแล้ว " ผมลงมือขุดและขุด อยู่อย่างนั้นถึงค่อนคืน จนน้ำทะลักออกมา ทำให้เรือกสวนไร่นามีน้ำ ราวกับเสกจากเวทย์มนต์
    คืนนั้น ผมได้ยินเสียงอันคุ้นเคย......
    " ฮารุโตะ ลูกอยู่ไหนลูก ฮารุโตะ " แม่ของผมเรียก ผมลุกขึ้นยืนและขานรับ
    " ท่านแม่ ผมอยู่นี่" แม่ของผมวิ่งมากอดผมด้วยน้ำตาคลอเบ้า
    " ไม่เป็นไรก็ดีแล้วลูก รีบกลับบ้านไปกินข้าวกันเถอะ วันนี้มีข้าวแกงกระหรี่ของโปรดของลูกด้วยนะ "
    ผมรู้สึกซาบซึ้งใจในท่านแม่อย่างมาก ผมรีบกลับบ้านไปกินข้าวฝีมือของท่านแม่
    พ่อของผมรออยู่ที่ระเบียง ด้วยความเป็นห่วงและโอบกอดผม ด้วยความรัก ท่านพ่อของผมสอนผมว่า การจะเป็นจอมเวทย์ที่แท้จริงได้ ไม่ใช่แค่เรียนเก่ง ใช้เวทย์เก่ง แต่ต้องสามารถสอนคนอื่นให้ใช้เวทย์ได้พอๆกับตน ต่างหากจึงสามารถพิสูจน์ ฝีมือได้ ตอนนั้นผมได้รู้ความจริงของชีวิตอย่างหนึ่ง คือการจะเป็นจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ได้นั้น ต้องสามารถสอนคนอื่นให้เก่งได้ ดังนั้น ผมตัดสินใจที่จะเป็น จอมปราชญ์ ในคืนนั้นเหมือนอย่างพ่อของผม ที่เป็นจอมปราชญ์ ประจำราชสำนัก ออโดนอส
    และแล้ว พลังของผมก็ตื่นขึ้น ในคืนนั้นทำให้ผมสามารถกลับไปเรียนที่โรงเรียนมหาเวทย์ แลนเวียได้

    ทว่า....
    วันหนึ่ง ชีวิตของผมก็เปลี่ยนแปลงไป ด้วยคำถามหนึ่ง......
    เพื่อนสมัยเด็กของผมคนหนึ่งคือ โยอิจิ ได้ถามคำถามหนึ่ง นั่นคือ ทำไมผู้ใช้เวทย์ ต้องไปฟังคำสั่งมนุษย์ธรรมดาด้วย ทำไมเราต้องเสี่ยงชีวิตสู้กับ ปีศาจ เพื่อปกป้องชีวิตมนุษย์ธรรมดา และเมื่อไหร่สงครามจะยุติซักที
    ซึ่งทำให้เขาถูกขับไล่ออกจากโรงเรียนมหาเวทย์ แลนเวีย เพราะเขาถามคำถามที่ห้ามถาม และถูกคุณพ่อดุด่าอย่างหนัก ทำให้ผมไม่กล้าถามคำถามนี้อีกเลย จนกระทั่ง 10 ปีให้หลัง ผมได้ถามคำถามนี้อีกครั้งกับคุณพ่อ ซึ่งเป็นจอมปราชญ์แห่งออโดนอสอยู่ในขณะนั้น
    " หากเรามอบ ซิลวาเทีย ให้กับราชาปีศาจ กิออส 13จอมปราชญ์ก็ไม่ต้องตายเกือบหมด มหาปราชญ์เซนก็ไม่ต้องตาย จอมปราชญ์คายะ ก็ได้สมหวัง กับ มหาปราชญ์เซนผู้เป็นอาจารย์ และอาณาจักรคลาวแลนด์ ที่มี 13 จอมปราชญ์ อยู่ก็คงไม่ล้มสลาย ทำให้กลายเป็น3 อาณาจักรอยู่แบบนี้หรอก ผู้คนก็ไม่ต้องล้มตาย เพราะภัยสงครามทุกปี ผมจะยุติสงครามที่เกิดขึ้นมาหลายร้อยปีเองพ่อ"
    " เจ้าเอาความคิดอันสกปรกนี้ มาจากที่ไหนกันเนี่ย ถ้าเรามอบซิลวาเทีย ก็เท่ากับเรายอมแพ้ แก่พวกปีศาจ" จอมปราชญ์ ธีโอ ผู้เป็นพ่อของ ฮารุโตะ โกรธจัดที่ลูกไม่รักดี เอาความคิดแย่ๆ มาบอกกับตน
    " ข้าคิดเองท่านพ่อ ถ้าหากท่านพ่อ คิดเช่นเดียวกันกับข้า เราก็ ไปฆ่า เลาห์คอน โปซาปุกัน และขึ้นปกครองประเทศนี้ จากนั้นค่อยรวบรวมแผ่นดินเป็นหนึ่ง หยุดการล้มตายของผู้คน จากการเกิดสงครามทุกปี" ( เลาห์คอน คือ คำเรียกกษัตริย์ เพื่อเป็นการให้เกียรติ )
    " เจ้า เจ้า เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ ฮารุโตะ " จอมปราชญ์ธีโอ มองไปที่ใบหน้าของลูกรัก ฮารุโตะ
    " ข้าไม่ได้บ้าท่านละซิบ้า ท่านพ่อ ท่านแก่อายุปูนนี้แล้ว ยังรับใช้เลาห์คอน หน้าโง่ แบบนั้น " ผมเถียงพ่ออย่างเอาเป็นเอาตาย
    " เจ้าจงสาบานมาซะ ฮารุโตะว่า เจ้าจะภักดี ต่อ เลาห์คอน โปซาปุ " จอมปราชญ์ธีโอ โกรธ จนหน้าแดง
    " ข้าไม่สาบานท่านพ่อ ท่านไม่สามารถบังคับข้าได้ " ฮารุโตะ ขัดขืนคำสั่งของจอมปราชญ์ ธีโอ
    จอมปราชญ์ ธีโอ จำต้องใช้วิชา ควบคุมจิตใจ ฮารุโตะ เขาเริ่มเปล่งแสงจากนัยต์ตา มันเริ่มแดงเรื่อขึ้นเรื่อยๆ แต่ทว่า ฮารุโตะหาเป็นไรไม่ กลับเป็นฝ่ายจอมปราชญ์ธีโอเองที่เริ่มเพลี่ยงพล้ำ
    " ทำไมข้าถึง สะกดจิตเจ้าไม่ได้ " จอมปราชญ์ธีโอ นึกเอะใจ
    " นั่นเพราะข้า ก็เป็นจอมปราชญ์เหมือนกันไงล่ะท่านพ่อ " ฮารุโตะ โชว์ รอยปานที่เขาได้เป็นจอมปราชญ์ มันปรากฏ ขึ้นบนใบหน้าของเขาเมื่อสามเดือนก่อน แถมเขายังเป็นจอมปราชญ์ที่แข็งแกร่งกว่าพ่อของเขาเสียอีก
    " เจ้าจงออกไปจากบ้านของข้า ต่อไปนี้ เจ้าไม่ใช่ลูกของข้าอีกแล้ว " จอมปราชญ์ ธีโอเดือดดาล จนไล่ ฮารุโตะออกไปจากบ้านแบบตัดพ่อตัดลูก
    " ข้าจะกลับมาใหม่ท่านพ่อ เมื่อท่านเปลี่ยนใจ " ฮารุโตะ หันหลังให้ จอมปราชญ์ธีโอผู้เป็นพ่อ
    3 เดือนต่อมา.......
    ณ โรงเตี๊ยม แห่งหนึ่ง แถวชายแดนอาณาจักรรีไธร์
    " ได้แล้วครับ คุณลูกค้า นี่ครับน้ำชากับ หมั่นโถว ที่สั่งครับ " เสี่ยวเอ้อ นำเอา อาหารและน้ำมาเสิร์ฟให้กับชายหนุ่มคนหนึ่งเขาคือ ฮารุโตะนั่นเอง
    ฮารุโตะนั่งกินน้ำชา แต่แล้วมือเขาก็ สั่นเครือ ท่านพ่อตายแล้ว..... เขารู้สึกได้ ด้วยคลื่นพลังชีวิตของพ่อเขาได้ขาดหายไป เขาไม่คิดว่าเรื่องที่ทะเลาะกัน จะทำให้ ท่านพ่อ คิดมาก จนตรอมใจตาย
    " ไม่นะ ท่านพ่อ ม่ายยยยยย " น้ำตาของ ฮารุโตะหลั่งริน ที่เขาตัดขาดจากพ่อของเขาก็เพื่อไม่ให้เรื่องมาพัวพัน กับพ่อของเขา ไม่คิดเลยว่า เรื่องจะ จบ เป็นเช่นนี้
    " พี่ชาย พี่ชาย " มีเสียงหวานๆของสาวงามนางหนึ่งเรียกฮารุโตะ ที่กำลังหลั่งน้ำตา ออกมาประดุจสายน้ำ
    " มีเรื่องเสียอกเสียใจ อะไรบอกข้าได้นะ ข้าชื่อเมราเฟ่ " 
    ฮารุโตะ หันหน้ามามองสาวน้อย เมราเฟ่ เธอเป็นจอมเวทย์ชั้นสูงระดับผู้วิเศษ เลยทีเดียว แต่ใส่เสื้อผ้าจอมเวทย์มอมแมมจัง*-*
    " ท่านจะเลี้ยง หมั่นโถวข้าได้ไหม " เมราเฟ่ ถามอย่างนึกสนุก 
    " ได้สิ น้องสาว " แล้วพวกเขาสองคนก็พูดกัน อย่างถูกคอ ทำให้ ฮารุโตะ ระบายความเศร้าไปได้มาก
    และหลังจากนั้นเขาได้บอกแผนการที่จะรวมสามอาณาจักรเป็นหนึ่ง เพื่อยุติสงครามที่กินเวลาหลายร้อยปีมานี่ โดยชวนเมราเฟ่ เข้าเป็นพรรคพวกคนแรกของเขา