“ข้าเข้าใจความแคลงใจของท่านดี แต่ความผูกพันที่เชื่อมโยงกันทางสายเลือดนั้นไม่อาจผิดได้”
“อืม”
เหยียนลี่ว์รับคำอย่างเอาใจด้วยไม่อยากทำให้นางรำคาญใจอีก เจี่ยนซื่อเม้มปาก “ท่านว่าจะใช่หลิงเอ๋อร์หรือไม่ แต่นาง...นางไม่ควรทำได้ถึงเพียงนั้น”
“เรื่องราวยังไม่ชัดเจน เจ้าอย่าได้คิดมากไปก่อนเลย อย่างไรพวกเราก็เลี้ยงดูหลิงเอ๋อร์มาหลายปีขนาดนี้ ย่อมไม่อาจทำร้ายจิตใจนางได้”
หากบอกว่าเรื่องม้าตื่นไม่ใช่ฝีมือคนวางแผนย่อมเป็นไปไม่ได้ ทว่าจะเป็นผู้ใดอยู่เบื้องหลังนั้นยังชี้ชัดได้ยาก หลิงเอ๋อร์เป็นเพียงเด็กสาวในห้องหอ ไม่ควรมีความสามารถทำได้ถึงเพียงนั้น
“ข้าทราบดี”
นางเงียบไปครู่หนึ่งแล้วเหลือบตามองเหยียนลี่ว์อีกครั้ง นิ้วมือเกร็งแน่นเล็กน้อย “เดิมทีงานเลี้ยงท่าชิงของซื่อจื่อแห่งฉีอ๋องครั้งนี้ เซี่ยเอ๋อร์ควรเป็นผู้รับผิดชอบ เหตุใดภายหลังท่านจึงให้จวิ้นเอ๋อร์ไปเสียเล่า”
“ความคิดเบื้องบนยากคาดเดา เวลานี้พวกเรายังไม่ควรทำตัวสนิทสนมกับจวนอ๋องมากเกินไปนัก”
ตอนนี้บุตรชายสายตรงคนโตของเขายังเยาว์วัย หลานชายคนโตเพียงพอจะเป็นตัวแทนของจวนโหว และยังเป็นการแสดงออกถึงท่าทีที่เขามีต่อราชสำนัก สิ่งสำคัญกว่านั้นคือตนมองว่าบุตรสาวแท้ๆ ผู้นี้ค่อนข้างเอาเรื่อง ดังนั้นเรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับจวนฉีอ๋องยังคงต้องคิดให้รอบคอบ
“ท่านคงไม่...”
“สุดท้ายหลิงเอ๋อร์ก็ไม่ใช่บุตรสาวสายตรงที่แท้จริงของจวนโหว เกรงว่าทางฝั่งฉีอ๋องจะไม่ยอมรับ ส่วนม่อเอ๋อร์มีรูปโฉมไม่ธรรมดา ขอเพียงสองสามปีนี้อบรมสั่งสอนให้ดี ไม่แน่ว่ายังพอมีโอกาสอยู่บ้าง”
แม้ฝ่าบาทไม่ได้แต่งตั้งองค์รัชทายาท อีกทั้งฉีอ๋องก็ไม่ใช่ผู้ที่สามารถหนุนนำได้ ทว่าสิ่งเหล่านี้กลับไม่เป็นอุปสรรคต่อความสามารถของฉู่อวิ๋นเลย ดังนั้นราชบัลลังก์นี้จะตกอยู่ในมือผู้ใดก็ยังไม่ทราบได้
“ฉีซื่อจื่อนับเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวจริงๆ เดิมเขามีสัญญาหมั้นหมายกับม่อเอ๋อร์ ทว่าม่อเอ๋อร์เติบโตมาในชนบทห่างไกล ย่อมไม่สะดวกใจที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดในตระกูลชนชั้นสูง อีกอย่างหลิงเอ๋อร์กับซื่อจื่อ...”
ความจริงนางไม่เห็นด้วยที่จะให้ม่อเอ๋อร์แต่งเข้าจวนฉีอ๋อง ต่อให้วันข้างหน้าจะมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจวนฉีอ๋องอาจได้รับการสืบทอดราชบัลลังก์ ทว่าในเมื่อหลิงเอ๋อร์มีใจให้ซื่อจื่อและซื่อจื่อเองไม่ถือสา นางยังอยากให้ทุกสิ่งดำเนินไปตามเดิม
ส่วนเรื่องการแต่งงานของม่อเอ๋อร์ ถึงแม้จากฐานะยามนี้ไม่อาจแต่งเข้าตระกูลสูงศักดิ์ นางจะเลือกคนที่รู้จักรักถนอมและปกป้องบุตรสาวมาให้อีกฝ่ายอย่างแน่นอน
“เจ้าไม่อยากให้นางแต่งเข้าจวนฉีอ๋องหรอกหรือ”
“ข้าติดค้างนางมากเกินไป จึงแค่หวังให้นางมีความสุขเท่านั้น”
ยามนั้นนางเคยทำบุตรสาวหล่นหายไปครั้งหนึ่งแล้ว จึงไม่อยากตัดสินใจเลือกผิดจนทำร้ายอีกฝ่ายอีก วังหลวงเป็นดั่งถ้ำเสือวังมังกร[1]อย่างแท้จริง หากม่อเอ๋อร์ได้รับการอบรมเลี้ยงดูโดยตระกูลชนชั้นสูงตั้งแต่เล็ก ตนคงไม่เป็นห่วงถึงเพียงนี้ ทว่าแม้แต่ตัวหนังสือยังรู้จักไม่ครบดี การต้องอาศัยเพียงรูปลักษณ์ภายนอกทำให้เป็นที่โปรดปรานเช่นนั้น นับเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างที่สุด
“เอาไว้ค่อยว่ากันเถอะ!”
เหยียนลี่ว์เอื้อมมือเช็ดน้ำตาตรงหางตาให้นาง ถึงแม้จะทราบดีว่าอีกฝ่ายใช้แผนแสร้งเจ็บแลกความเห็นใจ แต่เขาก็ยังห่วงใยสุดหัวใจเลยทีเดียว
“อื้อ”
เจี่ยนซื่อได้ยินว่าเขายอมรับปาก รอยยิ้มบนใบหน้าจึงกว้างขึ้นอีกหน่อย แม้ว่าความรักที่ตนมีต่อชายผู้นี้จะจืดจางไปนานแล้ว แต่นางกลับไม่ถือสาที่จะใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือ ยามนี้เรื่องที่นางสนใจมีเพียงลูกๆ เท่านั้น
เหยียนลี่ว์รู้สึกได้ว่าร่างในอ้อมแขนอ่อนยวบลง แววตาสงบราบเรียบจึงเปล่งประกายรุ่มร้อนแผดเผาบางเบา ริมฝีปากเม้มแน่นประทับจูบลงบนลำคอ เมื่อรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายยอมให้ความร่วมมือก็พลิกร่างขึ้นทาบทับนางไว้ เพลิงปรารถนาถาโถมเข้าหาคล้ายจะเร่าร้อนรุนแรงนัก เขาจำไม่ได้แล้วว่าไม่ได้ดื่มด่ำเรือนร่างนี้มานานเพียงใด รู้แต่ว่าตนคิดถึงมันเสียจริง
เชิงอรรถ
^ หมายถึง เป็นสถานที่อันตรายยิ่ง