บทที่ 16: ฉันไปแล้ว
บทที่ 16: ฉันไปแล้วกลับมายังหมู่บ้านหลินเซียวเดินกลับเข้าไปภายในบ้านด้วยความเงียบงัน ภายในห้องมืดสนิท แม้ว่าจะเป็นยามกลางวัน แต่กลับไม่มีแสงใดส่องลอดเข้ามาเลยแม้แต่น้อยไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด หลังจากที่หลินเซียวย้ายเข้ามาอยู่ภายในหมู่บ้านหลินแล้ว เขาก็ได้ปิดผนึกหน้าต่างทุกบานภายในบ้าน ทิ้งไว้เพียงช่องเล็กๆ เพียงพอให้แสงลอดเข้ามาบนโต๊ะภายในห้องนอน ปรากฎกระเป๋าเป้ทหารเปื้อนเลือดอยู่กระเป๋าหนึ่ง มันมีสีเขียวเข้ม มันดูทนทานอย่างมาก หัวเข็มขัดเหล็กปรากฎร่องรอยความเสียหายเล็กน้อย คล้ายกับถูกบางอย่างที่แหลมคมเฉือนภายในกระเป๋ามีปืนพกรุ่น 76 อยู่หนึ่งกระบอก มีดแหลมคมยาวครึ่งฉื่อที่ส่องประกาย มันทอประกายเย็นเยียบ และยังมีหนังสือบางๆ เล่มหนึ่ง หนังสือนั้นเก่ามากเสียจนกระดาษกลายเป็นสีเหลือง《ตำรายาสมุนไพรเฉินหนง》ความสามารถทางการแพทย์ของหลินเซียวนั้น ทั้งหมดล้วนได้มาจากหนังสือที่มหัศจรรย์เล่มนี้ ความทรงจำของเขาได้รับความเสียหาย ทว่าเขากลับมีความทรงจำที่ลึกล้ำกับหนังสือเล่มนี้ ทุกถ้อยคำ ทุกรูปภาพสำหรับการฝังเข็ม รวมทั้งหน้าสุดท้ายที่เขียนวิธีการฝึกฝนการเปลี่ยนแปลงกำหนดลมหายใจที่แสนวิเศษนั่น ทั้งหมดล้วนแล้วแต่จดจำได้เป็นอย่างดี“จริงๆ แล้วฉัน…...เป็นใครกันแน่!” ใบหน้าของหลินเซียวเต็มไปด้วยความดุร้าย เขากำเส้นผมที่สั้นไม่ถึงหนึ่งชุ่นเอาไว้แน่น ดึงทึ้งมันอย่างแรง“จริงๆ แล้วฉันมาจากที่ไหนกัน!”“อ๊าก!!!”เศษเสี้ยวความทรงจำที่กระจัดกระจาย ไหลหลากเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง ทว่าเขากลับไม่อาจคว้าจับได้แม้แต่เศษเสี้ยวเดียวความเดียวดาย ความโศกเศร้า ทั้งยังมีคลื่นของความสับสน ทั้งหมดราวกับน้ำทะเลที่สาดซัดเข้าหา เกลียวคลื่นขยับขึ้นลง ก่อกวนจนสมองของเขาเต็มไปด้วยความวุ่นวาย“หลินต้าเกอ อยู่รึเปล่า?” ทันใดนั้น น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนแรงก็ได้ดังขึ้นจากด้านนอกบานประตู ทำให้หลินเซียว ผู้ที่กำลังจะเสียสติ พลันรู้สึกตัวขึ้นอย่างพอดิบพอดี เขาพลันหวาดกลัวจนเหงื่อเย็นเยียบไหลชุ่ม“เสี่ยวฮวา!” หลินเซียวเดินออกไปด้านนอกด้วยใบหน้าขาวซีด เขาฝืนแย้มยิ้มออกมาอย่างยากลำบากเสี่ยวฮวาสวมใส่เดรสลายดอกไม้เล็กๆ สีฟ้า เดินเข้าไปภายในบ้านด้วยท่าทีระมัดระวัง เสี่ยวฮวามีใบหน้างดงาม ร่างค่อนข้างอวบ นอกจากผิวที่ค่อนข้างคล้ำแล้ว ก็ไม่มีข้อบกพร่องอื่นใดอีกเสี่ยวฮวาแย้มยิ้มอย่างเขินอาย เมื่อมองไปยังหลินเซียวแล้ว ก็รีบเร่งฝีเท้าและเข้าไปยังห้องด้านใน เธอมองไปรอบๆ อยู่ครึ่งค่อนวัน ก็ขมวดคิ้วด้วยท่าทีน่ารักก่อนจะเอ่ยขึ้น: “ฉันไม่ได้มาสองวัน เสื้อผ้าสกปรกก็กระจัดกระจายอีกแล้ว บอกแล้วไงว่าให้กองไว้ที่เดียวกัน ฉันจะมาซักให้”มีคนคนเดียวภายในหมู่บ้านที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาภายในบ้านไม้ของหลินเซียว นั่นคือเสี่ยวฮวา“เฮ้อ…… ฉันซักเองได้!” หลินเซียวแย้มยิ้มอับอายออกมา“ซักได้ก็แย่แล้ว!” เสี่ยวฮวามองค้อนกลับไปอย่างเหยียดหยาม เธอคว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นอย่างหงุดหงิด หยิบกระป๋องเหล็กที่วางอยู่บนพื้น พุ่งออกไปราวกับพายุเธอตักน้ำขึ้นมาจากบ่อ ได้น้ำเย็นมาถังหนึ่ง เสี่ยวฮวาเติมน้ำจนเต็มถัง โยนเสื้อผ้าลงไป จากนั้นจึงเริ่มวุ่นวายอย่างมีความสุขหลินเซียวตั้งใจจะขัดขวางอีกฝ่าย ทว่าเขาทำได้เพียงถอนหายใจเล็กๆ“เสี่ยวฮวา!” หลินเซียวเอ่ยขึ้นอย่างลังเลทว่าก็หยุดพูดไป“มีอะไรเหรอหลินต้าเกอ? พี่อยากกินอะไรตอนเที่ยง? วันนี้ฉันว่างมาก ทำอาหารอร่อยๆ ให้พี่กินได้มื้อหนึ่ง!” เสี่ยวฮวาหันหลังให้กับหลินเซียว เธอตั้งกระดานซักล้างอย่างรวดเร็ว เธอขยี้ผ้าอย่างเหน็ดเหนื่อย เธอปาดเหงื่อที่ไหลหยดออกจากหน้าผาก เอ่ยถามขึ้นด้วยรอยยิ้มเสี่ยวฮวาทำงานในร้านอาหารภายในเมือง เธอมักจะกลับมาทุกๆ สามถึงห้าวันเพื่อช่วยหลินเซียวที่ใช้ชีวิตอย่างประหยัด ทำอาหารดีๆ สักมื้อ“หลังจากนี้….. เธอไม่ต้องมาแล้วนะ!” หลินเซียวฝืนยิ้มออกมา“ไม่เป็นไรน่าหลินต้าเกอ งานใช้แรงงานพวกนี้ไม่ได้เหนื่อยเท่าไหร่หรอก!” เสี่ยวฮวาแย้มยิ้มสดใส “พี่วุ่นวายอยู่กับการรักษาคนป่วย ต้องมีคนคอยดูแลพี่สิ ตอนที่ฉันเก็บเงินได้มากพอให้แม่เปลี่ยนอวัยวะเทียมแล้ว ฉันจะออกจากงาน กลับมาดูแลพี่โดยเฉพาะเลย ดีหรือไม่?”เสี่ยวฮวาซักผ้าอย่างกระฉับกระเฉงยิ่งกว่าเดิม บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มมีความสุข ดูราวกับกำลังซักผ้าทำกับข้าวให้กับสามีตนเอง ล้วนแล้วแต่เต็มใจ ไร้ซึ่งคำบ่นหรือความเสียใจ“ไม่ใช่…… ฉันหมายถึง ฉันจะไปแล้ว เข้าไปในเมือง หลังจากนี้…… ไม่ต้องมาแล้ว!” หลินเซียวถอนหายใจเล็กน้อยเพื่อที่จะสืบหาตัวตนอันเป็นปริศนา เพื่อที่จะค้นหาความเป็นมาของตนเอง หลินเซียวจำเป็นต้องไป“โอ้!” ร่างของเสี่ยวฮวาพลันสั่นสะท้านขึ้น เธอยังคงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไม่เป็นไร ฉันจะมาทำความสะอาดที่นี่บ่อยๆ”“เสี่ยวฮวา เธอไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ? ฉันจะไม่กลับมาแล้ว หลังจากนี้เธอไม่ต้องทำอีก!” น้ำเสียงของหลินเซียวพลันกลับกลายเป็นเย็นชาหากพูดถึงหมู่บ้านหลินทั้งหมู่บ้าน หลินเซียวนั้นนอกจากหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว คนที่เขารู้สึกซาบซึ้งที่สุดก็คือเสี่ยวฮวาเขายังจำได้ว่าตอนที่เขาเพิ่งจะเข้ามาอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านหลิน หลินเซียวได้รับบาดเจ็บสาหัส หัวหน้าหมู่บ้านเชิญศัลยแพทย์ที่ดีที่สุดมา ทว่าต่างก็ส่ายหัวและถอนหายใจ บอกว่าเขาต้องตายโดยไม่ต้องสงสัยเป็นเสี่ยวฮวาที่คอยอยู่ข้างเตียงเขา รั้งอยู่สามวันสามคืน จนกระทั่งหลินเซียวได้สติขึ้นมา จึงได้นอนหลับไปในช่วงเวลาสามวันสามคืนนั้น หลินเซียวไม่อาจรับรู้ได้ว่าเขาเจ็บปวดทรมานมากเพียงใด ทว่ายังคงมีชีวิตรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ กระทั่งตัวเขาเองยังไม่อาจล่วงรู้สาเหตุแต่มีสิ่งหนึ่ง หลินเซียวสามารถยืนยันได้ ว่าการดูแลโดยไม่สนความยากลำบากทุกวันของเสี่ยวฮวา และเสียงเรียกนุ่มนวลอ่อนโยนนั้น ต้องเป็นหนึ่งในเหตุผลอย่างแน่นอนตั้งแต่ยามนั้นเป็นต้นมา เสี่ยวฮวาก็กลายมาเป็น ‘พี่เลี้ยง’ ของหลินเซียว คอยดูแลใส่ใจเขาทั้งใจทุกวัน จนกระทั่งเขาฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ กลับมาเป็นปกติเป็นเสี่ยวฮวาที่ใช้ช่วงเวลาทุกข์ยากไปกับหลินเซียว เป็นเธอที่ใช้หัวใจอันบริสุทธิ์ของเด็กสาวบ้านนอกคนหนึ่ง ทำให้หัวใจที่ถูกปิดกั้นอยู่ในนรกอันมืดมิดของหลินเซียวค่อยๆ หลอมละลายและกลับมาเต้นอีกครั้งหลังจากที่ร่างกายของเขาฟื้นตัวแล้ว เสี่ยวฮวายังคงไม่จากไปไหน สองสามวันต้องมาดูแลสักครั้ง ทั้งปัดกวาดเช็ดถู ซักผ้า หรือทำอาหารบางอย่างหากไม่ใช่เพราะว่าครอบครัวของเสี่ยวฮวามีแม่ที่พิการและต้องใช้เงินจำนวนมากในการใช้ชีวิต เธอคงกลับมาที่หมู่บ้านนานแล้ว เธอรู้สึกสบายใจที่อยู่ข้างหลินเซียว“ไม่เป็นไร มันไม่เป็นไรจริงๆ ฉันรู้ว่าหลินต้าเกอไม่ได้เป็นคนของที่นี่ และต้องไปในสักวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ฉันก็แค่อยากทำอะไรบางอย่างให้พี่” เสี่ยวฮวาเร่งความเร็วในการซักผ้ายิ่งกว่าเดิม น้ำกระฉอกสูง ทำให้เสื้อผ้าของเธอเปียกโดยไม่รู้ตัว“เฮ้อ!” หลินเซียวถอนหายใจยาว เดินไปยังกองหญ้าที่ด้านข้าง หยิบเอาเงินแสนหยวนออกมา เดินไปยังเสี่ยวฮวา วางมันลงที่พื้นเบาๆ เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “เงินแสนหยวนนี่เอาไปใช้ต่ออวัยวะเทียมให้คุณป้า ฉันติดต่อโรงพยาบาลดีๆ เอาไว้ให้แล้ว พรุ่งนี้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะมาที่หมู่บ้านแล้วตรวจอาการ หลังจากนี้…… ก็หาครอบครัวดีๆ แต่งงานเถอะ”เสี่ยวฮวายังคงซักผ้าต่อไป ปล่อยให้น้ำตาราวกับไข่มุกหยดไหลติ๋งๆ ลงไปในถังเหล็ก ไม่ยอมปาดมันออกไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ เสี่ยวฮวาพลันเงยหน้าของเธอขึ้น กลั้นน้ำตาของเธอกลับไป ทว่ามันกลับไม่หลงเหลือเงาของหลินเซียวภายในบ้านอีกต่อไป รอบด้านเงียบงันอย่างมาก มีเพียงแค่นกกระจอกสองสามตัว บินวนไปมา จิกกินเศษอาหารที่ร่วงหล่นบนพื้น“หลินต้าเกอ!” เสี่ยวฮวารู้สึกผิดหวังแม้ว่าเธอจะคาดถึงการมาถึงของวันนี้มานานแล้วแล้ว เธอก็ไม่เสียใจในสิ่งที่เธอทำลงไป ไม่ว่าหลินเซียวจะไปที่ใด เธอจะคอยภาวนาให้เขาอยู่ในใจเงียบๆเธอรู้ ร่างสูงใหญ่ตั้งตรงนั้น ไม่ได้เป็นคนของที่นี่มาตั้งแต่แรก เขาควรจะไปอยู่ในโลกที่กว้างใหญ่กว่านี้ มีชีวิตที่สดใสกว่านี้ก่อนที่จะจากไป หลินเซียวยังคงต้องไปเจอใครบางคน ของที่เขาซื้อมาจากซุปเปอร์มาเก็ตถุงใหญ่นั้น ก็เพื่อให้กับคนคนนี้หลินจืออัน เป็นชายชราอ่อนแอที่อายุเกินกว่าหกสิบปี ทว่ายังคงเป็นที่รักของคนในหมู่บ้านไม่เปลี่ยน กระทั่งได้รับเลือกด้วยมติเอกฉันท์ เลือกให้เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน พิสูจน์ได้ว่าเขานั้นเป็นคนที่ซื่อสัตย์ เป็นที่รักของทุกคนปกติแล้วหลินจืออันมักจะอยู่ที่คณะกรรมการหมู่บ้าน มักจะคอยช่วยเหลือชาวบ้านภายใต้ความสามารถของเขาอยู่เสมอ วันนี้เรือนผมสีเทาของเขา กำลังจุ่มหน้าอยู่กับโต๊ะอีกครั้ง คำนวณจำนวนผลผลิตที่ควรจะมอบให้กับชาวบ้าน เขาไม่รับรู้กระทั่งตอนที่หลินเซียวเข้ามา...