“ห้ะ..ห้ะ าาหรือครับ! ตาแก่นั้นเป็าาจริงหรือท่าน!!..”
ฉินซานกระตุกใจขึ้นมา!! ข้อสงสัยก่อนหน้าก็สมเหตุสมผลสักที เขาได้สังเกตผู้เฒ่ามานานแล้วว่าผู้เฒ่านั้นไม่เหมือนบุคคลทั่วไป ถึงเขาจะไม่ค่อยพบเจอผู้คนก็ตามแต่ความรู้สึกของเขา เมื่ออยู่กับผู้เฒ่านั้นเขากระแหนะใจมาโดยตลอด ว่าผู้เฒ่าต้องพิเศษอย่างแน่นอน!!..
“ตาแก่นี้สุดยอดจริงๆ คงเป็าาแห่งการลามกแหละมั่ง ฮ่าฮา... เขาคิดขึ้นในใจพร้อมสายคอไปมา”
ด้วยความรู้สึกที่โล่งใจก่อนหน้า! ก็เปลี่ยนเป็ความสงสัยถึงตัวตนเขาขึ้นมาอย่างกะทันหัน! สรุปแล้วข้าเป็ใครกัน? “โอ๊ยย..ทำไมพอคิดถึงตัวตนก่อนหน้า ข้าถึงปวดหัวขึ้นทุกที”
เมื่อได้โอกาสที่ซักถาม ถินซานได้ถามเกี่ยวกับผู้เฒ่าทันที ร่วมถึงตัวตนของเขาความอยากรู้ของถินซานขึ้นมาเป็เปล่งประกาย!!..
“ท่านเทพ...ท่านเทพ! ท่านรู้จักผู้เฒ่าด้วยหรือขอรับ แล้วท่านรู้ถึงอดีตหรือตัวตนของข้าด้วยไหมขอรับ” ด้วยคำพูดที่รวดเร็วและหน้าตาที่อ่อนโยน
“เอาล่ะ..เอาล่ะ เทพได้ตัดบท เ้าหนูนั้น! ไม่อธิบายอะไรเกี่ยวกับตัวเขาให้เ้าฟังเลยหรือฉินซาน เ้าหนูนั้นจริงๆเลยจะให้ผู้อื่นรับสายเื แต่ตนเองกับไม่บอกถึงรายละเอียดต่างๆ เทพได้พูดเกี่ยวกับผู้เฒ่า”
“หากถามถึงเหตุการณ์ในอดีตเกี่ยวกับผู้เฒ่าของเ้านั้น คงจะต้องพูดกันอีกยาว เื่บางเื่เ้าไม่จำเป็ต้องรีบร้อนที่จะรู้หรอก เหตุการณ์มันจะชักนำให้เ้าเข้าใจถึงทุกอย่างเอง ที่เ้าหนูนั้นไม่พูดเขาต้องมีเหตุผลเ้าไม่จำเป็ต้องใส่ใจหรอก ส่วนตัวตนในอดีตของเ้านั้นข้าก็บอกเ้าไม่ได้หรอก เ้าต้องค้นหามันด้วยตัวเ้าเองท่านเทพได้พูดกับ ฉินซาน ด้วยน้ำเสียงที่เข้มข้น”
“ขอรับท่านเทพ ฉินซานได้พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน”
เทพได้กล่าวกับฉินซานอีกด้วยว่า ผู้เฒ่านั้นเป็เพียงิญญาในอดีตที่ได้ผนึกิญญาไว้ในห้องโถง ที่ฉินซานอาศัยอยู่ ส่วนร่างจริงของผู้เฒ่านั่นได้สลายไปนานแล้ว ในโลกศพสีทองนั่นคือที่เก็บร่างของผู้เฒ่า!!
เมื่อฉินซานรู้ถึงว่าตนเองได้อยู่กับิญญามาโดยตลอด เขาไม่รู้สึกใหรือกลัวแต่อย่างใด ขากลับรู้สึกเศร้าใจเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง หน้าตาเขามืดขรึมเขามองขึ้น้า ระลึกถึงเื่ราวในอดีตกับผู้เฒ่า..
การใช้ชีวิตในแต่ละวัน ช่างเป็ความสุขที่ไม่สามารถอธิบายเป็บทความได้ แม้ผู้เฒ่าจะดุว่าชอบบังคับ แต่ทั้งมวลล้วนเป็ความหวังดี ฉินซานรับรู้ถึงความโชคดีที่มีผู้เฒ่าอยู่ข้างกาย
แต่ถึงกระนั้นแม้ผู้เฒ่าจะเป็เพียงิญญา แต่เขาทั้งสองก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ เมื่อฉินซานคิดขึ้นได้ความเศร้าใจสิ้นหวังก่อนหน้าได้หายไปในทันที
ฉินซานมีแรงจูงใจแรงฮึดขึ้นมาเป็อย่างมาก ราวกับูเาไฟที่กำลังปะทุ เมื่อรู้เื่ราวทั้งหมดและเจตนาความ้าของผู้เฒ่า..
“ข้าจะต้องสืบทอดสายเืให้จงได้! ฉินซานได้พูดขึ้น! พร้อมกับเสียงที่ดังไปทั่วทั้งมิติและท่าทางที่แสดงให้เห็นถึง ความมั่นใจที่เต็มร้อย!”
“ครั้งนี้ข้าจะทดสอบเ้า! แค่4ระดับก็พอ” เทพเ้าพูดอย่างแข็งขัน! พร้อมกับท่าทางที่แสดงถึงความหวัง
เทพอยากจะมอบสายเืโบราณให้ฉินซานเต็มทน ด้วยความที่สายเืของเขาได้หลับใหลมานับหมื่นปี เทพฝ้ารอผู้สืบทอดที่เปิดโลงศพให้สำเร็จมาโดยตลอด เทพเลยเลือกแค่การทดสอบ4ระดับให้ ฉินซาน
หากไม่ใช้เพราะผู้เฒ่าเป็เ้าของโลงศพแล้วได้เจอกับฉินซาน ในอาณาจักรสายเืนี้ก็ไม่อาจมีมนุษย์ผู้ใด เข้ามาเปิดโลงศพได้สำเร็จ สายเืของเขาคงได้ดับสูญไปอย่างแน่นอน..
กฎของการสืบทอดมีทั้งหมด8ระดับ ความยากจะเพิ่มขึ้นไปในแต่ระดับ จากในอดีตผู้ที่ผ่านการทดสอบถึงขั้นที่ 8 ใน1ร้อยคน อาจจะมีเพียง1คนที่สามารถข้ามผ่านไปได้
การทดสอบแบ่งเป็ 2 รูปแบบ ในระดับที่ 1-4 จะเป็การทดสอบทางจิติญญา ในระดับ 5-8 จะเป็การทดสอบทางกาย..
‘การทดสอบทางจิต’ คือการทดสอบพลังจิต ผู้ทดสอบต้องผ่านความเป็ความตายของชีวิต เพื่อก้าวพ้นการข่มเหงทางจิต การกดดันทางจิตหรือต้องผ่านความกลัวทั้งหมด4ระดับเมื่อผ่านการทดสอบจะนำให้จิตก้าวขึ้นสู่ 'จิติญญาที่ยิ่งใหญ่หรือจิตไร้สำนึก' สามารถใช้พลังจิตได้ไร้ขอบเขต
‘การทดสอบทางกาย’ คือการทดสอบถึงความเ็ปทั้ง4 ด้านร่างกายมนุษย์ การทดสอบนี้ผู้ทดสอบจะต้องตายฟื้นเป็ร้อยครั้ง เพื่อให้รับรู้ถึงความเ็ปที่เกินแสนจะบรรยาย ผู้ที่ผ่านการทดสอบทั้ง4ระดับ จะทำให้ร่างกายก้าวขึ้นสู่'ร่างกายศักดิ์สิทธิ์' แม้แต่กระสูนปืนก็ไม่อาจที่จะทะลุผ่านได้
ฉินซานถึงจะเป็ผู้บ่มเพาะทางกาย ในระดับ5-8 ด้วยพลังของถินซานในตอนนี้ แม้แต่ระดับ5ฉินซานก็ไม่อาจก้าวผ่านได้ าารุ่นก่อนในอดีตนั้นผ่านการทดสอบทางกายเพียงระดับ7เป็สะส่วนใหญ่ ส่วนการทดสอบจิตในระดับ1-4นั้นไม่จำเป็ต้องใช้พลังกายแต่อย่างใด
ผู้เฒ่ารู้จักเทพเป็อย่างดีด้วยความที่กล่าวมาทั้งหมด ผู้เฒ่าได้คาดการณ์ไว้แล้วเทพเ้าคงเลือกแค่ 4ระดับแรก สิ่งนี้ไม่จำเป็ต้องมีพลังหรือฝึกวิชาใดๆเพื่อให้ผ่านการทดสอบต้องใช้พลังใจล้วนๆในการทดสอบ ผู้เฒ่าเลยไม่ได้อธิบายหรือฝึกใดๆเกี่ยวกับการทดสอบได้แต่เชื่อใจถินซาน
สิ้นเสียงของเทพ.. เมื่อฉินซานเข้าใจถึงการทดสอบ “เขาได้พูดขึ้นมา เริ่มได้เลยครับท่านข้าพร้อมแล้ว.”
“ดี...ดี เอาล่ะ..เ้าก้าวออกมาด้านหน้าเถอะ! แล้วรวบรวมพลังปราณของเ้ามาไว้ที่มือขวา แล้วปล่อยออกมาที่หยกใบนี้ ฉินซานต้องรวบรวมลมหายใจเพื่อดึงพลังปราณออกมาใช้”
‘พลังปราณ’ หรือลมปราณ(ลมหายใจ) คือพลังแฝงที่อาศัยอยู่ในสรรพชีวิตหรือภายในวัตถุต่างๆ ไม่ว่าจะภายนอกหรือภายในเมื่อจัดระเบียบของลมหายใจเข้าที่แล้ว ก็จะก่อกำเนิดเป็มวลคล้ายหยดน้ำที่ไหลผ่านอยู่รอบตัว พลังปราณไม่สามารถใช้เป็พลังในการต่อสู้ได้ แต่พลังปราณเปรียบดั่งสายน้ำของกำลังภายในและกำลังภายนอกให้ไหลผ่านออกมาสู่รูปแบบของการต่อสู้..
ซึ่งพลังปราณเป็จุดก่อกำเนิดของชีวิตคล้ายDNAของมนุษย์ เมื่อแพร่พลังปราณออกมาก็สามารถที่จะระบุได้ว่าเป็สิ่งใด! เป็ของใคร!
เพื่อให้การทดสอบได้เริ่มขึ้น ฉินซานได้แผ่พลังปราณลงในหยก หยกเกิดการแปร่งแสงออกมาเป็แสงสีเขียวมรกตที่สวยงาม ชื่อของฉินซาน ได้แสดงขึ้นบนใบหยกเรียงรายอย่างสละสลวยกลางใบหยก..
ิญญา! ฉินซานกระตุกขึ้น!! แรงกระตุกทำเอาร่างเขาบิดงอเอนเอียงมาด้านหน้าจนสุด เขาได้หลับลงในภวังค์ครั้งนี้ดูเหมือนไม่ใช้การเข้าไปมาในมิติต่างๆ แต่จะเป็การเข้าไปใน 'ทะเลจิติญญาหรือจิตใต้สำนึก'
เมื่อฉินซานลืมตาขึ้น! ภายในทะเลจิติญญาของเขา คล้ายกับเขายืนอยู่กลางมหาสมุทรอันไพศาล มองไปด้านไหนมิอาจถลำเห็นพื้นดินเนินผาใดๆ
“อึ..หือ.. ครั้งนี้ข้าเข้ามาในมิติอะไรอีกละเนี้ย...คงไม่ได้ยินเสียง ฮือ..ฮือ แล้วร่างของข้าจะแตกสลายอีก น่ะ...”
“ด้วยความหงุดหงิดไร้ความรู้ ฉินซานเปล่งวาจา!..ขมิบตา!..อ้าปาก!..ะโออกมา ท่านเทพ ตาแก่ ท่ะ..ทำไม พวกท่านถึงทำอะไรกำกวม ย้ายไปย้ายมา คิดว่าข้าเป็ ไทม์แมชชีน?! รึไง เอ้ะ.. อะไรคือไทม์แมชชีน ทำไม่จู่จู่มันปรากฏขึ้นมาในหัวข้า ลืมไปเถอะ..!คิดว่าข้า ป..เป็ อะ..อะไร กันแน่? อือ อะไรล่ะ?!”
เสียงลมหายใจสั่นรั่ว ฉินซานะโจนหอบ ทันใด!บันไดเรียงรายขึ้นมาจากท้องทะเล ้าสุดมีประตูลึกลับที่สวยงามและยิ่งใหญ่ เมื่อเห็นก็ต้องรู้ว่า้านั้น คือจุดสิ้นสุดของการทดสอบ..
“แค่ปีนบันได 20 ขั้นมันจะง่ายเกินไป คงมีอะไรแน่ๆ??” ความวิเคราะห์ชั่งคิดของฉินซาน แสดงผลให้เห็น..
บันไดใน20ขั้น เมื่อมองสีของบันไดในแต่5ขั้นนั่นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รวบถึงรูปแบบพลังแปลกๆที่แบ่งออกอย่างชัดเจน..
“ถ้าหากข้าปีนขึ้นบันไดขั้นแรก เกิดร่างของข้าวับหายไปอีก! เมื่อข้าออกไป ข้าจะบ่นให้ตาแก่ฟังจน หูไหม้ไปเลย..เอาล่ะ.. คิดไปก็ไร้ผลลุยให้รู้รอดดีกว่า..” เสียงพูดที่กระหาย..
เมื่อฉินซานปีนขึ้นมาขั้นแรก อยู่ๆิญญาของเขาจากที่ไร้น้ำหนักได้หนักขึ้นอย่างกะทันหัน ราวก้อนหินใหญ่น้ำหนักเกือบ100ชั่งหรือราวๆ50กิโลเมตร..
การทดสอบจิตระดับที่1 ‘จิตใจที่สงบ’ ขั้นที่1-5
ฉินซานไม่รอช้าที่จะปีนขั้นต่อไป..ด้วยการนั่งสมาธิรวมลมปราณในตอนเช้าได้ผลิดอกออกผล แรงกดดันระดับนี้ไม่เกินมือของเขาแต่อย่างใด 'หากใจสงบไม่สั่นคลอน' การปีนขึ้นไปในแต่ละขั้นนั้นง่ายดายต่อฉินซานมาก..
ขั้นที่2แรงกดดันเพิ่มขึ้นอีก10ชั่ง ฉินซานต้องปรับจิตให้สงบอย่างรวดเร็ว เมื่อจิตสงบแรงกดดันจะไม่ส่งผลต่อิญญาของเขา ฉินซานได้ก้าวผ่านขั้นต่อไปอย่างง่ายดาย..
ขั้นที่3-4-5 ฉินซานก้าวขึ้นไปในแต่ละขั้น โดยน้ำหนักของิญญาเพิ่มขึ้นเกือบ200ชั่ง การก้าวในแต่ล่ะก้าวราวกับมีคน10คนกำลังรั้งเท้า หากใจสั่นไหวเพียงนิดเดียวแรงดันจะทวีคูณขึ้นอย่างมาก เหมือนกำลังแบกูเาขึ้นพื้นทางเอียงที่ลื่นไหล
การทดสอบจิตระดับที่2 ‘จิตใจที่แข็งแกร่ง’ ขั้นที่6-10
เมื่อก้าวถึงขั้นที่6แรงดันกดิญญาที่อยู่ประมาณ200ชั่ง หายไปทันตาเห็น! กลับมาเป็ิญญาไร้น้ำหนักอีกครั้ง ซึ่งแปลกออกไปจาก5ขั้นก่อนหน้ามาก..
บันไดขั้นที่ 6 เมื่อเท้าของฉินซานกำลังจะถึงพื้น ก็เกิดไอสังหารขึ้นอย่างรุนแรงทำเอาฉินซาน ยกเท้าถอยหลังกลับ เพื่อมาตั้งหลักในขั้นที่5ก่อน..
รอบนี้! คงเป็การทดสอบ'จิตที่แข็งแกร่ง'ไม่เกรงกลัวต่อจิตสังหาร จิตที่แพร่ออกมาชั่วครู่แม้รับรู้เพียงเสียววิ ทำเอาฉินซาน หวาดผวาความรู้สึกต่างกันสิ้นเชิงเมื่ออยู่ต่อหน้าเทพ กับอยู่ในที่แห่งนี้ทำให้ฉินซานกลับมาขั้นที่5 เพื่อตั้งหลัก ปรับจิตให้แข็งแกร่งก่อน!!..
จิตที่ร้อนแผดเผ่าเช่นนี้!! อาจจะเป็ลมปราณของ ‘าาปีศาจ’ ตามตำนานที่กล่าวไว้ ว่าอาณาจักรสายเืแห่งนี้ มี2ลมปราณที่ยิ่งใหญ่คือ ‘หยิน หยาง’..
หยินเปรียบดั่งเหมือน ดวงจันทร์ในกลางคืนเย็นะเื เงียบสงบ สุขุม ไร้ที่ติ
หยางเปรียบดั่ง ดาวอาทิตย์ในกลางวันที่ร้อนระอุแผดเผ่า มีความกระตือรือร้น พุ่งกระจาย
ก่อนฉินซานจะฝึกรวมลมปราณ ผู้เฒ่าเคยกล่าวให้ฉินซานฟัง.. วันนี้เขาได้ััลมปราณทั้ง2แล้วทั้งลมปราณหยิน..ลมปราณหยาง นั่นคือ'ความเย็นะเืจากเทพ' 'ความร้อนแทบจะละลายจากปีศาจ'..
“เอาล่ะ..เอาล่ะ! ข้ารวบรวมลมปราณจัดระเบียบเข้าให้เข้าที่ก่อนแล้วมาเริ่มกันไหม ปีศาจ!แม้ไม่ปรากฏรูปกาย เพียงลมหายใจทำเอาฉินซานตระหนักถึงความตายอยู่โดยตลอด!!..”
“เออะ.อ..อ่ะ ขั้นที่6 ช่างเป็ลมปราณที่สยดสยองปานนี้ ข้าไม่กลัว เ้าหรอก! ก็แค่ ลมหายใจที่ ไร้ตัวตน หากข้ายอมแพ้ ชีวิตนี้ ข้าขอให้จิติญญาข้า สลายไป อย่าได้ออกไปเจอกับ ตาแก่อีกเลย!” ฉินซานพูดอย่างตั้งมั่น..
ฉินซาน ระลึกถึงผู้เฒ่า แรงจูงใจเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก ผู้เฒ่ายอมทำทุกอย่างเพื่อตัวเขา และด้วยความอบอุ่นที่ทั้งสองสื่อถึงกัน ทำให้ฉินซา เดินหน้าไปต่ออย่างชงะชงั้นจนถึงขั้นที่10.. การทดสอบความกลัวสำเร็จแล้ว!
การทดสอบจิตระดับที่3 ‘พลังแห่งจิต’ ขั้นที่11-15
การทดสอบนี้คือ'การควบคุมพลังจิต' พลังจิตจำนวนมากเกิดการก่อตัวคล้ายดาบสั่น ความยาวประมาณ 5เิเ พุ่งลงตรงจาก้ามากระทบร่างของฉินซาน ิญญาเกือบสลายดับหายไปทันที!..
ฉินซานต้องสร้างพลังจิตเพื่อป้องกันร่างิญญา ดาบที่เฉือนร่างิญญาแต่ละเล่มทำให้รูปกายของฉินซาน หายไปทีละส่วน ด้วยประสบการณ์การทดสอบ2ระดับก่อนหน้า ฉินซานเข้าใจต่อระบบพลังิญญาขึ้นเป็อย่างมาก..
เขาตั้งสตินึกคิดในใจ.. เขาปล่อยพลังจิตที่แข็งแกร่งและไม่เกรงกลัวออกมา ก่อตัวเป็โล่ที่สร้างจากจิตใต้สำนึกของเขา หากมองที่โล่ซึ่งแปลกตาและพิเศษเป็อย่างมาก โล่รูปแบบนี้ในอาณาจักรสายเื คงไม่มีผู้ใดได้ััเห็น?!..
ฉินซานไม่เกิดข้อสงสัยแต่อย่างใด? ว่าโล่ด้านหน้าเขาคือโล่ที่มีอยู่ในโลกนี้จริงหรือ รูปแบบของโล่เกิดมาจากจิตใต้สำนึกของเขา เมื่อเขารู้ว่าสิ่งนี้พิเศษเขาไม่ได้คิดพลันสงสัยให้มากเื่ เมื่อสิ่งนี้ป้องกันิญญาของเขาได้ ฉินซานใช้มือทั้งสองยื่นไปด้านหน้า คล้ายการเอามือประคองโล่เพื่อเดินสะท้านขึ้นไป..
การกระทบของดาบและโล่สะท้อนออกกระจายไปรอบตัวฉินซาน เขาเดินขึ้นไปในแต่ละขั้นอย่างง่ายดาย ร่างิญญาของเขาไม่ได้รับความเสียหายจากคมมีดแต่อย่างใด
การทดสอบจิตระดับที่4 ‘จิตที่ว่างเปล่า’ ขั้นที่16-20
"เอาล่ะ!.. ตาแก่.. ข้ามาถึงระดับสุดท้ายแล้ว" ฉินซานโหร้องออกมาพร้อมหน้าตาที่อ่อนล้า กับรอยยิ้มที่เปล่งประกายคล้ายกำลังจะร้องไง ก็ไม่เชิง...
...โปรดติดตามตอนต่อไป...