ตอนที่ 43: ความเสี่ยงขั้นสุดเมื่อพ่อกลับมา
บ่ายวันเสาร์อันเงียบสงบ แสงแดดสลัวหลังฝนซาสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งหน้าต่างห้องรับแขกบ้านหลังใหญ่ นนท์ ติวเตอร์หนุ่มสุดเนิร์ดนั่งเกร็งจนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะไม้กระจกขนาดใหญ่ คอยขยับแว่นสายตาหนาเตอะด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาพยายามกวาดสายตาสอนแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์และสูตรฟิสิกส์เตรียมสอบให้วายุและหินที่นั่งขนาบข้าง ทั้งสองหนุ่มลูกเลี้ยงส่งยิ้มกรุ้มกริ่มหยอกเย้าให้พี่ติวเตอร์เหมือนคนไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทว่านนท์กลับเหงื่อตกซึมจนเสื้อยืดชื้นแฉะไปทั้งตัว หัวใจเต้นโครมครามปานเสียงกลองศึกเพราะเสียงลากกระเป๋าเดินทางล้อเลื่อนดังครูดคราดปะทะพื้นปูนหน้าบ้านและเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเดินเข้ามา
ประตูบ้านบานยักษ์เปิดกว้างออกช้าๆ เผยร่างกำยำสูงใหญ่ของ พ่ออั๋น ชายวัยสี่สิบปลายๆ ที่ดูภูมิฐาน รอยยิ้มกว้างด้วยความยินดีที่ได้กลับมาบ้านอบอุ่นประดับอยู่บนใบหน้าคร้ามแดด พ่ออั๋นลากกระเป๋าเดินทางใบยักษ์เดินก้าวเข้ามาในโถงบ้านด้วยท่วงท่ากระปรี้กระเปร่า พิมพ์มาดาในชุดกระโปรงผ้าซาตินบางสีชมพูหวานเรียบร้อยก้าวเดินออกต้อนรับด้วยรอยยิ้มแสนหวานพร้อมส่งแก้วน้ำเย็นฉ่ำให้สามีอย่างเป็นธรรมชาติ
"อ้าว... นนท์มาติวหนังสือให้เด็กๆ แต่เช้าเลยหรอจ๊ะ ขยันจริงๆ เลยนะเนี่ย..." พ่ออั๋นเอ่ยทักทายน้ำเสียงก้องกังวานสุภาพพลางวางกระเป๋าเดินทางลงแล้วเดินเข้ามาทบไหล่วายุและหินพร้อมลูบหัวลูกชายทั้งสองด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มเนิร์ดรีบพนมมือไหว้ทันทีด้วยความเคารพปนตกใจ
"ขะ...ครับ... สวัสดีครับคุณอาอั๋น..." นนท์รีบลุกขึ้นยืนไหว้ช้าๆ สองมือพนมสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกผิดบาปบดบังสำนึกศีลธรรมในใจ หัวสมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อต้องสบตากับสามีตัวจริงของพิมพ์มาดาผู้หญิงที่เขาร่วมรักอย่างเร่าร้อนริมระเบียงเมื่อคืนที่ผ่านมา ร่างกายของนนท์ร้อนวูบวาบสลับเย็นเฉียบ
"ไม่ต้องเกรงใจหรอกนนท์ นั่งลงเถอะ... อาขอบใจนนท์มากเลยนะที่มาช่วยดูแลสองหนุ่มนี่ ช่วงที่อาไม่อยู่มาเลเซียคงเรียนหนักกันน่าดู พิมพ์ก็นั่งชมตลอดว่าติวเตอร์นนท์ขยันทำการบ้านและตั้งใจสอนดีมาก" พ่ออั๋นหัวเราะร่าตบไหล่นนท์เบาๆ ยิ่งกระตุ้นให้แกนกายของนนท์เต้นตุบๆ ตื่นตระหนกเป้าตึงเปียกชื้นน้ำหล่อลื่นด้วยความตื่นเต้นเสียวสยองระทึกใจจนเป้ากางเกงสแล็กสีครีมโปนปูดชัดเจนจนต้องขยับหนังสือมาบดบังไว้
"ครับ... คุณพ่อ... พี่นนท์เขาสอนดีและติวเข้มงวดมากครับ โจทย์คณิตศาสตร์ยากๆ หรือสูตรฟิสิกส์ซับซ้อน พี่นนท์ชี้แจงจนพวกผมเข้าใจแจ่มแจ้งแตกฉานเลยครับ" วายุพูดจาโกหกหน้าตาย รอยยิ้มมีเลศนัยชี้ชวนจ้องมองพิมพ์มาดาที่ยืนบิดส่ายสะโพกผายเอามือปิดปากกั้นยิ้มอยู่ข้างหลังพ่ออั๋นอย่างจงใจยั่วเย้าในกิเลสราคะ
พิมพ์มาดาขยับก้าวเข้ามาประชิดสามี ลูบแผงอกกว้างของพ่ออั๋นเบาๆ พลางส่งสายตาหยาดเยิ้มผ่านหลังสามีมาทางนนท์ "จริงค่ะคุณอั๋น นนท์เป็นเด็กดีขยันสอนหนังสือหิน คืนนี้พิมพ์ชวนนภาเพื่อนบ้านมาทานอาหารมื้อค่ำฉลองต้อนรับคุณอั๋นกลับบ้านด้วยกันนะจ๊ะ และพิมพ์ก็อยากเสนอให้ติวเตอร์นนท์นอนค้างคืนที่ห้องรับรองแขกชั้นสองของพวกเราด้วยค่ะ จะได้ติวหนังสือเข้มข้นให้เด็กๆ ต่อวันอาทิตย์พรุ่งนี้เช้าเพื่อประหยัดเวลาเดินทางด้วยค่ะคุณอั๋น"
พ่ออั๋นฟังแล้วดวงตาก็เป็นประกายด้วยความเห็นชอบทันที "ดีเลยพิมพ์! ความคิดยอดเยี่ยมมาก นนท์ค้างคืนที่นี่เถอะนะ ถือว่าอาเลี้ยงมื้อเย็นและอำนวยความสะดวกให้ พรุ่งนี้จะได้ติวหนังสือต่อได้ยาวๆ อั๋นจะสนับสนุนค่าจ้างเพิ่มให้เองจ้ะ ไม่ต้องเกรงใจนะลูก"
นนท์ทำหน้าตัวแดงเหงื่อตกซึมกระวนกระวายใจ "ขะ...ขอบคุณครับอาอั๋น... งั้น... ผมขอรบกวนค้างคืนครับ..." นนท์ปฏิเสธไม่ได้เพราะพิมพ์แอบใช้สายตาหยาดเยิ้มบดเบียดเนินอกขาวโพลนเต้าโตคัพ E บังคับและต้อนให้เขายอมจำนน
วันเวลาผ่านไปจนถึงยามพลบค่ำ บรรยากาศมื้อค่ำรอบโต๊ะอาหารไม้มะค่าขนาดยักษ์ในครัวใหญ่เต็มไปด้วยความตึงเครียดเสียวซ่านชวนใจหาย อาหารค่ำหลากหลายอย่างวางเรียงราย ทั้งต้มยำกุ้งน้ำข้น แกงเผ็ดปลาช่อน และผัดผักรวมมิตรควันฉุย กลิ่นอาหารหอมกรุ่นปะปนกลิ่นกามลับ พ่ออั๋นนั่งอยู่หัวโต๊ะอาหารอย่างอารมณ์ดี คุยโม้เล่าเรื่องโครงการธุรกิจที่มาเลเซียและความสำเร็จในการร่วมทุนอย่างร่าเริง โดยมีวายุและหินนั่งฝั่งตรงข้ามคอยชวนคุย นภาเพื่อนบ้านม่ายสาวสวยในชุดเดรสบางเบาสีน้ำเงินเข้มเผยเนินอกอวบอัดนุ่มนิ่มมานั่งประกบขวาของนนท์ ขณะที่พิมพ์มาดาแม่เลี้ยงสาวสวยนั่งประกบฝั่งซ้ายของนนท์ใกล้กับสามีของเธอ
ใต้แสงไฟสีนวลตาบนโต๊ะอาหาร นนท์พยายามตักกับข้าวทานอย่างสงบเจียมตัวและฝืนตอบคำถามพ่ออั๋นด้วยน้ำเสียงสุภาพ แม้จิตใจจะปั่นป่วนกลัวโดนจับได้ ทว่าใต้โต๊ะอาหารตัวยาวกลับมีสงครามรักสวาทแอบแซ่บปั่นประสาทเริ่มต้นขึ้นช้าๆ พิมพ์มาดาแสร้งทำส้อมตกลงพื้นเบื้องล่าง โน้มกายขาวผ่องเต้าโตคัพ E ลงไปเก็บส้อมใต้โต๊ะช้าๆ ระหว่างที่ก้มตัว พิมพ์มาดาใช้เท้าเปลือยเปล่าเนียนนุ่มค่อยๆ เขี่ยสะกิดต้นขาของนนท์และเอื้อมมือเรียวนุ่มลูบผ่านเป้ากางเกงสแล็กสีครีมของเขาจนนนท์สะดุ้งตัวโยนสำลักแกงจืดแทบสำลักออกมาเสียงดัง
ขณะเดียวกัน นภาที่นั่งฝั่งขวาแสร้งทำเป็นคุยหยอกล้อเรื่องปัญหารั้วบ้านชำรุดกับพ่ออั๋นอย่างเป็นกันเอง ทว่าขาเรียวยาวสะโอดสะองเปลือยเปล่าของม่ายสาวใหญ่กลับเอื้อมลอดใต้โต๊ะ ขาของเธอขยับเบียดถูไถเสียดสีเข้ากับเป้ากางเกงสแล็กของนนท์โดยตรง นภาขยับขาเรียวเนียนนวดบดบี้หัวแกนกายร้อนเขื่องที่ตื่นตัวแข็งตึงจนปวดหนึบของนนท์ผ่านเนื้อผ้า นนท์หน้าร้อนผ่าวแดงก่ำ เหงื่อกาฬไหลหยดซึมเต็มกรอบหน้าและแว่นสายตา สองขาบิดเกร็งเข้าหากันสะกดกลั้นอารมณ์ใคร่ดิบสุดทรมานปนสยิวซ่านแทบหยุดหายใจ
"นี่นนท์ จบแล้วตั้งใจจะทำอะไรต่อล่ะจ๊ะ? สมัยนี้งานหายากนะ แต่อาว่าโปรไฟล์อย่างนนท์นี่หางานบริษัทใหญ่ๆ ได้สบายเลย..." พ่ออั๋นเอ่ยปากถามพลางตักแกงใส่จาน ส่งสายตามองนนท์ด้วยความเอ็นดู ชื่นชมในความขยันของติวเตอร์หนุ่ม
"คะ...ครับ... ผมคิดว่า... ซี๊ด... จะยื่นสมัครงานด้านวิจัยและวิเคราะห์ระบบไอทีครับคุณอา... อึก... น่าจะพอมีโอกาสบ้างครับ..." นนท์ตอบรับเสียงพร่าสั่นระริกพยายามสะกดกลั้นเสียงครางซี๊ดสู้ลมหายใจร้อน มือหนาใต้โต๊ะอาหารเอื้อมลงไปลอบผลักขาเนียนของนภาและเท้าของพิมพ์ออกอย่างหวาดเสียว ทว่าสองสาวใหญ่กลับยิ่งกดขยี้ฝ่าเท้าและเรียวขาบดเบียดท่อนเอ็นร้อนเต้นตุบๆ ของเขาหนักหน่วงขึ้น แกนกายปวดหนึบจนน้ำหล่อลื่นใสลื่นไหลออกมาเปียกกางเกงชั้นใน วายุและหินมองภาพนั้นแล้วลอบแสยะยิ้มหัวเราะคิกคักสะใจอยู่ตรงข้ามโต๊ะอาหารอย่างสนุกสนาน หินแกล้งตักผักส่งให้นนท์เพื่อเพิ่มความกดดันให้นนท์จนแทบจะจับช้อนไม่อยู่
"นนท์เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ ทานข้าวน้อยจัง หน้านี่แดงแจ๋เหงื่อตกเชียว หรือห้องครัวร้อนไปจ๊ะคุณอั๋น" พิมพ์มาดาผุดตัวขึ้นมานั่งตามเดิม รอยยิ้มแสนหวานเย้ยหยันหยอกเย้า ยื่นกระดาษทิชชู่มาซับเหงื่อบนหน้าผากให้นนท์แผ่วเบา สองเต้าคัพ E ขยับเบียดต้นแขนของเขาต่อหน้าสามีจนนนท์แทบจะหยุดหายใจตายคาโต๊ะอาหาร
"ปะ...เปล่าครับคุณแม่พิมพ์... พอดีต้มยำกุ้งถ้วยนี้รสเผ็ดร้อนพริกขี้หนูไปหน่อยครับ... ซี๊ด... ผมเลยเหงื่อตกนิดหน่อยครับ" นนท์กัดฟันตอบเกร็งสะโพกสอบสู้ขาของนภาใต้โต๊ะจนเกือบเสร็จสมน้ำรักเสียวสะท้านทรวง
นนท์แทบเคี้ยวอาหารไม่ลง รสชาติต้มยำกุ้งที่ว่าเผ็ดร้อนยังเทียบไม่ได้กับความร้อนระอุใต้ร่มกางเกงที่สองสาวใหญ่กำลังช่วยกันกระตุ้นเร้าขยี้ท่อนเอ็นหนุ่มอย่างไม่ลดละ ทุกครั้งที่พ่ออั๋นหัวเราะร่าและรบเร้าให้เขาเล่าเรื่องความก้าวหน้าทางการศึกษาของลูกชายทั้งสอง นนท์ต้องพยายามเกร็งหน้ายิ้มแย้มและควบคุมเสียงไม่ให้สั่นเครือเพื่อรักษาภาพลักษณ์ติวเตอร์ผู้มีความรับผิดชอบ ชายหนุ่มเนิร์ดรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายบางเบาอันหวาดเสียว ท่ามกลางหุบเหวกิเลสราคะและไฟบาปที่จะแผดเผาเขาและทำลายความลับนี้ทันทีหากเขาสูญเสียการควบคุมและครางกระเส่าออกต่อหน้าหัวหน้าครอบครัวตัวจริง
หลังมื้ออาหารค่ำอันน่าระทึกขวัญเสียวซ่านสิ้นสุดลง นภาขอตัวกลับบ้านข้ามรั้วของตนเองชั่วคราว พ่ออั๋นยืนบิดขี้เกียจขยับตัวบ่นพึมพำด้วยความเหน็ดเหนื่อยล้าสะสมจากการเดินทางไกลและเที่ยวบินล่าช้า "เฮ้อ... พิมพ์จ๊ะ คืนนี้อั๋นคงต้องขอนอนหัวค่ำหน่อยนะ เหนื่อยล้าสะสมไปหมดทั้งตัวแล้ว พิมพ์ก็พักผ่อนเร็วๆ นะจ๊ะ นนท์... คืนนี้นอนพักผ่อนตามสบายในห้องรับรองชั้นสองนะลูก มีอะไรขาดเหลือบอกพิมพ์ได้เลยนะจ๊ะเด็กดี"
"ครับ... คุณอาอั๋น... ราตรีสวัสดิ์ครับ..." นนท์ยกมือไหว้ตอบรับด้วยความโล่งอกปนเกร็งสั่นสะท้าน
แสงไฟในห้องรับแขกและโถงบ้านค่อยๆ ดับลงเกือบทั้งหมด เหลือเพียงแสงไฟนีออนสลัวสีส้มหน้าบ้านที่ส่องลอดกระจกเข้ามาในความมืดสนิท นนท์อาบน้ำชำระร่างกายสวมชุดนอนกางเกงขาสั้นเนื้อบางเบานอนหงายอยู่บนเตียงนุ่มห้องรับรองแขกชั้นสอง หัวใจของเขายังเต้นรัวเฝ้าฟังกังวลเสียงฝีเท้าในความมืดเงียบงันพายุฝนภายนอกสงบลงแล้วแต่หัวใจยังปั่นป่วนระทึกขวัญเสียวในทรวงอกสลับกังวลกลัวความลับข้ามรั้วจะพังทลาย
ทันใดนั้นเอง กลางดึกสงัดช่วงเวลาประมาณตีสอง เสียงบานพับประตูไม้ห้องนอนแขกของนนท์ค่อยๆ เปิดแง้มขยับออกช้าๆ อย่างไร้เสียงดัง เงาร่างโปร่งบางสองเงาเปลือยกายล่อนจ้อนเดินก้าวเดินแทรกตัวผ่านช่องประตูเข้ามาในห้องแต่งสลัว แสงสว่างจางๆ สะท้อนเรือนร่างอวบอัดเต้าคัพ E ของพิมพ์มาดาและเนินเนื้อสะโพกผายของนภาที่เดินกอดคอกันลอบย่องก้าวเดินช้าๆ ตรงเข้ามาที่ขอบเตียงของติวเตอร์หนุ่มผู้เบิกตากว้างสะกดลมหายใจในความมืดมิดรอดูเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปอย่างใจจดจ่อชวนเสียวสะท้านกราม